0 Views

เหล่าคนของตระกูลฉินต่างรู้สึกเป็นห่วงหลังจากได้เห็นเย่หลางพุ่งเข้ามาหาฉินเหวินเทียน เงารางๆของหมาป่าอสูรปรากฏขึ้นพลันเกิดแรงสั่นสะเทือนไปรอบๆ มันเห่าหอนออกมาด้วยความโกรธก่อนที่จะพุ่งเข้าไปหาฉินเหวินเทียน เพื่อที่จะพยายามฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆ

 

 

 

“จิตดาราหมาป่าอสูร มันไม่น่าแปลกใจอันใดเลยที่มีความรู้สึกว่ามันแข็งแกร่งและกระหายเลือดพร้อมกับมีกลิ่นอายสัตว์ดุร้ายออกมาจากเขา” ฉินเหยา ฉินเหวินเทียน ปลดปล่อยจิตดาราออกมาในรูปของต้นไม้โบราณ

 

 

 

“เย่หลาง ไสหัวไปซะ!”เสียงที่งดงามของฉินเหยาตะโกนออกมาในขณะที่ดาบไม้แหลมคมปรากฏขึ้นในอากาศอย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากนั้นมันก็บินตรงไปทางเย่หลาง

 

 

 

พลังหยวนที่เกรี้ยวกราดแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ขณะที่ไหลผ่านช่องพลังและเส้นลมปราณ มันปลดปล่อยกลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา นี้เป็นข้อบ่งชี้ว่านี่คือขั้นไหลเวียนโลหิต!

 

 

 

“สลาย!!”เย่หลางในตอนนี้คล้ายคลึงกับคนเสียสติ เขามีกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวและปลดปล่อยกลิ่นอายสัตว์ป่าออกมา ทำลายดาบไม้โบราณที่มีความแข็งแกร่งอย่างมากลงและเดินไปหาฉินเหวินเทียน

 

 

 

 

ในขณะนี้ แขนของฉินเหวินเทียนแปรเปลี่ยนไปเป็นค้อนขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะสามารถพลิกคว่ำสวรรค์ได้พร้อมกับเปล่งประกายแสงที่สุกใสในขณะที่จู่ๆมันก็แปรเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นมังกรสีฟ้า เสียงคำรามพลันปรากฏออกมา มังกรเก้าสวรรค์คำราม! การเคลื่อนไหวนี้คล้ายคลึงกับมังกรตัวใหญ่ที่ปล่อยกลิ่นอายอันน่าอึดอัดและกดดันออกมาราวกับเกิดการระเบิดพุ่งตรงไปยังเย่หลาง

 

 

 

กลิ่นอายหนาวเย็นของราชาหมาป่าอสูรปะทะกับมังกรสีฟ้าที่บ้าคลั่งกระจายออกมาราวกับพลังทำลายล้างของพายุเฮอริเคน ร่างทั้งสองของฉินเหวินเทียนและเย่หลางที่ปะทะกันพลันกระเด็กลอยออกไปคนละทิศละทาง ทิ้งเหลือแต่หลุมลึกไว้บนพื้น

 

 

 

“เหวินเทียน”สีหน้าฉินเหยาแปรเปลี่ยนไปทันทีทันใดในขณะที่ดาบไม้โบราณไปรองรับร่างเขา

 

 

 

ฉินเหวินเทียนถูกกระแทกกระเด็นออกมาแต่ก็หยุดลงหลังจากที่กระเด็กมาโดยฉินเหยา ร่างของเขาทั้งร่างหมดเรี่ยวแรงในขณะที่มีแผลฉีกขาดอยู่บนมือและมีเลือดไหลออกมาจากบาดแผล

 

 

 

“ฮู่ววว….ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก มันมีความต่างระหว่างระดับการฝึกตนมากเกินไป”ฉินเหวินเทียนคิดในใจ พลังดวงดาราที่มีในร่างกายของเขาทั้งหมดดูเหมือนจะหมดแล้วในการโจมตีครั้งล่าสุดทำให้ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความอ่อนเปลี้ย

 

 

 

“ตามที่คาด จิตดาราที่กลั้นจากสวรรค์ชั้นที่5กับความช่วยเหลือของเส้นปราณดาราของข้า ข้าสามารถใช้มันได้เพียงชั่วคราวและพลังดาราที่ข้ามีในร่างมันใช้สำหรับการโจมตีเพียงครั้งเดียว ช่วยให้ข้าสามารถป้องกันการโจมตีจากเย่หลางได้ แต่การทำเช่นนี้ทำให้พลังดวงดาราในร่างกายข้าหมดไปแล้ว”

 

 

 

ในขณะนี้ เย่หลางตกใจอย่างยิ่ง เขาถูกบังคับให้ต้องถอยหลังและไม่เพียงเท่านี้ กรงเล็บที่แหลมคมของเขามีสัญญาณของบาดแผล ฉินเหวินเทียนสามารถสร้างบาดแผลให้เขาได้

 

 

 

“เจ้าต้องตาย!”เย่หลางจ้องมองไปยังฉินเหวินเทียนแล้วคำรามออกมาราวกับสัตว์ป่า เมื่อเสียงของเขาจางหายไป เขาก้าวยาวไปข้างหน้า พลันปรากฏกลิ่นอายสัตว์ป่าไหลออกมาจากร่างกายของเขา

 

 

 

“หากเจ้ายังอวดดี ข้าจะไม่รักษามารยาทอีกต่อไป”ฉินชวน เห็นว่าเย่หลางยังคงจะมาโจมตีต่อเขาเลยกล่าวออกมาก่อนด้วยเสียงที่เย็นชา

 

 

 

 

ขณะเดียวกัน ดวงตาของอาชูร่าหวู่พลันปรากฏประกายแสงดุร้ายและเลือดเย็น เจ้าฉินเหวินเทียนนี่ต้องถูกกำจัด

 

 

 

 

“จงไปนำตัว ฉินเหวินเทียน ฉินเหยา และบรรดาผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของจักรพรรดิมา”อาชูร่าหวู่กล่าวด้วยเสียงเย็นชา

 

 

 

 

“เอาตัวพวกมันมา”เย่โมและปินยิง ทั้งสองได้สั่งออกมาในเวลาเดียวกัน ทันใดนั้น พลันปรากฏคลื่นความกดดันแทรกเข้าไปในอากาศในขณะที่ทหารกำลังกวัดแกว่งหอกยาวในมือเปิดทางเดินตรงไปยังบ้านตระกูลฉินพลันสร้างบรรยากาศที่หายใจลำบากขึ้น

 

 

 

 

หลังจากคำสั่งของเย่โมและปินยิงดังออกมา พลธนูของตระกูลฉินได้เคลื่อนพลเตรียมการ คันธนูเขาวัวที่พวกเขาใช้ได้และคันศรที่แหลมคมถูกรั้งคันศรจนกลายเป็นรูปของพระจันทร์เต็มดวง เปล่งประกายความรู้สึกที่สวยงามที่กลายเป็นความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่

 

 

 

 

“ดูเหมือนว่าตระกูลฉินกำลังเตรียมที่จะก่อกบฏจริงๆ”เย่โมกล่าวออกมาในเชิงเยาะเย้ยขณะที่เขาบินขึ้นไปบนฟากฟ้าเร่งเคลื่อนตัวไปยังทิศทางของพลธนู

 

 

 

 

“กึก กึก กึก..”เสียงของสายคันธนูที่ถูกรั้งดังออกมาในขณะที่ลูกศรพุ่งลอยขึ้นไปเต็มท้องนภา พวกมันพุ่งตรงไปยังกองทหารขนนกสีเงิน แปรเปลี่ยนท้องนภากลายเป็นสายฝนของลูกศรและปล่อยเสียงเล็กแหลมออกมา

 

 

 

เช่นเดียวกับที่มีลูกศรหลายดอกทะยานผ่านอากาศพุ่งไปยังเย่โม ทันใดนั้นพลันปรากฏ2รูปเงาดาราบนยอดหน้าผากของเย่โมในขณะที่เขาปล่อยทั้งสองจิตดาราพร้อมๆกัน ดวงแรกคือเหยี่ยว ซึ่งทำให้เขามีความรวดเร็วและว่องไวเช่นเดียวกับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น จิตดาราดวงที่สองนั้น สูงราวกับขุนเขาที่ยิ่งใหญ่ เขากลั่นจิตดารารูปแบบขุนเขา ทำให้เขาขยายขนาดขึ้นเมื่อเขารวมมัน มันเป็นจิตดาราขุนเขาศิลา ซึ้งทำให้ผิวหนังของเขาเคลือบด้วยศิลาของขุนเขาเพิ่มพลังการป้องกันของเขาอย่างมากมาย

 

 

 

 

สายตาของเย่โมแหลมคมราวเหยี่ยวที่กำลังล่าเหยื่อในขณะที่ศิลาคลุมมือพร้อมกับมีพลังที่สามารถทลายขุนเขาพลิกคว่ำมหาสมุทรขณะที่เขาทำให้ลูกศรรอบๆเขาแตกสลายเป็นชิ้นๆ

 

 

 

เย่โมเป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นอาณาจักหยวนฝู่และเขาได้กลั่นจิตดาราสองแบบและได้เปิดประตูดาราบานที่สามเรียบร้อยทว่าเขายังไม่ได้กลั่นจิตดาราดวงที่สามก็แค่นั้นถ้าไม่ใช่นั้นความแข็งแกร่งของเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น น่ากลัวมากยิ่งขึ้น

 

 

 

ขณะนี้ ด้านหลังพลธนู ปรากฏชายชราออกมาสองคน หนึ่งในพวกเขากวาดสายตาไปยังเย่โมในขณะที่เขาทะยานขึ้นไปสู่ท้องนภา

 

 

 

“ผู้พิทักษ์?”อาชูร่าหวู่ยังคงอยู่บนหลังม้าของเขาในขณะที่สายตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยือกขึ้น ทั้งสองคนที่เพิ่งปรากฏขึ้นนี้ คงเป็นผู้พิทักษ์เมื่อนานมาแล้ว ผู้ซึ่งอยู่ข้างๆฉินหวู่ในตอนที่ชื่อเสียงของเขาสั่นสะท้านไปทั่วโลก ถึงกระนั้นในปัจจุบัน ผู้พิทักษ์เหล่านั้นไม่ได้ก่อให้เกิดความรุ่งเรืองเหมือนดั่งเช่นในอดีต

 

 

 

 

“ถอยกลับเขาไปข้างใน!”เมื่อมองไปยังด้านหน้า ฉินชวนก็ตะโกนออกมาในขณะที่ทหารและเหล่าคนของตระกูลถอยกลับ

 

 

 

เย่หลางดูคล้ายคลึงกับสัตว์ป่า พุ่งตรงไปยังฉินเหวินเทียนภายใต้การคุ้มครองของผู้ป้องกันที่แข็งแกร่งข้างเขาเขาสามารถใช้เวลาได้เต็มที่และปลดปล่อยพลังของเขามาทั้งหมด เหล่าคนตระกูลฉินที่ขวางทางเขาได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงโดยไม่มีข้อยกเว้น

 

 

 

 

ฉินเหยานำฉินเหวินเทียนไปขณะที่พวกเขาถอยกลับอย่างต่อเนื่อง สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนไปทันทีเมื่อนางเห็นเย่หลาง เจ้าสัตว์ป่าตัวนั้นต้องการสังหารฉินเหวินเทียน

 

 

 

 

“ให้ข้าขวางเขาเอง” พลันปรากฏเงาต่อหน้าฉินเหยาและฉินเหวินเทียนขณะที่เขากวาดขาโจมตีไปด้านหน้า

 

 

 

 

“เปรี้ยง”มือของเย่หลางหยุดขาที่มีความแข็งแกร่งถึง10000จินได้อย่างง่ายดายขณะที่เขาจับขาได้ด้วยมือข้างเดียวและจ้องมองด้วยสายตาที่ดุร้าย

 

 

 

 

“ฉินเหลา ถอย”การแสดงออกของฉินเหยาแข็งทื่อทว่ามันสายไปแล้ว มือขวาของเย่หลางที่มีรูปร่างราวกับมีด ทิ่มแทงอย่างรุนแรงลงไปที่ต้นขาของฉินเหลา เพียงชั่วพริบตาฉินเหลาคำรามออกมาอย่างดังด้วยความเจ็บปวดขณะที่เขาหมดสติไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดกระดูกของขาของเขาถูกหักขณะที่เลือดสดๆไหลออกบ่าออกมาลงบนพื้น

 

 

 

หลังจากนั้นฉินเหยาและส่วนที่เหลือได้ถอยกลับไปที่ทางเข้าของบ้านตระกูลฉินอย่างปลอดภัยขณะที่ทหารจำนวนมากรีบวิ่งออกไปสร้างกำบังที่แข็งแกร่ง

 

 

 

 

เย่หลางโน้มหัวลงและจ้องมองไปยังฉินเหวินเทียนพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าเกลียดขณะที่เขาหันกลับไปมองฉินเหลาที่นอนอยู่บนพื้น เขาต่อยไปยังหัวของฉินเหลาทันทีพลันปรากฏเลือดสีแดงสดฟุ้งกระจายแปรเปลี่ยนท้องนภาบริเวณนั้นเป็นสีแดงสดและสาดกระเด็นไปโดนเสื้อคลุมของเย่หลางในขณะที่ปรากฏสายตาชั่วร้ายในดวงตาเขา

 

 

 

 

“ฉินเหยา ข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นของเล่นของข้า ทาสของข้า ของเล่นสนองกามของข้า!”เสียงของเย่หลางดังสนั่นขณะที่เลียริมฝีปากซึ่งอาบไปด้วยเลือดของฉินเหลา

 

 

 

ร่างของฉินเหยาสั่นสะทานเต็มไปด้วยความโกรธ

 

 

 

 

“ทุกคนถอย!”ฉินชวนตะโกนขณะที่อาชูร่านำพากองกำลังก้าวไปข้างหน้า ปัจจุบันถึงแม้ว่าตระกูลฉินได้เรียกตัวผู้พิทักษ์แล้วแต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ยังไม่พอที่จะต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามได้ ดังนั้นเหล่าผู้เยาว์จึงต้องได้รับการปกป้องควรไม่มีผู้ใดตายเพราะพวกเขาเป็นความหวังของตระกูล

 

 

 

 

ในดวงตาของฉินเหยาเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธราวกับว่านางไม่ได้ยินคำสั่งของฉินชวน ทว่าในขนาดนั้นฉินเหวินเทียนก็มาจับมือฉินเหยาไว้ขณะที่ย้ำว่า”ท่านพี่ พวกเราเข้าไปด้านในเถอะ”

 

 

 

“เหวินเทียน ฉินเหลา…..”ดวงตาฉินเหยาเต็มไปด้วยสีแดง แม้ว่าฉินเหลาไม่ใช่พี่น้องในสายเลือด แต่เขาก็ยังเป็นคนของตระกูลฉิน บรรพบุรุษของเขาได้ติดตามฉินหวู่ผ่านสงครามนับไม่ถ้วนและได้แซ่ของตระกูลฉินไป ตระกูลฉินไม่เคยปฏิบัติกับพวกเขาในฐานะบุคคลภายนอก พวกเขาทั้งหมดต่างใกล้ชิดกันที่สุดราวกับญาติพี่น้อง

 

 

 

 

“ข้าจะแก้แค้นให้กับเขาแน่ ๆ”ฉินเหวินเทียนพูดอย่างสงบขณะที่เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธที่เย็นยะเยือก ขณะนี้ ดวงตาปกติของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งเล็กน้อยละม้ายคล้ายคลึงกับเสือป่าในขณะที่เขาจ้องไปยังเย่หลางด้วยความเกลียดชัง”จงจดจำข้าไว้ คนที่จะสังหารเจ้าก็คือข้า!”

 

 

 

ฉินเหวินเทียนสาบานว่าจะสังหารเย่หลางให้ได้อย่างแน่นอน

 

 

 

“แน่นอนว่าจะไม่ได้มีแค่เขาที่จะต้องตาย”เย่หลางวางเท้าลงไปบนร่างของฉินเหลา และจ้องมองด้วยสายตาที่ราวกับอสูร จ้องมองไปยังฉินเหวินเทียนที่ถึงฉินเหยาถอยกลับไปในบ้านตระกูลฉิน ในเวลาเดียวกัน ด้วยพลังของผู้พิทักษ์ทำให้กองทหารขนนกสีเงินเชื่องช้าลง ด้วยการป้องกันเช่นนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพวกเขาที่จะโจมตีตระกูลฉิน

 

 

 

หลังจากที่ฉินเหวินเทียนและส่วนที่เหลือเข้ามาในบ้านตระกูลฉิน คนของตระกูลต่างสับสนวุ่นวาย พวกเขาไม่ได้คิดว่าพวกตระกูลเย่และกองทหารขนนกสีเงินที่ล้อมพวกเขาต้องการที่จะทำลายพวกเขา

 

 

 

“เหยาเอ๋อร์ นำเหวินเทียนและส่วนที่เหลือไปพักผ่อนก่อน พวกเจ้าทั้งหมดแค่มุ้งเน้นเรื่องการฝึกตนของเจ้าก็เพียงพอแล้ว ปล่อยเรื่องที่เหลือให้พวกข้าเอง”ด้วยคำกล่าวของฉินชวนทำให้เหล่าผู้เยาว์ต่างหนักแน่นขึ้น

 

 

 

 

“ท่านพ่อ เราต้องการอยู่ที่นี้และช่วยด้วยเช่นกัน”ฉินเหยาไม่เต็มใจที่จะต้องซ่อนอยู่ในที่ปลลอดภัยจึงพูดแทรกขึ้นมา

 

 

 

 

“ข้าบอกให้เจ้าไป!”ฉินชวนตะคอกออกมา”พวกเจ้าทุกคนจงจำไว้ พวกเจ้าทุกคนคือความหวังในอนาคตของตระกูลฉินและตอนนี้ตระกูลฉินเรากำลังเผชิญกับอันตรายที่ไม่เคยมีมาก่อน หากตระกูลฉินพ่ายแพ้ แม้ว่าเราจะต้องเสียสละชีวิตของเรา เราก็อยากจะมั่นใจในความปลอดภัยของพวกเจ้าก่อนเหนือสิ่งอื่นใด”

 

 

 

“ตระกูลฉิน……ไม่เคยพ่ายแพ้”น้ำตาของฉินเหยาเริ่มไหลรินลงมา

 

 

 

 

“ข้าเพียงแค่พูดว่าหากเป็นเช่นนั้น ถึงกระนั้นตั้งแต่เริ่มแรกนี้ ปู่ของเจ้ารู้ว่าควรจะเลือกอะไร ตราบเท่าที่เราสามารถทนได้สัก2-3วัน ตระกูลฉินจะมีความหวังที่จะสามารถรอดไปได้”ฉินชวนอธิบาย ทำให้ฉินเหยาและส่วนที่เหลือต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูเหมือนว่าปรมาจารย์อาวุโสของตระกูลฉินยังคงมีแผนหลับบางอย่าง

 

 

 

“ท่านพ่อ ข้าจะไปเริ่มฝึกตน”ฉินเหวินเทียนกล่าวกับฉินชวน หลังจากนั้นเขาก็หันซ้ายไปทำให้ฉินเหยาและคนอื่น ๆหยุดนิ่ง ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามือของฉินเหวินเทียนนั้นกำหมัดแน่นจนเล็บของเขาจิกลงไปบนฝ่ามือจนมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย

 

 

 

 

ฉินชวนเหลือบมองไปยังด้านหลังของฉินเหวินเทียน ขณะที่ดวงตาของเขาพลันปรากฏประกายแสงเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวเบา ๆ ว่า”เหยาเอ๋อร์ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดๆที่ผิดพลาดขึ้นมา ข้าต้องการให้เจ้าปกป้องเหวินเทียน เจ้าเข้าใจไหม?”

 

 

 

 

ร่างของฉินเหยาสั่นเทาขณะที่นางมองตรงไปที่บิดา”ท่านพ่อ หากเหวินเทียนมีชีวิต ข้าก็จะมีเช่นเดียวกัน!!”

 

 

 

 

“ลูกของข้า..”ฉินชวนมองไปที่ฉินเหยาด้วยความรักที่เต็มอยู่ในสายตาคู่นั้น “ลูกข้า เหวินเทียน มีความฉลาดเหนือเหล่าสหายและมีพรสวรรค์ที่ทำให้สวรรค์ต้องสั่นคลอน  ข้าหวังว่าในอนาคตตระกูลฉินจะมีคนที่แข็งแกร่งพอที่จะโค่นล้มจักรพรรดิในปัจจุบันได้..”

 

 

 


 

 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย