0 Views

ช่างตีเหล็ก  นอกเหนือจากการที่ต้องฝึกฝนแล้วยังคงต้องอุทิศเวลาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับตราศักดิ์สิทธิ์ที่จำเป็นต่อการสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ช่างตีเหล็กส่วนใหญ่เป็นเหมือนฟานซือ ยอมรับคำขอเพื่อแลกกับค่าตอบแทน โดยธรรมชาติพวกเขาจะไม่ทุ่มเทความพยายามทั้งหมดของพวกเขาในการสร้างชิ้นส่วนทุกชิ้นส่วนของอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ทำ

 

 

 

 

สิ่งที่ควรทำที่สุดก็คือ ทำตามขั้นตอนของฟานซือใช้ของเหลวที่เป็นโลหะผสมตามอัตราส่วนทอง ใสมันลงไปในแม่พิมพ์จากนั้นก็สลักตราศักดิ์สิทธิ์ลงไป

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียน ตามคำขอของฟานซือเขาเทของโลหะเหลวลงในแม่พิมพ์ก่อนที่จะวางไว้ด้านข้างปล่อยให้ของเหลวเย็นลงและรวมตัวเป็นรูปร่างของอาวุธในขณะนี้ฟานซือได้ส่งเตาหลอมขนาดเล็กไปให้ฉินเหวินเทียน ตามที่เขาแนะนำไว้”ไปที่ห้องเก็บวัสดุและเอาทองแดงมา0.5กิโล ทรายสีเงิน0.25กิโล หินสีเลือด(bloodstones)0.5กิโลและอลูมิเนียมกับเหล็กดารา(starsteel)ไม่กี่กิโลมา”

 

 

 

 

“วัสดุเหล่านี้ใช้ในการตีดาบและไม่ใช้เพียงแค่ดาบแต่เป็นดาบที่เบาและว่องไว”หลังจากที่ฉินเหวินเทียนได้รับเศษเสี้ยวความทรงจำเกี่ยวกับการหลอมอาวุธมาแน่นอนว่าได้มีข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุประเภทต่างๆเป็นผลให้เขาค่อนข้างเข้าใจวัตถุประสงค์ของแต่ละวัสดุ ทองแดงเป็นวัสดุหลัก ทรายสีเงินเอามาใสเพื่อให้อาวุธส่องแสงและวัสดุอื่น ๆ ถูกนำมาใช้เพื่อปรับแต่งความคมและลดน้ำหนักของดาบในขณะที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับส่วนหลักของมัน โดยเฉพาะหินสีเลือด(bloodstones)และเหล็กดารา(starsteel)ทั้งหมดถือว่าเป็นโลหะมีราคาแพงและมีค่า

 

 

 

 

“อาจารย์ฟานซือนี่เป็นดาบที่ท่านตั้งใจจะสร้างขึ้นให้กับหลินเยว่?”ฉินเหวินเทียนถาม

 

 

 

 

ฟานซือมองไปที่ฉินเหวินเทียนก่อนที่จะพูดอย่างเย็นชา”ไม่เลว เจ้ามีความรู้ความเข้าใจเล็ก ๆว่าวัสดุเหล่านี้ใช้สำหรับการตีดาบที่คล่องแคล่ว พ่อของนางและข้ามีมิตรภาพที่ลึกซึ้งระหว่างพวกเราและนางเป็นอัจฉริยะดังนั้นอาวุธที่ข้าจะทำให้แก่นางข้าจะทุ่มเทความพยายามให้มากขึ้นกว่าเดิม เจ้าได้ทำให้นางขุ่นเคืองเพราะต้องการดึงความสนใจจากนางใช่ไหม? แต่ให้ข้าแนะนำเจ้าหน่อยเจ้าควรหยุดฝันและละทิ้งความคิดนั้น และหากเจ้ายินดีที่จะเป็นเด็กฝึกหัดเป็นเวลา3ปี ข้าจะบอกตราศักดิ์สิทธิ์ง่ายๆให้แก่เจ้าเพื่อที่เจ้าจะได้เข้าใจได้มากขึ้น”

 

 

 

 

“สามปีของการเป็นเด็กฝึกหัด แต่กลับบอกเพียงความรู้ตราศักดิ์สิทธิ์ระดับพื้นฐาน?”ฉินเหวินเทียนพึมพำเขารู้ว่าตำแหน่งของช่างตีเหล็กขึ้นอยู่กับจำนวนตราศักดิ์สิทธิ์ที่ตนมี

 

 

 

“อะไร? เจ้าจะบอกว่าระยะเวลาสามปีนานเกินไปสำหรับเจ้า? เจ้ารู้หรือไม่ว่าราคาที่ค่าจ่ายไปเพิ่อให้ได้ตราศักดิ์สิทธิ์จากสมาคมสายธารดารามันสูงถึงเพียงใด?”ฟานซือแค้นเสียง”ไปเอาวัสดุที่ข้าได้ระบุไปมา”

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนพยักหน้าขณะที่เดินเข้าไปในห้องห้องวัสดุเพื่อรวบรวมวัสดุที่จำเป็น ส่งเตาฟานซือกลับไปเมื่อเขากลับมาหลังจากนั้นฟานซือเทวัสดุลงในเตาหลอมขนาดใหญ่ละลายพวกมันกลายเป็นโลหะเหลว

 

 

 

“ไฟปฐพีใช้สำหรับการกลั่นและการสร้างอาวุธซึ้งได้รับการจัดเตรียมโดยสมาคมสายธารดารา ถ้าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขา ช่างตีเหล็กมากมายจะไม่สามารถละลายวัสดุที่ใช้ในการหลอมได้มันเป็นเรื่องยากที่จะกลายเป็นช่างตีเหล็ก”ฉินเหวินเทียนถอนหายใจเบา ๆ ในใจ ความทนทานของวัสดุเช่นเหล็กดารา(starsteel)นั้นสูงมากดังนั้นไฟธรรมดาจะไม่สามารถหลอมพวกมันได้

 

 

 

โดยเฉพาะหากต้องการอาวุธศักดิ์สิทธิ์ชั้นเลิศ ระดับของอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่สูงขึ้นวัสดุก็ทนทานขึ้นและยากที่จะหลอมมากขึ้น

 

 

 

และไม่ต้องพูดถึงเลยว่า สิ่งที่ยากที่สุดและขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของช่างตีเหล็กในการหลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ คือความรู้และความสามารถในการสลักตราประทับศักดิ์สิทธิ์ที่จำเป็น

 

 

 

หลังจากที่โลหะเหลวถูกเทลงไปในแต่ละแม่พิมพ์ ฟานซือรอจนกระทั่งรอยแตกเกิดขึ้นบนพื้นผิวของแม่พิมพ์ ฟานซือยกนิ้วขึ้นมาเคาะเบาๆที่แม่พิมพ์ขณะที่มันแตกออกเป็นชิ้น ๆ เผยให้เห็นดาบสีแดงที่ร้อนระอุที่เรืองแสงจากความร้อนของไฟปฐพี

 

 

 

 

“ในขณะนี้ ก่อนที่ดาบจะเย็นลงทั้งหมดมันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในสลักตราศักดิ์สิทธิ์ลงบนมัน” ฟานซืออธิบายอย่างไม่แยแสในขณะที่เขาตั้งสมาธิอยู่ ทันใดนั้น ความกดดันของดวงดารามีความผันผวนเล็กน้อยขณะที่เขายกนิ้วขึ้น นิ้วชี้ของเขาเริ่มสว่างเรื่อย ๆ ในขณะที่ปล่อยปราณดารามันก็ค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างเป็น มีดแกะสลักดารา

 

 

 

 

“นี่มันจิตดารา รูปแบบจิตดาราของฟานซือเป็นมีดแกะสลักและไม่ถือว่าเป็นจิตดาราประเภทช่างตีเหล็กได้ ถึงกระนั้นเมื่อใช้ในการสลักตราศักดิ์สิทธิ์มันก็ยังเหมาะสมอยู่ ”ฉินเหวินเทียนคิดในใจ ฟานซือจึงสั่งให้มีดแกะสลัก สลักตราศักดิ์สิทธิ์ลงบนพื้นผิวของดาบ เขาทำโดยไร้การเคลื่อนไหวเพื่อปกปิดท่าทางของเขาจากฉินเหวินเทียน  แม้แต่ตราศักดิ์สิทธิ์ที่ง่ายที่สุดก็ยังซับซ้อนเหนือความคาดหมาย รูปร่างของรูนกำลังเกิดขึ้นระหว่างการแกะสลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเส้นรูนตัดกัน มันซับซ้อนราวกับช่างพลังที่ลึกลับในร่างกายมนุษย์มันเป็นเรื่องยากที่จะพบด้วยการมองด้วยสายตาเปล่าๆ

 

 

 

 

ถึงกระนั้นสิ่งที่ฟานซือคาดไม่ถึงก็คือการเคลื่อนไหวของเขาสามารถมองออกได้และเจตนาที่อยู่เบื้องหลังการกระทำของเขาถูกเข้าใจอย่างชัดเจนโดยฉินเหวินเทียนผู้ที่ยืนอยู่ข้างๆเขา

 

 

 

 

“นี่คือระดับพื้นฐาน ดาบศักดิ์สิทธิ์”อันที่จริงฟานซือเองรู้ว่าจิตดารามีดแกะสลักของเขาไม่มีประโยชน์ใด ๆ ในเส้นทางการฝึกตน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะทุ่มเทความพยายามของเขาทั้งหมดในการใฝ่หาเส้นทางของช่องตีเหล็ก ในเต๋าของช่างตีเหล็ก เขายังคงได้รับการพิจารณาว่ามีความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆและแน่นอนว่าเขาไม่เคยคิดว่าจะถูกดูถูกโดยลูกนกที่ขนพึ่งขึ้น ฉินเหวินเทียน

 

 

 

 

“ถ้าเจ้าสามารถเรียนรู้ตราศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ได้จากข้า ข้าสามารถรับรองได้เลยว่าในชีวิตนี้ทั้งชีวิตของเจ้าจะไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้ชีวิตให้สุขสบายอย่างไรเลย”ฟานซือไม่รู้ว่าฉินเหวินเทียนกำลังคิดอย่างไรขณะที่พูดด้วยความเย่อหยิ่งเสียงของเขาเต็มไปด้วยคำหัวเราะที่น่ารังเกียจเบา ๆ เขาเหลือบมองที่ฉินเหวินเทียนขณะเดียวกันก็สลักตราศักดิ์สิทธิ์ลงไปในอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังก่อรูปก่อร่างและรอให้เย็นลงก่อนที่จะทำให้มันแข็งขึ้น แหลมคมขึ้น ทำให้เข้ากันได้กับอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นเช่นฝักดาบฯลฯ

 

 

 

สำหรับคราประทับศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้รับการสลักลงไปในช่วงหลังการหลอมพวกมันไม่ได้มีสัญญาณบกบอกอะไรใดๆออกมา  มันเหมือนกับตราศักดิ์สิทธิ์ได้หายไปเฉยๆราวกับว่ามันได้ผสานเข้ากับอาวุธอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นพลังของอาวุธศักดิ์สิทธิ์

 

 

 

 

“เจ้าลองทำดู”ฟานซือได้ส่งอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่พึ่งหลอมเมื่อเร็ว ๆ นี้ไปให้กับฉินเหวินเทียน

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนถือดาบไว้ขณะที่พลังดวงดาราของเขาพุ่งเข้าไปในอาวุธ ในกรณีเดียวกันฉินเหวินเทียนสามารถรู้สึกถึงการเชื่อมต่อโดยธรรมชาติ คล้ายกับเลือดเนื้อที่อยู่ด้วยกัน เชื่อมต่อเขาเข้ากับอาวุธ ความรู้สึกนี้ยากที่จะอธิบายได้  เขารู้สึกราวกับว่าเส้นเลือด เส้นลมปราณและช่องพลังของเขาถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันกับดาบเช่นเดียวกับพลังดวงดาราภายในร่างเขาเริ่มที่จะไหลเข้าสู่อาวุธศักดิ์สิทธิ์

 

 

 

“ช่างลึกลับยิ่ง”ฉินเหวินเทียนพึ่งลงมือฝึกฝนเมื่อไม่กี่วันก่อนและเขาไม่เคยสัมผัสอาวุธศักดิ์ศิทธิ์ เขาไม่ได้คาดคิดว่าตราศักดิ์สิทธิ์จะมีประสิทธิภาพที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้

 

 

 

 

“วันนี้ เจ้าได้เห็นวิธีหลอมแล้ว หากเจ้ายังอยากเป็นเด็กฝึกหัดในระยะยาว ในอนาคตข้าจะทุ่มเทให้กับการแกะสลักตราศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่ส่วนที่เหลือทั้งหมดจะถูกทำโดยเจ้า เป็นอย่างไง?”ฟานซือถามขณะที่เขามองไปที่ฉินเหวินเทียน

 

 

 

“อาจารย์ใหญ่ฟานซือข้าไม่ได้มาที่นี่บ่อยๆ แต่หากข้ามีเวลา ข้าจะช่วยท่านตามสิ่งที่ท่านได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ข้าไม่ต้องการค่าตอบแทนใดๆ”ฉินเหวินเทียนตอบ จริงๆแล้วภายในเศษเสี้ยวของความทรงจำมันมีวิธีการหลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว มันเหลือเพียงแค่เขาต้องหาประสบการณ์ด้วยตนเองเพื่อให้เขาสามารถเข้าใจได้มากขึ้น

 

 

 

เมื่อมาถึงการหลอมอาวุธ การสลักตราศักดิ์สิทธิ์ก็ยังคงเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด สำหรับส่วนอื่น ๆ ของกระบวนการหลอมนั้นเขาเพียงแค่ต้องเข้าใจว่าควรใช้วัสดุใดในการหลอมอาวุธประเภทต่างๆ รวมการเข้าใจวิธีการลับคมดาบ ฯลฯ ส่วนชนิดของเปลวไฟที่ใช้สำหรับการหลอม ตราบใดที่มันมีอยู่ในสมาคมสายธารดาราก็ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลเรื่องทั้งหมดนี้

 

 

 

และเนื่องจากวัสดุในสมาคมสายธารดาราเป็นวัสดุที่ทำไว้แล้ว ฟานซือจึงสามารถสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำขั้นที่1ได้ แม้ว่าจะเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำขั้นที่1 แต่กับคนส่วนใหญ่ในขั้นฝึกกายพวกเขาก็ถือว่าเป็นสมบัติที่ล้ำค่า

 

 

 

 

“เจ้ายังไม่รู้ว่าอะไรดีสำหรับเจ้า”ฟานซือแค้นเสียง”ข้าจะไปพักช่วยข้าขจัดวัสดุที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมดทิ้งด้วย”

 

 

 

 

เมื่อมองไปที่หลังของฟานซือที่กำลังเดินจากไป ฉินเหวินเทียนรู้ดีว่าคน ๆ นี้เป็นคนเจ้าเล่ห์ เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการเวลาเพียงวันเดียวในการสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำ แต่เขาบอกกับลูกค้าว่าให้กลับมาในอีกสามวัน นี้มันมีความหมายว่าจะสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์เขาจะต้องใช้เวลามาก

 

 

 

 

แต่หากฟานซือ ทุ่มเทเวลาและพลังอย่างแท้จริงในการหลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์เขาจะต้องใช้เวลาสามวันจริงๆ  เพราะการสลักตราศักดิ์สิทธิ์เป็นงานที่ยากจริงๆ ไม่สามารถมีข้อผิดพลาดใด ๆได้ เมื่อแกะสลักเส้นรูนแล้ว เพียงข้อผิดพลาดเดียวมันจะทำให้การสลักทั้งหมดล้มเหลว

 

 

 

 

หลังจากที่ฟานซือออกไป ฉินเหวินเทียนก็ดึงแม่พิมพ์แบบดาบศักดิ์สิทธิ์ออกมาและเขาก็เทโลหะเหลวที่ผสมด้วยอัตราส่วนทองคำในขณะที่เขาเตรียมที่จะลองด้วยตัวเอง

 

 

 

 

“ตามเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ข้าได้รับ ตราศักดิ์สิทธิ์และอาวุธศักดิ์สิทธิ์สามารถแบ่งออกได้เป็น 10 ระดับ อาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับ1 ต้องสลักด้วยตราศักดิ์สิทธิ์ระดับ1และอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับ2อย่างน้อยที่สุดจะต้องมีตราศักดิ์สิทธิ์ระดับ2เพื่อให้มันสมบูรณ์  สำหรับตราศักดิ์สิทธิ์ระดับ2หรือสูงกว่า ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากพัฒนาการจากการผสมผสานระหว่างตราศักดิ์สิทธิ์ระดับพื้นฐานระดับที่สูงขึ้นของตราศักดิ์สิทธิ์ จะยิ่งยากที่จะเข้าใจขึ้นไปอีกสำหรับตราศักดิ์สิทธิ์ระดับ3ที่มีอยู่ในความทรงจำข้าไม่แม้แต่จะสามารถดูโครงสร้างพื้นฐานของพวกมันได้”ฉินเหวินเทียนคิดในใจ

 

 

 

 

หลังจากรอยร้าวปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของแม่พิมพ์ เขาก็วางมันลงบนเตาหลอมหินและในขณะที่เขาใช้มือของตนเองกดลงไปรอยแตกก็กว้างขึ้นขณะที่แม่พิมพ์ก็แยกตัวออกเผยให้เห็นดาบสีแดงร้อนระอุ พลังดวงดาราในร่างกายของฉินเหวินเทียน เริ่มผสมผสานกันอย่างบ้าคลั่ง เริ่มรวมกันเป็นจุดเดียวและแปรเปลี่ยนไปเป็นตราศักดิ์สิทธิ์รูปดาบ ชื่อของตราศักดิ์สิทธิ์ระดับ1นี้คือ”ดาบบิน”

 

 

 

ในฝ่ามือของเขารูปร่างของค้อนสวรรค์ก็ก่อตัวขึ้นในขณะที่ตราศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นจากพลังดวงดาราในร่างกายของเขาเริ่มถูกส่งไปยังด้านล่างของค้อนสวรรค์ก่อนที่จะถูกประทับอยู่ตรงนั้น

 

 

 

 

ฉินเหวินเทียนยกแขนขึ้นขณะที่เขาฟาดค้อนอย่างลงบนดาบอย่างแม่นยำทำให้ตราศักดิ์สิทธิ์เริ่มผสานเข้ากับดาบ กลายเป็นพลังของอาวุธศักดิ์สิทธิ์

 

 

 

“ฮู่ววววว……”ฉินเหวินเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆในขณะที่เขาสงสัยเกี่ยวกับผลการทดสอบของเขา

 

 

 

 

เขาเอาค้อนออกไปในขณะที่ฉินเหวินเทียนเริ่มใช้เครื่องมือต่างๆเพื่อขัดเกลาและลับอาวุธ ก่อนถึงขั้นสุดท้ายที่เขาจะลับคมดาบ ฟานซือได้กลับมา ท่าทีของเขาดูเอื่อยเฉื่อยเมื่อเขามองไปที่การกระทำของฉินเหวินเทียน ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วกล่าว”เจ้ากำลังทำอะไร?”

 

 

 

“อาจารย์ใหญ่ฟานซือ ข้ากำลังพยายามขัดเกลาและลับคม”ตอบอย่างตรงไปตรงมา

 

 

 

 

“เจ้ากำลังทำอะไรกับที่นี้? เจ้ารู้รึปล่าวว่าแม่พิมพ์และโลหะเหลวที่เจ้าทำมันกำลังเสียเปล่า มันจะเพียงพอให้ข้าสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์? เจ้าจะชดใช้มันได้รึ?”ฟานซือตะโกนดังสนั่นหน้าตาเขาโกรธเกรี้ยวขณะที่เขาค่อยๆเดินไปทางฉินเหวินเทียน ก่อนที่จะตีแขนเขาอย่างรุนแรงทำให้ดาบที่ยังไม่คมของเขาตกลงไปบนพื้น

 

 

 

“วันนี้ อาจารย์ใหญ่มูหลินจะอยู่ที่นี่เพื่อตรวจสอบ นับว่าเจ้าโชคดี ข้าจะไม่ใสใจเรื่อง ออกไปเดียวนี้!”

 

 

 

 

ท่าทีของฉินเหวินเทียนพลันแข็งทื่อ ฟานซือคนนี้ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นแค่ตีเหล็กที่พรสวรรค์ธรรมดา แต่ก็ยโสอย่างแท้จริง ฉินเหวินเทียนแค้นเสียงอย่างเย็นชาาในขณะที่เขาเดินจากไปอย่างไม่แยแส

 

 

 

“เจ้าเด็กไร้ค่านั้น ข้ารู้สึกสงสารเขาและอยากจะยอมรับว่าเขาเป็นเด็กฝึกข้า”ฟานซื่อ

 

 

 

ตอนนี้ฉินเหวินเทียนได้เดินออกไปแล้วมีเพียงคนไม่กี่คนที่สวมเสื้อคลุมของสมาคมสายธารดารเดินผ่านเขา คนที่อยู่ตรงกลางมีความรู้สึกที่ผิดปกติและมีสาวงามเดินติดสอยห้อยตามมาด้วย นี่คือผู้อาวุโส มูหลิน

 

 

 

แม้ว่าเขาจะเป็นหัวหน้าแผนกช่างตีเหล็กของสมาคมสายธารดาราสาขานครประสานนภาที่เพิ่งจะถูกย้ายไปยังนครหลวงแต่เหตุผลที่เขากลับมาในวันนี้คือการมาตรวจสอบว่าระดับของอาวุธที่นี่ดีขึ้นหรือไม่
 

 

 

ฉินเหวินเทียนและชายคนนี้เดินผ่านกันแค่ช่วงสั้นๆ สาวงามกวาดตามองไปที่ฉินเหวินเทียนเล็กน้อยและจากการมองนั้นฉินเหวินเทียนรู้สึกได้ถึงความหยิ่งของช่างตีเหล็ก

 

 

 

“ฟานซือ ทำไมเจ้าจึงโกรธ”ขณะนั้นมูหลินและคนของเขาเดินเข้าไปในห้องหลอม

 

 

 

“อาจารย์ใหญ่มูหลิน ท่านหัวหน้าแผนก”ฟานซือคำนับขณะที่ความโกรธที่เขามีละลายหายไปและแทนที่ด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น

 

 

 

“อืม”มูหลินพยักหน้าละเดินเข้าไปในห้องหลอมขณะที่เขากล่าว”ให้ข้าตรวจสอบระดับความก้าวหน้าของเจ้า”

 

 

 

หลังจากที่เขากล่าว  บังเอิญเขาเห็นดาบที่ตกอยู่บนพื้นข้างเตาหลอมเมื่อเขาหยิบมันขึ้นมา มองไปที่การสร้างที่ล้มเหลวของใครบางคน อาจเป็นมาตรฐานวัดความสามารถที่แท้จริงของพวกเขาได้แม่นยำมากขึ้น

 

 

 

ขณะที่ฟานซืออยากแทรก ทันใดนั้น ท่าทีการแสดงออกของมูหลินก็แปล่งประกายในขณะที่เขาหันไปทางฟานซือด้วยความประหลาดใจว่า”ฟานซือ เหตุใดระดับในการหลอมของเจ้าได้ปรับปรุงขึ้นมากมายเช่นนี้?”

 

 

 

ร่างกายฟานซือพลันแข็งทื่อขณะที่มูหลินส่งดาบไปให้เขา ด้วยความตั้งใจเพียงเล็กน้อย พลังดวงดาราและพลังหยวนก็ไหลลงไปในดาบในขณะที่สีหน้าของเขาพลันตะลึงมากยิ่งขึ้น

 

 

 

“มันเป็นไปได้อย่างไร”ฟานซือไม่อยากเชื่อ

 

 

 

 

“การหลอมดาบนี้ วัสดุที่เจ้าใช้ควรเป็นโลหะเหลวที่ผสมก่อนแล้ว แต่ตราศักดิ์สิทธิ์ที่สลักไว้มันประณีตถึงจุดที่มันเกือบจะสมบูรณ์แบบ จนทำให้ข้าอาย แม้ว่าจะเป็นเพียงตราศักดิ์สิทธิ์ระดับ1 แต่เพื่อให้สามารถเข้าถึงจุดสูงสุดดังกล่าวได้ ข้าเกรงว่าแม้แต่ช่างตีเหล็กระดับ2ก็มิอาจทำสำเร็จได้”

 

 

 

 

รอยยิ้มได้ปรากฏขึ้นขณะที่มูหลินพูดกับฟานซือ”ในช่วงสิ้นปีนี้ ข้าตั้งใจที่จะนำผู้ช่วยที่มีความสามารถไปในครหลวงกับข้า ดูเหมือนว่าข้ารู้แล้วว่าจะเลือกใครดี ฟานซือ ดาบเล่มนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าจริงๆใช่ไหม?”

 

 

 

 

ฟานซือลังเลเล็กน้อยในขณะที่เขากัดฟัน ไม่มีทางที่เขาจะพลาดโอกาสนี้

 

 

 

 

“แน่นอนว่าเป็นข้า”

 

 

 

 

“ดี ข้าให้เวลาเจ้าอีกสามวัน ข้าต้องการใช้ความพยายามของเจ้าทั้งหมดในการสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ให้ข้าได้เห็นทักษะระดับสูงสุดของเจ้า”มูหลินหัวเราะขณะที่เขาหันหลังเดินออกจากห้อง

 

 

 

หัวใจของฟานซือเต้นระรัวขณะที่สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปเป็นซีดเซียว  ตอนนี้ เขาอ้างว่าเป็นของตนโดยไม่ได้คิดอะไรจริงๆ แต่ตอนนี้ เขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาจะสามารถสลักตราศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้อย่างไร ความโลภทำให้เขาตาบอดจริงๆ

 

 

 

“เจ้าเด็กน้อยนั้น……….ใช่แล้ว ข้าต้องตามหาเขา”หัวใจของฟานซือเต้นระรัว เขาคงจะเสร็จแน่หากเขาหาฉินไม่เจอ

 

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย