0 Views

บทที่ 95

            หลัวซีเซ่อถึงกับหน้าเปลี่ยนสีทันควัน นิ้วมือของเขาสั่นระริกไม่หยุดราวกับกำลังหักห้ามใจอย่างหนักที่จะไม่เผลอเหนี่ยวไกปืนเลเซอร์เจาะสมองของลั่วซิวเจ๋อให้เป็นรูไปเสียก่อน ทว่าแฟรงค์กับชายผู้สวมหน้ากากเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว แม้การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยนี้จะสามารถจบชีวิตของลั่วซิวเจ๋อได้ แต่ตัวเขาเองคงถูกยิงสวนกลับจนพรุนเป็นแน่

 

_____“ชิ เจ้าพวกไม่รู้จักบุญคุณคน” หลัวซีเซ่อหรี่ตาลง “ถ้าพวกนายไม่เชื่อที่ฉันบอกล่ะก็ หากเกิดเรื่องเลวร้ายอะไรขึ้น อย่าหาว่าฉันไม่เตือนพวกนายล่ะกัน”

 

_____“ไปกันเถอะ” เมื่อเอ่ยจบประโยค หลัวซีเซ่อจึงพาทหารรับจ้างอีกสองนายเดินจากไปทันที

 

_____คล้อยหลังพวกเขาเดินลับสายตาไปได้ไม่นาน ลั่วซิวเจ๋อก็หันกลับมามองแฟรงค์ “เขาเป็นใคร?”

 

_____แฟรงค์เอ่ยตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ทหารรับจ้างแห่งดาวเอิร์ล”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาลง “ถ้าเช่นนั้นพวกคุณไม่ถูกกันหรือ? คำพูดก่อนหน้านี้ของเขาหมายความว่าอย่างไรกัน?”

 

_____สีหน้าของแฟรงค์พลันตึงเครียด ยังไม่ทันจะเอ่ยปากเขาก็ได้ยินเสียงรื่นเริงสดใสของสหายผู้มีกระบนใบหน้าของตนเสียก่อน “ไอ้หยา จะเป็นเรื่องอะไรซะอีก… นายก็น่าจะรู้ดีว่า อาชีพทหารรับจ้างอย่างพวกฉันต้องเสี่ยงอันตรายมาก… เจ้าหมอนั่นถูกเล่นงานในภารกิจครั้งก่อน และตอนนั้นพวกเราจำเป็นต้องสละเพื่อนร่วมทีมบางคนเพื่อความปลอดภัยของผู้ว่าจ้าง ดังนั้น…” เขายักไหล่เล็กน้อย

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเองก็มิได้คาดคั้นถามอีกฝ่ายอีก…  เป็นอย่างที่ชายผู้นั้นพูด ถึงอย่างไรทหารรับจ้างก็เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงมาก ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างจะสามารถดูแลความปลอดภัยของสมาชิกในทีมทุกคนได้… แฟรงค์ถือว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มที่ไม่เลวเลยทีเดียว การที่จะต้องเสียสละสมาชิกในทีมจะต้องเตรียมใจรับผลที่จะตามมาให้ได้… ฉะนั้นเรื่องนี้จึงมีเพียงหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างใหญ่ๆเท่านั้นที่จะสามารถทำได้

 

_____“ไปเถิด” ลั่วซิวเจ๋อพยักเพยิดให้ทุกคนเดินทางต่อ

 

_____แฟรงค์มีท่าทีอึกอักลังเล “สหายลั่ว ถึงแม้ว่าหลัวซีเซ่อจะหยิ่งยโสอวดดี แต่หมอนั่นก็มีลูกน้องฝีมือดีอยู่ไม่น้อยเลย ถ้าผู้ว่าจ้างของเขาสั่งให้ยึดพื้นที่แถบนี้จริงๆล่ะก็ เราคงลำบากแน่”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกล่าวพลางเดินไปเรื่อยๆว่า “ไม่ต้องไปสนใจ… พวกเราทำการสำรวจต่อไปเถิด  ผู้ว่าจ้างของพวกเขาคงไม่โง่พอที่จะไม่รู้จักประเมินกำลังของพวกเราก่อน ฉะนั้นเขาคงไม่วู่วามลงมือกับพวกเราเป็นแน่… เราจะใช้โอกาสนี้สำรวจหุบเขาตรงนั้นอีกครั้ง วันนั้นฉันรู้สึกเหมือนเรามองข้ามอะไรบางอย่างไป”

 

_____แฟรงค์ไม่พูดอะไรอีก… ขณะปฏิบัติภารกิจ คำสั่งของผู้ว่าจ้างถือเป็นเด็ดขาด นอกจากอีกฝ่ายหาเรื่องใส่ตัวแล้ว แฟรงค์ก็ไม่คิดจะคัดค้านหรือห้ามปรามอันใด

 

_____คณะเดินทางทั้งหกคนเร่งรีบเดินทางต่ออีกครั้ง เนื่องจากพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากหุบเขานั้นนัก อีกทั้งยังเคยสำรวจเส้นทางนี้มาแล้ว ฉะนั้นพวกเขาจึงมาถึงที่หมายภายในเวลาไม่นาน

 

_____ทิวทัศน์บริเวณหุบเขาแห่งนี้งดงามมากเหลือเกิน ผืนดินถูกปกคลุมด้วยต้นหญ้าสีเขียวชอุ่มอันอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นอย่างประหลาด ยามที่ใครก้าวผ่านไป มันเพียงโค้งตัวลงเล็กน้อย หาได้แบนราบไปกับพื้นตามแรงเหยียบแต่อย่างใด

 

_____ในวันที่พวกเขามาสำรวจพื้นที่บริเวณนี้ ลั่วซิวเจ๋อเคยลองเด็ดขึ้นมาด้วยความสนใจ ทว่าต้นหญ้าที่ไร้ซึ่งพลังงานแฝงใดๆกลับยืดหยุ่นผิดคาด ขนาดที่ลั่วซิวเจ๋อต้องออกแรงถึงห้าส่วนกว่าจะดึงมันออกมาได้…

 

_____น่าเสียดายที่ต้นหญ้าชนิดนี้ไม่ให้พลังงานใดๆ และไม่อาจใช้สกัดแท่งพลังงานออกมาได้… เรียกได้ว่า มันเป็นสิ่งที่ทุกคนบนดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยพืชพลังงานหลากชนิดแห่งนี้จะต้องมองข้ามไปอย่างแน่นอน

 

_____ใต้หุบเขาถูกห้อมล้อมด้วยหน้าผาสูงทั้งสองด้าน ซึ่งมีแมกไม้และเถาวัลย์ปกคลุมอย่างบางเบา ทว่าในระยะการเจริญเติบโต พวกมันจะเกาะเกี่ยวกะหวัดและเชื่อมประสานเข้าด้วยกันกลายเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ที่โอบล้อมหุบเขาแห่งนี้จากทั้งสองด้าน

 

_____อีกทั้งตาข่ายขนาดยักษ์ผืนนี้ยังเปล่งประกายระยิบระยับด้วย ‘อัญมณี’ หลากสีสันมากมายละลานตาราวกับดวงดาราบนฟากฟ้าก็ไม่ปาน… อัญมณีคือดอกไม้ที่ผลิบานอยู่บนเถาวัลย์เหล่านี้ แม้จะมีขนาดเล็กเพียงนิ้วหัวแม่มือ ทว่ากลับส่องประกายแวววาวยิ่งนัก

 

_____น่าเศร้าที่อัญมณีแสนงดงามเหล่านี้ไร้ซึ่งพลังงานแฝงใดๆ แต่กลับมีความแข็งที่เทียบเท่ากับอัญมณีของจริงเลยทีเดียว

 

_____สาเหตุที่ลั่วซิวเจ๋อรู้สึกเอะใจกับสถานที่แห่งนี้เป็นเพราะหุบเขาแห่งนี้ไม่มีพืชพลังงานแม้แต่ต้นเดียวเจริญเติบโตอยู่เลย ทว่าพืชเหล่านั้นกลับมีลักษณะและรูปร่างที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

 

_____ราวกับว่า… พืชพลังงานของที่อื่นเก็บสะสมพลังงานมหาศาลเอาไว้ในร่าง ในขณะที่พืชพลังงานของที่นี้กลับใช้พลังงานส่วนนั้นเสริมสร้างร่างกายของตนแทน…

 

_____เป็นวิธีใช้พลังงานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งมนุษย์ย่อมปรารถนาพืชชนิดแรกมากกว่า แต่ในแง่ของการเอาชีวิตรอด พืชอย่างหลังย่อมแข็งแกร่งกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์… เขาจึงไม่รู้ว่า เหตุใดต้นไม้ของที่นี่ถึงมีรูปแบบการเจริญเติบโตเช่นนี้… ทว่าในฐานะชาวเงือกผู้ครอบครองพลังจิตอันแข็งแกร่ง เขารู้สึกเหมือนหุบเขานี้ซ่อนเร้นอะไรบางอย่างเอาไว้… บางอย่างที่แข็งแกร่งจนแม้แต่ตัวเขายังหวั่นวิตกอย่างประหลาด…

 

_____“ซิวเจ๋อ” อยู่ๆฉีหนานก็ร้องเรียกลั่วซิวเจ๋อเสียงดัง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพลันสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เมื่อมองเห็นสีหน้าฉงนสงสัยของฉีหนาน เขาก็ถึงกับนิ่งอึ้งทันที

 

_____เมื่อครู่เขาเผลอเหม่อลอยงั้นหรือ? ไม่อยากจะเชื่อเลย!

 

_____ทั้งๆที่ทราบว่า หุบเขานี้มีบางอย่างผิดปกติและควรระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่เมื่อกี้เขากลับเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง! นี่มันผิดปกติชัดๆ!

 

_____“มีอะไรหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามเสียงนุ่มพลางอดกลั้นความตื่นตระหนกเอาไว้ในใจ

 

_____เขาเป็นหัวหน้ากลุ่ม… อารมณ์ของเขาจึงส่งผลต่อสมาชิกในกลุ่มเป็นอย่างมาก ฉะนั้นเขาจึงมิอาจแสดงความรู้สึกตื่นกลัวให้ทุกคนเห็นและต้องรักษาท่าทีสุขุมเยือกเย็นเอาไว้อยู่เสมอ

 

_____ฉีหนานเดินเข้าไปกระซิบข้างหูของลั่วซิวเจ๋อ “เสี่ยวเคบอกว่า ที่นี่ผิดปกติมากและยังมีคลื่นพลังแปลกๆด้วย”

 

_____ดวงตาของลั่วซิวเจ๋อพลันกระจ่างวูบ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มว่า “มันยังพูดอะไรอีก?”

 

_____ฉีหนานส่ายหน้าไปมา “พลังงานไม่พอก็เลยไม่สามารถเปิดใช้ระบบข้อมูลของที่นี่ได้ เขาบอกให้คุณเอาแท่งพลังงานให้เขาสักแท่ง มิเช่นนั้นเขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อถึงกับมุมปากกระตุกวูบ… เจ้าแมวบ้าตัวนั้นไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลย แต่กลับเร่งจะเอาค่าตอบแทนอยู่ได้

 

_____จนถึงตอนนี้เขายังไม่เห็นว่า เจ้าแมวบ้าตัวนี้จะทำงานคุ้มค่าแรงที่เขาต้องจ่ายเลย ถ้าเจ้าแมวบ้ายังเอาแต่ขี้เกียจอยู่อย่างนี้ล่ะก็ เขาคงต้องลองคิดดูใหม่แล้วว่า ควรจะเลี้ยงมันต่อไปดีหรือไม่!

 

_____“เจ้าไปบอกมันว่า ไม่ว่าเราจะได้แท่งพลังงานหรือไม่ แต่ถ้ามันยังไม่ยอมทำอะไรอีก ข้าก็ไม่คิดจะเลี้ยงเจ้าแมวจอมขี้เกียจที่เอาแต่กินกับนอนอีกต่อไปเช่นกัน!” ลั่วซิวเจ๋อกล่าวด้วยสีหน้าเย็นยะเยียบไร้ความรู้สึกชวนขนลุกขนพอง

 

_____ฉีหนาน “…”

 

_____เจ้าปลากับแมวคู่นี้เลิกทะเลาะกันเสียทีมิได้หรือ… อย่าคิดว่า ฉันไม่รู้ว่าพวกนายสองตัวมีช่องทางติดต่อสื่อสารกัน ทว่ากลับเลือกที่จะใช้เขาเป็นนกพิราบส่งสารตลอดเช่นนี้นะ… ถึงพวกนายจะเป็นศัตรูคู่อาฆาต แต่ตอนนี้ก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วยังจะมาตั้งแง่กันอีกทำไม!

 

_____“น่าแปลก ที่นี่มันไม่มีอะไรเลยนะ? แล้วทำไมพวกเราต้องมาด้วย?” หลานเจี๋ยหันมามองลั่วซิวเจ๋อด้วยความสับสนระคนไม่เข้าใจ

 

_____แฟรงค์เองก็ใช้สายตาแบบเดียวกันมองชายหนุ่ม… ครั้งก่อนที่พวกเขามาที่นี่ อาจารย์หลินหลินก็พูดแบบนี้เหมือนกัน สถานที่แห่งนี้ไม่มีพืชพลังงานอันใดเลย… ตอนที่ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยปากขอ แฟรงค์คิดว่าเขาน่าจะมีเบาะแสอันใดเสียอีก แต่จากสีหน้าของหลานเจี๋ย ดูเหมือนว่าจะยังคว้าน้ำเหลวเช่นเคย…

 

_____ชายผู้มีกระบนใบหน้าเองก็กล่าวว่า “ครั้งนี้ไม่เห็นจะแตกต่างจากครั้งก่อนเลย… น่าจะเอาเวลาไปหาพืชพลังงานที่อื่นไม่ดีกว่าเหรอ”

 

_____แม้ชายหนุ่มที่สวมหน้ากากจะไม่พูดอันใด ทว่าเห็นได้ชัดว่า เขาเองก็เห็นด้วยกับที่สหายของตนกล่าวมาเช่นกัน

 

_____“หึ เสียแรงจริงๆ… พวกเรารีบไปกันเถอะ แทนที่จะมัวเสียเวลาอยู่ที่นี่” หลานเจี๋ยดูหงุดหงิดฉุนเฉียวราวกับเขาไม่อาจทนยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ต่อไปได้

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ… ดูเหมือนว่าคลื่นพลังประหลาดจะมีหน้าที่คอยกันทุกคนให้ถอยห่างออกไป… เนื่องจากเขามีระดับพลังจิตที่สูงมาก ฉะนั้นจึงส่งผลแค่เหม่อลอยไปชั่วขณะ ในขณะที่สมาชิกคนอื่นซึ่งได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ กลับเร่งร้อนที่จะจากไปโดยเร็วที่สุด

 

_____สังเกตได้จากหลานเจี๋ยผู้ชื่นชอบการศึกษาค้นคว้าพืชพรรณอันแปลกใหม่เป็นที่สุด แม้ที่นี่จะไม่มีพืชพลังงาน แต่พืชเหล่านี้ก็มีลักษณะทางกายภาพที่แปลกประหลาดและน่าสนใจมาก ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะไม่เหลียวแลพวกมันเช่นนี้ อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะเก็บกลับไปตรวจสอบให้ละเอียด… มิใช่เร่งให้พวกเขารีบจากไปเช่นนี้…

 

_____“อะแฮ่ม… เสี่ยวเคบอกว่า เขาพอจะช่วยสลายคลื่นพลังสักสามสิบวินาที” ฉีหนานกระซิบเสียงเบา

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับรู้ถึงความพยายามของเสี่ยวเค ก่อนจะบอกให้อีกฝ่ายลงมือได้เลย

 

_____ทันใดนั้นทุกคนรู้สึกเหมือนอากาศทั่วทั้งหุบเขาเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ภาพที่มองเห็นเสมือนเกิดระลอกน้ำพลิ้วไหวไปหนึ่งครั้ง… ราวกับพวกเขาเพิ่งสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝันก็ไม่ปาน หลานเจี๋ยพลันเบิกตาโพลงและจ้องเขม็งไปยังดอกไม้อัญมณีที่ผลิบานอยู่ตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย ในขณะที่แฟรงค์หรี่ตาลง ก่อนจะปลดระบบเซฟตี้พร้อมกับสอดส่ายปากกระบอกปืนเลเซอร์ในมือไปมาด้วยท่าทางหวาดระแวง

 

_____“นี่มัน…” หลานเจี๋ยเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ทั้งๆที่ภาพตรงหน้าหาได้แปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย แต่สมองของเขากลับกระจ่างชัดราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่ก็ไม่ปาน “กลิ่นดอกไม้ฉุนมากขนาดนี้… ทำไมก่อนหน้านี้พวกเราถึงไม่ได้กลิ่นเลยเล่า?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วมุ่นด้วยสีหน้าพะอืดพะอม… กลิ่นของดอกไม้อัญมณีฉุนมากชวนให้รู้สึกเวียนหัวและคลื่นไส้ราวกับกำลังล่องเรืออยู่กลางมหาสมุทร…

 

_____“อ๊อก…” อาการของฉีหนานแย่กว่าเขามาก อีกฝ่ายถึงกับอาเจียนออกมาเสียงดังทันที

 

_____ลั่วซิวเจ๋อรีบประคองอีกฝ่ายเอาไว้และกำลังจะส่งขวดน้ำให้กลั้วปาก ทันใดนั้นเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ… สิ่งที่ฉีหนานอาเจียนออกมากลับมีกลีบดอกอัญมณีสีแดงสดสองกลีบ!

 

_____บัดซบ ฉีหนานไม่ได้เข้าไปใกล้พวกมันเลยสักนิด แล้วกลีบดอกอัญมณีสองกลีบมาจากที่ใด?

 

_____ไม่รอให้ลั่วซิวเจ๋อได้มีเวลาหยุดคิด พวกหลานเจี๋ยเองก็เริ่มอาเจียนอย่างรุนแรง โดยกองอาเจียนเหล่านั้นล้วนมีกลีบดอกอัญมณีหลายกลีบปรากฏอยู่เช่นกัน เพียงแต่พวกเขาดูน่าอนาถกว่าฉีหนานมากนัก… หลานเจี๋ยอาเจียนกลีบดอกอัญมณีออกมาสี่กลีบ ในขณะที่พวกแฟรงค์อาเจียนออกมาห้าถึงหกกลีบ…

 

_____ถ้าหากมันเป็นเพียงกลีบดอกไม้อัญมณีธรรมดาล่ะก็ เขาคงไม่ตกอกตกใจถึงเพียงนี้… แต่กลีบดอกอัญมณีสองกลีบที่ฉีหนานอาเจียนออกมาเริ่มขยับดิ้นดุกดิกไปมาจนกระทั่งกลายเป็นแมลงสีใสส่องประกายแวววาวตัวหนึ่ง… ภาพที่เห็นทำเอาทุกคนโก่งคออาเจียนออกมาอย่างหนักหน่วงทันที…

 

_____“อ้วก… มัน… คือตัวอะไร… อ๊อก…” ชายหนุ่มที่มีกระบนใบหน้าก้าวถอยหลังไปอาเจียนไปด้วยสีหน้าหวาดผวา

 

_____ให้ตายเถิด ถึงแมลงพวกนั้นจะงดงามมากเพียงไร แต่มันก็ยังเป็นแมลงอยู่ดี… เมื่อคิดว่า เจ้าตัวพวกนี้เพิ่งจะออกมาจากท้องของตัวเองแล้ว… ยิ่งน่าขยะแขยงเข้าไปอีก!

 

_____ท่าทางของแฟรงค์ยังพอจะดูดีกว่าคนอื่นอยู่บ้าง ถึงอย่างไรเขาก็เป็นหัวหน้าหน่วยทหารรับจ้าง… ชายหนุ่มก้าวถอยหลังสองสามก้าวด้วยท่าทีหวาดระแวงว่า แมลงพวกนี้จะกลับเข้ามาอยู่ในตัวพวกเขาอีกหรือไม่… จะว่าไป แมลงอัญมณีเหล่านี้เป็นสิ่งมีชีวิตตัวแรกที่พวกเขาพบบนดาวเคราะห์ดวงนี้… ไม่รู้ว่าทำไม ทั้งๆที่ดาวกรีนฟอเรสมีพืชพลังงานเจริญเติบโตมากมายมหาศาลถึงเพียงนี้ก็ควรจะมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบมิใช่หรือ… ทว่านอกจากมนุษย์ที่เดินทางมาจากต่างดาวอย่างพวกเขาแล้ว ดูเหมือนว่าจะยังไม่พบร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นเลย

 

——————————-

เข้าใกล้ฉากบู๊ยาวๆไปอีกก้าว 🙂

ขอโทษที่มาอัพช้าจ้า ทุกคน (โค้งตัวขอโทษงามๆ) พอดีช่วงนี้ยุ่งๆนิดหน่อยน่ะ = =’

ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและคอยให้กำลังใจให้นะคะ ^V^