0 Views

บทที่ 99

 

_____แต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้ในตอนนี้คืออะไร? เขารับรู้ได้ถึงคลื่นพลังจิตที่แผ่ออกมาจากร่างของมนุษย์กึ่งแมลงแสนน่าขยะแขยงทุกตัว? นี่มันน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!

 

_____“อ้อ ไม่ต้องกังวลไปหรอก พวกเด็กๆของข้า… เจ้าพวกนี้คือลูกน้อยแสนน่ารักของข้าเอง พวกเจ้าคงคิดว่า พวกเขางดงามมากสินะ? การเอาจุดเด่นของมนุษย์กับเผ่าสแตนรวมเข้าด้วยกันนี่แหละคือ อนาคตของมนุษยชาติ!”

 

_____WTF??

 

_____ในใจของทุกคนแทบจะตะโกนออกมาเสียงเดียวว่า ‘แกกำลังล้อฉันเล่นอยู่ใช่ไหม?? ถ้าอนาคตของมนุษยชาติคือการต้องกลายเป็นตัวน่ารังเกียจพรรค์นี้ล่ะก็ ฉันขอตายเสียตั้งแต่ตอนนี้ยังดีซะกว่า!’

 

_____จากนั้นชายชราก็ถอนหายใจเสียงดังราวกับกำลังเสียดายบางอย่าง “น่าเสียดาย… ที่สุดท้ายเด็กน้อยเหล่านี้เป็นตัวทดลองที่ล้มเหลว ถึงแม้พวกเขาจะมีเปลือกแข็งของชนเผ่าสแตน แต่กลับไร้ซึ่งสติปัญญาเหมือนมนุษย์… ชิ สุดท้ายเจ้าพวกที่เหลือแต่สัญชาตญาณก็เลยถูกข้าขังเอาไว้ในห้องเย็น แต่ข้าคิดว่าส่งพวกเขามาต้อนรับพวกเจ้าน่าจะดีกว่า พวกเจ้าคงดีใจมากกระมัง? นี่คือ หนึ่งในอนาคตของมนุษยชาติเชียวนะ! ได้ร่วมเป็นสักขีพยานเช่นนี้ พวกเจ้าจะต้องรู้สึกเป็นเกียรติมากแน่!”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองเหล่ามนุษย์กึ่งแมลงน่าสมเพชตรงหน้าพร้อมกับนึกถึงอนาคตของมนุษยชาติที่อีกฝ่ายกล่าวถึงแล้ว ก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆและไม่คิดจะพูดอันใดอีก…

 

_____แม้แต่ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าตกกระจอมโลภมากยังทำหน้าบิดเบี้ยวจนแทบจะดูไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้อีกฝ่ายคงอยากเข้าไปกำจัดพวกมนุษย์กึ่งแมลงชวนเสียสายตาทิ้งเสียเดี๋ยวนี้

 

_____แววตาของเสี่ยวเคพลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันใด… ไม่เจอกันมานานหลายสิบปี ตาแก่โรคจิตพวกนั้นยังหมกมุ่นกับ ‘การทดลอง’ อยู่อีก ทำเอาแมวอยากจะอ้วก!

 

_____“ซีด…” ดูเหมือนตัวทดลองที่ล้มเหลวจะไม่มีกล่องเสียง จึงมีเพียงเสียงซีดๆดังลอดออกมาจากบริเวณที่ดูเหมือนปากมนุษย์เท่านั้น…

 

_____ผลจากการที่พวกนักวิจัยบ้านั่นฝืนนำยีนสองชนิดที่ไม่เข้ากันมาใช้ในการทดลองคือ สัตว์ประหลาดอันแข็งแกร่งที่มีเพียงสัญชาตญาณการต่อสู้ของแมลง…

 

_____แต่ก็ไม่อาจเทียบกับชนเผ่าสแตนได้เลยแม้แต่นิดเดียว!

 

_____แม้รูปลักษณ์ของพวกมันจะคล้ายคลึงกับแมลง แต่ชนเผ่าสแตนนั้นมีอารยธรรมและพัฒนาการด้านเทคโนโลยี ในขณะที่หนูทดลองเหล่านี้เล่า? มีแค่สัญชาตญาณของแมลงเพียงอย่างเดียว มิอาจนับเป็นสัตว์ประเสริฐเสียด้วยซ้ำ!

 

_____“ระวังตัวด้วย ดูเหมือนจะยังมีตัวพรรค์นี้อยู่อีกเยอะ… พวกเจ้าเตรียมใจเอาไว้ให้ดี” เสี่ยวเคใช้อุ้งเท้าแมวเขี่ยใบหน้าด้วยความหงุดหงิด… ครั้งนั้นที่มันหนีออกมาจากสถาบันวิจัยก็คิดเอาไว้แล้วว่า สักวันจะต้องเจอกับพวกตาแก่วิปริตอีกแน่ แต่ไม่นึกเลยว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ ช่างน่ารังเกียจจริงๆ!

 

_____“ลุยเลย!” แต่ลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะรอให้แมลงกรูเข้ามารุมโจมตีพวกตน จึงเปิดฉากตวัดดาบเลเซอร์เข้าใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

 

_____เจ้าหน้าตกกระถึงกับมุมปากกระตุกขณะหยิบปืนเลเซอร์ออกมากราดยิงแมลงตรงหน้าเรียงตัวด้วยความฉุนเฉียว… ภาพฝันอันสวยหรูที่จะนอนอยู่บนกองเงินกองทองพลันปลิวหายไปกับสายลมทันควัน… ถ้าหากข้อมูลงานวิจัยที่ชายชราพูดถึงก่อนหน้านี้คือ วิธีทดลองดัดแปลงมนุษย์ให้กลายเป็นตัวประหลาดเช่นนี้ล่ะก็ เขาจะเผาทิ้งให้หมดเลยคอยดู!

 

_____ส่วนชายสวมหน้ากากผู้ชอบลงมือทำมากกว่าการพูดนั้น การเคลื่อนไหวของเขายังรวดเร็วกว่าลั่วซิวเจ๋อถึงหนึ่งขั้น ทว่าท่วงท่าของทั้งสองคนช่างแตกต่างกันนัก… การเคลื่อนไหวของลั่วซิวเจ๋อทั้งคล่องแคล่วและปราดเปรียว ทุกย่างก้าวที่เขาเคลื่อนผ่านล้วนฟาดฟันใส่แมลงทุกตัวอย่างไม่สูญเปล่า… ขอโทษที ต่อให้มันรูปร่างเหมือนมนุษย์มากกว่านี้ แต่หากไร้ซึ่งปัญญาใดๆ ลั่วซิวเจ๋อก็ไม่คิดจะเรียกอีกฝ่ายว่าเป็นมนุษย์เด็ดขาด!

 

_____เทคนิคในการต่อสู้ของพวกมันนับว่าไม่เลวเลย โดยเฉพาะเปลือกแข็งซึ่งทำหน้าที่ห่อหุ้มและปกป้องร่างกายของพวกมันจากอาวุธต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพจนน่าทึ่ง

 

_____เมื่อเห็นว่าการโจมตีของตนไม่ได้ผล ลั่วซิวเจ๋อก็รู้ตัวทันทีว่า การใช้ดาบโจมตีใส่พวกมันโดยตรงนั้นไม่เป็นผลโดยสิ้นเชิง ฉะนั้นเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายการโจมตีเป็นข้อต่อของพวกมันแทน

 

_____เจ้ามีก้ามเยอะนักสินะ? แล้วถ้าข้าตัดทิ้งจนหมด ดูสิว่าพวกแกจะคลานยังไง!

 

_____ทันทีที่เห็นการเคลื่อนไหวของลั่วซิวเจ๋อ ชายสวมหน้ากากกับชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าตกกระก็เริ่มโจมตีข้อต่อของพวกมันอย่างรวดเร็ว ดาบเลเซอร์ในมือของฉีหนานกวัดแกว่งไปมาจนเห็นเป็นร่างเงา เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่มีโอกาสแสดงฝีมือในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งเลย ฉะนั้นครั้งนี้เขาจึงตัดสินใจวาดฝีไม้ลายมืออย่างเต็มที่…

 

_____“บัดซบ!” ชายเจ้าของใบหน้าตกกระผู้ถือปืนเลเซอร์หลบอยู่ด้านหลังกลุ่ม ด้วยฐานะมือปืนประจำกลุ่ม ทำให้เขาไม่อาจทะเล่อทะล่าวิ่งออกไปต่อสู้ในแนวหน้าและได้แต่เฝ้ามองการเข่นฆ่าเพียงฝ่ายเดียวของลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานท่ามกลางดงแมลงด้วยมุมปากที่สั่นระริก ยิ่งพอหันไปมองชายสวมหน้ากากที่คอยกำจัดแค่รอบนอกแล้ว ยิ่งดูน่าอเนจอนาถใจนัก…

 

_____ให้ตายเถิด! ตกลงใครเป็นทหารรับจ้างกันแน่??? ผู้ว่าจ้างพวกนี้ไม่คิดจะหลบอยู่ข้างหลังพวกเราอย่างว่าง่ายหรือไร? หากเกิดเรื่องขึ้นล่ะก็ หัวหน้าแฟรงค์เอาพวกเราตายแน่!

 

_____ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าตกกระร้องครวญครางอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ยังคงสาดกระสุนปืนเลเซอร์ในมือไม่หยุดเช่นกัน ทุกครั้งที่ลั่วซิวเจ๋อหรือฉีหนานตัดก้ามของพวกมันทิ้งจนเคลื่อนไหวไม่ได้ เขาก็จะยิงปิดท้ายในทันที

 

_____แม้อานุภาพทำลายล้างของปืนเลเซอร์จะไม่รุนแรงมากนัก แต่เมื่อเจ้าของเป็นนักแม่นปืนที่หาตัวจับได้ยาก เขาย่อมสามารถยิงทะลุเบ้าตาเจาะผ่านสมองของเหล่ามนุษย์กึ่งแมลงได้อย่างง่ายดาย

 

_____มนุษย์กึ่งแมลงยังคงปีนออกมาจากปากท่อด้านบนไม่หยุด ดวงหน้าคล้ายมนุษย์ แต่หากไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะเฉกเช่นมนุษย์ก็เป็นได้เพียงสัตว์ประหลาดตนหนึ่งในสายตาของคนทั้งสี่เท่านั้น… ทว่าแม้พวกเขาจะปฏิเสธความเป็นมนุษย์ของพวกมันมากเพียงไร  พอได้เห็นการฆ่าล้างมนุษย์กึ่งแมลงจำนวนมากต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ในใจของทั้งสี่คนก็อดรู้สึกคับแค้นใจไม่ได้

 

_____มันเป็นความเศร้าสลดที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน… เจ้าพวกมนุษย์กึ่งแมลงไม่ควรถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่แรกแล้ว!

 

_____ทุกคนล้วนรู้สึกรังเกียจชายชราผู้นั้นเป็นอย่างมาก แม้ก่อนหน้านี้จะมีบางคนหลงคิดว่า ชายชราผู้นี้คือผู้บุกเบิกอนาคตของมนุษยชาติ แต่มาตอนนี้พวกเขากลับพบว่า หมอนี่เป็นแค่ตาแก่วิปริตคนหนึ่ง! การฝืนดัดแปลงมนุษย์เช่นนี้มีแต่พวกวิปริตโดยสันดานเท่านั้น!

 

_____“แค่นี้ก็รับไม่ได้แล้วหรือ?” น้ำเสียงของเสี่ยวเคแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “พวกเจ้ายังต้องเจอกับสิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งกว่านี้อีกเยอะ… หวังว่าเจ้าจะทนรับไหวนะ”

 

_____เสี่ยวเคหาได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแม้แต่น้อย มันเพียงเกาะอยู่บนไหล่ของฉีหนานอย่างเงียบงันมาโดยตลอด… ไม่รู้เหมือนกันว่า มันใช้อะไรเกาะกันแน่ ถึงสามารถติดหนึบอยู่บนไหล่ของฉีหนานที่ขยับไปมาได้อย่างเหนียวแน่นและไม่ทีท่าว่าจะหล่นกระเด็นเลยแม้แต่น้อย…

 

_____ฉีหนานทำหน้าบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์ “คนพวกนี้บ้าไปแล้วหรือไง!”

 

_____เสี่ยวเคกลับตอบด้วยเสียงเรียบเฉยอย่างไม่ยี่หระว่า “ถูกต้อง ข้าเคยบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า พวกมันวิปริต? หึหึ… อีกอย่างคนบ้าที่เฉลียวฉลาดมักน่ากลัวกว่าคนบ้าปกติหลายเท่านัก”

 

_____สีหน้าของฉีหนานพลันเคร่งเครียดมากขึ้น ทว่ามือก็ยังกวัดแกว่งดาบฟาดฟันใส่ศัตรูอย่างดุเดือดไม่หยุด… มนุษย์กึ่งแมลงเหล่านี้เป็นเพียงผลการทดลองที่ล้มเหลว ฉะนั้นทั้งสี่คนจึงสามารถกำจัดจนหมดสิ้นได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

 

_____“เยี่ยม… ยอดเยี่ยมมาก! เด็กๆที่น่ารักของข้า พวกเจ้าช่างวิเศษเหลือเกิน….ยิ่งกว่าที่ข้าคาดการณ์เอาไว้เสียอีก” เสียงของชายชราพลันดังก้องไปทั่วทางเดินนี้อีกครั้ง

 

_____ทว่าเวลานี้กลับไม่มีใครดูตื่นเต้นเหมือนครั้งก่อน อีกทั้งแต่ละคนยังจ้องมองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 

_____ทันใดนั้นประตูบานใหญ่ที่ตั้งอยู่สุดทางเดินพลันเปิดออกอย่างรวดเร็ว โดยลั่วซิวเจ๋อเป็นคนเดินนำเข้าไปก่อนเป็นคนแรก ส่วนคนที่เหลือก็เดินตามเข้าไปติดๆ… ซึ่งสิ่งที่รอพวกเขาอยู่หลังจากเดินผ่านประตูบานใหญ่คือ ห้องนั่งเล่นที่ค่อนข้างใหญ่โตโอ่โถงห้องหนึ่ง

 

_____“มาสิ เด็กๆทั้งหลาย… ข้าเองก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำหรอก… พวกเจ้าพักสักครู่เถิด การทดสอบด่านต่อไปจะเริ่มขึ้นในอีกสิบห้านาที” จากนั้นเสียงแหบพร่าของชายชราก็เงียบหายไป ขณะเดียวกันประตูบานใหญ่ที่นำไปสู่ทางเดินเมื่อสักครู่ก็ถูกปิดลงพร้อมกับระบายกลิ่นเหม็นเน่าที่เคยอบอวลไปทั่วบริเวณด้วยระบบระบายอากาศอย่างรวดเร็ว

 

_____ทั้งสี่คนเดินไปนั่งพักบนโซฟาด้วยความอ่อนล้า แม้จะดูเหมือนปล่อยตัวตามสบาย แต่ความจริงแล้วไม่มีใครคลายความระวังตัวเลยแม้แต่คนเดียว

 

_____เสี่ยวเคโดดลงไปนอนบนพนักแขนของโซฟาพลางจ้องเขม็งไปยังกล้องวงจรปิดที่ตั้งอยู่มุมหนึ่ง ดวงตาคู่โตปรากฏแถบข้อมูลจำนวนมากวิ่งผ่านอย่างรวดเร็ว

 

_____สิบห้านาทีต่อมา ชายชราจึงเปิดประตูบานใหญ่อีกบาน… จากที่อีกฝ่ายพูด ถ้าอยากได้ทรัพย์สมบัติของอีกฝ่าย ก็ต้องยอมรับและเข้าใจในความคิดของอีกฝ่ายก่อน พวกเขาถึงจะรู้สึกซาบซึ้งในผลการทดลองอันยิ่งใหญ่ของเจ้าตัว!

 

_____แน่นอนว่า การทดลองย่อมมีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว… เจ้าตัวคงหวังให้คนที่จะรับช่วงต่อช่วยกำจัดผลการทดลองที่ล้มเหลวเหล่านั้น… เพราะยามที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาไม่อาจตัดใจลงมือทำลาย ‘เหล่าเด็กน้อยแสนน่ารัก’ ของตนได้จริงๆ แต่ในเมื่อตอนนี้เขาตายแล้ว จึงไม่อยากให้ ‘ของผิดพลาด’ พวกนั้นมาทำให้ชื่อเสียงของเขาต้องมัวหมอง…

 

_____เมื่อลั่วซิวเจ๋อได้ยินเช่นนั้นก็อดทำหน้าอึมครึมไม่ได้… ยังน่าสะอิดสะเอียนเช่นเดิม แต่ก่อนเคยมีคนพยายามค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับเผ่าเงือกแสนเก่งกาจของตน โดยการจับตัวชาวเงือกและมนุษย์บางส่วนมาทดลองด้วยกัน… อาจเป็นเพราะชาวเงือกมักให้ความไว้วางใจกับชาวมนุษย์โดยสัญชาตญาณอยู่แล้ว ดังนั้นแผนการลักพาตัวจึงใช้ได้ผล… ซึ่งการหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอยของชาวเงือก ทำให้เชื้อพระวงศ์อย่างลั่วซิวเจ๋อต้องทุ่มเททั้งกองกำลังและเวลาอยู่นานกว่าจะหาพวกเขาเจอ

 

_____เขาเคยพบกับความทรมานแสนสาหัสของชาวเงือกที่ถูกจับตัวไปทดลองมาแล้ว… ตอนที่ลั่วซิวเจ๋อนำกองกำลังไปถึงที่นั่น เขายังไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ก้อนเนื้อกระหายเลือดเหล่านั้นเคยเป็นชาวเงือกเจ้าของรอยยิ้มอ่อนหวานที่เขาเคยรู้จัก…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหาใช่คนที่ไม่รู้จักแยกแยะ… เขาทราบดีว่า มนุษย์มีทั้งดีและเลวปะปนกัน จึงไม่คิดจะใช้เรื่องนี้มาเป็นข้อบาดหมางกับเผ่ามนุษย์ แต่กับพวก ‘นักวิทยาศาสตร์’ ที่เหยียบย่ำชีวิตของผู้อื่นตามใจชอบอย่างไร้มนุษยธรรมนั้น ในใจของเขากลับอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นชนิดอยากฆ่าให้ตายทันทีที่เจอหน้ากันเลยทีเดียว

 

_____และในตอนนี้เจ้านักวิทยาศาสตร์วิปริตผู้นี้ก็สามารถยั่วโมโหเขาได้สำเร็จแล้ว เขากัดฟันกรอดด้วยความโกรธจัด โชคดีนักที่เจ้าตายไปแล้ว มิเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสชาติของการเป็นหนูทดลองสักครั้ง!

 

_____สิ้นเสียงสัญญาณเตือน ประตูบานใหญ่ค่อยๆเปิดออกเผยให้เห็นความเลวร้ายที่ถูกปิดผนึกมานานหลายสิบปีสู่สายตาของทุกคน…

 

_____“อ๊อก!” ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าตกกระเป็นคนแรกที่รีบวิ่งไปอาเจียนตรงมุมห้อง… เขาใช้มือยันกำแพงข้างหนึ่งพร้อมกับอาเจียนอย่างรุนแรงราวกับจะสำรอกอวัยวะภายในออกมาด้วย

 

_____ชายสวมหน้ากากเองพุ่งตัวหามุมอาเจียนของตนตามหลังสหายของตนไปติดๆเช่นกัน

 

_____แม้แต่ฉีหนานที่ทำใจล่วงหน้าจากคำเตือนของเสี่ยวเค ก็ยังรู้สึกมวนท้องอย่างหนักทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ชักอยากไปร่วมวงอาเจียนอีกสักคนเหมือนกัน…

 

_____มีเพียงลั่วซิวเจ๋อที่ยังคงสุขุมเยือกเย็นเช่นเดิม ดวงตาคู่สวยดูเย็นเยียบไร้ความรู้สึกราวกับก้อนน้ำแข็งเย็นจัดก็ไม่ปาน

 

_____“แม่งเอ๊ย!” ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าโก่งคออาเจียนพลางสบถด่าไม่หยุดปาก “นี่มันบ้าไปแล้ว! พวกมันเสียสติไปแล้วแน่ๆ!”

 

_____ชายสวมหน้ากากไม่เอ่ยปากพูดใดๆ ทว่าดวงตาแดงก่ำของอีกฝ่ายก็พอจะแสดงถึงอารมณ์ไม่สู้ดีของเจ้าตัวได้

 

_____ฉีหนานยกมือขึ้นปิดปากและรู้สึกถึงความกรุ่นโกรธที่ปะทุขึ้นในอกอย่างรวดเร็ว ไม่อยากเชื่อว่า ภาพที่เห็นตรงหน้าจะเรียกเป็นสถาบันวิจัยของเผ่ามนุษย์หรือเผ่าสแตนได้…

 


เดี๋ยวๆ ทำไมอยู่ๆก็นึกถึงซอมบี้ในหนังผีชีวะขึ้นมาซะงั้นอ่ะ… บรื๋อ…

ขอบคุณมากๆสำหรับทุกกำลังใจและทุกไลค์และทุกคอมเม้นท์นะคะ โค้งให้งามๆ 🙂 (เพราะงั้นจะไม่สปอยตอนต่อไปล่ะกัน เพื่อความไม่ค้างมาก อิอิ)