0 Views

เสียงควบม้าดังเต็มไปในอากาศขณะที่พวกเขาวิ่งไปยังฉินเหวินเทียนและเหล่าศิษย์จากสำนักจักรพรรดิดารา เย่โมไม่ได้เคลื่อนไหว สายตาเขาจับจ้องไปที่เย่หม่า เนื่องจากการแทรกแซงของเย่หม่าเป็นเพียงการตัดสินใจส่วนตัวจึงไม่จำเป็นต้องสุภาพกับเขา

 

 

 

ฉินเหวินเทียนไตร่ตรองภาพแวดล้อมรอบๆเขา  จำนวนคนของเย่โมยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในขณะที่สำนักจักรพรรดิดารามีเพียงคนมากกว่าสิบคนหน่อยๆดูเหมือนว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะไม่ได้ชนะง่ายๆ

 

 

 

 

“ซาน”สตรีที่น่าหลงใหลที่อยู่ข้างๆฉินเหวินเทียนกล่าวออกมาและทันใดนั้นเงาร่างสูงใหญ่และแข็งแกร่งวิ่งไปข้างหน้าปลดปล่อยจิตดาราของเขา บนหน้าผากของเขาเงาของสองจิตดาราก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้น เงาแรกคือลิงอสูรปล่อยเจตนาฆ่าฟันที่น่าพรันพรึงออกมาราวกับว่าการปรากฏตัวนั้นทำให้มันกระปรี้กระเปร่า การปรากฏตัวครั้งที่สองคือมนุษย์หิน

 

 

 

 

“การผสมผสานจิตดารานี้จะเพิ่มพลังป้องกันให้เขาอย่างมาก”ดวงตาของฉินเหวินเทียนหดลง จิตดาราลิงอสูรและจิตดารามนุษย์หิน เห็นได้ชัดเมื่อรวมกันแล้วจะเป็นการป้องกันที่มิอาจทลายได้ ไม่เพียงเท่านั้นพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นก็มิอาจดูแคลนได้ ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ จะพิจารณาประสิทธิภาพการผสานจิตดาราของพวกเขาอย่างรอบคอบ

 

 

 

 

ผู้เยาว์ที่ชื่อว่า”ซาน”ทุบหมัดของเขาลงบนพื้นและทันใดนั้นคลื่นที่น่าสะพรึงกลัวก็ไหลบ่าไปสู่กองทหารทำให้เกิดการระเบิดอย่างบ้าคลั่งในพื้นดิน การระเบิดเหล่านี้สร้างหลุมบ่อขนาดใหญ่ซึ่งทำให้ม้าศึกแผดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว

 

 

 

 

ถึงกระนั้น ก็ยังมีผู้ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บจากแผ่นดินไหวขนาดเล็ก เหล่าผู้ขี่ม้าได้นำม้าศึกวิ่งตรงไปยังซานจากด้านข้าง พวกเขาเห็นเพียงซานกระทืบเท้าลึกลงไปในพื้นดิน ร่างกายของเขายืนสูงตระหง่านและตั้งตรงคล้ายกับขุนเขาจริงๆ

 

 

 

 

หอกยาวส่งเสียงเล็กแหลมผ่านอากาศมุ่งเป้าไปที่ศีรษะของซาน ถึงกระนั้นเขาไม่ได้แสดงการตื่นตกใจแม้แต่น้อยซานคว้าหอกด้วยมือทั้งสองข้างของเขาขณะที่ร่างของเขากระแทกเขากับม้าศึก แรงปะทะอันน่าสะพรึงกลัวนั้นไม่สามารถขยับร่างของเขาได้แม้แต่นิดเดียว

 

 

 

 

“ช่างเป็นพลังป้องกันที่น่ากลัวอันใดเช่นนี้”ฉินเหวินเทียนอุทานออกมาในใจขณะที่เขาเห็นว่าซานทำลายทั้งหอกและคนใช้จนลงบนพื้นดิน เลือดสดๆพลันทะลักออกมาทำให้ม้าศึกวิ่งหนีออกไปด้วยความหวาดกลัว สิ่งนี้ทำให้เกิดความสับสนภายในกลุ่มทหารที่อยู่ใกล้ ๆให้ความรู้สึกว่าเพียงเขาคนเดียวสามารถต้านทานคนนับหมื่นได้

 

 

 

 

การต่อสู้ปะทุขึ้นในทิศทางอื่นเช่นกัน ฉินเหวินเทียนได้เห็นว่ามีคนที่กลั่นจิตดาราไว้สองชนิดทั้งคู่รวมเป็นหนึ่งในร่างกายของเขาและปล่อยปราณดาบที่น่ากลัวออกมา เมื่อใดก็ตามที่เขาผ่านไปทางใด เลือดสดๆจะตกแต่งท้องนภาราวกับสายฝนที่ตกลงมา

 

 

 

 

พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ฝึกตนที่เปิดประตูดวงดาราสองบานและอยู่ในขั้นไหลเวียนโลหิต สำนักจักรพรรดิดารายอมรับอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะอย่างแท้จริงเท่านั้น

 

 

 

 

ถึงกระนั้นเย่โมก็ยังมีจำนวนมากกว่าและไม่คำนึงถึงทุกสิ่งทุกอย่างมันยังคงมีปลาที่หนีรอดออกมาได้บ้าง พวกเขาควบม้าตรงไปยังฉินเหวินเทียนทว่าก็เห็นเพียงสตรีที่น่าหลงใหลข้างๆเขายิ้มเบา ๆขณะที่ฝ่ามือของนางโจมตีออกมาอย่างรุนแรง

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนเห็นเพียงเงาวูบวาบของแส้ก่อนที่ร่างบนหลังม้าจะถูกตวัดลอยไปในอากาศทันที พวกเขาตายก่อนที่พวกเขาจะตกลงพื้น แส้นี้คมราวกับดาบเพียงการโจมตีแค่ครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะสังหารแล้ว

 

 

 

 

“ศิษย์น้อง เจ้าต้องออกไปจากที่นี้”แขนของสตรีคล้องๆรอบคอของฉินเหวินเทียน เนื่องจากระยะห่างระหว่างภาพลักษณ์ที่น่าหลงของสตรีที่งดงามอยู่ห่างจากฉินเหวินเทียนเพียงครึ่งก้าวเท่านั้นจึงทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาสบถออกมาอย่างเงียบๆสตรีที่มีเสน่ห์เหล่าต่างนี้เป็นปีศาจอย่างแท้จริง

 

 

 

 

“ไปเลย หากเจ้าอยู่ที่นี้ มันจะส่งผลต่อกระทบเราเท่านั้นเมื่อเราต่อสู้”โลวฮ๋วนกล่าวต่อ ฉินเหวินเทียนพยักหน้าเบาๆ เขารู้ว่าความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้จะเป็นแค่ภาระเท่านั้น

 

 

 

“ไป”ฉินเหวินเทียนตัดสินใจเลือกทิศทางที่มีศัตรูน้อยและพุ่งต่อไปทางนั้น

 

 

 

 

“พี่หญิงจะปกป้องเจ้า”โลวฮ๋วนตามไปในขณะที่นางตวัดแส้ ทันใดนั้นพลันปรากฏเส้นทางแห่งความตายทะลุงผ่านทหารที่ขวางทางฉินเหวินเทียน

 

 

 

“หยู่เฟยเจ้าระวังหลัง”

 

 

 

 

“ได้”ผู้เยาว์ได้กระโดดกวัดแกว่งดาบไปในอากาศล่อนลงไปยังด้านหลังของโลวฮ๋วน ประกายแสงของดาบเพียงไม่กี่แสงก็กำจัดผู้ที่ไล่ตามพวกเขาออกไป

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนวิ่งออกไปอย่างบ้าคลั่งไม่หันศีรษะมามองการต่อสู้แม้แต่น้อย หลังจากที่ได้เห็นความแข็งแกร่งของศิษย์ในสำนักจักรพรรดิดาราเขารู้สึกว่าเขาไม่มีความหมายอะไรเลย ไม่ว่าเขาจะพยายามเปรียบเทียบตัวเองกับซานหรือหยู่เฟย ตราบใดที่พวกเขาเข้าสู่การต่อสู้ พวกเขาจะสังหารคู่ต่อสู้ของพวกเขาในขั้นฝึกกายไม่ว่าจะมีกี่คนพวกเขาก็จะถูกฝัง เฉพาะผู้ที่อยู่ในขั้นไหลเวียนโลหิตเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติปะทะกับพวกเขา

 

 

 

 

“ศิษย์น้อง เราจะไปไหนกัน?”โลวฮ๋วนตามฉินเหวินเทียนมาติดๆราวกับว่านางกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหน้าบ้าน นางไม่จำเป็นต้องตั้งใจออกแรงอันใดนางก็สามารถตามฉินเหวินเทียนได้อย่างง่ายดาย

 

 

 

 

“ผู้อาวุโสเย่หม่าและศิษย์พี่คนอื่น ๆ พวกเขาจะรับมือกับศัตรูได้ไหม?”ฉินเหวินเทียนถาม

 

 

 

 

“ไม่ ในหมู่พวกเรา นอกจากท่านอาจารย์เย่หม่าที่อยู่ใจขั้นอาณาจักรหยวนฝู่ คนที่แข็งแกร่งที่สุดยู่ที่ระดับ 7 ของขั้นไหลเวียนโลหิตเท่านั้น ฝ่ายตรงข้ามของเราเย่โมนอกเหนือจากการเป็นผู้ฝึกตนขั้นอาณาจักรหยวนฝู่ก็ยังคงมีคนที่อยู่ในขั้นไหลเวียนโลหิตมากมายอยู่ใต้บัญชาและพวกเขาเหล่านั้นยังไม่ได้แข็งแกร่งมาก ตราบใดที่มีคนที่อยู่ในขั้นอาณาจักรหยวนฝู่อีกหนึ่งคนปรากฏตัว สถานการณ์ในฝั่งเราจะแย่ลงทันที เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เหล่าคนของสำนักจักรพรรดิดาราของเราจะหลบหนีก่อนเป็นอันดับแรก”

 

 

 

 

ถึงแม้โลวฮ๋วนจะวิ่งเร็วเท่าฉินเหวินเทียนคำพูดของนางก็ยังคงพูดออกมาอย่างชัดเจน นางเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าผู้ฝึกตนขั้นอาณาจักรหยวนฝู่นั้นน่ากลัวอย่างแท้จริงและไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากผู้ฝึกตนขั้นอาณาจักรหยวนฝู่อีกคนปรากฏตัว ศิษย์พี่ศิษย์น้องของนางจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหนีอย่างเดียว พวกเขาต้องหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนพยักหน้าเบาๆขณะที่เขากล่าว”ขอบคุณ”

 

 

 

 

เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ได้ปรากฏตัวขึ้นที่นครประสานนภาเพื่อช่วยชีวิตเขา พวกเขาแบกความเสี่ยงอย่างมาก

 

 

 

 

โลวฮ๋วนหัวเราะขณะที่นางถาม“แล้วพวกเราจะไปที่ไหนกัน?”

 

 

 

 

“สมาคมสายธารดารา”ฉินเหวินเทียนตอบ ทำให้การแสดงออกของโลวฮ๋วนเปลี่ยนไป นางถามอีกครั้ง”เจ้าจะเข้าสมาคมสายธารดารา?”

 

 

 

 

“ไม่ แต่ข้ารู้จักนายช่างใหญ่ในสมาคมสายธารดาราและเขาสัญญากับข้าว่าเราจะสามารถหาที่หลบภัยได้ที่นั่น”ฉินเหวินเทียนตอบ

 

 

 

 

ราวกับว่านางกำลังขบคิดอะไรบางอย่าง การแสดงออกของโลวฮ๋วนส่องประกายาง ๆ ก่อนที่นางจะตอบ”เป็นไปได้ไหมที่เราจะไม่ไปที่นั่น?”

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนประหลาดใจกับคำตอบของโลวฮ๋วนเขามองไปที่นางก่อนที่จะกล่าว”คนอื่นในครอบครัวข้าอาจอยู่ที่นั่นและยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากนครประสานนภาถูกปิด สมาคมสายธารดาราเป็นสถานที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวที่เราสามารถหาที่หลบภัยได้”

 

 

 

 

โลวฮ๋วนหยุดการสนทนาและตามไปข้างๆฉินเหวินเทียนมุ่งตรงไปยังสมาคมสายธารดาราโดยไม่มีการพัก

 

 

 

 

ฉินเหวนเทียนมาถึงสมาคมสายธารดารา ผลของวิชาฝั่งเข็มหายไปความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ทำให้ฉินเหวินเทียนต้องการที่จะหลับแต่ในขณะนี้เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

 

 

 

 

ภายในสมาคมสายธารดารา…ทั้งฉินเฮอ ฉินเย่และคนอื่น ๆ ก็มาถึงแล้วแต่เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้จำนวนเหลือเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ส่วนใหญ่นั้นตายเกิดจากการที่ผู้พิทักษ์เสียสละตัวเอง สละชีวิตของพวกเขาเพื่อแลกกับความปลอดภัยของสมาชิกในตระกูล ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถรอดมาได้ร่างกายของพวกเขาก็บาดเจ็บหนักอยู่ดี

 

 

 

 

“เหวินเทียน”ฉินเย่และคนอื่นๆรีบวิ่งไปทันทีเมื่อเห็นฉินเหวินเทียนเข้ามาในสมาคมสายธารดารา

 

 

 

 

“เจ้ามีข่าวใหม่อันใดที่เกี่ยวกับลุงสองไหม?”ฉินเย่ถาม

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนส่ายหัว ทำให้สีหน้าของฉินเย่และฉินซางขาวซีดลง

 

 

 

 

“ดูเหมือนการคาดการณ์ของข้าจะถูกต้องบ้านตระกูลฉินถูกทำลายไปหมดแล้ว”จากด้านข้างเสียงเหน็บแนมเล็กแหลมดังออกมา

 

 

 

 

หลินเย่วอยู่ที่นี่ในวันนี้เพื่อมาเอาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของนางและได้เห็นสภาพที่เศร้าโศกของตระกูลฉิน นางช่วยอันใดไม่ได้แต่นางใสเกลือลงไปในบาดแผลของพวกเขาแทน

 

 

 

 

เสียงฝีเท้าดังขึ้น ทีละก้าว ทีละก้าว  ฉินเหวินเทียนเดินช้าไปยังหลินเย่วด้วยสายตาอันเย็นชาซึ่งเปล่งประกายความแหลมคมราวกับดาบออกมา ใบหน้าของหลินเย่วพลันแข็งทื่อขณะที่นางถาม”การทำลายล้างตระกูลของเจ้าไม่ได้เกิดขึ้นจากข้า เหตุใดเจ้าจึงโกรธข้า?”

 

 

 

 

“ไปซะ!”ฉินเหวินเทียนถ่มน้ำลายออกมา ทำให้หลินเย่วเหวอ ไปซะ? สุนัขจรจัดจากตระกูลที่พ่ายแพ้ กล้าที่จะไล่ให้นางออกไป? ถึงกระนั้นความขุ่นเคืองของนางถูกแรงกดดันที่ฉินเหวินเทียนส่งออกมาทำให้หัวใจของนางสั่นเทาไปด้วยความตื่นตระหนก

 

 

 

 

“อาจารย์ใหญ์ ฟานซือ”ในขณะมาถึงแล้ว หลินเย่วเผยสีหน้าของความสุขขณะที่นางวิ่งไปหาเขา

 

 

 

 

“ไปให้พ้น”ก่อนหลินเย่วจะถึงฟานซือ นางได้ยินเสียงอันเย็นชาของฟานซือดังออกมา หลินเย่วหยุดชะงั้นในขณะที่สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นขาวซีด

 

 

 

 

ฟานซือ ไม่พอใจอย่างมาก ขณะนี้เข้าอยู่ในอารมณ์น่ากลัวและไม่มีเวลาที่จะสนใจหลินเย่ว เขาไม่สนใจนาง เขาเดินเข้ามาหาฉินเหวินเทียนและได้กล่าวต้อนรับเขา “นายน้อยเหวินเทียน ท่านมาถึงแล้ว”

 

 

 

 

“อาจารย์ใหญ่มูหลินได้ปิดประตูอยู่อย่างสันโดษเพื่อสร้างและปรับแต่งอาวุธ เขาจะออกมาในไม่ช้า ขอเชิญทุกท่านติดตามข้าไปที่ห้องโถงใหญ่เพื่อพักผ่อน”ฟานซือสุภาพอย่างมาก  ทำให้ดวงตาของหลินเย่วเบิกกว้างด้วยความตกใจขณะที่นางยืนอยู่ที่ด้านข้าง ฉินเหวินเทียนและคนอื่นๆพยักหน้าอย่างสุภาพเป็นการตอบตกลง พวกเขาเดินไปทางด้านข้างเพื่อพักผ่อน แต่บรรยากาศภายในยังคงมืดมัว ไม่มีใครรู้ในเรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉินชวนและคนอื่น ๆ ที่ยังคงต่อสู้อยู่ที่บ้านตระกูลฉิน

 

 

 

 

“ทำไมเจ้ายังอยู่ที่นี่? ไปซะ ในอนาคตไม่ต้องมาหาข้าอีก”ฟานซือไม่สนในมองความอัปยศอดสูในสายตาของหลินเย่วขณะที่เขาพูดอย่างรุนแรง

 

 

 

หลายคนในสมาคมสายธารดาราจ้องที่สมาชิกของตระกูลฉินขณะที่ถอนหายใจในใจ ครั้งหนึ่งตระกูลฉินที่น่าประทับใจที่สามารถควบคุมวายุและเมฆาได้ บัดนี้กำลังถูกแขวนคอด้วยเชือกที่มืดมนที่สุด

 

 

 

 

เวลาผ่านไป….มูหลินก็ยังคงไม่ออกมา เสียงที่ดังสนั่นของม้าก็ดังมาจากข้างนอกขณะที่กองทหารหยุดห่างจากสมาคมสายธารดารา100เมตร เย่โมและทหารของเขามาถึงแล้วและหลังจากลงจากม้า พวกเขามาถึงทางเข้าของสมาคมสายธารดารากำลังเผชิญหน้ากับสมาชิกของตระกูลฉิน เมื่อสายตาของพวกเขาได้ปะทะกับพลันปรากฏความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวเต็มไปในบรรยากาศ

 

 

 

เสียงควบม้าดังสนั่น ทุกคนที่อยู่ภายใต้บัญชาของเย่โม รวมทั้งอาชูร่าหวู่ก็มาด้วย

 

 

 

 

สมาชิกของตระกูลฉินทุกคนต่างรู้สึกหนักๆในใจ

 

 

 

 

“ทุกคน ขอโทษที่ต้องให้รอ”ในขณะนี้เสียงเสียงที่ชัดเจนและเถรตรงดังออกมา มูหลินซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำแผนกสมาคมสายธารดารามาถึงพร้อมกับสตรีที่หยิ่งยโสที่อยู่เคียงข้างเขาเสมอ

 

 

 

 

“ฉินเหวินเทียน ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับข้อเสนอเมื่อก่อนหน้านี้ของข้ารึยัง?”มูหลินยิ้มขณะที่เขาถามด้วยท่าทางอ่อนโยนทำให้ทุกคนรอบต่างรู้สึกสบายและผ่อนคลาย

 

 

 

 

“ข้อเสนอ?”ฉินเหวินเทียนงง

 

 

 

 

“เรื่องเกี่ยวกับการเข้าร่วมสมาคมสายธารดาราและการเป็นศิษย์ของข้า”

 

 

 

 

“อาจารย์ใหญ่มูหลิน ข้าคิดว่าท่านบอกว่าเราจะเป็นแขกรับเชิญของสมาคมสายธารดารา?”ความไม่เข้าใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉินเหวินเทียน

 

 

 

 

“ไม่ ไม่…..ประธานได้พูด เขาตัดสินใจที่จะไม่รับแขก คงจะดีกว่าสำหรับเจ้าที่จะพิจารณาข้อเสนอก่อนหน้านี้ของข้า”มูหลินยังคงยิ้มขณะที่เขาอธิบาย

 

 

 

 

แววตาของโลวฮ๋วนที่อยู่ข้างๆฉินเหวินเทียนหดแคบ ตอนนี้นางเข้าใจสถานการณ์แล้วนางขยับปากของนางไปใกล้หูฉินเหวินเทียนแล้วกระซิบ”เจ้ามีสิ่งที่พวกเขาต้องการอยู่ในมือ? ด้วยสถานะของแขกพวกเขาไม่ได้มีอำนาจผูกมัดเจ้า แต่เมื่อเจ้าเข้าร่วมสมาคมสายธารดาราแล้วเจ้าจะต้องทำในสิ่งที่พวกเขาพูด”

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนไม่ได้โง่คนของตระกูลฉินก็เช่นกัน ในขณะนี้หัวใจของพวกเขาเย็นเยือกขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของมูหลิน รอยยิ้มนั้นเป็นเหมือนงูพิษที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว

 

 

 

 

เห็นได้ชัดว่ามูหลินตั้งใจถ่วงเวลาที่จะเขาปรากฏตัวรอทหารของเย่โมมาถึงและบังคับให้สมาชิกของตระกูลฉินหมดหนทางเมื่อเขาเดินออกไปพวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมทำตามความต้องการของเขา

 

 

 

 

“ช่างเป็นสหายที่เจ้าเลห์นัก”ฟานซือว่ากล่าวอย่างเงียบๆในใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธ  เขาเคยคิดว่าเขาไม่ใช่คนดีแต่เมื่อเทียบกับมูหลินมันราวกับคนละโลกเลยทีเดียว เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นคน “ไร้เดียงสา” นั้นเป็นเหตุว่าทำไมเขาจึงรู้สึกแย่มาก มันเป็นเพราะตาประทับศักดิ์สิทธิ์ระดับสองที่ฉินเหวินเทียนให้เขาถูกยืมไปโดยมูหลิน เมื่อเขาบอกให้มูหลินคนตราประทับศักดิ์สิทธิ์ให้เข้าในวันนี้มูหลินได้ปฏิเสธทำให้ฟานซือต้องเจ็บใจ

 

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย