0 Views

ฉินเหวินเทียนทิ้งหอกยาวในมือลงอย่างไม่ลังเลทันที นักเดินทางผู้โดเดี่ยวจะถือหอกยาวศักดิ์สิทธิ์? มันสะดุดตามากเกินไปและจะช่วยให้ผู้ไล่ล่าเขาสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของเขาได้อย่างง่ายดายโดยการถามผู้ที่ไร้เดียงสา

 

 

 

ฉินเหวินเทียนจะไม่ปล่อยให้ความภาคภูมิใจมาทำให้ตนเองยโสถือตัวเพียงเพราะเขาสังหารผู้ฝึกตนขั้นไหลเวียนโลหิตไปหลังจากที่ฝ่ายตรงข้ามของเขาเป็นเพียงผู้ฝึกตนปกติและมีพลังจำกัด หากฝ่ายตรงข้ามที่เขากำลังเผชิญแข็งแกร่งกว่าคนที่เขาสังหารก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยมันจะไม่มีทางใดที่เขาจะชนะได้แม้ว่าเขาจะมีหอกยาวแต่ตอนจบก็ยังคงเหมือนเดิมคือความตาย

 

 

 

หลังจากทิ้งหอก ฉินเหวินเทียนซื้อเสื้อคลุมจากร้านค้าในถนนและซ่อนชุดเดิมของเขาไว้ด้านใน ขณะที่ฉินเหวินเทียนเดินไปตามถนน เขาเห็นคนไล่ล่าเขากำลังค้นหาเขาทั้งด้านบนและล่าง ทำท่าทีเฉยเมยราวกับว่าเขาอยู่ที่นั่น ฉินเหวินเทียนดินเข้าไปในถนนเปิดเผยหลบหนีเข้าไปในตรอกซอกซอยเมื่อจำเป็น

 

 

 

แต่ฉินเหวินเทียนรู้สึกหดหู่อย่างมากเขาค้นพบว่าบริเวณนี้ถูกปิดผนึกโดยคนจากตระกูลเย่และตระกูลไป๋และผู้ไล่ตามเขาก็เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ปิดกั้นทางเข้าทั้งหมด มีหลายครั้งที่เขาต้องย้อนกลับไปครึ่งทางก่อนที่เขาจะจำได้ การหลบหนีออกจากบริเวณนี้ก็ยากเหมือนกับการจะขึ้นไปบนสวรรค์

 

 

 

“ปิดทางเข้าและส่งคนบางส่วนไปตระเวนตามถนน ด้วยวิธีนี้มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นก่อนที่พวกเขาจะหาข้าเจอ”ในขณะนี้ฉินเหวินเทียนกำลังพิงกำแพงหนาขณะที่มือของเขาเล่นของที่มีรูปร่างดวงดาราที่ลุงเฮยได้ให้เขา เขาไม่รู้ว่ามันใช้เพื่ออะไรแต่เขารู้ดีว่าไม่มีทางใดที่ลุงเฮยจะมอบของที่ไร้ประโยชน์ให้แก่เขา

 

 

 

ในขณะนี้เสียงฝีเท้าเบาๆสามารถได้ยินมันกำลังมาใกล้เขา จากมุมสายตาในขณะที่เขาเห็นร่างคนหนึ่งเดินช้าๆมาทางเขา ฉินเหวินเทียนก็เต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะฉินเหวินเทียนก้มศีรษะไว้มันเลยปลุกความสงสัยของคนที่ใกล้เข้ามาทำให้มันตะโกนขึ้น”เงยหน้าขึ้นมา!”

 

 

 

ฉินเหวินเทียนไม่สนใจคำสั่งและเมื่อฝ่ายตรงข้ามเข้ามาใกล้ร่างของเขากำพลันเกิดพลังดวงดาราหมุนวนรวมตัวกันในร่างกายของเขา ทันใดนั้นฉินเหวินเทียนก็เงยหน้าขึ้นและเคลื่อนไปโจมตี เสียงหวีดหวิวดังออกไปในอากาศ เขากวาดหอกออกไปในแนวนอนเตรียมที่จะผ่าผ่านลำคอของฝ่ายตรงข้าม ในขณะนี้ใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามของเขาก็ปรากกฏขึ้นมา

 

 

(TL:หอกมาจากไหน= = ผู้แปลอิ้งเขาบอกว่าก็ไม่รู้เหมือนกัน55)

 

 

“ลุงสอง”ฉินเหวินเทียนหายใจเข้าด้วยความตกใจคนนี้คือฉินเฮอขาไม่เคยคาดคิดว่าฉินเฮอจะไล่ตามเขามาทันทีหลังจากที่ฉินเหวินเทียนสร้างความวุ่นวาย

 

 

 

“มีชีวิตต่อ”ฉินเฮอพูดเพียงสองคำในขณะที่เขารีบหนีออกจากซอยเขาสวมชุดยาวเช่นเดียวกับฉินเหวินเทียนและสวมหมวกไม้ไผ่ลดศีรษะลง อาวุธที่เขาใช้เป็นหอกยาวและเสื้อคลุมยาวปกปิดความแตกต่างความสูงของพวกเขา ตราบใดที่ไม่มีใครสังเกตเห็นจุดเด่นของเขาอย่างชัดแจ้งจะมันจะไม่มีความแตกต่างกันมากนักระหว่างเขากับฉินเหวินเทียน

 

 

“ลุงสอง”ฉินเหวินเทียนกล่าวออกมาเบาๆขณะที่เขาตระหนักว่าฉินเฮอกำลังจะทำอะไร เขาได้ยินเพียงเสียงกันปะทะกันนอกซอยเท่านั้น ราวกับว่าฉินเฮอได้เจตนาเคาะบางสิ่งบางอย่างลงเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ไล่ล่าเขา

 

 

 

“เราพบเขาแล้ว”

 

 

 

“ทางนี้!”เสียงตื่นเต้นของผู้ไล่ล่าลอยไปทำให้หัวใจฉินเหวินเทียนสั่นสะท้าน

 

 

 

“มีชีวิตต่อ”เสียงของฉินเฮอดังขึ้นในใจเขา ความคิดหลายอย่างโผล่ขึ้นมาในหัวของฉินเหวินเทียน ครั้งหนึ่งฉินเฮอเกลียดเขา ดูแลเขาอย่างเย็นชาและแม้แต่ต้องการไล่เขาออกจากตระกูลฉินทว่าตอนนี้เมื่อมันมาถึงสถานการณ์ระหว่างความเป็นความตาย ฉินเฮอไม่รีรอที่จะช่วยเขา ทิ้งมุมมองของวีรบุรุษไว้ที่ด้านหลังกับคำอีกสองคำ

 

 

 

ฉินเหวินเทียนยังคิดถึงด้านเสแสร้งของไป๋ฉิงซง มีบางคนที่ภายนอกนั้นดูดีและสง่างามมีอากัปกิริยาที่งดงามทว่าภายในนั้นรังเกียจอย่างเต็มที่และชั่วช้า ถึงกระนั้นก็ยังมีคนอื่นที่ ดูเย็นชาทว่ามีความกล้าหาญเมือสถานการณ์เรียกร้อง

 

 

 

คนของตระกูลฉินหลั่งเลือดไม่ใช่น้ำตา

 

 

“ข้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป”ฉินเหวินเทียนกำหมัดความคิดเดียวหนึ่งเดียวในใจของเขา มีชีวิตอยู่

 

 

 

ฉินเหวินเทียนหันหลังเลือกทิศทางที่ตรงกันข้ามกับฉินเฮอและหนีต่อไป ฉินเฮอตั้งใจทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายและอาจไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้และมันก็เพื่อประโยชน์ในการให้โอกาศฉินเหวินเทียนรอดได้ เพื่อฉินเฮอที่เสียสละ ฉินเหวินเทียนกัดฟันและสาบานว่าเขาจะหนีจากสถานที่นี้ในวันนี้ให้ได้!

 

 

 

การก้าวเท้าของฉินเหวินเทียนเร็วขึ้น..เร็วขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ฉินเฮอได้สร้างการล่อลวงใหญ่ในขณะที่ดึงผู้ไล่ล่าทั้งหมดออกไปฉินเหวินเทียนต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อหลบหนีก่อนที่ตัวตนของฉินเฮอจะเปิดเผย

 

 

 

ความโกรธที่อยู่ในใจของเขามีเช่นเดียวกับความกระหายของเขาที่อยากจะอยู่รอดกลายเป็นแรงจูงใจให้ฉินเหวินเทียนเพิ่มความเร็วและวิ่งผ่านถนนก่อนที่จะถึงทางเข้า.. มันไม่มีใครเฝ้าทางเข้า ฉินเหวินเทียนไม่มีร่องรอยของการลังเลใจรีบวิ่งไปข้างหน้าและอีก10ลมหายใจต่อมา กำแพงสูงก็ปรากฏขึ้นด้านข้างเขากำแพงสูงนี้แยกถนนด้านในและถนนสายหลักออกจากด้านนอก

 

 

 

ในขณะนี้ตรงหน้าฉินเหวินเทียน ได้มีเงางามสง่างามลอยขึ้นไปในอากาศล่อนลงด้านบนของกำแพงสูง เงานั้นเป็นของสตรีอายุ18ปี เสื้อผ้าของนางพันอยู่รอบตัวนางแสดงทรวดทรงของนางอย่างเต็มที่กับผมสีดำสลวยที่พริ้วไหวไปตามสายลมดวงตาของนางส่องประกายระยิบระยับในขณะที่นางพบฉินเหวินเทียน นางวางมือเข้าไปในปากขณะที่นางผิวปากเผยให้เห็นรอยยิ้มอันน่าหลงใหลบนใบหน้าของนาง

 

 

ฉินเหวินเทียนไม่รู้จักสตรีที่สวยและน่าหลงใหลที่อยู่ตรงหน้าเขา แต่จากสายตาของนางก็ปรากฏว่านางรู้จักเขา เนื่องจากไม่มีบรรยากาศที่เป็นมิตรปล่อยออกมาจากนาง ฉินเหวินเทียนเพิ่มความเร็วขึ้นอีกในขณะที่เขายังคงรีบวิ่งไปข้างหน้า

 

 

 

ถึงกระนั้นขาประหลาดใจมากไม่ช้าเขาก็พบว่าสตรีนางนั้นกำลังเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับเขา นางกำลังเคลื่อนไปทางเดียวกับเขาแม้ว่าเธอจะอยู่ที่ด้านบนของกำแพงขณะที่เขาอยู่บนถนน

 

 

 

“ฮ่าฮ่า เจ้าเจอเขา?”เสียงอันแจ่มใสดังขึ้นและแทบจะในทันที ฉินเหวินเทียนก็เห็นเงาอีกเงากระโจนขึ้นไปในอากาศและล่อนลงบนกำแพง คนใหม่มาถึงเขาอย่างรวดเร็ว

 

 

 

“ข้า นางน้อย นำการค้นหาด้วยตนเองแน่นอนว่ามันจะไม่มีปัญหาอันใด”สตรีก่อนหน้านี้หัวเราะ ทั้งสองคนดูเหมือนจะไม่มีเจตนาที่จะพูดคุยกับฉินเหวินเทียนขณะที่พวกเขาตามเขาไปตามถนนทำให้ฉินเหวินเทียนรู้สึกหงุดหงิดในใจ กด้านหนึ่งของกำแพงเป็นถนนสายหลัก การกระทำของตัวตลกทั้งสองบนกำแพงก็จะดึงดูดความสนใจของคนอื่น ๆและหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเขาคงจะถูกจับได้อย่างแน่นอน

 

 

 

ฉินเหวินเทียนเพิ่มความเร็วขึ้นอีกครั้งเร่งผ่านถนนและตรอกซอกซอยอื่น ๆ ก่อนที่จะมาถึงถนนสายหลักเพื่อเตรียมที่จะไปหาสมาคมสายธารดาราเพื่อลี้ภัย

 

 

 

เสียงฝีเท้าของม้าในขณะที่มีฝุ่นมากมายลอยตาม เร็วมาก ฉินเหวินเทียนสังเกตเห็นกองทหารกำลังขี่ม้าและคนที่เป็นผู้นำไม่ใช่ใครนอกจากเย่โม

 

 

 

“เย่โม”การปรากฏตัวของเย่โม  ตลอดจนการปรากฏตัวของทหารจำนวนมาก ทำให้สีหน้าฉินเหวินเทียนซีดเผือด เขาถูกพบแล้ว คราวนี้แม้ว่าเขาจะมีปีกก็ยังคงยากที่จะหนีออกจากที่นี่

 

 

 

“ข้าต้องการเขาเป็นๆ”เย่โมสั่ง พลันปรากฏเจตนาฆ่าในสายตาของเขา ทันใดนั้น เงาของสองร่างวิ่งออกมาด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว ทำให้ฉินเหวินเทียนสะดุ้งเล็กน้อย ฝ่ายตรงข้ามทั้งสองอยู่ในขั้นไหลเสียนโลหิต

 

 

 

แต่ในขณะเดียวกันฉินเหวินเทียนกระทั่งไม่มีเวลาตอบโต้เมื่อลมแรงพัดผ่านเขาไป รูปร่างนั้นกลายเป็นเงาที่เร่งไปในทิศทางของผู้ฝึกตนขั้นไหลเวียนโลหิตทั้งสอง การสั่นไหวสีม่วงสั่นสะเทือนพื้นดินขณะที่การเคลื่อนไหวทุกก้าวเรือนรางเหมือนเงา ทิ้งรอยลึกไว้บนพื้นดินทำให้จิตใจของผู้คนสั่นเทา

 

 

“ฟุบ”เวลาดูเหมือนจะช้าลงเมื่อมีเสียงดังออกมาฉินเหวินเทียนสังเกตว่าฝ่ามือของร่างลึกลับนั้นเปรียบได้กับกระบี่คมๆและได้เจาะตรงเข้าไปในหัวใจของทั้งสองผู้ฝึกตน สำแดงแสงของความแข้งแกร่งออกมา คนคนนั้นสามารถสังหารผู้ฝึกตนทั้งสองของตระกูลเย่ได้อย่างง่ายดายทำให้ร่างกายของพวกเขาล้มพับลงบนพื้นอย่างช้าๆ

 

 

“แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้”สีหน้าฉินเหวินเทียนแข็งทื่อขณะที่เขาตระหนักว่ารูปลักษณ์ลึกลับนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหนึ่งในสองร่างที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วมากบนกำแพงสูงก่อนหน้านี้ และในขณะนั้นสตรีจากก่อนหน้านั้นก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขาไม่เพียงเท่านั้นรูปลักษณ์ดูแล้วต่ำกว่า20ปีและปล่อยกลิ่นอายที่แปลกประหลาดออกมา เพียงชั่วพริบตาก็ปรากฏตัวขึ้นมาจากทุกทิศทาง

 

 

 

“ศิษย์น้องของพี่ดูเหมือนจะหล่อมากทีเดียว”สตรีเมื่อก่อนหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีเสน่ห์อยู่บนใบหน้าของนางพร้อมกับกลิ่นหอม นอกเหนือไปจากเสื้อผ้าที่รัดรูปได้เผยทรวดทรงที่งดงามของนางยิ่งทำให้นางน่าหลงใหล รูปลักษณ์ของนางอยู่ในระดับเดียวกับ4สาวงามของนครประสานนภา แต่นางมีจุดหนึ่งที่พวกเขาขาดไปนางเป็นคนที่มีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อ สามารถทำให้ชายทุกคนต่างรู้สึกถึงเปลวเพลิงแผดเผาช่วงล่างของพวกเขา

 

 

 

“ศิษย์น้องของพี่?”ความสับสนพลันเกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้ยินคำพูดนั้น ถึงกระนั้นในไม่ช้าเขาก็เข้าใจว่าทำไม หลังที่เขาเห็นเย่หม่า นี่เป็นเบื้องหลังของผู้เยาว์อย่างแน่นอน พวกเขาเป็นสมาชิกของสำนักจักรพรรดิดารา

 

 

 

“ข้าไม่อยากจะเชื่อว่านี้เป็นความตั้งใจของสำนักจักรพรรดิดารา ใช่ไหม?”เย่โมกล่าวอย่างสงบ สำนักจักรพรรดิดาราควรจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เย่หม่าและคนอื่นๆไม่มีเรื่องอันใดเกี่ยวกับพวกเขา

 

 

 

 

“นี่คือความคิดของเย่หม่า ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสำนักจักรพรรดิดารา”เย่หม่าตอบอย่างสงบ ความจริงคือสิ่งที่เย่โมคาดเดาได้เพราะสำนักหลวงและความกดดันทางอ้อมที่เกิดจากความซับซ้อนทางธุรกิจ เย่หม่าส่งคำร้องไปยังสำนักจักรพรรดิดาราเพื่อขอความช่วยเหลือแต่ว่าคำขอถูกปฏิเสธ ดังนั้นเย่หม่าจึงไม่มีทางเลือกอื่น ทั้งเขาและพันธมิตรของเขาต้องมาที่นครประสานนภาเพียงลำพัง

 

 

 

แล้วสำหรับเหตุผลที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังการปฏิเสธคืออะไร เย่หม่าไม่รู้ ถึงกระนั้น เขาชอบฉินเหวินเทียนคนนี้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกภาพหรือพรสวรรค์ เย่หม่าก็ไม่มีข้อที่ไม่พอใจ ดังนั้นเขาจึงอยากปกป้องฉินเหวินเทียน เขาชักจูงเหล่าศิษย์เขาทั้งหมดและวิ่งมาตลอดคืน ในที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นสถานการณ์ก่อนหน้านี้

 

 

 

“ตั้งแต่ที่ข้าได้คาดเดา ข้าก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป”

 

 

 

เย่โมตอบอย่างเย็นชาขณะที่เขาโบกมือ เกือบจะทันที ทหารที่อยู่ภายใต้บัญชาของเขาล้อมกรอบฉินเหวินเทียนและคนอื่นๆ แม้ว่าความสามารถในการต่อสู้ของสำนักจักรพรรดิดารานั้นยากที่จะต่อต้าน เย่โมก็เอาเปรียบในด้านของจำนวนแทน เนื่องจากเย่หม่าและศิษย์ของเขาต้องการยื่นมือเข้ามาในเรื่องนี้พวกเขาทั้งหมดก็จะถูกฝังอยู่ที่นี่ในวันนี้

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย