0 Views

**(เปลี่ยนรัฐชู่เป็นประเทศฉู)

 

แววตาของฉินเหวินเทียนถูกตรึงด้วยร้อยยิ้มของมูหลินขณะที่เขาถาม”จะเกิดอะไรขึ้นหากข้าไม่ยอมรับ?”

 

 

 

 

“โอ้…จะดีกว่าหากเจ้ายอมรับ”มูหลินไม่ได้ตอบคนที่ตอบเป็นสตรีที่อยู่ข้างกายเขา การจ้องมองของนางเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอวดดีขณะที่นางจ้องมองไปยังเหล่าคนของตระกูลฉินแล้วกล่าวต่อ”อาจารย์ใหญ่มูหลินเป็น นายช่างระดับ2และห่างจากระดับ3เพียงเล็กน้อย เนื่องจากสภาพของตระกูลฉินในปัจจุบันเขาได้แสดงความเมตตาต่อเจ้าและจะเป็นเกียรติอย่างยิ่งต่อเจ้าหากเจ้ายอมรับ เจ้าเข้าใจไหม?”

 

 

 

 

“ฉินเหวินเทียนนี่เป็นโอกาศของเจ้า”ผู้อาวุโสจากสมาคมสายธารดารากล่าวเสริม  ในขณะนี้ฉินเหวินเทียนสามารถรู้สึกถึงความเย่อหยิ่งที่ปล่อยออกมาจากทั้งสามคนได้อย่างชัดเจน ความหยิ่งยโสได้ฝั่งลึงลงไปในกระดูกของพวกเขาและพวกเขาก็ไม่สนใจความคิดเห็นของฝ่ายตรงข้ามหรือของตระกูลฉิน หากไม่ใช้ว่าฉินเหวินเทียนภาพมีตราประทับศักดิ์สิทธิ์ที่ดีเลิศระดับ2 คนเหล่านี้คงไม่แม้แต่จะแยแสที่จะคุยกับเขา

 

 

 

 

และสำหรับมูหลิน ตราบใดที่เขาพูดคำนั้นเขาสามารถพิพากษาสมาชิกของตระกูลฉินลงนรกได้ในทันที

 

 

 

 

“เหตุใดเจ้าจึงบอกให้เราค้นหาสมาคมสายธารดาราเพื่อลี้ภัย?”น้ำเสียงของฉินเย่พลันเย็นชาขึ้นด้วยความโกรธ เขาโกรธอย่างมาก ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาของฉินเหวินเทียนและมูหลิน สมาชิกของตระกูลฉินจะไม่ได้พักความหวังทั้งหมดของพวกเขาขึ้นอยู่กับสมาคมสายธารดารา

 

 

 

มูหลินได้กวาดสายตาไปยังฉินเย่และกล่าวออกมาอย่างเย็นชา”แม้ว่าฉินเหวินเทียนจะยอมรับข้อเสนอของข้า เจ้าก็ไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของสมาคมสายธารดาราของข้า”
 

 

 

“ช่างน่ารังเกียจ ข้านี่หล่ะบิดาเจ้าข้าไม่จำเป็นต้องการให้เจ้ามาปกป้อง ”ฉินเย่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธขณะทีหมัดของเขาส่งเสียงกระหึ่มดังออกมาขับเคลื่อนอากาศเทียบได้กับเสียงคำรามของเสือตรงไปยังมูหลิน

 

 

 

 

การมองที่แหลมคมราวกับดาบส่องประกายวูบวาบในดวงตาของมูหลิน เขาสะบัดนิ้วออกมาเพียงนิ้วเดียวทันใดนั้นเสียงดังสนั่นดังขึ้นทำให้ฉินเย่ได้รับแรงกดอันน่าหวาดกลัว การปรากฎตัวของสิงโตเพลิงที่ดุร้ายพุ่งออกไปก่อนร่างของเขาจะถูกชนลอยขึ้นไปในอากาศ

 

 

 

 

“นี่คือสมาคมสายธารดารา ข้าไม่ต้องการที่จะฆ่าเจ้า แต่จะไม่ใช่ในครั้งหน้า”ท่าทีของมูหลินยังคงนิ่งอยู่ขณะพูด ผู้ฝึกตนขั้นอาณาจักรหยวนฝู่ เมื่อเทียบกับผู้ฝึกตนขั้นไหลเวียนโลหิตมันแตกต่างกันเกินไป  แม้ว่าฉินเย่จะเป็นผู้ฝึกตนระดับที่8ของขั้นไหลเวียนโลหิต แต่เมื่อมาอยู่ต่อหน้ามูหลินเขาไม่แม้แต่จะรับมือการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวได้

 

 

 

 

สมาชิกของตระกูลฉินทั้งหมดต่างมีสีหน้าโกรธเกรี้ยวบนใบหน้า ถึงกระนั้น สมาคมสายธารดารา ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะสามารถตอแยได้ ความรู้สึกนี้คือความอัปยศอดสูมันเจ็บปวดอย่างมากที่ต้องอดทน

 

 

 

“เจ้าตัดสินใจว่าอย่างไร?”มูหลินถามขณะที่มองไปทางฉินเหวินเทียน ตราบใดที่ฉินเหวินทียนยอมรับไม่เพียง แต่เขาจะสามารถเอาชีวิตรอดได้ เขาจะกลายเป็นสมาชิกของสมาคมสายธารดาราด้วยเช่นกัน ในมุมกลับมีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะปฏิเสธ

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนหันไปทางฉินเหยาและคนอื่นๆ

 

 

 

 

“เหวินเทียน ตระกูลฉินไม่มีคนขี้ขลาด”ฉินเหยากล่าวอย่างเย็นชา

 

 

 

 

“ตระกูลฉินไม่มีคนขี้ขลาด”เหล่าสมาชิกของตระกูลฉินต่างโห่ร้องดังกังวาน แม้ว่าจะตายพวกก็เขาจะไม่ประสบความอัปยศดังกล่าว

 

 

 

 

“วันแห่งความอัปยศอดสู….หากข้าไม่ตาย ข้าจะจดจำวันนี้ในใจไปจนวันตาย!”ฉินเหวินเทียนเหลือบมองมูหลินในขณะที่เขาหันหลังเดินออกไปจากสมาคมสายธารดารา  หากไม่ใช่มูหลินที่มาหลอกพวกเขาโดยการให้คำมั่นสัญญาว่าจะปลอดภัย และล่อให้พวกเขาเข้าไปในสมาคมสายธาราดา ในตระกูลฉินคงจะไม่อยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้

 

 

 

สมาชิกของตระกูลฉินเดินตามหลังฉินเหวินเทียนในขณะที่พวกเขาจ้องไปที่มูหลินอย่างขุ่นเคือง

 

 

 

 

“เปิดทางให้พวกเขาออกไป อย่าดึงสมาคมสายธารดาราเข้าไปสู่การต่อสู้ของพวกเจ้า”มีกลิ่นอายหนาวเย็นออกมาจากมูหลิน เมื่อเขาหลับตาลงขณะที่เขากล่าวถึงเย่โมและคนอื่นๆที่อยู่ข้างนอก

 

 

 

 

เย่โมและคนอื่นๆก็ถอยกลับไป เปิดทางให้คนตระกูลฉินเดินออกมา ตอนนี้ชีวิตและชะตากรรมของคนตระกูลฉินอยู่ในมือของเขา

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนและคนอื่นๆก้าวออกจากสมาคมสายธารดารา เข้าสู่จัตุรัสสาธารณะอันกว้างใหญ่กับทางเข้าทั้งหมดที่ถูกปิดสนิท ไม่มีทางที่พวกเขาจะสามารถหนีรอดไปได้ในวันนี้

 

 

 

 

“ระหว่างการเดินทางมาที่นี่ เจ้าถามข้าเป็นไปได้ไหมที่เราจะไม่ไปที่นั่น เจ้าเดาตอนจบแล้ว?”ฉินเหวินเทียนถามเบาๆและจ้องไปที่โลวฮ๋วนที่กำลังยืนอยู่ข้างๆเขา

 

 

 

“สมาคมสายธารดาราอยู่โดดเดี่ยวเสมอและจะไม่ยื่นมือไปยุ่งเรื่องผู้อื่นมากเกินไป ถึงกระนั้น พวกเขาก็มีระดับความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัว สมาชิกของสมาคมสายธารดาราทั้งหมดให้ความสำคัญกับความเป็นจริงมากกว่าทฤษฏีและข้ารู้สึกเป็นห่วงว่าสิ่งที่เจ้าเสนอให้พวกเขาอาจไม่เทียบเท่ากับสิ่งที่ตระกูลเย่เสนอได้ แต่ดูเหมือนว่าข้าคิดผิด พวกเขาอยากเรียกเจ้าไปอยู่ข้างพวกเขาทว่าเจ้าปฏิเสธพวกเขา ”

 

 

 

 

เสียงนิ่งสงบของโลวฮ๋วนทำให้ฉินเหวินเทียนรู้สึกอึดอัดใจแทน

 

 

 

 

“ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าเกรงว่าก่อนหน้านี้พวกเขาได้ติดต่อกับตระกูลเย่แล้ว”ฉินเหวินเทียนสูดหายใจเข้าในขณะที่เขากำหมัดแน่น

 

 

 

 

มูหลินมาถึงก่อนที่ตระกูลเย่จะมาในขณะที่ถามว่าถ้าเขายอมรับกับข้อเสนอก่อนหน้านี้ ถ้าเขายอมรับ เขาจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของมูหลินและหากไม่ มูหลินก็จะส่งพวกเขาไปนรกแทน ช่างเลือดเย็นและเหี้ยมโหด

 

 

 

เขาหันไปมองมูหลิน ในขณะนี้บังเอิญมูหลินและสตรีข้างๆเขากำลังยืนอยู่บนเวทีพวกเขายังมองมาที่เขา การจ้องมองของพวกเขาเต็มไปด้วยความดูถูกราวกับว่าพวกเขากำลังเยาะเย้ยต่อความโง่ของเขา

 

 

 

ทหารที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาทั้งหมดได้จัดรูปขบวนแล้วขณะที่ชี้หอกของพวกเขามายังฉินเหวินเทียนและคนอื่นๆขณะที่พวกเขาเจตนาฆ่าฟันอย่างหนักออกมา

 

 

 

 

คนทางซ้ายและขวาของพวกเขาก็เริ่มก้าวไปข้างหน้าด้วย  ในทิศทางของสมาคมสายธารดาราทั้งอาชูร่าหวู่และเย่โมซึ่งเป็นผ็ฝึกตนขั้นอาณาจักรหยวนฝู่ได้บัญชาทหาร

 

 

 

 

“สวรรค์ต้องการให้ตระกูลฉินของข้าพินาศ”ฉินเย่คำรามออกมาด้วยความไม่เต็มใจ  สมาชิกของตระกูลฉินต่างมีสีหน้าหดหู่พวกเขาไม่อาจสามารถหลบหนีจากสถานการณ์เช่นนี้ได้

 

 

 

 

ไกลออกไป ดวงตามากมายเหลือบมองไปในขณะที่ถอนหายใจในใจ ตระกูลฉิน ในวันนี้และวันต่อไปคงไม่เหลืออะไรแต่สิ่งที่จะเหลือก็คือประวัติศาสตร์

 

 

 

 

โลวฮ๋วน เงยหน้าขึ้นมองไปในอากาศมีนกอินทรีสีดำบินวนอยู่ หากตระกูลฉินต้องพินาศลงวันนี้จริงๆสำนักจักรพรรดิดาราจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะพาฉินเหวินเทียนหนีไป

 

 

 

 

มือของฉินเหวินเทียนกำสิ่งของที่ลุงเฮยให้มาไว้แน่นและพลังดวงดาราในร่างกายเขากำลังค่อยๆถูกผสมลงไป ในขณะนี้เย่โมโบกมือ แสดงว่าการสังหารหมู่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้สีหน้ามุ่งมั่นพลันปรากฏบนใบหน้าของเหล่าคนตระกูลฉิน ตอนนี้ พวกเขาได้เพียงแต่วิ่งออกไปพร้อมกับความหวังทั้งหมดว่าจะสู้ได้ ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของพวกเขา ทว่าทันใดนั้น ประกายแสงโชติช่วงระเบิดออกมาอย่างฉับพลันจากร่างกายของฉินเหวินเทียน

 

 

 

ร่างกายของฉินเหวินเทียนทั้งหมดกำลังถูกกัดกร่อน ในขณะที่วานรอสูรยักษ์เต็มไปด้วยกลิ่นอายป่าเถื่อนและเกรี้ยวกราดออกมา ดูเหมือนมันออกมาจากที่ไหนก็ได้ ร่างของเหวินเทียนค่อยๆจางหายไปแปรเปลี่ยนเป็นเงาภายในร่างกายของสัตว์ที่ถูกเรียกออกมา

 

 

 

 

หนัก แต่เต็มไปด้วยพลังอันไร้ขีดจำกัดนี่คือสิ่งที่ฉินเหวินเทียนรู้สึกตอนนี้ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่มีอยู่อย่างมหาศาล แต่ปัจจุบันเขา ราวกับลูกศรที่พุ่งมาไกลจนหมดแรงแล้ว มันยากที่เขาจะสามารถรับภาระนี้ได้ ถึงกระนั้นฉินเหวินเทียนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกัดฟันไว้แน่นและอดทนต่อไป

 

 

 

 

“ตูมม..”ฉินเหวินเทียนก้าวไปข้างหน้าด้วยความลำบากมากทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังของการก้าวเดินดังกล่าวทำให้ผู้คนตกตะลึงรวมถึงสมาชิกของตระกูลฉินด้วยเช่นกัน  การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันทำให้พวกเขาทุกคนไม่ทันตั้งตัว

 

 

 

 

“ตูม….ตูม…”วานรอสูรยักษ์เริ่มวิ่งพรวดออกไปและฝ่ามือขนาดใหญ่กระแทกลงบนกลุ่มทหารโดยตรงทำให้เกิดเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวทุกที่

 

 

 

พลังของฝ่ามือ สร้างเสียงอึกทึกขณะที่กระแทกผ่านอากาศแยกพื้นดินขณะเลือดสดๆพลันพุ่งออกมา มนุษย์ที่ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตอยู่ได้ถูกทุบตายด้วยพลังของฝ่ามือ พลังของฝ่ามือเพียงฝ่ามือเดียวสามารถเทียบได้กับแรงกดดันที่ปล่อยออกมาโดยซานไท้(น่าจะหมายถึงซาน)

 

 

 

 

วานรอสูรพุ่งไปข้างหน้ากางมือออกมาเป็นรูปร่างของค้อนสวรรค์ ทันทีที่มันเคลื่อนไหวก็พลันระเบิดออกมาทันที ทำให้เนื้อและเลือดสดๆระเบิดขึ้นไปย้อมท้องนภาให้กลายเป็นสีแดงฉาน คนทั้งหมด4-5คนถูกสังหารกลายเป็นเนื้อบดทันที

 

 

 

 

ฉากสังหารอันโหดร้าย ทำให้หัวใจของสมาชิกตระกูลฉินสั่นระรัว เพียงเห็นร่างกายของวานรอสูร ที่ในขณะนี้กำลังกวัดแกว่งกระบวนท่าค้อนสวรรค์ที่สลับซับซ้อนสังหารผู้คน

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนไม่ได้มีพลังเหลือมากนักในร่างกายเพื่อประคองภาระหนักนี้  เขาสามารถบีบพลังทั้งหมดออกมาได้ใช้วิชาค้อนสวรรค์เพื่อทะลวงผ่านขีดจำกัดก่อนหน้านี้ของเขาสังหารศัตรูของเขาทั้งหมด

 

 

 

 

สถานที่ใดที่วานรอสูรผ่านชีวิตทั้งหมดต่างย่อยยับทำให้คนของเย่โมเริ่มตื่นตระหนก ผู้ฝึกตนขั้นไหลเวียนโลหิตเริ่มพยายามที่จะหนี เนื่องจากไม่มีใครสามารถทนการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวของวานรอสูรได้

 

 

 

 

ไกลออกไป…ขณะที่เย่หม่าและสมาชิกคนอื่น ๆ ของสำนักจักรพรรดิดาราที่กำลัง ต่างตกใจที่เห็นเงาของฉินเหวินเทียนอยู่ในร่างของวานรอสูร

 

 

 

 

“นี่น่าจะเป็น……อสูรสงครามที่เรียกออกมาโดยผูอัญเชิญดวงดารา?”เย่หม่ากำลังสั่นเทา นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไรฉินเหวินเทียนอยู่เพียงขั้นฝึกกายและมีจิตดาราเพียงดวงเดียวเท่านั้น วานรอสูรนี้มาจากไหน? และตามความเข้าใจของเย่หม่า ในประเทศฉู ไม่มีใครที่มีความสามารถพอที่จะกลั่นจิตดาราจากหมู่ดาวอัญเชิญได้ เรื่องนี้เกินความเข้าใจของเขา

 

 

 

 

“ตาย!”ในขณะนี้ ฉินเย่พุ่งไปข้างหน้า ทำให้การแสดงออกเอื่อยเฉื่อยของคนตระกูลฉินหายไปขณะที่พวกเขารู้สึกขึ้นและเริ่มโจมตีทหารรอบตัวพวกเขา

 

 

 

 

“ภาระนี้ไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายของเขาจะสามารถทนได้นาน ไปช่วยเขากัน”เย่หม่าวิ่งพุ่งเขาไปราวกับพายุเฮอริเคนในขณะที่สมาชิกของสำนักจักรพรรดิดาราก็เริ่มเข้าร่วมการต่อสู้นี้

 

 

 

ในฐานะที่เป็นวานรอสูรมันทำลายเหล่าทหารที่ขวางทางมันได้อย่างรวดเร็วจนก็มาถึงเย่โมและอาชูร่าหวู่ทำให้แววตาทั้งคู่กิ่วแคบลงขณะที่ทั้งคู่ได้ปลดปล่อยจิตดาราออกมา

 

 

 

 

ด้วยพลังที่มากมายของค้อนสวรรค์วานรอสูรได้ฟาดมันไปยังเย่โม  เย่โมรวบรวมพลังดวงดาราในร่างกายของเขาทั้งหมด เขาเหมือนกับเหยี่ยวแห่งทิศอุดรโผเข้าหาเหยื่อ ฝ่ามือของเขาโจมตีออกไปเปลี่ยนเป็นยอดขุนเขา ทันใดนั้นมันระเบิดอย่างแรง มันสามารถทะลวงทุกการป้องกันตรงไปยังค้อนขนาดใหญ่อันนั้น

 

 

 

 

“ตูม!!” ยอดเขาพังทลายลงในขณะที่เย่โมลอยขึ้นไปบนอากาศ ด้วยแรงกระแทกทำให้ร่างของเย่โมปลิวลอยลงไปในสมาคมสายธารดารา

 

 

 

 

“แข็งแกร่งเย่โม ผู้ที่อยู่ขั้นหยวนฝู่”การแสดงออกของฝูงชนสั่นคลอน พวกเขาเห็นเพียงแต่วานรอสูรพุ่งตรงไปหาเย่โม ทันใดนั้นปีกได้งอกขึ้นมาที่หลังของเย่โมขณะที่เขาพุ่งขึ้นไปในอากาศ จากนั้นเขาเห็นวานรอสูรได้กระทืบเท้าอย่างแรงลงไปบนพื้นทำให้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างมหาศาลในขณะที่ที่อาคารทั้งหมดของสมาคมสายธารดาราสะเทือนก่อนที่เขาจะใช้แรงนั้นส่งร่างกายขึ้นไปในอากาศกวัดแกว่งค้อนสวรรค์โจมตีออกไป

 

 

 

 

“ตุบ”เสียงดังสนั่นออกมาราวกับเสียงฟ้าร้อง ร่างของเย่โมถูกทุบตกลงมายังพื้นดินขณะที่สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นซีดเซียว ม่นานหลังจากนั้นร่างของวานรอสูรก็ตกลงมาคุกเข่าที่พื้นราวกับว่ามันไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นยืนแล้ว

 

 

 

 

“ตายซะ!!” มีเสียงของมนุษย์เล็ดลอดออกมาจากลำคอของวานรอสูร.. นี่คือเสียงของฉินเหวินเทียน เหล่าผู้ชมต่างเห็นวานรอสูรกำลังลุกขึ้นตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธและเจตนาฆ่าฟัน ในขณะที่มันก้าวยาวไปยังเย่โม

 

 

 

 

สีหน้าของเขาตอนนี้ไร้เลือด เย่โมมองเงาขนาดมหึมาตรงหน้าเขาและกล่าว”ฉินเหวินเทียน หากเจ้ากล้าที่จะฆ่าข้า ทั้งฉินชวนและฉินหวู่จะถูกฝังพร้อมกับข้า”

 

 

 

 

“ตูมม”

 

 

 

 

แม้แต่เสียงของเขาก็ยังไม่ได้จางหายไป ค้อนสวรรค์ได้ทุบลงก่อนก่อนที่มันจะเปลี่ยนกลับเป็นแสงดวงดาราและหายไปในความว่างเปล่า เย่โมถูกทุบก่อนที่จะรู้สึกตัวเสียอีกขณะที่ร่างของเขานั้นแหลกเหลวลงเศษเนื้อของเขาลงไปกองอยู่กับเลือด

 

 

 

 

การก้าวเดินหนักๆของวานรอสูรที่กำลังเดินไปยังทางออกของสมาคมสายธารดาราทำให้จ้องมองของทุกคนต่างตราตรึงไปที่ร่างมัน

 

 

 

 

“ย๊ากกกกกกกกกก” เสียงโหยหวนที่เต็มไปด้วยความโกรธทำให้อาชูร่าหวู่ทะยานผ่านอากาศบินหนีไปในขณะที่ท่าทางเขาแปรเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด  เมื่อคนอื่นๆได้เห็นการตายของเย่โมและการหลบหนีของอาชูร่าหวู่ พวกเขาก็ไม่มีโอกาสที่จำส็ต่อเพื่อตำแหน่งยศอีกแล้วทั้งหมดต่างก็หนีออกมา

 

 

 

 

เดิมที ฉินเย่และคนอื่นๆก็อยากจะไล่ตามทหารไปแต่ฉินเหวินเทียนผู้ซึ่งใช้กำลังของเขาจนหมดตัวได้ล้มพับลงบนพื้นขณะที่เขาออกมาจากร่างวานรอสูร

 

 

 

 

“เหวินเทียน”ฉินเหยาร้องไห้ออกมาด้วยความกังวลในขณะที่นางรีบวิ่งเขาไปหาฉินเหวินเทียน ในขณะนี้ วานรอสูรได้หันศีรษะของมันมองไปที่ร่างของฉินเหวินเทียนในขณะที่ท่าทีของมันส่องประกายและภายใต้การเฝ้ามองที่หวาดกลัวของฉินเหยา วานรอสูรยักษ์ก็นั่งลงแบกฉินเหวินเทียนผู้ที่ไม่ได้สติขึ้นมาในขณะที่รอยยิ้มใจดีโผล่ออกมาบนใบหน้าของมัน แววตาของวานรอสูรเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความรักและความอ่อนโยน

 

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย