0 Views

บทที่ 96

_____แม้จะมีบางคนเอะใจกับเรื่องนี้ ทว่าก็ไม่มีใครให้ความสนใจนัก เพราะทุกคนมุ่งเป้าไปที่พืชพลังงานกับแท่งพลังงานมากกว่า อีกทั้งเมื่อไม่มีสัตว์ประหลาดใดๆมารบกวนการทำงานของพวกเขา ยิ่งเป็นเรื่องดี ฉะนั้นจึงไม่มีใครคิดจะเสียเวลากับสิ่งที่ดูจะไร้ประโยชน์เช่นนี้

 

_____“ทุกคนระวัง…” ไม่ต้องรอให้แฟรงค์พูดจบประโยค จู่ๆแมลงอัญมณีก็ระเบิดตัวเองอย่างรุนแรงจนกลายเป็นละอองหลากสีโปรยลงสู่ผืนหญ้า ทันใดนั้นต้นหญ้าโดยรอบที่สูงเพียงหนึ่งนิ้วพลันยืดตัวออกพร้อมกับตวัดใบของมันไปมาอย่างบ้าคลั่งราวกับมีชีวิตขึ้นมาก็ไม่ปาน… พวกมันเริ่มใช้ใบหญ้าของตนเบียดเสียดต้นหญ้าต้นอื่น เพื่อที่จะเข้ามายังบริเวณที่สามารถสัมผัสละอองแสงเหล่านั้นได้ พร้อมกับรีบดูดกลืนพลังงานเหล่านั้นอย่างตะกละตะกลาม… เมื่อพวกมันรับรู้ว่า ละอองแสงถูกกลืนกินไปจนหมดสิ้นแล้ว ต้นหญ้าเหล่านั้นจึงค่อยๆคืนสู่สภาพเดิม  เป็นเพียงต้นหญ้าธรรมดาที่ไม่สะดุดตาผู้คนเช่นเดิม…

 

_____ทุกคนในที่นี้ล้วนตะลึงลานกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า รวมถึงลั่วซิวเจ๋อด้วย…

 

_____สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่หาใช่พฤติกรรมของพืชทั่วไป ไม่สิ… ในสถานการณ์ปกติ พวกมันก็ดูเหมือนหญ้าธรรมดาๆ ทว่าทันทีที่สัมผัสได้ถึงแหล่งพลังงาน พวกมันจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตและดูดกลืนพลังงานเหล่านั้นจนหมดสิ้นภายในชั่วพริบตา

 

_____แมลงอัญมณีที่ระเบิดตัวเองมีเพียงยี่สิบกว่าตัว ก็ทำให้ต้นหญ้าพวกนั้นแห่กันเข้ามาดูดกลืนพลังงานเหล่านั้นอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ หากพวกลั่วซิวเจ๋อไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอันฉับไวแล้วล่ะก็ พวกเขาอาจโดนลูกหลงไปด้วย

 

_____ในช่วงที่ต้นหญ้ากำลังกอบโกยพลังงานนั้น แม้พวกมันจะมัวแต่ต่อสู้กันเอง แต่ใครกล้ารับประกันว่าพวกมันจะไม่คลุ้มคลั่งและเปลี่ยนเป้าหมายการโจมตีกระทันหันเล่า…

 

_____“แมร่งเอ๊ย!” ชายผู้มีกระบนใบหน้าถึงกับสะท้านไปทั้งร่างพร้อมกับชักมีดสั้นออกมาระวังภัยทันที แต่ก็ไม่รู้ว่า ควรจะโจมตีใครดี…

 

_____โจมตีต้นหญ้าที่กลับมาเป็นหญ้าธรรมดาแล้วหรือ? ออกจะโง่เขลาเกินไปหน่อย…

 

_____โจมตีศัตรู? แมลงอัญมณีล้วนตกตายจนหาเศษซากไม่เจอเสียแล้ว…

 

_____แม้ตัวเขาจะไม่ทราบว่า ดึงมีดสั้นออกมาเพื่อทำอันใด แต่เขาก็รู้สึกกระวนกระวายใจปนหวาดระแวงคล้ายกับ… ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวคือศัตรู ทุกคนต่างใช้สายตาแบบเดียวกับเขาจ้องมองไปรอบๆ…

