0 Views

ปฏิกิริยาของตระกูลฉินถูกเฝ้าสังเกตและตรวจสอบโดยเย่โมและปินยิง อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของเย่โมนั้นทำท่าทีไม่แยแสต่อสิ่งใดก่อนที่เขาจะกล่าวอีกครั้ง”ความเมตตาและความสง่างามของจักรพรรดิที่ได้ประทานให้แก่ฉินเหยา ฉินชางและฉินชือ ทั้งสามคนจะได้ร่ำลาสำนักต่างๆของพวกเจ้าและเข้าร่วมตำหนักทหารแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์แทน”

 

 

 

“อะไรกัน?” สีหน้าของฉินชางแปรเปลี่ยนเป็นซีดเซียวขณะที่ดวงตาสวยงามของฉินเหยาปรากฏประกายแสงวูบวาบ พวกวางแผนที่จะต้องการตะคุบทุกอย่างในครั้งเดียว? ปัจจุบัน ภายในตระกูลฉิน ฉินเหยา ฉินชาง ฉินชือเป็นสามคนที่ฝึนฝนอยู่ในนครหลวงของชู่

 

 

 

“สำหรับเรื่องนี้ เซินเฟินสามารถพิสูจน์คำพูดของข้าได้”เย่โมกล่าวอย่างไม่แยแสว่าขณะที่สายตาของฝูงชนรวมถึงจั่วหันมาจ้องที่เซินเฟินจากสำนักหลวงเห็นได้ชัดว่าจั่วไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

 

 

 

“ตามที่เขากล่าวไว้ จักรพรรดิได้ส่งคนไปเพื่อแจ้งสำนักทั้งหมดเกี่ยวกับการการถอนตัวของฉิน”เซินเฟินกล่าว หลังจากนั้นหัวใจของเหล่าตระกูลฉินต่างตกวูบ เป็นจักรพรรดิที่โหดเหี้ยมจริงๆ เขาตั้งใจที่จะล้างความหวังทุกสิ่งอย่างในอนาคตของตระกูลฉิน

 

 

 

 

“วันนี้ทุกคนในตระกูลฉินอยู่ที่นี่รวมทั้งฉินเหยาและส่วนที่เหลือรวมไปถึงฉินเหวินเทียน ทุกคนจะตามข้าไปยังตำหนักทหารแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากได้รับคำสั่งจากจักรพรรดิโดยตรง มั่นใจได้เลยว่าตำหนักทหารแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์จะเลี้ยงดูพรสวรรค์ของพวกเขาอย่างดี”สายตาของแหลมคมราวกับดาบ วัตถุประสงค์ของเขาสำหรับการมายังนครประสานนภาในวันนี้จริงๆแล้วไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับชิวเซวียเลยแม้แต่น้อยเป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือตระกูลฉิน

 

 

 

“ด้วยความกรุณาของจักรพรรดิเราขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ถึงกระนั้นตระกูลฉินไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของรัฐมาเป็นเวลาหลายปีแล้วและไม่มีความประสงค์ที่จะทำเช่นนี้หรือในอนาคตเช่นกัน เราขอขอบคุณความเมตตาของจักรพรรดิ”ฉินชวนตอบด้วยเสียงหนักแน่นในขณะที่จ้องไปยังเย่โม

 

 

 

 

“เจ้ากำลังฝ่าฝืนคำสั่งของจักรพรรดิ?”ปินยิงกวัดแกว่งหอกของเขาขณะที่ปล่อยเจตนาฆ่าฟันออกมาตรงไปที่ฉินชวน

 

 

 

“ปินยิง”เย่โมตะโกน จากนั้นปินยิงก็ลดหอกลง เย่โมเอามือไขว้หลังและกล่าว”ฉินชวน ตั้งแต่ที่จักรพรรดิมอบหมายภารกิจนี้ให้ข้าและปินยิง ข้าต้องทำให้แน่ใจว่ามันจะประสบความสำเร็จ หากเจ้าต้องการฝ่าฝืนคำสั่งของจักรพรรดิจริงๆด้วยความเมตตาของจักรพรรดิเขาอาจจะไม่ทำอะไรเจ้า แต่สำหรับข้า มันไม่ใช่และด้วยเหตุนี้ข้าขอให้เจ้ายอมรับคำสั่งนี้”

 

 

 

“หากข้าบอกว่าไม่หล่ะ?”ฉินชวนกล่าว

 

