0 Views

ณ มณฑลเก้านภา สูงเหนือสววรค์ขึ้นไป ยังมีเก้ากลุ่มดารา(กาแล๊กซี่)ที่เหมือนสายธารแห่งดวงดารา แม่น้ำแต่ละสายประกอบด้วยกลุ่มดารานับไม่ถ้วนรวมเข้าด้วยกัน กลุ่มดาราทั้งเก้านี้สามารถเรียกรวมกันว่า เก้าชั้นสวรรค์

 

 

 

การบ่มเพาะของมนุษย์ในโลกจะเน้นไปที่การทำสมาธิเพื่อสัมผัสปราณหยวนของสวรรค์และโลก ในวันหนุ่ม พวกเขาจะฝึกฝนลมหายใจ  เพื่อฝึกฝนปราณจิตวิญญาณในร่างและเพื่อเพิ่มพลังของพวกเขา พวกเขาต่างฝึกทักษะวิชาต่างๆเพื่อที่จะได้กลายเป็นผู้ฝึกวิทยายุทธ์

 

 

 

เหล่าผู้ที่มีสัมผัสที่แข็งแกร่ง สามารถสัมผัสถึงสายธารทั้งเก้าได้ โดยการดูดซับพลังแห่งดวงดาราที่ไร้สิ้นสุดและหลังจากเชื่อมโยงกับกลุ่มดารากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแล้วก็จะกลั่นกลายเป็นจิตดาราและกลายเป็นผู้ฝึกวิทยายุทธ์ดวงดาราที่น่านับถือ

 

 

 

แต่ยังมีมนุษย์ที่แข็งแกร่งกว่า ซึ่งหลังจากกลายเป็นผู้วิทยายุทธ์ดวงดาราแล้วยังคงฝึกฝนรวบรวมปราณดาราจากกลุ่มดวงดาราเพื่อเพิ่มพลังของร่างกายไม่หยุดยั้งและทะลวงขอบเขตการบ่มเพาะดวงดารา พวกเขาเปิดประตูดาราภายในตัว ทำให้เชื่อมโยงกับกลุ่มดวงดาราได้มากขึ้นและสามารถกลั่นจิตดาราได้มากขึ้น

 

 

 

ตำนานกล่าวว่าผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งที่สุดในมณฑลเก้านภาสามารถเปิดประตูดาราได้ทุกครั้งทีเขาก้าวสู่ขอบเขตใหม่ ความสามารถในการบ่มเพาะพวกเขายังสามารถเชื่อมโยงกับกลุ่มดาราที่มีอยู่สูงกว่าเก้าชั้นสวรรค์ได้ แม้แต่แปรเปลี่ยนไปสู่ พลังท้าทายสวรรค์ทลายปฐพีที่รู้จักกันในชื่อเทพสงครามในเก้าชั้นสวรรค์

 

 

 

รัฐฉู่ นครประสานนภา ตระกูลไป๋

 

 

 

หน้าผากของหญิงสาวที่มีนามว่าไป๋ชิวเซวียเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ราวกับว่าเธอกำลังทุกข์ทรมานมาก ขณะที่เธอกัดฟันพยายามต่อ

 

 

 

ใต้ม่านแห่งความมืด ความสว่างไสวของดวงดาราเหนือนภาดูเหมือนจะเปล่งประกายไม่หยุดยั้งได้ส่องลงมายังร่างชิวเซวีย ตัดกันกับร่างที่อ่อนโยนและสวยงามของเธอ รวมเข้ากับเสื้อคลุมที่บางชุ่มไปด้วยเหงือ ทำให้สามารถมองเห็นหน้าท้องเนียนขาวประหนึ่งหยกขาว แต่ในขณะนี้ ฉินเวิ่นเทียน ไม่มีความชอบหรือดลใจให้มองภาพที่สวยงามตรงหน้าได้

 

 

 

“แข็งใจไว้ ความเจ็บปวดนี้มันแค่ชั่วคราวเดียวมันก็ผ่านไป ผ่อนคลาย จินตนาการว่าเจ้าตอนนี้เจ้านั้นงดงามเต็มไปด้วยพลังในขณะที่ทะยานไปท่ามกลางสายธารแห่งดวงดาราทั้งเก้า ชื่นชมความงดงามของดวงดารานับไม่ถ้วนจากนั้นเมื่อเจ้าตื่นขึ้นมาความเจ็บปวดเจ้าจะหายไป”

 

 

 

เสียงของเขาอ่อนโยนและลอยไปพร้อมกับลมเข้าไปในหูของเซวีย ทำให้เกิดอาการสั่นเกร็งลดน้อยลง เมื่ออาการสั่นเกร็งหยุดลง ฉินเวิ่นเทียนนำเข็มสีเงินมาเก้าเข็มและเริ่มทำการฝังเข็มไปบนหน้าผากเซวีย

 

 

 

“อ่าห์….”ไป๋ฉิง ที่ยืนมองอยู่ด้านเผลอปล่อยเสียงออกมาเล็กน้อย ขณะที่มือของเธอขยับไปปิดปากหลังจากที่ได้เห็นการกระทำของฉินเวิ่นเทียนทำกับพี่ของเธอ

 

 

 

“ดึงดูดพลังของกลุ่มดวงดาราไปสู่ร่างเจ้า โคจรไปตามเส้นลมปราณของเจ้าและช่องพลังและผนึกไว้ในประตูดาราของเจ้า”เสียงที่ลึกลับของฉินเวิ่นเทียนลอยเข้าไปในหูเซวีย แนะนำเธอในขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อดูซับพลังดาราและโคจรไปทั่วร่างกายเธอ

 

 

 

“กลับไปยังเก้าชั้นสวรรค์ เจ้าเป็นเพียงภาพฉายที่อยู่ท่ามกลางหมู่ดวงดารา ตอนนี้เจ้าเพียงกลุ่มดาราส่งเสียงสะท้อนกับเจ้าและพยายามเชื่อมสัมพันธ์กับมัน”

 

 

 

เสียงของฉินเวิ่นเทียนดูเหมือนจะมีอำนาจสะกดจิตบางอย่างจากนั้นครู่หนึ่ง บนหน้าผากของไป๋ชิวเซวีย ปรากฏเงาจางๆของนกเผิงสีทองแผ่ขยายปีกให้ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความงดงาม

 

 

 

ตาของไป๋ฉิงเบิกกว้าง ‘นี่……คือการกลั่นจิตดารา! พี่สาวเธอ ชิวเซวีย กำลังกลั่นจิตดารา!

 

 

 

“ข้าได้ทำทุกอย่างที่ข้าทำได้แล้วส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วตอนนี้”ฉินเวิ่นเทียนพูดเงียบๆอยู่ในใจ ในขณะที่หน้าวัยเยาว์ของเขาเต็มไปด้วยความลำบากอย่างเห็นได้ชัด

 

 

 

ร่างกายของชิวเซวียดูเหมือนจะเปล่งประกายอย่างสดใส ในที่สุดก็กลายเป็นเสียงร้องของนก เงาจาง ๆ หมุนเร็วขึ้นและเร็วขึ้นในขณะที่มันรวมกันจนกลายเป็นนกเผิงสีทอง คลื่นของพลังดาราที่น่าหวาดหวั่นฟุ้งกระจายออกมาเมือเธอลืมตาที่งดงามขึ่นมา ซึ่งดูเหมือนดั่งดวงดาวในท้องนภา

 

 

 

“สำเร็จจ!!”ไป๋ฉิงกระโดดขึ้นอย่างมีความสุขขณะที่เธอรีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อกอดฉินเวิ่นเทียน ในขณะที่กอดเธอตะโกนออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน”พี่เวื้นเทียน มันสำเร็จจริงๆ!”

 

 

 

หลังจากจบราวกับมีสิ่งดลใจไป๋ฉิงขยับหัวเข้าไปใกล้ฉินเวิ่นเทียนและจุ้บไปที่แก้มของเขา

 

 

 

จูบนี้บริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา ดวงตาของฉินเวิ่นเทียนกระพริบพร้อมกับหัวเราะออกมา ในที่สุดสีหน้าของเขาก็ผ่อนคลาย

 

 

 

“ไปถึงชั้นสวรรค์ใด?”ฉินเวิ่นเทียน มองไปที่คู่หมั้นของและยิ้มในขณะที่เขาถาม

 

 

 

“ชั้นสวรรค์ที่สาม”ชิวเซวียยิ้ม รอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยความสดใสนำความงดงามของเธอออกมาอย่างเต็มที่ ปีนี้เธออายุสิบหกปีและเป็นหนึ่งในสี่หญิงที่งดงามที่สุดในนครประสานนภาและลูกสาวคนโตของตระกูลไป๋

 

 

 

“ชั้นสวรรค์ที่สาม เพียงครั้งแรกพี่สาวได้เชื่อมสัมพันธ์กับหนึ่งในหมู่ดาราชั้นที่สามเรียบร้อยแล้ว นี่ไม่ได้หมายความว่าเธอสามารถกลั่นจิตดาราดวงที่สองและสามได้ง่ายๆในอนาคตหรอกเหรอ? ยอดเยี่ยม ให้ข้าไปบอกข่าวนี้แก่ท่านพ่อ”ไป๋ฉิงดูเหมือนจะตื่นเต้นกว่าพี่สาวเธอเสียอีก

 

 

 

“ไม่จำเป็นแล้ว”ชายวัยกลางคนเดินผ่านเข้ามา นี่คือบิดาของชิวเซวียและไป๋ฉิงและชื่อของเขาคือไป๋ฉิงซง เขามองไปที่มือของชิวเซวียที่สั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น”ชิวเซวีย เจ้าช่างอดทนเสียจริง”

 

 

 

“ท่านพ่อ หากไม่ใช้เพราะพี่เวิ่นเทียน ท่านพี่อาจจะกลั่นจิตดาราไม่สำเร็จ”ไป๋ฉิงพูดขึ้นมา จากนั้นไป๋ฉิงซงหันหน้าไปทางเวิ่นเทียน หัวเราะและกล่าวว่า”เวิ่นเทียน ขอบใจเจ้ามากสำหรับวันนี้ วันนี้เจ้าควรจะพักก่อนข้าและชิวเซวียจะไปก่อน”

 

 

 

“ครับ ท่านลุงไป๋”ฉินเวิ่นเทียนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม นับตั้งแต่ทั้งสองตระกูลของพวกเขาได้ตัดสินใจเกี่ยวกับการสมรสในสามปีที่ผ่านมา ไป๋ฉิงซงได้เชิญเขามาพักที่บ้านตระกูลไป๋บ่อยๆและดูแลเป็นอย่างดี

 

 

 

“ไป๋ฉิง เจ้าหนูน้อย ตามพวกเรามาอย่ารบกวนพี่เวิ่นเทียนของเจ้าอีก”ไป๋ฉิงซ.พูดอย่างเคร่งครัดกับไป๋ฉิง แต่ไป๋ฉิงกลับแลบลิ้นใส่ กล่าวว่า”ข้ายังอยากคุยกับพี่เวิ่นเทียน”

 

 

ไป๋ฉิงซงส่ายศรีษะพร้อมกับส่งเสียงฮึดฮัดออกมาและเดินกลับไปพร้อมกับชิวเซวีย

 

 

 

“พี่เซวียได้สร้างสัมพันธ์กับหนึ่งในกลุ่มดวงดาราในชั้นสวรรค์ที่สาม ตามนิสัยของท่านพ่อเขาคงจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับผู้อาวุโสทั้งหลายในตระกูลเรา แน่นอนว่าข้าไม่อยากไปที่น่าเบื่อแบบนั้นหรอก”ไป๋ฉิงค่อยๆกระซิบกับเวิ่นเทียนในขณะที่หัวเราะคิกคักไปด้วย”พี่เวิ่นเทียน เมื่อก่อนข้าไม่เชื่อว่าวิธีที่ของท่าน แต่ท่านก็ประสบความสำเร็จจริงๆ ในอดีตพี่ปฏิเสธที่จะให้ท่านพี่ของข้าดูดซับปราณหยวนของสวรรค์และยังบอกเธอว่าอย่ารีบพยายามกลั่นจิตดาราเร็วเกินไป หรือว่าท่านวางแผนไว้สำหรับวันนี้ใช่ไหม?”

 

 

 

“การดูดซับปราณหยวนของสวรรค์และปฐพี เส้นลมปราณของเจ้าจะเต็มไปด้วยปราณหยวนที่เจ้าดูดซึม ซึ่งจะทำให้ประสาทสัมผัสของเจ้าลดทอนลงอย่างมาก ซึ้งจะทำลายโอกาสกลั่นจิตดาราของเจ้า”ฉิน เวิ่นเทียนตอบในขณะที่กำลังนอนมองพื้นนภาอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดวงดาวแจ่มจรัส

 

 

 

“ส่วนใหญ่แล้วคนจะดูดซับปราณหยวนจากสวรรค์และปฐพีในขณะที่พยายามสัมผัสถึงสายธารแห่งดวงดาราไปด้วย ด้วยวิธีนี้ถึงแม้จะล้มเหลวในการเป็นผู้ฝึกวิทยายุทธ์ดวงดาราแต่ก็ยังไม่มีผลเสียต่อการกลายเป็นผู้ฝึกวิชาทั่วไป ทว่าวิธีที่ท่านพี่เวิ่นเทียนเมินเฉยต่อการดูดซึมปราณหยวนของสวรรค์และปฐพีเพื่อที่จะเพิ่มโอกาสในการรับรู้และกลั่นจิตดารา นี่ไม่ใช่ว่าท่านพี่เสี่ยงเกินไป? หากไม่สามารถสัมผัสได้ถึงสายธารแห่งดวงดาราได้ หนทางสู่การเป็นผู้ฝึกวิทยายุทธ์จะถูกขัดขวางไปด้วย เนื่องจากขาดปราณหยวนในเส้นลมปราณ” ไป๋ฉิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

 

 

“ฉิงเอ๋อร์ เจ้าเคยได้ยินรูปแบบของการกลั่นจิตดารามากี่อย่าง? ”ฉินเวิ่นเทียนถามคำถามอื่นกลับไป

 

 

 

“ฮึมมมม….น้อยมาก ในนครประสานนภามีเพียงไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จการกลั่นจิตดารา ข้าจึงไม่ได้รู้อะไรมากนัก แล้วท่านที่หล่ะ”

 

 

 

“ในสายธารดวงดาราทั้งเก้า มีดวงดารามากมายเหลือคนาที่สามารถเชื่อมสัมพันธ์กับผู้ฝึกฝนวิทยายุทธ์ดวงดารา ท่ามกลางกลุ่มดาราที่มากมายนั้นก็มีรูปแบบของจิตดาราเหลือคนานับเช่นกัน”

 

 

 

“บรรดาผู้ที่กลั่นจิตดาราดาวสิงห์จะพบว่าตนควบคุมอำนาจอันเกรี้ยวกราดของสัตว์ป่า สามารถฉีกร่างสิงห์และพยัคฆ์ได้อย่างง่ายดาย ผู้ที่กลั่นจิตดาราทรรศนะสวรรค์ จะพบว่าวิสัยทัศน์และความสามารถการรับรู้เพิ่มขึ้นอย่างมาก สามารถมองเห็นได้ไกลและแม้แต่สามารถคลาดเดาการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้ ผู้ที่กลั่นจิตดาราคนตีเหล็ก จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการตีเหล็ก ผู้ที่กลั่นจิตดาราฝันที่ยิ่งใหญ่ จะช่วยให้เจ้าสามารถบ่มเพาะวิชาได้ในความฝันและแม้แต่สามารถทำให้ศัตรูเห็นภาพหลอนจมอยู่ในภาพลวงตาที่เจ้าสร้าง”

 

 

 

“โอ้ววว บ่มเพาะในฝันและสร้างภาพลวงตา ช่างน่าอัศจรรย์”ไป๋ฉิงพึ่มพำเบาๆ

 

 

 

“ขนาดของภูมิภาคนี้นั้นกว้างใหญ่นัก ข้าเคยได้ยินมาว่าภายนอกภูมิภาคนี้มีผู้บ่มเพาะมากมากที่สามารถกลั่นจิตดาราแปลกๆได้หลายรูปแบบน่าหลงใหลยิ่ง พวกเขาสามารถทะยานสู่นภาทะลุปฐพีได้ง่ายดาย ในโลกนี้ ผู้ฝึกยุทธ์ดวงดาราเป็นดั่งกฏของโลก ในขณะที่ผู้ฝึกฝนทั่วไปเป็นได้แค่มดปลวก หากเจ้าไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ควบคุมกฎนั้น เจ้าควรเลิกที่จะบ่มเพาะเสียดีกว่า”ดวงตาฉินเวิ่นเทียนเต็มไปด้วยความจริงจัง เขามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ดวงดาราที่เลอเลิศ กลั่นจิตดาราหลากหลายประเภท เพิ่มพลังอำนาจและทะยานทะลวงนภาออกไปชมโลกที่กว้างใหญ่นี้

 

 

 

ลุงเฮยกล่าวไว้ว่านครประสานนภานั้นเล็กยิ่งนัก เมื่อเทียบกับโลกมันเป็นได้เพียงแมลงที่ไร้ค่า

 

 

 

“แต่ข้าได้ยินมาว่า….”ไป๋ฉิงลังเล

 

 

 

“เจ้าได้ยินมาว่าข้าเกินมาพร้อมกับเส้นลมปราณที่พิการและไม่สามารถบ่มเพาะได้ใช่ไหม?”ฉินเวิ่นเทียนยิ้มในขณะที่กำลังลุกขึ้นยืน “ใครกันบอกว่าข้าเกิดมาพร้อมกับเส้นลมปราณพิการไม่สามารถบ่มเพาะได้ ข้าจะเป็นคนทำลายคำพูดนั้นและกลายเป็นผู้ฝึกวิทยายุทธ์ดวงดาราที่แข็งแกร่งที่สุด!”

 

 

 

เมื่อไป๋ฉิงมองไปที่สีหน้ามั่นใจของฉินเวิ่นเทียนแล้วก็หัวเราะออกมาแล้วกล่าวด้วยความจริงใจ”ข้าก็จะเชื่อมั่นพี่เวิ่นเทียน ข้าต้องไปก่อน ข้าจะไม่ได้รบกวนเวลาบ่มเพาะเพื่อให้กลายเป็นผ็ฝึกวิทยายุทธ์ดวงดาราของท่านพี่”

 

 

 

“ได้ จงรีบกลับไปพักและอย่าได้ลืมเด็ดขาดเจ้าห้ามดูดซับปราณหยวนสวรรค์และปฐพีเด็ดขาด!”ฉินเวิ่นเทียน เตือนเธออีกครั้ง

 

 

 

“เข้าใจแล้ว”ไป๋ฉิงแลบลิ้นใส่ฉินเวิ่นเทียนก่อนที่จะหัวเราะคิกคักและวิ่งหนีไป มองไปที่หลังที่สง่างามและเอวอันอ่อนช้อยของไป๋ฉิง ฉินเวิ่นเทียนยืนแข็งทื่อไปชั่วขณะก่อนที่จะได้สติ เด็กสาวคนนี้ได้เติบโตขึ้นแล้วในปีนี้เธออายุสิบห้าปีแล้วไม่ได้เป็นเด็กสาวอายุสิบสองที่เขารู้จักเมื่อสามปีที่แล้ว ฉินเวิ่นเทียนยิ้มกว้างในขณะที่เขากำลังนึกถึงความทรงจำเก่าๆ

 

 

 

หลังจากที่ไป๋ฉิงกลับไป  ฉินเวิ่นเทียนเริ่มต้นการบ่มเพาะแม้ว่าเข้าจะมีเส้นลมปราณที่พิการ เขาก็ยังคงพยายามและเริ่มหลับตาลงนั่งสมาธิ เขาเริ่มดึงดูดพลังงานของดวงดาราโคจรไปทั่วร่างกายผ่านเส้นลมปราณที่ไม่สมบูรณ์ของเขา ความรุนแรงของพลังดวงดาราที่กระแทกกระทั้นผ่านเส้นลมปราณนั้นราวกับจะบดขยี้เส้นลมปราณของเขาให้กลายเป็นฝุ่น

 

 

 

ในช่วงเวลานั้น สีหน้าแสดงความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานอันน่าพิศวงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉินเวิ่นเทียน ความเจ็บปวดนี้เมื่อเทียบกับของชิวเซวียก่อนหน้านี้ มันมากกว่าสิบเท่า เขาไม่มีทางเลือกเขาได้แต่กัดฟันทนต่อไป

 

 

 

เส้นลมปราณเป็นดั่งเส้นทางเชื่อมต่อการไหลเสียนพลังงานในร่างกายมนุษย์ แต่เมื่อเส้นลมปราณพิการ ก็ถือว่าเป็น้พียงคนพิการเทียบเท่ากับการมีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ การบ่มเพาะ นอกเหนือจากการขยายเส้นลมปราณและช่องพลัง หลังจากถึงระดับขัดเกลาร่างกาย ต้องสร้างเส้นลมปราณทั้งเก้าใหม่เชื่อมผ่านไปยังทวารทั้งเจ็ด ขัดเกลาอวัยวะภายใน แขนขาทั้งสี่และแม้กระทั่งกระดูกทั้งร่าง จากนั้นพวกเขาจะสามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงได้

 

 

 

ย้อนไปเมื่อตอนที่ฉินเวิ่นเทียนจงใจทลายเส้นลมปราณของตน หากเขาไม่ได้ลุงเฮยนำเขาไปแช่ในยาสมุนไพรเพื่อรักษาเขาได้กลายเป็นคนไร้ค่าไปแล้ว สมุนไพรไม่เพียงแต่ไม่ทำให้ฉินเวิ่นเทียนกลายเป็นคนไร้ค่าเนื่องจากเขาพยายามฝึกฝนร่างกายทุกวัน ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆกลายเป็นคนปกติ

 

 

 

แม้กระนั้น เขาไม่ใช่คนโง่เขลา ทำให้เส้นลมปราณพิการนั้นไม่ใช่เป้าหมายของเขา มีบันทึกเส้นลมปราณดวงดารากล่าวว่า มีเพียงเส้นลมปราณที่พังทลายเท่านั้นจึงสามารถสร้างและแปรเปลี่ยนให้เป็นเส้นลมปราณดวงดาราที่สมบูรณ์ได้!  วิธีนี้หนึ่งคือทำลายพื้นฐาณที่ไม่สมบูรณ์ สอง สร้างใหม่อีกครั้งให้สมบูรณ์แบบ!

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารได้ที่เพจและฝากกดไลคกดแชร์เพจด้วยนะคลิกเลย