 

_____“มัน… มีบางอย่างไม่ถูกต้อง” น้ำเสียงแหบแห้งของชายผู้สวมหน้ากากดังขึ้น

 

_____แฟรงค์กวาดสายตามองรอบบริเวณอย่างระมัดระวัง “สหายลั่ว ฉันว่า พวกเราควรจะรีบถอนตัวออกไปจากที่นี่นะ…”

 

_____“เมี๊ยว? อะไรนะ! ถอนตัว? พูดเป็นเล่นน่า ข้าต้องเปลืองแรงไปตั้งเยอะกว่าจะปั่นป่วนคลื่นพลังของที่นี่ได้ แต่เจ้าหมอนี่จะให้ถอนตัวหรือ? เจ้าเรียกให้มันมาคุยกับข้าสิ!” เสียงบ่นอุบของเสี่ยวเคดังขึ้นที่ข้างหูของฉีหนาน

 

_____ทว่าฉีหนานยังคลื่นไส้กับแมลงที่ตนเพิ่งอาเจียนออกมาจากท้องอย่างหนัก จนไม่อาจทำตามคำขอของเจ้าแมวตัวนี้ได้…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกวาดสายตามองไปรอบๆ… ดอกไม้อัญมณีที่ขึ้นตามหน้าผาชวนให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก แม้ลักษณะภายนอกจะงดงามไร้ที่ติ แต่เมื่อนึกถึงแมลงพวกนั้นแล้ว… อุ๊บ…

 

_____บุรุษผู้กระบนใบหน้าเผลอส่งเสียงเรอในลำคอ “ฉันว่า… อึก… สหายลั่ว ไหนๆที่นี่ก็ไม่มีพืชพลังงานอยู่ พวกเราก็รีบไปกันเถิด… เจ้านี่มันน่าขยะแขยงจริงๆ”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกลับส่ายหน้าไปมา “พวกนายไม่รู้สึกว่ามันแปลกหรือ? ดาวเคราะห์ดวงนี้เต็มไปด้วยพืชพลังงานจำนวนมหาศาล แต่มีแค่หุบเขานี้เท่านั้นที่ไม่มีอะไรอยู่เลย? พวกนายคิดว่ามันปกติ?”

 

_____“แปลกแล้วยังไง? ก่อนหน้านี้พวกเราก็เคยมาสำรวจแล้วมิใช่หรือ… ด้านในหุบเขานี้ก็เป็นทางตัน นอกจากแมลงอัญมณีพวกนี้แล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีแหล่งพลังงานอย่างอื่นอยู่เลย… ยกเว้นแต่ว่าพวกนายจะนับให้แมลงอัญมณีเป็นพืชพลังงานชนิดหนึ่ง ไม่งั้นฉันก็นึกไม่ออกว่า ที่นี่ยังมีอะไรที่น่าสำรวจอีก” ชายผู้มีใบหน้าตกกระยักไหล่ด้วยความงุนงง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหาได้นิ่งนอนใจ เขาเดินตรงไปยังดอกไม้อัญมณีดอกหนึ่งบริเวณหน้าผาด้านข้าง

 

_____“ระวัง!” ฉีหนานพลันสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจสุดขีด… เจ้าพวกนี้คืออะไรก็ยังไม่รู้เลย ลั่วซิวเจ๋อกลับคิดจะยื่นมือออกไปแตะต้องพวกมันอย่างบ้าบิ่นอีก?

 

_____“วางใจเถิด” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยปลอบเขาคำหนึ่ง ข้อมือของเขาปรากฏวงแหวนสีเงินวงหนึ่งหรือถุงมือป้องกันรุ่นใหม่ล่าสุดที่ตนเพิ่งซื้อบนดาวเอิร์ลก่อนหน้านี้…

 

_____เนื่องจากถุงมือป้องกันชนิดนี้สามารถป้องกันได้ดีที่สุด จึงทำให้นักพฤกษศาสตร์นิยมใช้มากที่สุด

 

_____ทันทีที่ลั่วซิวเจ๋อสัมผัสถูกดอกไม้อัญมณีเหล่านั้น พลันปรากฏออร่ากึ่งโปร่งแสงขึ้นระหว่างดอกไม้อัญมณีดอกนั้นกับมือของตน

 

_____เขาหยิบดอกไม้ขึ้นมามองสำรวจอย่างละเอียด… ดอกไม้อัญมณีสีแดงสดทอประกายระยิบระยับราวกับแกะสลักมาจากทับทิมก็ไม่ปาน แทบจะดูไม่ออกถึงลักษณะทางกายภาพแบบพืชหรือสัตว์ซะด้วยซ้ำ

 

_____แม้หลานเจี๋ยจะคลื่นไส้พะอืดพะอมมากแค่ไหน แต่ความคลั่งไคล้ในฐานะนักพฤกษศาสตร์ก็สามารถสะกดมันเอาไว้ได้ เขาจึงเดินเข้าไปใช้ถุงมือป้องกันดึงดอกไม้อัญมณีดอกหนึ่งหย่อนใส่กล่องเก็บตัวอย่าง…

 

_____“แปลกจริงๆ… เห็นชัดๆว่าเป็นพืช แต่กลับมีลักษณะเฉพาะของแร่ธาตุด้วย แถมยัง…” พอนึกถึงแมลงอัญมณีก่อนหน้านี้ หลานเจี๋ยก็อดเกาหัวดังแกรกๆไม่ได้ “ยังมีลักษณะเฉพาะของสัตว์ด้วย…. นี่มันตัวอะไรกันแน่?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพินิจพิเคราะห์ดอกไม้อัญมณีสีแดงสดดอกนั้นอยู่นาน แต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ

 

_____หรือว่า… แมลงอัญมณีเมื่อครู่กับดอกไม้อัญมณีจะเป็นสิ่งมีชีวิตคนละประเภทกัน? หลังจากที่แมลงพวกนั้นระเบิด พวกมันจะปล่อยพลังงานออกมา ทว่าแม้พวกเขาจะป่นดอกไม้อัญมณีจนแหลก มันก็เป็นเพียงผงสีแดงธรรมดาๆเท่านั้น ไร้วี่แววของพลังงานต่างๆโดยสิ้นเชิง

 

_____“แค่ก…” ชายผู้มีใบหน้าตกกระไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้และไม่ชอบบรรยากาศของที่นี่เอาเสียเลย “ฉันว่า… ถ้าพวกคุณเก็บตัวอย่างเสร็จแล้วก็กลับไปวิจัยต่อที่แคมป์เถอะนะ ทำไมเราจะต้องอยู่ที่นี่อีก? เครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่พร้อมด้วยไม่ใช่เหรอ”

 

_____หลานเจี๋ยหันมาสบสายตากับลั่วซิวเจ๋อ… สิ่งที่ชายผู้มีกระบนใบหน้าพูดเองก็มีเหตุผลอยู่  ครั้งก่อนที่อาจารย์หลินหลินมาที่นี่ พวกเขาแค่สำรวจคร่าวๆและถอนตัวกลับไป ฉะนั้นจึงไม่ได้เก็บตัวอย่างแม้แต่ชิ้นเดียว ครั้งนี้พวกเขาจึงพกเพียงอุปกรณ์ตรวจสอบระดับพื้นฐานเท่านั้น… หากต้องการตรวจสอบดอกไม้อัญมณีโดยละเอียด ก็ต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสมเสียก่อน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อนิ่งคิดครู่ใหญ่… เขาไม่อยากกลับไปตอนนี้จริงๆ… รู้สึกสังหรณ์ใจว่า หุบเขาแห่งนี้จะต้องเก็บงำความลับสำคัญบางอย่างเป็นแน่ อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างมหาศาลด้วย ถ้าหากพลาดโอกาสในวันนี้ไปล่ะก็ เขาอาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว…

 

_____“เอาอย่างนี้ล่ะกัน… หลานเจี๋ยกับแฟรงค์กลับไปที่แคมป์ก่อน ส่วนฉันกับคนที่เหลือจะตรวจสอบอยู่ที่นี่ต่ออีกสักระยะ”

 

_____“ไม่ได้!” หลานเจี๋ยกับแฟรงค์ประสานเสียงคัดค้านพร้อมกัน

 

_____“พวกนายอย่าเพิ่งเถียงสิ… ถูกอย่างที่พวกนายพูด พวกเราเตรียมอุปกรณ์ตรวจสอบมาน้อยเกินไป ดังนั้นฉันหวังว่า หลังจากที่พวกนายกลับไปแล้ว จะเอาอุปกรณ์ตรวจสอบแบบละเอียดกลับมาให้พวกเราใช้ตรวจสอบหุบเขาแห่งนี้นะ… พฤติกรรมของต้นหญ้าพวกนี้คงทำให้พวกนายรู้แล้วว่า พวกมันมีวิวัฒนาการแบบใหม่ ซึ่งมันเป็นประโยชน์ต่อการวิจัยของพวกเราอย่างมาก” ลั่วซิวเจ๋อนิ่งคิดไปชั่วขณะ “ไม่ต้องเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเรา… หุบเขาแห่งนี้ค่อนข้างจะลับตาคนมาก อีกอย่างพวกเราก็สำรวจมาตั้งหลายวัน นอกจากหลัวซีเซ่อที่พบในวันนี้แล้ว พวกเราก็ไม่เจอใครอีก… ก็หมายความว่า ในช่วงนี้คงไม่มีใครมาแย่งพื้นที่แถบนี้นอกจากผู้ว่าจ้างของหลัวซีเซ่อคนนั้นแน่ ฉะนั้นพวกเราควรรีบคว้าโอกาสนี้เอาไว้”

 

_____“แต่…” หลานเจี๋ยกำลังจะอ้าปากพูดบางอย่าง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกลับเอ่ยตัดบทเขาเสียก่อน “ตอนนี้ฉันเป็นหัวหน้ากลุ่ม และขอสั่งให้พวกนายกลับไปเดี๋ยวนี้ จากนั้นก็เอาเครื่องตรวจจับคลื่นพลังกลับมาที่นี่”

 

_____“เครื่องตรวจจับคลื่นพลัง?” หลานเจี๋ยเบิกตาโตมองเขาด้วยความประหลาดใจ “หรือว่า…?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ายืนยัน “ฉันว่า หุบเขานี้มันผิดปกติมาก… เครื่องตรวจจับทั่วไปไม่อาจใช้กับที่นี่ได้ ถ้ามีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ที่นี่จริงๆล่ะก็ คงมีแต่เครื่องตรวจจับคลื่นพลังเท่านั้นที่จะหาเบาะแสได้”

 

_____“ตกลง ฉันเข้าใจแล้ว… พวกเราจะรีบกลับไป” หลานเจี๋ยรับคำอย่างแข็งขัน

 

_____แฟรงค์ขมวดคิ้วแน่นจนแทบผูกกลายเป็นปม… เขาไม่เห็นด้วยกับความคิดของลั่วซิวเจ๋อ แต่สถานการณ์ในตอนนี้เขาเป็นแค่ผู้คุ้มกันที่ไร้ซึ่งอำนาจในการตัดสินใจใดๆ… แต่พอนึกถึงความแข็งแกร่งของสหายทั้งสองคนของตน เขาจึงคลายหัวคิ้วลงเล็กน้อย… ตราบใดที่มีทั้งสองคนคอยคุ้มกันอยู่ข้างกาย หากไม่โดนคนกลุ่มใหญ่รุมเล่นงานล่ะก็ การเอาชีวิตรอดก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาแต่อย่างใด

 

_____“หากพวกนายพบศัตรู ให้พยายามซ่อนตัวไว้ อย่าวู่วามเด็ดขาด… ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น รอให้พวกฉันกลับมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน” แฟรงค์หันไปสั่งการกับชายผู้มีใบหน้าตกกระอย่างรอบคอบ

 

_____ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่งเสียงอืออาในลำคอราวกับไม่ใส่ใจ แต่แฟรงค์ทราบดีว่า อีกฝ่ายตกลงรับคำ…

 

_____หลังจากที่แฟรงค์เก็บข้าวของทุกอย่างจนเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาหลานเจี๋ยหายลับเข้าไปในผืนป่าที่อยู่นอกหุบเขาอย่างรวดเร็ว…

 

_____“อา… แล้วพวกเราจะทำอะไรต่อหรือ?” เจ้าของใบหน้าตกกระหันมาถามลั่วซิวเจ๋อ

 

_____ในขณะที่ลั่วซิวเจ๋อนวดคลึงข้างขมับเล็กน้อย… เมื่อครู่เขาลองใช้พลังจิตสำรวจหุบเขาแห่งนี้ แต่ต้นไม้ ณ ที่แห่งนี้มีความพิเศษมากจริงๆ ทั้งๆที่ไม่ใช่พืชพลังงาน แต่กลับสามารถรบกวนคลื่นพลังจิตของเขาได้

 

_____“ไปทางทิศตะวันตก” ทันใดนั้นฉีหนานก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากบอก

 

_____เมื่อลั่วซิวเจ๋อสบสายตากับฉีหนานซึ่งส่งสัญญาณมาทำให้เขาทราบว่า มันเป็นคำแนะนำจากเสี่ยวเค…

 

_____“ไปกันเถอะ” ลั่วซิวเจ๋อรับคำ

 

_____ชายผู้มีใบหน้าตกกระยักไหล่เล็กน้อย แต่ก็ไม่คัดค้านอันใด ในเมื่อพวกเขาอยากสำรวจหุบเขานี้จะเริ่มจากที่ใดก็เหมือนกัน… หัวหน้ากลุ่มว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น

 

_____คนทั้งสี่มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกของหุบเขาอย่างรวดเร็ว… หลังจากที่พวกเขาจากไปเพียงไม่นาน กลุ่มคนประมาณเจ็ดถึงแปดคนสวมชุดพร้อมรบพลันเดินออกมาจากพุ่มไม้

 

_____หัวหน้าของกลุ่มคือ เด็กหนุ่มรูปร่างเพรียวบาง ผิวเนียนขาวผ่อง ทว่าดวงตาไร้แววและขอบตาดำคล้ำคู่นั้นกลับทำให้เขาดูเป็นคนปล่อยเนื้อปล่อยตัว..

 

_____“ที่นี่หรือ?” เด็กหนุ่มอ้าปากหาวด้วยน้ำเสียงเนือยๆปนหยามหยัน

 

_____“ขอรับ เมื่อครู่พวกแฟรงค์เดินออกมาจากทางนี้” ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างกายของเด็กหนุ่มผู้นี้คือ หลัวซีเซ่อที่เพิ่งจะมีเรื่องกับลั่วซิวเจ๋อนั่นเอง

 

_____เด็กหนุ่มโบกมือส่งสัญญาณบางอย่าง ชายวัยฉกรรจ์คนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขารีบยื่นสิ่งที่คล้ายกับบุหรี่มวนหนึ่งส่งให้ ซึ่งเด็กหนุ่มก็รับมาสูดเข้าไปเต็มปอดเฮือกใหญ่ด้วยสีหน้าผ่อนคลาย “อา… รุ่นล่าสุดช่างดีจริงๆ”

 

_____จากนั้นเขาก็เหลือบสายตามองหลัวซีเซ่อ “เจ้าหมอนั่นเป็นใคร?”

 

_____หลัวซีเซ่อเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว “เรียนคุณชายแกลส… เจ้าหมอนั่นชื่อแฟรงค์ เป็นทหารรับจ้างแห่งดาวเอิร์ล เขาน่าจะได้รับการว่าจ้างให้มาที่นี่เหมือนพวกเราขอรับ”

 


กอกับขอโดนไล่ไปแล้ว เหลือคอกับงออีกสองหน่อ 55555+

ขออภัยที่มาอัพช้ามากมายจ้า พอดีเรย์ไม่สบายเลยนอนแบ๊ะหลายวันจ้า = =’

ถ้าเจอคำผิดก็บอกได้นะจ๊ะ ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและคอมเม้นท์จ้า 🙂