 

 

แม้ว่าจะได้ยินประโยคที่เถรตรง เย่โม่ก็ยังคงจ้องที่ฉินชวนอย่างไม่แยแส หลังจากนั้นเพียงชั่วครู่ เสียงหัวเราะเบาๆที่เย็นชาก็ปรากฏขณะที่เขากล่าว”เจ้าสามารถลองได้แล้วมาดูกันว่าจะเกิดอันใดขึ้น”

 

 

 

“คนของตระกูลฉิน”ฉินชวนตะโกน ทันใดนั้นเจตนาฆ่าฟันก็แผ่ซ่านไปในอากาศ กองกำลังของตระกูลฉินทั้งหมดพร้อมแล้วและได้ขึ้นขี่ม้าของพวกเขาในขณะที่เขาจ้องไปที่เย่โมด้วยสายตาที่แหลมคมราวกับดาบที่ยืนอยู่บนยอดอัฒจันทร์ก่อนคำรามเรียกพวกมารวมกัน”ที่นี่!!”

 

 

 

บรรยากาศที่ดูหนาวเย็นดูเหมือนจะส่งผลต่ออุณหภูมิของอากาศ มีกลุ่มคนจำนวนมากที่ไม่สามารถทนได้เนื่องท่าทีที่เกร็งของพวกเขา พวกเขามีความคิดเพียงความคิดเดียว ไม่ใช่ตระกูลเย่ที่อยู่ในเงามืดและแม้ว่าฉินเหวินเทียนไม่ได้แสดงพรสวรรค์ของเขาในวันนี้หากตระกูลไป๋กล้าที่จะหมื่นตระกูลฉินพวกเขาต้องพบกับความย่อยยับอย่างแน่นอน

 

 

 

“กลับ”ฉินชวนสั่งด้วยเสียงที่เย็นช้าเขาพูดเพียงพูดประโยคเดียวขณะที่เขาดึงฉินเหวินเทียนขึ้นมาบนม้าก่อนที่จะออกจากลานฝึกแห่งนี้

 

 

 

ตระกูลฉินได้รับความอับอายมายาวนานเกินไปวันนี้ศัตรูของพวกเขาได้ไปกันใหญ่แล้วพวกเขาต้องการส่งผู้เยาว์ของตระกูลฉินไปตาย

 

 

 

แม้ว่าตระกูลฉินจะถูกมองว่าเป็นคนทรยศ แต่ก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะสามารถปฏิบัติตามคำสั่งของจักรพรรดิได้

 

 

 

เย่โม เฝ้าดูคนของตระกูลฉินออกเดินทางขณะที่เขายิ้มอย่างเย็นชา”ปินยิง ตระกูลฉินได้ท้าทายคำสั่งของจักรพรรดิ เจ้าจึงได้รับคำสั่งให้นำกองทหารขนนกสีเงินไปล้อมตระกูลฉิน”

 

 

 

“ขอรับ”ปินยิงพยักหน้า

 

 

 

“และด้วยคำสั่งของจักรพรรดิในมือข้า ให้ศูนย์บัญชาการทหารในนครประสานนภาแจ้งผู้พิทักษ์มังกรชู่ปิดเมืองนครประสานนภา ใช้พวกเขาเพื่อตรวจสอบการเคลื่อนไหวของตระกูลฉิน ไม่ว่าจะในกรณีใด ๆคนทั้งตระกูลฉินจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปนอกนครประสานนภา”เย่โมกล่าวต่อทำให้จิตใจของฝูงชนสั่นเทา

 

 

 

 

ผู้พิทักษ์มังกรชู่ อยู่ภายใต้การควบคุมของจักรพรรดิชู่โดยตรง โดยปกติแล้วพวกเขาจะไม่เข้าไปแทรกแซงในเรื่องใด ๆเฉพาะผู้ที่มีคำสั่งของจักรพรรดิเท่านั้นจึงจะสามารถระดมพลพวกเขาได้

 

 

 

เห็นได้ชัดว่าเหตุใดจักรพรรดิชู่จึงส่งเย่โมมายังนครประสานนภาเพื่อให้แน่ใจว่าจะจบเรื่องตระกูลฉินให้สำเร็จเรียบร้อยได้

 

 

 

ไป๋ฉิงซง ผู้ซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆไม่สามารถอดทนอาการสั่นเทาได้ ในขณะที่เขาได้เห็นว่าเย่โมเหี้ยมโหดเพียงใด

 

 

 

ตระกูลเย่เป็นตระกูลที่มีพลังความน่าสะพรึงกลัวที่สุดในหมู่ผู้ที่อาศัยอยู่ในนครหลวง วิธีการของพวกมีหลายครั้งที่ไร้ความปรานีเมื่อเทียบกับตระกูลฉิน ถึงกระนั้นไป๋ฉิงซงก็โล่งอกด้วยเช่นกัน อย่างน้อยที่สุดตระกูลไป๋ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการแก้แค้นของตระกูลฉินอีกต่อไป

 

 

 

ส่วนเรื่องการแต่งงานระหว่างเย่หวู่เชวยกับชิวเซวีย แม้ว่าเขาจะกังวลเรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่ใส่ใจมากนัก ตราบเท่าที่ตระกูลฉินถูกทำลายไปแม้ว่าจะไม่มีเย่หวู่เชวยเพียงแค่อาศัยความสามารถของชิวเซวียก็ไม่จำเป็นต้องให้นางพึ่งพาชายใดเพื่อที่จะกลายเป็นนกฟีนิกซ์ในหมู่มนุษย์

 

 

 

เหล่าตัวแทนของ4สำนักใหญ่ยังไม่ได้เดินทางออกไปไหนแต่ละคนต่างก็จมปลักอยู่ในความคิดของตน ในขณะที่การแสดงออกของทั้งเซินเฟินและจั่ว ดูเหมือนจะมีร่องรอยของการตัดสินใจ ก่อนหน้านี้เมื่อจักรพรรดิฝึกฝนทหารเขาก็ค้นพบว่าหัวใจของกองทัพไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและเมื่อวิเคราะห์เพิ่มเติมเขาตระหนักว่าแม้จะไม่มีฉินหวู่ เขาก็ยังคงมีอิทธิพลที่ไม่อาจคาดเดาได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องไร้ค่าสำหรับจักรพรรดิและด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจที่ออกคำสั่งเพื่มมาจัดการตระกูลฉิน

 

 

 

ฉินเหวินเทียนมาจากตระกูลฉินดังนั้นจึงไม่มีทางที่ตระกูลเย่จะปล่อยเขาไปง่ายๆ ถึงกระนั้นสำนักหลวงของพวกเขาก็ยังมี ชิวเซวียแค่ก็เพียงพอแล้ว ดูเหมือนว่าพวกเขาเป็นพวกเดียวที่กลับไปพร้อมกับผลผลิตที่ที่ดี

 

 

 

เย่หม่ามีสีที่มิอาจหยั่งถึงปรากฏขึ้นบนใบหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างสำนักจักรพรรดิดารากับรัฐชู่นั้นซับซ้อนมาก และในวันนี้ด้วยความจริงที่ว่าฉินเหวินเทียนยังไม่ได้เข้าร่วมสำนักจักรพรรดิดาราอย่างเป็นทางการ และเย่โมกำลังจะจัดการตระกูลฉิน เย่หม่าจึงเคลื่อนไหวได้ลำบากและที่สำคัญกว่านี้คือ นครประสานนภาแห่งนี้ไม่ใช่ที่ของเขา ไม่มีทางที่เขาจะสามารถปะทะกับตระกูลเย่และส่วนที่เหลือได้และหากเขากลับไปที่สำนักจักรพรรดิดาราเพื่อขอความช่วยเหลือมันก็คงจะสายเกินไป

 

 

 

วันนี้เป็นวันแห่งความตกใจสำหรับหลายๆคนในนครประสานนภา ชิวเซวียเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในนครเป็นคนที่ทำให้ตัวแทนทั้ง4สำนักใหญ่มาหานางและในเวลาเดียวกันได้เตรียมที่จะใช้ชื่อของพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ของนางฉีนหน้าตระกูลฉินเช่นเดียวกับที่จะทำลายการแต่งงานก่อนหน้านี้

 

 

 

แต่ใครจะคิดว่าผู้เยาว์ที่มิอาจฝึกตนได้ คู่หมั้นของชิวเซวีย ฉินเหวินเทียนมีพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่กว่ามากทำให้ตัวแทนของ4สำนักใหญ่ต่างต้องการเขาและในที่สุดก็ทำให้สำนักจักรพรรดิดาราปฏิเสธชิวเซวียเพื่อเขา  หลังจากนี้ชื่อของอัจฉริยะอันดับ1ในนครประสานนภาคงไม่ใช่ของใครนอกจากฉินเหวินเทียน แต่ตอนนี้เย่โมต้องการที่จะจัดการตระกูลฉินชะตากรรมของอัจฉริยะอันดับ1จึงไม่เป็นที่รู้จัก

 

 

 

แน่นอนว่าข่าวที่น่าตกใจนี้แพร่กระจายไปทั่วนครประสานนภาเพียงเท่านั้น เนื่องจากการแทรกแซงของผู้พิทักษ์มังกรชู่ทำให้นครแห่งนี้ถูกปิดตายโดยไม่มีการเผยแพร่ข่าวใดๆออกไป ยกเว้นสำนักใหญ่เหล่านั้นที่มาจากนครหลวงพวกเขาพร้อมที่จะกลับไปยังนครหลวงพร้อมกับข่าวเหล่านี้

 

 

 

สำหรับคนตระกูลฉินนพวกเขากลับมายังบ้านแล้วอย่างปลอดภัยแต่ก็มีแรงกดดันมากมายที่พวกเขาได้รับ เหล่าคนสำคัญในตระกูลฉินได้มาชุมนุมกันพร้อมกับขมวดคิ้ว ตระกูลฉินทั้งหมดถูกล้อมไปด้วยกองหทารขนนกสีเงินตอนนี้กองทัพของตระกูลฉินได้เผชิญหน้ากับกองทหารขนนกสีเงิน

 

 

 

“เหตุใดจักรพรรดิจึงเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้ ราชันหวู่ได้สละชีวิตตัวเองเพื่อรัฐชู่และในท้ายที่สุดจุดจบของเราก็คงเป็นเช่นนั้น”

 

 

 

“ตราบใดที่ตระกูลฉินยังคงมีชีวิตอยู่ข้าเกรงว่าจักรพรรดิคงจะไม่หยุดง่ายๆ น่าเศร้าที่บรรพบุรุษของเราขายชีวิตพวกเขาให้กับจักรพรรดิเยี่ยงนี้”

 

 

 

ภายในบ้านตระกูลฉิน.. กลิ่นอายของความโกรธแทรกซึมไปในอากาศมีเพียงฉินชวนที่ยังคงสงบเขาเข้าใจในสิ่งนี้มากว่าเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ จักรพรรดิในปัจจุบันนั้นสุขภาพอ่อนแอและเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อถึงการสละบัลลังก์และการเลือกผู้สืบทอดใหม่มันไม่มีทางที่จะปลอดภัยหากตระกูลฉินมีชีวิตอยู่ อำนาจที่น่าสะพรึงกลัวของฉินหวู่มีนั้นราวกับระเบิด

 

 

 

“ตอนนี้ได้มาถึงทางตันความโกรธและความขุ่นมัวไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น สิ่งที่ดีเพียงอย่างเดียวเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้นั่นคือตระกูลฉินของเราได้ผลิตอัจฉริยะขึ้นมาจริงๆ ”ฉินชวนจ้องไปที่ฉินเหวินเทียนผู้ยืนอยู่ข้าง ๆ และตบบ่าเขา”เหวินเทียน วันนี้เจ้าได้ปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกเชิงลบทั้งหมดที่อดกลั้นไว้แล้ว”

 

 

 

“เจ้าเด็กน้อย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจ้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ ในวันนั้นเจ้าต้อง”ลืม ความจริงที่สำคัญที่เจ้ากลั่นจิตดาราใช่ไหม? เจ้าไม่เพียงซ่อนมันจากข้าเจ้ายังคงแอบฝึกฝนมาสองวันจนถึงจุดที่ลืมกินข้าวกินน้ำ”ฉินเหยามองไปที่ฉินเหวินเทียนขณะที่ดวงตาของนางเปล่งปลั่งประกายระยิบระยับ

 

 

 

ร่องรอยของเสียงหัวเราะประกายขึ้นในสายตาของฉินเหวินเทียนแต่หัวใจของเขายังคงคับคั่งอยู่ หลังจากหลายปีที่ผ่านมาเขาได้รับการเลี้ยงดูราวกับเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลฉิน

 

 

 

สายตาของสมาชิกของตระกูลฉินทั้งหมดต่างมองลงมายังร่างของฉินเหวินเทียน วันนี้ฉินเหวินเทียนได้แสดงความสามารถของเขาซึ่งได้นำความสุขและความประหลาดใจมาให้แก่พวกเขา ถึงกระนั้นมีหลายคนที่รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย

 

 

 

มีเพียงฉินเฮอผู้มีอำนาจลำดับที่2ในตระกูลฉินเปิดปากกล่าวขอโทษ”เหวินเทียนข้าเคยต้องการที่ขับไล่เจ้าออกจากตระกูลฉิน โชคดีสำหรับเราที่ข้าทำไม่สำเร็จ หากข้าทำไปแน่นอนว่าข้าคงเป็นอาชญากรของตระกูลฉินของเราแน่นอน เจ้ายกโทษให้ข้าได้หรือไม่?”

 

 

 

ขณะที่เขาจะแสดงถึงความจริงใจ ฉินเฮอโค้งคำนับให้ฉินเหวินเทียนเล็กน้อย

 

 

 

 

“และข้า ฉินเย่ เหวินเทียน หากเจ้าไม่พอใจเกี่ยวกับข้า เจ้าสามารถปล่อยให้พี่ใหญ่ลงโทษข้าแบบใดก็ได้ตามที่เจ้าคิดว่าเหมาะสม หากข้าคำขัดค้านดังออกมาจากปากข้าแม้แต่คำเดียว ข้าคงไม่คู่ควรที่จะเป็นบรุษของตระกูลฉิน”เสียงตะโกนดังออกมาจากฉินเย่ ความเป็นบุษที่เปล่งออกมานี่คือ ทัศนคติของบุรุษที่แท้จริง

 

 

 

“ลุงสอง ลุงสาม การกระทำของท่านเพียงแค่นั้นเพราะพวกท่านเพียงคำนึงถึงตระกูล ข้าจะตำหนิท่านทั้งหมดได้อย่างไร?และมันก็เป็นความจริงที่ข้าได้ทำให้ทรัพยากรการฝึกฝนของตระกูลสูญเสียไปมากมายอย่างเปล่าประโยชน์”ฉินเหวินเทียนยิ้มส่ายหัวราวกับว่าพวกเขาไม่ได้นึกถึงการเลี้ยงดูเขาก่อนหน้านี้มาห่อน

 

 

 

“เจ้ายังกล้าที่จะพูดเช่นั้น หินอุกาบาตรหยวนที่ท่านพ่อให้เจ้า เจ้าไม่ได้แอบส่งมันทั้งหมดให้แก่ข้าหรอกหรือ?”ฉินเหยาไม่สามารถที่จะทนได้อีกต่อไปนางพูดแทรกขึ้นมาทำให้คนในตระกูลฉินต่างเกิดความประหลาดใจและอ้าปากค้างตะลึง นี่ไม่ได้หมายความว่าฉินเหวินเทียนฝึกตนจนมาถึงขั้นนี้โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหินหยวน?

 

 

 

“ท่านพ่อ ลุงสอง ลุงสาม พวกท่านทั้งหมดทุกคนไม่ทราบว่าเหวินเทียนมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งและมีความเข้าใจที่ไม่เหมือนใครเกี่ยวกับหมู่ดาว เขาเป็นคนที่ช่วยข้าให้กลั่นจิตดาราและเขาก็เป็นคนที่ส่งหินหยวนทั้งหมดที่ท่านพ่อให้มาให้ข้า”ฉินเหยากล่าวความจริงออกมาและเป็นอีกครั้งที่ทำให้คนทั้งหมดต่างมองมาที่ฉินเหวินเทียนขณะที่ยิ้มเก้กัง

 

 

 

“ข้าไม่สามารถใช้มันได้ข้าจึงให้มันแก่พี่หญิง”ฉินเหวินเทียนลูบหัวตนเองขณะที่เขาตอบ

 

 

 

ฉินเฮอและฉินเย่ จ้องไปที่เหวินเทียนอย่างว่างเปล่าขณะที่พวกเขาถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ ในใจ ผู้เยาว์ที่อยู่ตรงหน้าเขามีระดับความอดทนถึงเพียงนี้ อารมณ์ที่ผิดปกติของพวกเขาทำให้พวกเขาเป็นคนไร้สาระเป็นพวกเขาทำตัวเป็นเด็กอยากจะขับไล่เขาออกไปทำให้พวกเขารู้สึกอับอายมาก

 

 

 

ทั้งสองได้สาบานในใจว่าในตอนนี้พวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเด็กหนุ่มตรงหน้าเขา

 

 

 


 

 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย