0 Views

ฉินเหวินเทียนรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในช่วงสองวันที่ผ่านมาในขณะที่เขาละทิ้งความคิดอื่นนอกเหนือจากการฝึกตนอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่ยังไตร่ตรองถึงความลึกลับของตราประทับศักดิ์สิทธิ์ระดับ2 หลังจากที่เขาใช้พลังของหินหยวนสองก้อนเขาก็ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 7 ของขั้นฝึกกาย ในขณะที่พลังดวงดาราในร่างกายของเขาก็ไหลซึมเข้าไปสู่อวัยวะภายใน ทำให้การหายใจของเขาแข็งแกร่งขึ้นและทุกลมหายใจที่เขาสูดเข้าไปดูเหมือนมันจะเพิ่มระดับของพลัง จิตวิญญาณและปราณ รวมถึงการต่อยธรรมดาๆของเขาก็มีความรุนแรงประมาณวัว50ตัว

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนรู้สึกว่ามันยังไม่เพียงพอและเขาก็เกลียดความจริงที่ว่าเขาไม่มีเวลาพอที่จะเพิ่มระดับการฝึกตนเพื่อเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของเขาได้

 

 

 

 

สำหรับสมาชิกคนอื่น ๆ ของตระกูลฉินนั้นราวกับว่าหนึ่งปีได้ผ่านไปทุกๆวัน   การโจมตีจากทั้งสามด้านกำลังรุนแรงขึ้นและมีผู้เสียชีวิตและตายทุกๆคราว ความตึงเครียดที่มีในอากาศเป็นเช่นเดียวกับเปลวเพลิงแห่งความเกลียดชังได้ลุกขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว มีบางคนในตระกูลฉินที่แนะนำว่าควรออกไปข้างนอกและพุ่งเข้าปะทะกับศัตรูตรงๆเลย แม้ว่าพวกเขาจะตายพวกเขาก็ต้องฆ่าศัตรูข้างนอกนั้นให้ได้

 

 

 

ฉินหวู่ไม่เห็นด้วย  เขาได้เรียกรวบรวมสมาชิกของตระกูลฉินในห้องโถงอนุสรณ์และทำการถวายของบูชาเป็นเกียรติแก่บรรพบุรุษฉินหวู่ของพวกเขา ในวันเซ่นไหว้ประจำปี

 

 

 

หลังจากที่พวกเขาได้ทำความเคารพ สมาชิกตระกูลก็เดินออกจากห้องโถงขณะที่พวกเขาเดินเข้าไปในบ้านตระกูล คนในตระกูลหลายคนโห่ร้อง”ท่านปรมาจารย์ ออกไปฆ่ามันกันเถอะ! หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเราทุกคนจะตาย”

 

 

 

 

“ไม่ต้องห่วง ข้าเป็นคนที่พวกเขาต้องการ ข้าได้ติดต่อกับเพื่อนเก่าและผู้สนับสนุนของตระกูลฉินเราแล้ว ครึ่งข้าเคยถูกขังอยู่ในนครหลวง พวกเขาก็เริ่มระดมกองกำลังเพื่อเข้ามาช่วยข้า”ฉินหวู่กล่าวต่อ “ตราบเท่าที่ข้าอยู่ในมือของศัตรูพวกเขาจะมั่นใจ”

 

 

 

 

“ท่านพ่อ ไม่! พวกเราไม่สามารถให้ท่านเสี่ยงแบบนี้ได้”ฉินชวนส่ายศีรษะเพราะความหมายของฉินหวู่นั้นชัดเจน เขาต้องการที่จะเสียสละตัวเองโดยการกระโดดลงไปในกับดัก

 

 

 

 

“ความรุ่งเรืองของตระกูลฉิน ที่ปู่ของเจ้าพยายามต่อสู้ได้เสื่อมถอยลงในยุคของข้า แต่ไม่มีทางที่ข้าจะได้เห็นมันถูกทำลายด้วยมือของข้าเอง”ฉินหวู่ยิ้มอย่างขมขื่นขณะที่เดินออกไปยังที่ซึ่งฉินเหวินเทียนและส่วนที่เหลือกำลังยืนอยู่ก่อนที่จะลูบศีรษะของฉินเหวินเทียนขณะที่เขาพูดเบา ๆ กับฉินชวน”ปกป้องเหวินเทียนและคนที่เหลือ เจ้าต้องมั่นใจว่าจะไม่มีอันตรายใด ๆ มาถึงพวกเขา”

 

 

 

ดวงฉินชวนกลายเป็นสีแดงขณะที่ค่อยๆโค้งศีรษะลง

 

 

 

“ปู่ฉิน”คลื่นความหดหู่ใจเพิ่มขึ้นในใจของฉินเหวินเทียน มันไม่มีวิธีที่จะแก้ปัญหาวิกฤตินี้จริงๆหรือ

 

 

 

 

“ท่านปรมาจารย์ ท่านประมุข สมาคมสายธารดาราได้มาถึงแล้ว”ในขณะนี้ หนึ่งในคนของตระกูลได้รายงานเรื่องนี้ ทำให้เกิดความประหลาดใจในสายตาของฉินเหวินเทียนและความประหลาดใจเปลี่ยนเป็นความหวังอย่างรวดเร็ว บางทีนี่อาจเป็นโอกาสที่พวกเขารอคอย

 

 

 

“เชิญพวกเขาเข้ามาเร็วๆ”ฉินชวนกล่าวและไม่นานหลังจากนั้นได้ปรากฏภาพเงาบางส่วนของคนเดินเข้ามาพร้อมกับมีอีกสองสามคนที่อยู่ด้านหลังที่ถือกระเป๋าสัมภาระหนักๆ

 

 

 

“ท่านปรมาจารย์ ฉิน ข้าคือมูหลิน ข้ามาที่นี่เพื่อมาหานายน้อยเหวินเทียน”คนนี้เป็นคนที่ฉินเหวินเทียนได้เดินผ่านในวันนั้นโดยบังเอิญ นอกเหนือจากตัวมูหลินเองแล้วเขายังได้นำ สหายมาด้วยคือดุรณีที่หยิ่งยโสและแน่นอนว่าอีกคนคือฟานซือ

 

 

 

ฉินหวู่ พยักหน้าเบา ๆ ขณะที่ ฉินเหวินเทียน เดินไปข้างหน้าขณะที่เขากล่าวว่า”คารวะท่านอาจารย์ใหญ่มูหลิน”

 

 

 

“ฉินเหวินเทียน ข้าได้ตรวจสอบตราประทับศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าสลักแล้ว ไม่เพียงแต่มันซับซ้อนมากเท่านั้นมันยังมีกลิ่นอายที่พิเศษอีกด้วย เจ้ามีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมสมาคมสายธารดาราและกลายเป็นศิษย์ของข้า”มูหลิน กล่าวในขณะที่เขามองไปที่ฉินเหวินเทียน

 

 

 

 

“ท่านอาจารย์ใหญ่ หากท่านกรุณา”ฉินเหวินเทียนไม่ได้ตอบในทันทีขณะที่เขาส่งตราประทับศักดิ์สิทธิ์ที่เขาสลักไว้บนแผ่นเหล็กให้แก่มูหลิน ดวงตาของมูหลินส่องประกายแสงวูบวาบ ผู้เยาว์ตรงหน้าเขาสามารถสลักตราประทับศักดิ์สิทธิ์ระดับ2ได้ ไม่เพียงเท่านั้นการออกแบบตราศักดิ์สิทธิ์นั้นมีลวดลายที่งดงามมากและไม่ต้องพูดถึงรูปแบบของตราประทับศักดิ์สิทธิ์เลย มันเป็นสิ่งที่มูหลินไม่เคยเห็นมาก่อน

 

 

 

 

“หากข้าตกลงและเข้าร่วมกับสมาคมสายธารดารา ท่านอาจารย์ใหญ่มูหลินจะยินดีที่จะปกป้องตระกูลฉินหรือ?”ฉินเหวินเทียนมองไปที่มูหลินขณะที่เขาขอ

 

 

 

มูหลินตะลึงก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ”ปัญหาของตระกูลฉินนั้นลำบากเกินไปและภายในมีตัวแปรมากมายที่ไม่รู้มากเกินไป แม้ว่าข้าจะมาจากสมาคมสายธารดารา ข้าก็ไม่มีอำนาจอันใดมากมายที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก ถึงกระนั้น ข้าสามารถรับรองได้ว่าหากเจ้าตกลงข้าสามารถทำให้เจ้าปลอดภัยได้ทันที”

 

 

 

“เหวินเทียน ตกลงซะ”ทั้งฉินหวู่และฉินชวนต่างแนะนำ ถึงกระนั้นฉินเหวินเทียนรู้สึกผิดหวังมากหากตระกูลฉินไม่สามารถได้รับการคุ้มกันและมีคนเพียงคนเดียวที่ได้ออกไปจากสถานการณ์เช่นนี้ เพื่อความปลอดภัยในขณะที่คนอื่นๆอยู่ในอันตราย นั้นคือที่เขาจะทำ?

 

 

 

ในขณะที่เขาคิด ฉินเหวินเทียนก็ส่ายหัว”อาจารย์ใหญ่มูหลิน ข้าไม่สามารถยอมรับคำขอของท่านได้”

 

 

 

“โปรดคิดใหม่อีกที เมื่อดูจากพรสววรค์ของเจ้าแล้วตราบใดที่เจ้ายอมตกลงในอนาคตเจ้าจะมีทุกอย่างที่เจ้าต้องการรวมถึงโอกาสที่จะล้างแค้นให้กับตระกูลฉินของเจ้าด้วย”มูหลินโน้มน้าว

 

 

 

 

“เหวินเทียน!”ฉินชวนและคนอื่น ๆ ก็จ้องไปที่ฉินเหวินเทียน เจ้าเด็กนี่!

 

 

 

 

ถึงกระนั้นฉินเหวินเทียนยังคงยืนกรานที่จะไม่ยอมตกลง”หากท่านสามารถรับรองความปลอดภัยของตระกูลฉินได้ ข้าก็จะยอมตกลง”

 

 

 

มูหลินมองไปที่ฉินเหวินเทียนขณะที่เขายิ้มอย่างขมขื่นและส่ายหัว”ความสามารถของข้ายังไม่เพียงพอ ถึงกระนั้นข้าก็ยังคงไม่ต้องการสูญเสียคนที่มีพรสวรรค์เช่นเจ้า เอาเช่นนี้เป็นไง ให้เจ้ามาเป็นแขกของสมาคมสายธารดาราชั่วคราวในขณะที่เจ้าพิจารณาคำขอของข้าไปด้วย? ด้วยวิธีนี้ถึงแม้ว่าข้าไม่มีทางที่จะแทรกแซงปัญหาที่ตระกูลกำลังเผชิญอยู่ แต่ข้าเชื่อว่าตราบใดที่เจ้ามาเยือนสมาคมสายธารดาราในฐานะแขกคนหนึ่งแล้ว จะไม่มีใครกล้าทำอะไรกับเจ้านัก”

 

 

 

ดวงตาของฉินเหวินเทียนฉายแววประกายระยิบระยับขณะที่เขาโค้งคำนับเล็กน้อย”ข้าขอขอบคุณอาจารย์ใหญ่มูหลิน ข้ายินดีที่จะเป็นแขกของสมาคมสายธารดาราชั่วคราว”

 

 

 

 

“เยี่ยม ข้าหวังว่าเจ้าจะมาถึงที่สมาคมสายธารดาราได้อย่างปลอดภัย ข้าจะรอ..”มูหลินตบไหล่ฉินเหวินเทียนในขณะที่เขาเดินออกไป ฟานซือผู้ยืนอยู่ข้างหลังมูหลินโบกมือให้คนรับใช้มาข้างหน้า พวกเขาได้เปิดกระเป๋าออกมาเผยให้เห็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์มากมายที่วางอยู่บนพื้น

 

 

 

 

“ทั้งหมดนี้ล้วนสร้างขึ้นมาโดยข้า มีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับ1 8ชิ้น อาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับ1ขั้นกลาง37ชิ้น”ภายในสองวันที่ผ่านมาฟานซือสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และพาสิ่งที่สร้างทั้งหมดมาที่นี่ด้วย

 

 

 

 

“ขอบคุณมาก”ฉินเหวินเทียนได้มอบแผ่นเหล็กที่มีตราประทับศักดิ์สิทธิ์ระดับ2สลักไว้แก่ฟานซือ การแสดงออกของฟานซือเต็มไปด้วยความปิติยินดีคล้ายกับว่าเขาได้กลายเป็นบ้าไปแล้วหลังจากการแลกเปลี่ยนและก็จากไป

 

 

 

 

“อาวุธศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้จะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของตระกูลฉินเราได้ในระดับหนึ่ง เหวินเทียน เลือกอันที่เจ้าต้องการและสำหรับส่วนที่เหลือ ฉินชวนเจ้ามีหน้าที่ในการแจกจ่ายพวกเขา”ฉินหวู่สั่ง

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนพยักหน้าหลังจากที่พิจารณาเขาก็ตัดสินใจเลือกหอกยาว หอกคล้ายกับมังกร ดุดันและเกรี้ยวกราดซึ่งมันเหมาะสมกับเขา

 

 

 

 

“อ๊ากกก…….”เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวดังออกมา ทำให้ความเงียบสงบก่อนหน้าหายไปโดยสิ้นเชิง ทั้งสี่ทิศจะเห็นลูกศรเพลิงตกลงมาจากฟากฟ้าและเพียงชั่วอึดใจหลังจากนั้น บริเวณของบ้านตระกูลฉินต่างถูกไฟไหม้ เห็นได้ชัดว่ากองกำลังทั้งสามกองกำลังได้ตัดสินใจที่จะเริ่มการโจมตีที่แท้จริง

 

 

 

ร่างของฉินหวู่เรือนรางขณะที่เขารีบวิ่งออกไปข้างนอก

 

 

 

 

“ท่านพ่อ”ฉินชวนรีบวิ่งออกไปทันที ในขณะเดียวกันความวุ่นวายมากมายในบ้านตระกูลฉินก็เกิดขึ้น  ผู้ที่มีความสามารถในการต่อสู้ต่างออกไปเพื่อเสริมกำลังทหารของตระกูลฉิน ขณะที่หน่วยป้องกันยังคงเฝ้าตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้

 

 

 

 

ไม่นานหลังจากนั้นเมื่อฉินหวู่ปรากฏตัว อาชูร่าหวู่ก็โบกมือและกองกำลังที่อยู่ภายใต้การบัญชาของเขาก็หยุดการโจมตี ถึงกระนั้นในขณะนี้เปลวไฟเปลวไฟกำลังลุกโชติช่วงกำลังเผาไหม้บ้านเรืองของตระกูลฉินก็พุ่งขึ้นถึงท้องนภาแล้วและกองกำลังมากมายของศัตรูก็ได้รับประโยชน์จากความสับสนวุ่นวายนี้ได้แทรกซึมเข้าไปในบ้านตระกูลฉินเรียบร้อยแล้วพวกเขาพัวพันกับการต่อสู้กับผู้พิทักษ์

 

 

 

เมื่อมองไปที่ฉากที่เกิดขึ้นตรงหน้า ผู้ชมภายนอกทุกคนต่างก็ถอนหายใจในใจราวกับว่าพวกเขาได้เห็นตระกูลฉินกำลังถูกทำลายต่อหน้าต่อตา

 

 

 

 

“อาชูร่าหวู่ ข้าจะไปกับเจ้า แต่เจ้าต้องไว้ชีวิตคนที่เหลืออยู่ของตระกูลข้า”ฉินหวู่เดินช้าๆไปยังอาชูร่าหวู่และกองกำลังศัตรูทั้งหมด

 

 

 

 

“เนื่องจากเจ้าตรงไปตรงมา ข้าจะไว้ชีวิตคนในตระกูลเจ้า”อาชูร่าหวู่ยิ้ม”แต่ว่าข้าต้องมั่นใจก่อนว่าเจ้าจะไม่มีเลห์กลใดๆแอบซ่อนไว้และไปกับข้าอย่างสงบ”

 

 

 

 

ขณะที่เสียงคำกล่าวของเขาจางหายไป อัศวินสองคนก็แกว่งหอกของพวกเขาไปทางฉินหวู่

 

 

 

ฉินชวนและคนอื่นๆต่างกำหมัดแน่นพร้อมกับมีเหงื่อไหลออกมาพวกเขาทั้งหมดกังวลมาก

 

 

 

 

ทันใดนั้น อัศวินทั้งสองแทงหอกพร้อมกันทั้งคู่อย่างรวดเร็วด้วยความแรงอันมากมายพลันเกิดเสียง”เผลาะ”ดังออกมา หอกทั้งสองแทงทะลุลงไปยังต้นขาทั้งสองข้างของฉินหวู่  เมื่อเลือดไหลออกมาก็ปรากฏรูขนาดใหญ่สองรู

 

 

 

“ท่านพ่อ!”

 

 

 

“ท่านปรมาจารย์!”

 

 

 

ฉินชวนและสมาชิกในตระกูลคนอื่น ๆ ร้องตะโกนด้วยความโกรธและรีบวิ่งไปข้างหน้า ทว่าเสียงตะโกนดังสนั่นของฉินหวู่ได้หยุดพวกเขาไว้”อย่าขยับ!”

 

 

 

 

พวกเขาเห็นร่างของฉินหวู่ทรุดลงบนพื้นเห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถลุกขึ้นได้ สีหน้าของคนในตระกูลฉินต่างถอดสีเต็มไปด้วยเปลวไฟที่ลุกโชนจากความโกรธและความเกลียดชัง  ขณะที่ม้าศึกของอาชูร่าวูวิ่งช้าๆไปทางฉินหวู่ขณะที่ดวงตาเขาฉายแววอันตราย”เจ้าแก่ฉินหวู่ เป็นคนที่แน่วแน่อย่างแท้จริง ถึงกระนั้น ข้ายังกล่าวไม่จบประโยคข้าจะไว้ชีวิตคนในตระกูลฉินในเงื่อนไขที่ว่าพวกเขาจะต้องหยุดต่อต้านและผู้เยาว์ในตระกูลที่ข้าได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ยังคงต้องมากับข้า”

 

 

 

หลังจากกล่าวเสร็จ เสียงอันเย็นชาของอาชูร่าหวู่ก็บัญชาคำสั่งออกมา”นำตัวฉินหวู่ออกไป!”

 

 

 

มีนักรบหลายคนที่ชี้หอกของพวกเขาที่ฉินหวู่ขณะที่พวกเขาเดินไปข้างหน้าราวกับว่าพวกเขาลังเลเพราะหวาดกลัวฉินหวู่ ถึงกระนั้นฉินหวู่ไม่ได้มีกำลังที่จะต่อต้านอีกต่อไปแล้วและถูกพาตัวไปโดยพวกเขา ขณะที่เขาถูกพาตัวไปเขารวบรวมพลังทั้งหมดแล้วตะโกนประโยคสุดท้ายออกมา”ฉินชวน! จำสิ่งที่ข้าจะกล่าวไว้ให้ดี”

 

 

 

“พี่ใหญ่ ฆ่า…ฆ่ามันให้หมด” ดวงตาของฉินเย่เต็มไปด้วยความโกรธจนเกือบจะเสียสติ

 

 

 

“ฉินเฮอ ฉินเย่ ฟังคำสั่งของข้า คุ้มกันฉินเหยา ฉินเหวินเทียนและคนอื่นๆออกจากที่นี่”ฉินชวนจ้องมองหลังของบิดาขณะที่สายตาของแปรเปลี่ยนไปเยือกเย็นเสียงที่กล่าวออกมานั้นน่าสะพรึ่งอย่างยิ่ง ในตอนแรกฉินเย่จะโต้เถียง แต่เมื่อได้เห็นสายตาของฉินชวน หัวใจของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงในขณะที่เขานิ่งเฉยปละยอมรับ”พี่ใหญ่ ข้าจะทำตามคำสั่ง ออกไปจากที่นี้กัน!”

 

 

 

 

หลังจากนั้นฉินเย่ได้นำผู้เยาว์ถอยกลับไปยังบ้านพักตระกูลฉิน ฉินเหวินเทียนหันกลับไปมองเงาของฉินหวู่ที่ค่อยๆไกลออกไปเช่นเดียวกับที่เขาจ้องไปยังอาชูร่าหวู่ผู้โหดร้าย เปลวเพลิงที่มิอาจดับลงได้เริ่มลุกไหม้ในหัวใจเขา

 

 

 

 

“เหล่าคนที่เหลือ!!  ฆ่าพวกมันให้หมด!!”ฉินชวนสั่งและในไม่ช้ากองทัพของตระกูลฉินก็ปลดปล่อยจิตดารา ของพวกเขาขณะที่รุดหน้าไปพลันปรากฏเสียงปะทะปนเปกันไปมาในอากาศทุกที่ต่างเต็มไปด้วยเลือด ความกดดันและโศกนาฏกรรม

 

 

 

ม้าศึกวิ่งไปข้างหน้าขณะที่กองกำลังทั้งสามเคลื่อนไหวราวกับพายุที่บ้าคลั่งกรูเข้าไปปะทะกับการโจมตีของกองกำลังตระกูลฉินและทันทีที่ใดนั้นการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยเลือดก็ปะทุขึ้น

 

 

 

 

“เราจะหนีผ่านประตูทางทิศตะวันตก พี่ใหญ่ได้จัดเตรียมผู้พิทักษ์ไว้ที่นั่นและกำลังรอคอยที่จะพาเราไปด้วย”ฉินเฮอเขารีบพาผู้เยาว์วิ่งไปอย่างรวดเร็วและในระหว่างความสับสนวุ่นวายนั้นฉินเหยาและฉินเหวินเทียนได้วิ่งไปตามทิศทางของสถานที่ที่พวกเขาต้องการจะไป

 

 

 

 

“ลุงสอง ข้าจะไปหาแม่ พวกเจ้าไปที่ประตูทางตะวันตกก่อนเลย”ดวงตาของฉินเหยาเต็มไปด้วยน้ำตา นางได้เห็นบิดาของเธอต้องยุ่งกับการต่อสู้ที่ต้องหลั่งเลือดแต่ถึงกระนั้นนางก็หนีไปคนเดียว

 

 

 

ด้วงการวิ่งอย่างบ้าคลั่งฉินเหยาและฉินเหวินเทียนได้มาถึงลานที่พวกเขาเคยมา ในตอนที่ฉินเหยาไปหามารดาของนาง ฉินเหวินเทียนก็ได้ตามหาลุงเฮย ลุงเฮยกำลังนั่งอยู่อย่างสงบภายในลานฝึกและปรากฏความเยือกเย็นอย่างมากในขณะที่เขาส่งของที่มีรูปทรงดวงดาราไปยังฉินเหวินเทียนและกล่าว”เหวินเทียน เมื่อชีวิตของเจ้าตกอยู่ในอันตรายจริงๆ ฉีดพลังดวงดารานี้เข้าไปเพื่อใช้มัน”

 

 

 

“ลุงเฮย มากับข้า”ฉินเหวินเทียนต้องการแบกลุงเฮยขึ้นหลังของเขาทว่าเขากลับส่งแต่สิ่งของนั้นมาที่มือเขาและกล่าว”ผ่อนคลายลงหน่อย ถึงแม้ว่าตระกูลฉินจะแพ้และกองกำลังศัตรูได้สังหารทหารผู้ภักดีทั้งหมดรวมถึงลูกหลานของตระกูลฉิน ก็จะไม่มีใครสนใจชายชราที่ไม่เกี่ยวข้องเช่นข้า ”

 

 

 

“ไม่มีทาง”ฉินเหวินเทียนรู้ว่าลุงเฮยกลัวว่าเขาจะเป็นภาระแก่เขาขณะที่เขาตอบกลับด้วยความโกรธ

 

 

 

 

“เชื่อมั่นในการตัดสินของข้า ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ขาเคยพลาดรึ?”ลุงเฮยยิ้มขณะที่กล่าวต่อ”จำไว้ เจ้าจะใช้สิ่งนี้ได้ต่อเมื่อชีวิตของเจ้าต้องอยู่ในอันตรายจริงๆ จงรีบไป อย่าได้เป็นภาระแก่คนอื่นๆในตระกูล”

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนถอยหลังไปสองสามก้าวขณะที่เขาคุกเข่าลงบนพื้นคำนับสามครั้งก่อนที่เขาจะจากไป ตลอดหลายปีที่ผ่านมาลุงเฮยเป็นคนที่ให้ความรู้แก่เขาและดูแลเขา เขาเข้าใจบุคลิกของลุงเฮยเป็นอย่างดี เมื่อลุงเฮยตัดสินใจอะไรแล้วไม่มีอะไรที่จะสามารถเปลี่ยนความคิดเขาได้เช่นเดียวกับที่ลุงเฮยได้กล่าวไว้แม้ว่าตระกูลฉินจะพ่ายแพ้ กองกำลังของข้าศึกก็ยังคงเป็นตัวแทนของตระกูลราชวงศ์และพวกเขาจะไม่สังหารคนธรรมดาและคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับของตระกูลฉินอย่างหยาบโลน

 

 

 

 

ลุงเฮยไม่ใช่คนสำคัญในตระกูลฉินและจะปลอดภัยกว่าหากอยู่ที่นี่เมื่อเทียบกับการมากับเขา หลังจากที่ ฉินเหวินเทียนเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ต้องการหากลุงเฮยมากับเขา เขาอาจจะมีอันตรายร้ายแรงกว่าแทน

 

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย