0 Views

บทที่ 98

_____เสี่ยวเคอ้าปากกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าอยู่ๆมันกลับเบิกตากว้าง ก่อนจะหรี่ตาเล็กลงจนแทบจะกลายเป็นเส้นตรงพร้อมกับปรากฏแถบข้อมูลจำนวนมากวิ่งผ่านในดวงตาคู่นั้น

 

_____“ระวังด้วย พวกเราเข้ามาถึงใจกลางของฐานทัพแล้ว ข้าจะเปิดระบบของที่นี่ให้” เสี่ยวเครีบร้องเตือนอย่างฉับพลัน

 

_____“ว่าไงนะ?” ยังไม่ทันที่ฉีหนานจะได้ตั้งตัว พื้นบริเวณใต้ฝ่าเท้าของเขาพลันว่างเปล่าและร่วงลงไปอย่างรวดเร็ว

 

_____ร่างของอีกสามคนที่เหลือเองก็ทิ้งดิ่งลงไปเช่นกัน… ทางเดินที่พวกเขากำลังเหยียบย่างเมื่อสักครู่กลับแยกออกจากกันอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นปากอุโมงค์สีดำสนิทชวนวังเวงที่ซ่อนอยู่ข้างใต้

 

_____หลังจากที่พวกเขาร่วงลงไปจนหมด บริเวณปากอุโมงค์พลันปรากฏชั้นพลังงานบางๆสายหนึ่งที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นกลายเป็นพื้นหินหนาเหมือนทางเดินก่อนหน้านี้ไม่มีผิด จนดูไม่ออกว่า เคยมีคนสี่คนเดินผ่านมาก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วินาที

 

_____“ไอ้หยา!”

 

_____“อ๊าก!”

 

_____ตอนที่หล่นลงมา ลั่วซิวเจ๋อพยายามจับผนังด้านข้างเพื่อชะลอความเร็ว แต่นึกไม่ถึงว่า ผนังด้านข้างกลับกลายเป็นกำแพงโลหะอันเรียบเนียนจนไม่อาจทำอะไรได้เลย

 

_____แต่ก่อนที่เขาจะหล่นกระแทกพื้นเพียงหนึ่งวินาที เขาก็ตัดสินใจเหยียบกำแพงโลหะเพื่อดีดตัวตีลังกากลางอากาศหนึ่งรอบ และลงสู่พื้นอย่างปลอดภัยในท่าคุกเข่าข้างหนึ่ง… เมื่อเห็นสภาพของอีกสามคนที่กลิ้งขลุกๆไปตามพื้นอย่างน่าหมดท่าแล้ว ลั่วซิวเจ๋อคิดว่า แม้ท่านี้จะดูไม่ค่อยงามนัก แต่ก็ยังดูดีกว่าคนอื่นมาก

 

_____“เจ็บชะมัด… นี่มันบ้าอะไรกัน?” ฉีหนานนวดเอวไปมา ขณะกำลังลุกขึ้นจากพื้น ก่อนจะหันมาถลึงตาใส่เสี่ยวเคอย่างไม่พอใจ เพราะเขาดันดวงซวยโดนคนอื่นทับอยู่ข้างล่างสุด ฉะนั้นเขาย่อมมีสิทธิ์คาดคั้นกับเสี่ยวเคอย่างเต็มที่

 

_____เสี่ยวเคได้แต่ร้องครางเหมียวๆออดอ้อนอีกฝ่ายด้วยสีหน้าสำนึกผิด… เขาเผลอลืมไปว่า หากที่นี่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปีย่อมไม่เหลือพลังงานใดๆ ฉะนั้นลิฟต์ที่ต้องใช้พลังงานในการขับเคลื่อนก็… อะแฮ่ม ย่อมใช้การไม่ได้อยู่แล้ว

 

_____“ที่นี่มันที่ไหนกัน?” ชายผู้มีใบหน้าตกกระนวดขมับตัวเองพลางเงยหน้าขึ้นไปมองอุโมงค์โลหะด้านบนด้วยแววตาเหลือเชื่อ

 

_____ในขณะที่ชายสวมหน้ากากกลับรีบลุกขึ้นยืนหยิบอาวุธของตนออกมาเตรียมพร้อมด้วยความหวาดระแวง ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจเช่นนี้ความไม่ประมาทเป็นหนทางเดียวที่จะเอาชีวิตรอดออกไปได้

 

_____“ไม่เป็นไรหรอก” ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าตกกระเอ่ยกับชายสวมหน้ากากด้วยท่าทีผ่อนคลาย “ถ้ามีศัตรูจริงๆล่ะก็ พวกมันคงเล่นงานพวกเราตั้งแต่ตอนที่เพิ่งหล่นลงมาแล้ว”

 

_____ทันทีที่เอ่ยจบประโยค กำแพงโลหะด้านหลังของผู้พูดพลันแยกออกจากกัน ทำเอาทุกคนสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจทันที

 

_____“ติ๊ด!”

 

_____สิ้นเสียงสัญญาณ ก็มีเสียงแหบแห้งของชายชราผู้หนึ่งที่ฉายชัดถึงความตื่นเต้นยินดีสุดขีดดังก้องกังวานออกมาจากลำโพง

 

_____“ยินดีต้อนรับ! ยินดีต้อนรับเด็กๆของข้า!” ชายชราผู้นั้นดูจะคึกคักตื่นเต้นไม่น้อย “ฮ่าๆ ไม่ต้องตกใจไป นี่เป็นแค่เทปบันทึกเสียงที่อัดเอาไว้ล่วงหน้าเท่านั้น…  ดังนั้นสบายใจได้เลย เด็กๆ… ที่นี่ปลอดภัยไร้ซึ่งอันตราย มีแค่… อา บททดสอบเล็กๆน้อยๆ? พวกเจ้าต้องเข้าใจความรู้สึกของตาแก่คนหนึ่งนะ ตอนที่ข้าตัดสินใจทิ้งผลงานที่อุตส่าห์ค้นคว้าวิจัยอย่างยากลำบากมานานหลายปีเอาไว้ที่นี่ ข้าก็ลองจินตนาการว่า ในอนาคตผู้ที่จะมารับพวกมันไปจะเป็นคนเช่นไรกัน… จะเป็นบุตรหลานจากตระกูลต่างๆ ทหารรับจ้างที่หยาบคาย หรือนักวิชาการอัจฉริยะ… ข้าคิดแล้วคิดอีก แต่ถึงอย่างไรข้าก็คิดว่า เจ้าพวกหยาบช้าที่ไม่เข้าใจในอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ของข้าไม่มีสิทธิ์ที่จะมาแตะต้องทรัพย์สมบัติของข้า! หรืองานวิจัยทั้งชีวิตของข้า!”

 

_____น้ำเสียงของชายชราพลันแปรเปลี่ยนเป็นตะคอกอย่างเกรี้ยวกราดปนเฉียบขาด…  จากที่ได้ยินเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าชายแก่ผู้นี้จะถูกบีบคั้นจากพวก ‘คนหยาบช้าที่ไม่เข้าใจในอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่’ ที่อีกฝ่ายพูดถึงอย่างหนัก จนความโกรธาและอาฆาตแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกแทบจะระเบิดออกมา

 

_____“ดังนั้น! ข้าจึงตัดสินใจเตรียมบททดสอบเล็กๆน้อยๆสำหรับผู้ที่ต้องการเอาทรัพย์สมบัติของข้า… เป็นแค่บททดสอบง่ายๆเท่านั้น ถ้าหากพวกเจ้าผ่านบททดสอบนี้ก็เอางานวิจัยของข้าไปได้เลย… ข้าเชื่อว่า พวกเจ้าคงสนใจดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยพืชพลังงานดวงนี้มากกระมัง? ดาวเคราะห์ดวงนี้… ข้าเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง เป็นคนรวบรวมค้นคว้าพืชพลังงานอย่างยากลำบากมาตลอดหลายสิบปี ถ้าอยากรู้ความลับของพืชพลังงานเหล่านี้ก็ต้องตามหาคลังสมบัติของข้าให้เจอ… หากพวกเจ้าผ่านบททดสอบของข้า ก็จะได้รับสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดไปครอง!”

 

_____เสียงสะท้อนที่ดังก้องกังวานอยู่ในอุโมงค์โลหะ สีหน้าของลั่วซิวเจ๋อดูเยือกเย็นราวกับอีกฝ่ายกำลังครุ่นคิดถึงบททดสอบที่ชายชราพูดถึงอยู่ แต่ชายหนุ่มผู้มีกระบนใบหน้ากลับดูตื่นเต้นขึ้นมาทันตาเห็น

 

_____ดาวเคราะห์ดวงใหญ่ที่เต็มไปด้วยพืชพลังงานถูกมนุษย์สร้างขึ้นงั้นหรือ? นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

 

_____สิ่งที่นักวิชาการอัจฉริยะผู้นี้ทิ้งเอาไว้คือสิ่งใดกัน? แค่จินตนาการภาพในหัว ลมหายใจของชายหนุ่มพลันถี่เร็วด้วยความตื่นเต้น

 

_____เงินทองมากมายมหาศาล… อัญมณีกองเท่าภูเขา… สุรานารี…  อำนาจและเกียรติยศ… รู้สึกเหมือนสิ่งเหล่านั้นกองอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่มก็ไม่ปาน ทำเอาเขาหายใจหอบยิ่งขึ้น

 

_____“ตื่นได้แล้ว อยากเพ้อรอให้กลับไปเถอะ” ทันใดนั้นชายสวมหน้ากากตวัดเท้าเตะเข่าของสหายตน ดึงสติของอีกฝ่ายกลับเข้าร่างอย่างรวดเร็ว

 

_____เมื่อรู้สึกถึงสายตาแปลกๆที่ทุกคนจับจ้องมองตน เขาก็พูดอย่างอึดอัด “ทำไมต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนี้?”

 

_____ริมฝีปากที่อยู่ภายใต้หน้ากากพลันกระตุกวูบ ก่อนจะทำท่าเช็ดน้ำลายให้อีกฝ่ายเข้าใจความหมาย

 

_____ชายหนุ่มใช้ชายแขนเสื้อแตะที่มุมปากด้วยความสงสัย… ให้ตายเถอะ! มีน้ำลายไหลจริงๆด้วย มิน่าล่ะสหายลั่วกับสหายฉีถึงมองเขาด้วยสายตาแบบนี้ น่าขายหน้าชะมัด!

 

_____ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าตกกระรีบเช็ดมุมปากของตนด้วยใบหน้าเขินอายปนประหม่า แต่ความอับอายนี้ไม่อาจสะกดความตื่นเต้นยินดีของเขาได้ “พวกเรารีบไปทดสอบกันเถอะ ถ้าผ่านการทดสอบ พวกเราก็จะได้ข้อมูลนั้นมาครองและถ้าเอาไปขายล่ะก็…”

 

_____เมื่อเห็นแววตาของชายหนุ่มเริ่มปรากฏสัญลักษณ์เงินอีกครั้ง ฉีหนานก็ตบไหล่อีกฝ่ายด้วยสีหน้าอับจนคำพูด “บอกตามตรง ฉันคิดมาตลอดว่า นายเป็นแค่คนพูดมากคนหนึ่ง แต่นึกไม่ถึงว่าจะโง่และโลภมากถึงขนาดนี้ด้วย”

 

_____“หือ? หมายความว่ายังไง?” ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นขณะจ้องมองฉีหนาน

 

_____ฉีหนานมองตอบอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเอือมระอา “ขนาดฉันที่เรียนไม่จบยังรู้ว่า ของฟรีไม่มีในโลก แต่นายกลับคิดว่า มีคนใจกว้างขนาดมอบข้อมูลและทรัพย์สมบัติแสนล้ำค่าให้นายง่ายๆหรือ?”

 

_____ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าตกกระ “…” พูดมีเหตุผลจนเขาเถียงไม่ออกเลย…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อตบไหล่ของฉีหนานเบาๆด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะซ้ำเติมไปอีกประโยค “อย่าพูดแบบนั้นสิ ในเมื่อมีเหยื่อชิ้นโตมาวางอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ ย่อมติดกับเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”

 

_____“….” อย่าคิดว่า ฉันไม่รู้ว่านายกำลังเหน็บแนมที่ฉันโลภมากจนหน้ามืดอยู่นะ

 

_____ชายสวมหน้ากากถึงกับเบือนหน้าหนีราวกับมิอาจทนดูต่อไปได้… ทหารรับจ้างผู้มีประสบการณ์โชกโชนกลับสมองทึ่มกว่านักเรียนสองคน… เหอะๆ อยากทำเป็นไม่รู้จักเจ้าหมอนี่ชะมัด!

 

_____“ไปกันเถอะ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบแบบไหน ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วก็ต้องลองดูสักตั้ง” ลั่วซิวเจ๋อปัดฝุ่นตามเนื้อตัวเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำไปยังประตูโลหะบานหนึ่ง

 

_____เขาไม่อาจแผ่คลื่นพลังจิตออกไปสำรวจฐานทัพแห่งนี้ได้เลย คาดว่าฐานทัพแห่งนี้คงถูกสร้างขึ้นจากวัสดุต้านพลังจิตโดยเฉพาะ ร่ำรวยถึงเพียงนี้… ชวนให้คนที่ไม่มีเงินหาซื้อวัสดุมาเลี้ยงไบโอโรบอทของตัวเองอย่างลั่วซิวเจ๋อรู้สึกหงุดหงิดเป็นที่สุด!

 

_____ด้านนอกประตูโลหะบานนั้นคือทางเดินสายหนึ่งที่ทอดยาวออกไปในความมืด โดยมีเพียงแสงไฟสลัวๆพอให้มองเห็นทางเดินอย่างเลือนราง จนพวกเขารู้สึกเหมือนถูกความมืดมิดกลืนกินในทันทีที่ก้าวเข้าไปเลยทีเดียว

 

_____“โอ้ๆ ข้ารู้ว่า คนที่สามารถมาถึงที่นี่ได้อย่างพวกเจ้าไม่มีทางหวาดกลัวบททดสอบของข้าอยู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นเด็กๆที่น่ารักทั้งหลาย… พวกเจ้าพร้อมที่จะเข้ารับการทดสอบด่านที่หนึ่งแล้วหรือยัง?”

 

_____น้ำเสียงรื่นเริงตื่นเต้นของชายชราคนนั้นพลันดังก้องไปทั่วทางเดินแคบๆแห่งนี้อีกครั้ง

 

_____เสี่ยวเคที่เกาะอยู่บนไหล่ของฉีหนานถึงกับเบ้ปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วว่า “ตาแก่โง่นี่ชอบเล่นพิเรนทร์แบบนี้อยู่เรื่อย พวกเจ้าระวังตัวด้วย… ตาแก่นี่มันไม่ธรรมดาเลย มันเป็นหนึ่งในคนที่โรคจิตที่สุดในกลุ่มเลยก็ว่าได้… ไม่มีใครเดาออกว่า หมอนี่จะสร้างตัวอะไรออกมา”

 

_____“ทุกคนระวังตัวด้วย” แม้ลั่วซิวเจ๋อจะไม่อาจแผ่คลื่นพลังจิตออกจากร่าง ทว่าสัญชาตญาณการต่อสู้ของเขายังคงเฉียบคมเช่นเคย พอได้ยินชายแก่คนนั้นพูดถึงบททดสอบด่านแรก เขาชักจะสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเสียแล้ว

 

_____กึกๆๆ…

 

_____ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นทำเอาทุกคนสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ… พวกเขาย่อมคุ้นหูกับเสียงฝีเท้าอันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่าแมลงเป็นอย่างดี

 

_____“ชนเผ่าสแตน?” ลั่วซิวเจ๋อนึกประหลาดใจ ทั้งๆที่การทดสอบมีหลากหลายรูปแบบ แต่อีกฝ่ายกลับเลือกใช้เผ่าสแตนหรือ? แม้ชนเผ่าสแตนจะแข็งแกร่ง แต่ขนาดตัวอันใหญ่โตของพวกมันไม่เหมาะกับการต่อสู้ในที่แคบเช่นที่นี่แม้แต่นิดเดียว… การใช้ชนเผ่าสแตนเป็นบททดสอบของพวกเขาช่างเป็นเรื่องที่เข้าใจยากเสียจริง…

 

_____ทว่าหลังจากนั้นไม่นานลั่วซิวเจ๋อพลันพบว่า ตนคิดผิด!

 

_____อีกฝ่ายไม่ใช่ชนเผ่าสแตน… ไม่สิ ไม่ใช่ชนเผ่าสแตนที่เขาเคยรู้จัก… มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากดัดแปลงยีนของมนุษย์และแมลงเข้าด้วยกัน… มันยังคงมีลักษณะทางกายภาพของมนุษย์คือ มีอวัยวะรับสัมผัสทั้งห้าและแขนขาทั้งสี่ข้าง ทว่าส่วนขาของพวกมันสั้นกว่ามนุษย์มาก ทำให้พวกมันต้องคลานไปตามพื้น…

 

_____แขนขาของพวกมันยังคงดูเหมือนมนุษย์ ทว่าบริเวณสีข้างทั้งสองข้างกลับมีก้ามหนีบจำนวนมากงอกออกมาเพื่อช่วยให้พวกมันคลานไปมาได้อย่างรวดเร็ว

 

_____‘มนุษย์แมลง’ เหล่านี้ห่อหุ้มร่างกายด้วยเปลือกแข็งหนึ่งชั้น คาดว่าคงแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าเปลือกหนาอันแข็งแกร่งของชนเผ่าสแตนเป็นแน่… ไม่เพียงแค่นั้นบนศีรษะที่คล้ายกับมนุษย์ยังมีเขาแหลมๆสองอันยื่นออกมา ซึ่งขณะที่พวกมันกำลังคลานตรงเข้ามา ลั่วซิวเจ๋อก็ต้องตื่นตะลึงสุดขีดเมื่อพบว่า เขาบนหัวของพวกมันสามารถแผ่คลื่นพลังจิตออกมาตรวจสอบบริเวณโดยรอบได้

 

_____เพียงแต่คลื่นพลังจิตของพวกมันเทียบกับของมนุษย์เช่นพวกเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย มันเหมือนเรดาร์ชนิดหนึ่งที่ไม่อาจใช้งานซับซ้อนเหมือนมนุษย์ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ลั่วซิวเจ๋อประหลาดใจมากแล้ว

 

_____ทั้งๆที่ชนเผ่าสแตนไม่มีพลังจิตเช่นนี้อยู่ แต่สัตว์ประหลาดที่กลายพันธุ์มาจากเผ่าสแตนตรงหน้านี้กลับสามารถใช้พลังจิตได้!! ลำพังแค่คลื่นพลังจิตที่ทำงานคล้ายกับเรดาร์ของพวกมันก็สามารถทำให้รัฐบาลโลกสั่นสะเทือนได้ไม่ยากเลย

 

_____ชนเผ่าสแตนที่ไร้ซึ่งพลังจิตใดๆเป็นศัตรูที่มีฝีมือสูสีกับกองทัพของรัฐบาลโลก ถ้าหากศัตรูสามารถใช้พลังจิตได้ล่ะก็ ลั่วซิวเจ๋อไม่อยากคิดเลยว่า ผลลัพธ์ที่ตามมาจะเป็นเช่นไร…

 

_____“นี่มัน…” ฉีหนานอ้าปากค้างด้วยความช็อกสุดขีด… หลังจากที่เขาฝึกเทคนิคการใช้พลังจิตกับลั่วซิวเจ๋อ เขามักจะฝึกแผ่คลื่นพลังจิตออกมาจากร่างอยู่เสมอ… แม้พลังจิตของเขาจะต่างจากของลั่วซิวเจ๋อราวลำธารเล็กๆกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ทว่าหากตั้งใจฝึกให้มากล่ะก็ สักวันลำธารสายเล็กนี้ก็อาจจะกลายเป็นมหาสมุทรเช่นกัน…

 

 


อื้อหือ พี่ลั่วห่วงหล่อมากกว่าฟักทองน้อยอีกเรอะ!

ใจเย็นๆนะน้องฉี เพิ่งด่านแรกเอง อันนี้เป็นน้ำจิ้ม = =’

ก้มหน้าสำนึกผิดที่เว้นไปอาทิตย์นึงเต็มๆ ขอโทษที่ปล่อยให้รอนานกันนะทุกคน แบบว่างานเข้าอย่างต่อเนื่องอ่ะ แหะๆ ขอบคุณมากๆสำหรับทุกคอมเม้นท์และกำลังใจนะคะ 🙂

ปล. เรย์เฝ้ารอให้สองตัวประกอบมีชื่อซะทีเถอะ  = =’