0 Views

 

**แก้ไขแล้วนะครับลงตอนผิด

 

เมื่อฉินชวนเห็นความสามัคคีของตระกูลแม้ในช่วงเวลาที่อันตรายก็ทำให้เขาเต็มไปด้วยความสุขคนของตระกูลฉินทั้งหมดแข็งแกร่งและแน่วแน่แม้กระทั่งเผชิญหน้ากับความตาย

 

“พี่สอง พี่สาม ตามข้าไปหาท่านพ่อ เหวินเทียน เหยาเอ๋อร์ เจ้าทั้งสองกลับไปก่อน ”หลังจากนั้นฉินชวนก็นำฉินเฮอและส่วนที่เหลือออกไป

 

“เมื่อก่อนจักรพรรดิได้ให้เกียรติบรรพบุรุษของเราด้วยความเมตตา บรรพบุรุษของเราและปู่ของเรา ฉินหวู่ รักและชื่นชมความเมตตานั้นเสมอไม่ลังเลที่จะแลกชีวิตของเขาให้กับรัฐชู่ แต่ตอนนี้ ตระกูลราชวงศ์ต้องการให้ตระกูลฉินของเราหายไป ข้าเกรงว่าปู่ไม่สามารถกล้ำกลืนต่อความรู้สึกนี้ได้อีกต่อไป”ฉินเหยาพึมพำด้วยเสียงต่ำขณะที่ฉินเหวินเทียนพยายามจะปลอบโยนเธอ”อย่าได้กังวลไปข้าแน่ใจว่าปู่มีแผน”

 

“และเจ้าเพื่อนยาก เจ้าได้ซ่อนความจริงที่ว่าเจ้ากลั่นจิตดาราจากข้า ในระหว่างการทดสอบเจ้าทำให้เสียงกลองดังกังวานถึง8ครั้งแสดงว่ามีพลังเท่าวัว80ตัว ระดับของเจ้าถึงขั้นไหนแล้วตอนนี้?”ขณะที่พวกเขาเดิน ฉินเหยากระพริบตาที่สวยงามของนางขณะที่นางถามซอกแซกหากไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่เพิ่มขึ้นของวิชาและจิตดาราอย่างน้อยต้องอยู่ที่ระดับ9ของขั้นฝึกกายเพื่อให้มีระดับความแข็งแกร่งเท่าวัว81ตัว

 

“ข้าให้เจ้าเดา?”ฉินเหวินเทียนยักไหล่การมีความแข็งแกร่งเช่นนี้ที่ระดับของ5ของขั้นฝึกกายมันดูเหมือนไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

 

“ข้าจะเดาได้อย่างไร”ฉินเหยาค่อยๆเม้มริบฝีปากขณะที่เธอมองไปที่รอยยิ้มของฉินเหวินเทียน”การกยกเลิกงานแต่งงานกับสาวงามที่สุดในนครประสานนภาเจ้ารู้สึกเช่นใดบ้าง?เจ้ารู้สึกเศร้า?”

 

“มีอะไรน่าเศร้า? ไม่ใช่ว่าข้ามีสาวงามอยู่ข้างๆแล้วหรอกรึ?”ฉินเหวินเทียนจงใจมองไปทั่วร่างที่อ้อนแอ้นที่สูง1.7เมตรของฉินเหยา แม้เมื่อเทียบกับชิวเซวียฉินเหยาก็เป็นสุดยอดความงามเช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ขณะที่นางปล่อยกลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่เล็กน้อยตั้งแต่ที่นางกลับจากการฝึกในสำนักหลวง

 

“ฮึ่ม……เจ้ายังกล้าฉวยโอกาศกับข้า”ฉินเหยา หน้าแดงขึ้นหลังจากที่เธอได้เห็นท่าทางที่ดื้อด้านของฉินเหวินเทียนขณะที่เธอยื่นมือไปยังเอวของเขาและบิดอย่างไร้ความปราณีจนกระทั่งฉินเหวินเทียนเผลอซูดหายใจเข้าอย่างแรง

 

“ท่านพี่ ข้าผิดไปแล้ว”ฉินเหวินเทียนยิ้มอย่างขมขื่นขณะที่เขาขอโทษก่อนที่ฉินเหยาจะปล่อยเขา หลังจากนั้น ฉินเหยาทำให้ท่าทีของฉินเหวินเทียนพลันแข็งทื่อขณะที่นางหยิบหินหยวนสองก้อนออกมาจากเสื้อคลุมของนาง

 

“นี่มัน…..”

 

“นี่คือหินสองก้อนแรกที่เจ้ามอบให้แก่ข้า ข้าเก็บมันไว้กับตัวตลอด เพื่อถึงเวลาที่เจ้าจำเป็นต้องใช้มันในอนาคต”ฉินเหยาคว้ามือของฉินเหวินเทียนขณะที่ส่งหินไปให้เขา

 

มองไปยังหน้าตาที่สวยงามที่อยู่ตรงหน้าเขา หัวใจฉินเหวินเทียนเริ่มอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย หินอุกกาบาตหยวนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ฝึกยุทธ์ดวงดาราซึ่งทำให้พวกเขาสามารถเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนที่มิอาจคาดเดาได้ ฉินเหยาเก็บหินทั้งสองไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพียงเพื่อส่งมันกลับไปหาเขาเมื่อเขาต้องการ

 

“ท่านพี่”ฉินเหวินเทียนมองไปที่ฉินเหยาทำให้ฉินเหยาหันมามองเขากลับและยิ้ม”อะไรรึ? เจ้าต้องการที่เสนอตัวเจ้าเพื่อแต่งงาน?”

 

“อืม”สายตาของฉินเหวินเทียนที่จ้องมองไม่เปลี่ยนแปลงทำให้หน้าของนางแดงขึ้นอีกครั้งขณะที่รีบหันหน้าหนีและตอบ”เจ้าต้องฝึกฝนอย่างหนักและพิสูจน์ตัวเองกับทุกคน”

 

หลังจากนั้นฉินเหยากึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีออกจากลานที่พวกเขาเข้ามา

 

“ตระกูลเย่ ตระกูลไป๋ สำนักหลวง”ฉินเหวินเทียนพึมพำด้วยเสียงต่ำขณะที่เขานั่งไขว้ขา ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาสิ่งต่างๆเกิดขึ้นนั้นช่างรวดเร็วเกินไปทำให้เขาไม่มีเวลาที่จะตรวจสอบระดับของตนเองในปัจจุบันได้อย่างถูกต้อง

 

ในขณะที่เขาสงบจิตสงบใจฉินเหวินเทียนนั่งสมาธิ เขาสามารถรู้สึกถึงการดำรงอยู่ของประตูดวงดาราและภายในนั้นก็คือจิตวิญญาณของค้อนสวรรค์ซึ่งปล่อยกลิ่นอายความแข็งแกร่งที่เกรี้ยวกราดออกมา

 

“จิตดาราค้อนสวรรค์ถูกกลั่นผ่านการเชื่อมสัมพันธ์กับหมู่ดาวในสวรรค์ชั้นที่5 แต่ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถใช้พลังที่มีอยู่ได้เต็มที่ หลังจากที่ข้าได้ก้าวสู่ขั้นอาณาจักรสวรรค์พลังที่แท้จริงภายในจิตดาราจะสนับสนุนข้าอย่างเต็มที่ในการต่อสู้”

 

ฉินเหวินเทียนคาดเดาระดับของจิตดาราที่มีระดับสูงยิ่งมีความแข็งแกร่งที่อยู่ภายในมากขึ้น นั่นคือเหตุผลว่าทำไมแม้ว่าฉินเหวินเทียนจะอยู่ขั้นฝึกกายระดับ6เขาก็สามารถปลดปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้ ทั้งหมดเป็นเพราะจิตดาราของเขา

 

“ไม่เพียงแค่นั้น จิตดาราค้อนสวรรค์ยังเพิ่มความสามารถในหลอมเหล็กและเป็นช่างตีอาวุธ แต่ข้ายังมีอาจบรรลุได้”

 

ขณะที่เขาคิดในใจ มันก็ช่วยไม่ได้ที่จะทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย เนื่องจากความคิดของเขาล่องลอยไปสู่ดวงดาราเล็กที่มีก่อนหน้านี้ และยิ่งไปกว่านั้น เจ้าดวงดาราเล็กๆนั้นถูกสร้างขึ้นจากหินที่ตาแก่ พ่อของเขาทิ้งไว้ให้เขา มันจะเป็นหินอุกกาบาตหยวนที่ตกมาจากหนึ่งในชั้นสูงๆของสวรรค์

 

หินนั้นอาจได้รับการเปลี่ยนแปลงหลังจากดูดซับแสงดวงดาราในตอนที่ฉินเหวินเทียนกำลังกลั่นจิตดาราของเขา ขณะที่เขาคิด จิตสำนึกของเขาก็กำลังลอยไปหาดวงดารา ถึงกระนั้นดวงดาราเล็กนั้นๆไม่ได้เปล่งประกายแสงแต่อย่างใดแต่มันดูหมองคล้ำเหมือนแสงของพระอาทิตย์ที่กำลังมืดลง ราวกับว่ามันถูกผนึกไว้ มันไม่มีทางที่จิตสำนึกของเขาจะเชื่อมสัมพันธ์กับมันได้

 

พลังดวงดาราในเส้นลมปราณดาราเริ่มหมุนขณะที่พลังเกรี้ยวกราดภายในร่างของเขาเริ่มพุ่งพล่านขึ้นอย่างบ้าคลั่งไหลไปสู่ดวงดาราดวงเล็กมันคล้ายกับลำธารที่ไหลลงสู่มหาสมุทร  และทันใดนั้นแนวแสงของดวงดาราก็เข้าไปและถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของดวงดาราดวงเล็ก หายไปโดยไม่เหลือร่องลอยแม้แต่น้อยราวกับแสงดวงดาราไม่เคยมีอยู่ตรงนี้

 

“ตามที่ข้าคาดไว้!”ฉินเหวินเทียนรู้สึกสั่นเทาเล็กน้อยณะที่เขาควบคุมพลังดวงดาราให้ไหลไปสู่ดวงดาราดวงเล็ก ถึงกระนั้นมันก็ราวกับหลุมลึกที่ไม่มีสิ้นสุดดูดกลืนพลังดวงดาราอย่างไม่หยุดยั้ง

 

ในที่สุด ฉินเหวินเทียนก็หยุดการไหลของพลัง ขณะที่เขาลืมตาขึ้น ก็เห็นสิ่งที่น่าแปลกใจ ดูเหมือนว่าถ้าเขาต้องการที่จะกระตุ้นดวงดาราดวงเล็กเขาต้องมีพลังดวงดาราที่เยอะกว่านี้ เห็นได้ชัดว่าพลังที่เก็บอยู่ในร่างกายมันไม่เพียงพอ

 

ร่องรอยของความครุ่นคิดปรากฏขึ้นในสายตาของเขา ดวงดาราดวงเล็กนี่ ได้มอบวิชาพันค้อนผันแปรให้แก่เขา ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าความจริงนี่เป็นมรดกที่พ่อของเขาได้ทิ้งไว้ให้ เขามีสัญชาตญาณที่แข็งแกร่งมาก อาจจะมีพลังที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ภายใน

 

มันทำให้หัวใจของเขามั่นคงขึ้น ฉินเหวินเทียนหยิบหินหยวนออกมาวางไว้บนฝ่ามือและหลับตาลง ในขณะเดียวกันพลังดวงดาราในร่างกายของเขาเริ่มที่จะไหลอย่างบ้าคลั่งไปสู่ดวงดาราดวงเล็ก เขากำลังดูดพลังที่มีอยู่ภายในหินหยวนเขาไปในร่างกายของเขา

 

ครานี้กระบวนการนี้กินเวลานาน ดวงดาราดวงเล็กนั้นคล้ายกับหลุมลึกซึ่งไร้ที่สิ้นสุด ดูกลืนพลังดาราอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าไม่มีทางที่จะให้มันหนำใจได้ ฉินเหวินเทียนรู้สึกหดหู่ใจ ถ้าเขาใช้การดูดซึมนี่ฝึกฝนวิชาพันค้อนผันแปรเขาคงจะเข้าใกล้สู่การทะลวงขั้นไปขั้นต่อไป

 

แต่ตอนนี้ พลังดวงดาราที่มีอยู่ภายในถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาไม่ได้ใช้เพื่อการฝึกของเขาแต่มันถูกดูดกลืนอย่างหิวโหยโดยดวงดาราดวงเล็กแทน

 

ถึงกระนั้นฉินเหวินเทียนในขณะนี้ ราวกับขี่หลังเสือไม่อาจลงมาได้ เขาต้องบรรลุผลลัพธ์นี่ เมื่อเวลาผ่านไปพลังดาราภายในร่างเขากำลังหมดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เขาดึงพลังงานของหินหยวนมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดที่แม้กระทั่งพลังงานดวงดาราก็กำลังจะหมดลงก่อนที่ดวงดาราดวงเล็กจะส่องประกายด้วยแสงแวววาว

 

“มันมีการตอบสนอง!”หัวใจของฉินเหวินเทียนสั่นเคลือขณะที่เขากำลังพิสูจน์เขาส่งเจตจำนงของตนไปตรวจสอบดวงดาราดวงเล็ก เขามีความรู้สึกว่าดวงดาราดวงเล็กนั้นไม่มีอะไรนอกจากตัวที่ประกอบไปด้วยจิตสำนึกมากมาย เมื่อจิตสำนึกของเขามาติดต่อกับมัน มันก็ราวกับว่าเขาตกอยู่ในความรู้และปัญญาที่ไม่มีที่สิ้นสุดของดวงดาราดวงเล็ก

 

ฉินเหวินเทียนรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงสิ่งไร้ค่าและมีขนาดเล็กมากราวกับว่าเขากำลังยืนตรงหน้าของ1ในสารธารดวงดารา

 

จิตสำนึกของฉินเหวินเทียนต้องการที่จะเชื่อมสัมพันธ์กับดวงดาราดวงเล็ก  แต่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเช่นนั้น จิตสำนึกที่ยิ่งใหญ่ของดวงดาราดวงเล็กดูเหมือนจะถูกผนึกไว้

 

“ข้าต้องการพลังดวงดารามากกว่านี้”ฉินเหวินเทียนกัดฟันขณะที่เขายังนำพลังไปสู่ดวงดาราดวงเล็กจนกระทั่งพลังดาราที่มีอยู่ในหินหยวนก้อนแรกถูกใช้หมดไป เขาหยิบก่อนที่สองออกมาและเริ่มต่อ เมื่อมาถึงจุดนี้ เขามีทางที่จะยอมแพ้เขาต้องไปให้สุด

 

ในที่สุดฉินเหวินเทียนก็รู้สึกถึงผนึกของดวงดาราดวงเล็กกำลังค่อยๆแตกสลายและหลังจากนั้นสักพัก แสงสว่างที่รุนแรงของดวงดาราปะทุออกมาและฉินเหวินเทียนสามารถรู้สึกได้ทั้งหมด เป็นที่จิตสำนึกของเขาเองที่ถูกปกคลุม ถูกปกคลุมด้วยจิตสำนึกที่กว้างใหญ่ของดวงดาราดวงเล็ก

 

ทันใดนั้นเขารู้สึกแสงสว่างได้เข้าสู่จิตสำนึกของเขา ทำให้จิตสำนึกของเขาสั่นสะเทือนอย่างยิ่งราวกับว่ากำลังดิ้นรนเพื่อไม่สลายหายไป จิตใจของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรงราวกับอาการปวดเฉียบพลันที่แทงเข้าไปในศีรษะของเขาและร่างของเขาล้มลงบนพื้น

 

“ฮู่ววววว”ฉินเหวินเทียนสูดหายใจเข้าลึกๆ ในช่วงสุดท้ายสถานการณ์มีความคล้ายคลึงกับตอนที่เขาได้รับวิชาพันค้อนผันแปร เมื่อเหงื่อไหลผ่านร่างกายของเขาเวลาเพียงชั่วครู่รู้สึกราวกับมันยาวนานชั่วนิรัน

 

“ความทรงจำ….มันเป็นความทรงจำที่กระจัดกระจาย”หัวใจของฉินเหวินเทียนสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นขณะที่ดวงดาราดวงเล็กเริ่มมืดมัวและกลับสู่สภาพเดิมบังคับให้จิตสำนึกของเขาออกไป แต่ตอนนี้ความทรงจำใหม่ถูกตราตรึงอยู่ในจิตใจของเขาแล้ว

 

ดวงดาราดวงเล็ก คล้ายกับกล่องเก็บสมบัติของความทรงจำที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทุกครั้งที่จะใช้งาน มันจะยอมให้เขาเป็นเศษเสี้ยวของความทรงจำที่กระจัดกระจายซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาต้องการ ก่อนหน้านี้ เป็นวิชาพันค้อนผันแปรและคราวนี้มันเป็นสิ่งที่เขาต้องการ มันคือความทรงจำบางส่วนเกี่ยวกับการหลอมอาวุธ!

 

“ตาแก่นั้น ทิ้งอะไรไว้ให้ข้า”ฉินเหวินเทียนจ้องมองพื้นที่ว่างราวกับว่าเขาเห็นเงาที่มีใบหน้าอ่อนโยน ใบหน้าของพ่อที่ตายแล้วของเขาที่มองลงมาจากสวรรค์

 

หายไปหลังจากการไตร่ตรองสักครู่ ฉินเหวินเทียนแบมือมองไปที่หินหยวนทั้งสองขณะที่เขาพึมพำด้วยเสียงเบาๆ”การกระตุ้นดวงดาราดวงเล็กต้องใช้พลังดาราจำนวนมหาศาลและยิ่งไปกว่านั้นพลังเท่านี้เพียงพอแค่เปิดดูเศษเสี้ยวของความทรงจำได้บางส่วนเท่านั้น หากข้าต้องการกระตุ้นอีกครั้งข้าต้องพึ่งหินหยวนที่มีค่า”

 

หลังจากที่เขาพึมพำ ฉินเหวินเทียนก็ยังคงดูซึมพลังดาราในหินหยวนต่อไป แต่ครานี้ไม่ได้นำมาใช้เพื่อดวงดาราดวงเล็กแต่เป็นการดูดซึบเพื่อฟื้นฟูพลังดวงดาราในร่างกายที่เหนื่อยล้าไปก่อนหน้านี้ ในขณะเดียวกัน ฉินเหวินเทียนก็เริ่มประมวลผลเศษเสี้ยวความทรงจำที่เพิ่งได้รับมา

 

อาวุธสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคืออาวุธสามัญและอาวุธศักดิ์สิทธิ์ อาวุธทั่วไปจะไม่มีอะไรที่พิเศษในขณะที่อาวุธศักดิ์สิทธิ์อาจเพิ่มขีดความสามารถของผู้ใช้อย่างมากและเมื่อเป็นเช่นนั้น เมื่อผู้ฝึกตนกล่าวถึงอาวุธของตนมันมักจะหมายถึงอาวุธศักดิสิทธิ์

 

อาวุธศักดิสิทธิ์มี่อยู่10ระดับโดยแต่ละระดับจะแบ่งออกเป็นสามชั้น สำหรับผู้ฝึกตนที่มีความสามารถในการหลอมอาวุธพวกเขาทั้งหมดต่างได้รับความเคารพอย่างมากและเป็นที่รู้จักในฐานะช่างตีเหล็กหรือช่างตีเหล็กผู้เชี่ยวชาญ สำหรับผู้ที่มีจิตดาราเกี่ยวกับการตีเหล็ก มันจะง่ายสำหรับพวกเขาที่จะกลายเป็นช่างตีเหล็กและสำหรับฉินเหวินเทียน จิตดาราค้อนสวรรค์ของเขา เป็นจิตดาราประเภทการตีเหล็ก ลุงเฮยเคยบอกเกี่ยวกับหมู่ดาวมากมายในสวรรค์ชั้นที่5สำหรับเขา สำหรับเขาแล้วลุงเฮยเป็นคนที่ฉลาดมาก

 

“ตามเศษเสี้ยวของความทรงจำนี่มันเป็นสำหรับช่างตีเหล็กเพื่อหลอมอาวุธ นอกเหนือจากการเรียนรู้วิชาตีเหล็กแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือตัวอักษรที่จารึกไว้สำหรับผู้ที่มีจิตดาราประเภทช่างตีเหล็กในแง่ของการสร้างอาวุธ ถือเป็นข้อได้เปรียบที่แน่นอนเพราะพวกเขาสามารถสร้างตราประทับศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในร่างกายของพวกเขาได้และสามารถทำได้โดยตรงผ่านทางจิตดาราของพวกเขา สลักตราประทับศักดิ์สิทธิ์ลงบนอาวุธที่สร้างขึ้น”

 

ฉินเหวินเทียนแยกแยะเนื้อหาภายในเศษเสี้ยวของความทรงจำอย่างช้าๆเนื่องจากเศษเสี้ยวของความทรงมีข้อมูลเกี่ยวกับการสร้าง

 

ตราประทับศักดิ์สิทธิ์ถูกพิจารณาว่าเป็นการสร้างแบบพิเศษและถูกนำมาใช้ในระหว่างการหลอมอาวุธโดยเฉพาะมันซับซ้อนมาก

 

ในความทรงจำของเขา มีตราประทับระดับพื้นฐานมากมายเหลือเฟือและมีแม้แต่บางอันที่ผสานกัน แต่เพื่อจะให้เข้าใจอย่างท่องแท้มันต้องใช้เวลานาน

 

“ช่างตีเหล็กและผู้เชี่ยวชาญการตีเหล็กทั้งหมดต่างได้รับความเคารพและมีสถานะพิเศษในโลกนี้ ข้ามีจิตดาราประเภทการตีเหล็กและสามารถเป็นช่างตีเหล็กระดับพื้นฐานได้แล้ว สามารถสร้างอาวุธเพื่อแลกกับหินหยวนได้และหากข้าสามารถทะลวงขั้นกลายเป็นช่างตีเหล็กขั้นที่1ได้ ข้าจะได้สิทธิ์ในในการเข้าร่วมสมาคมสายธารดาราและเลื่อนสถานะของข้า  เมื่อถึงเวลานั้นแม้แต่ในนครหลวง สำนักหลวงและตระกูลเย่ ก็ไม่กล้าที่จะอวดดีอีกต่อไป”

 

ฉินเหวินเทียนคิดในใจ เขามีจิตดาราประเภทการตีเหล็กซึ่งกลั่นมาจากสวรรค์ชั้นที่5 เขาจะนำมันไปใช้ประโยชน์อย่างไร? เนื่องจากที่เขายุ่งอยู่กับสถานการณ์วุ่นวายในปัจจุบัน เขาต้องทำอะไรให้ตนเองและวางแผนสำหรับอนาคตของตระกูลฉิน เพิ่มระดับความแข็งแกร่งโดยการฝึกฝนรวมทั้งกลายเป็นช่างตีเหล็กผู้เชี่ยวชาญ

 

5วันต่อมา….เนื่องจากตอนนี้เขาไม่มีอำนาจพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ฉินเหวินเทียนจึงพยายามที่จะเข้าใจตราประทับศักดิ์สิทธิ์ตลอดในตอนกลางวันในขณะที่ยังคงปรับปรุงระดับการฝึกตนของเขาด้วยวิชาพันค้อนแปรผันในตอนกลางคืน เขาไม่แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภายนอก เนื่องจากฉินหวู่ไม่อนุญาตให้เขาทำเช่นนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะให้ความสนใจกับการยกระดับความแข็งแกร่งของเขา

 

ในขณะนี้มีวัสดุโลหะต่างๆนาๆเกลื่อนไปทั่วลานฝึกฝนของฉินเหวินเทียนและบนพื้นผิวของแผ่นโลหะเหล่านี้ มีร่องรอยของการสลักที่ซับซ้อนสลักไว้ การสลักเกือบเสร็จสมบูรณ์ ได้ส่งผลให้มีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งผันผวนอยู่เหนือพื้นผิวของแผ่นโลหะซึ้งมีการผสมผสานเข้าด้วยกันเป็นกลายภาพของตราประทับศักดิ์สิทธิ์

 

“ตอนนี้ความแม่นยำของข้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”ฉินเหวินเทียนยืนอยู่ที่นั่นขณะที่เส้นลมปราณดาราภายในร่างของเขามีสัญลักษณ์เล็ก ๆของตราประทับศักดิ์สิทธิ์พราวแสง เหล่าตราประทับศักดิ์สิทธิ์ที่ลึกลับถูกจัดกลุ่มเข้าด้วยกันและรวมตัวกลายเป็นรูปร่างของดามแหลมคมที่มีพลังทะลุงทะลวง ในขณะที่ในมือของฉินเหวินเทียน มีค้อนขนาดใหญ่ในรูปของค้อนสวรรค์ปรากฏขึ้น

 

ขั้นตอนของฉินเหวินเทียนสั่นสะเทือนเล็กน้อยทันใดนั้น พลังของดาบที่แหลมคมที่สร้างขึ้นจากสัญลักษณ์ของตราประทับศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในร่างกายของเขาไหลไปพร้อมกับการกระตุ้นเส้นลมปราณดารา ไปสู่แขนของเขาแล้วย้อมค้อนสวรรค์ ในขณะเดียวกันฉินเหวินเทียนก็ยกค้อนขึ้นและตีไปยังแผ่นโลหะอย่างรุนแรง

 

“แกร๊งงงง…”

 

เสียงแกร๊งดังออกมาเมื่อค้อนสวรรค์กระทบไปที่แผ่นโลหะและทันใดนั้นบนพื้นผิวของแผ่นโลหะปรากฏสัญลักษณ์ตราประทับศักดิ์สิทธิ์เป็นรูปของดามที่แหลมคมเปล่งประกายไปด้วยแสงของดวงดารา ในขณะที่ปล่อยกลิ่นอายแหลมคมออกมาก่อนที่จะเข้าไปข้างในแผ่นเหล็กหลังจากนั้นร่องรอยของการประทับตราศักดิ์สิทธิ์ก่อนหน้านี้ก็หายไปทำให้ใบหน้าของฉินเหวินเทียนเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สนุกสนาน

 

“สิ่งสำคัญที่สุดในสร้างอาวุธก็คือ ตราประทับศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ปัญหาสำหรับข้า ดูเหมือนข้าเกิดมาเพื่อที่จะเป็นช่างตีเหล็กอย่างแท้จริง การตีดาบขึ้นมาสักเล่มมันง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือสำหรับข้า”

 

ฉินเหวินเทียนหัวเราะเบาๆแม้ว่าเขาจะพอใจกับตราประทับศักดิ์สิทธิ์ที่สลักไว้ ฉินเหวินเทียนก็ยังไม่แน่ใจว่าข้อได้เปรียบที่เขาทำขึ้นมานั้นเป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับอาวุธอื่น ๆของช่างคนอื่น

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย