0 Views

บทที่ 94

 

_____ฉีหนานพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นจึงหมุนตัวเดินไปเรียกแฟรงค์ เนื่องจากกฎของหลินหลินที่ว่า พวกแฟรงค์จะต้องคอยตามประกบพวกเขาทั้งสามคนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงบนดาวกรีนฟอเรสแห่งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหาได้รู้สึกตื่นเต้นอันใด… อันที่จริงด้วยกำลังของเขาในตอนนี้ ต่อให้ไบโอโรบอทจะยังใช้งานไม่ได้ แต่พลังจิตระดับ S ของเขามิใช่เรื่องโกหกแต่อย่างใด… หากจำเป็นจริงๆ เขาก็สามารถใช้พลังจิตทำลายสมองของคู่ต่อสู้โดยตรงได้อย่างสบาย

 

_____ซึ่งไม่เคยมีใครในรัฐบาลใช้พลังจิตด้วยวิธีนี้มาก่อนจริงๆ อีกอย่างพลังจิตนั้นคล้ายกับพลังงานลี้ลับประเภทหนึ่ง… ยามที่ทั้งสองฝ่ายเริ่มการต่อสู้ด้วยพลังจิต ก็จะสามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับคนทั้งคู่ แต่การใช้พลังจิตทำลายสิ่งที่เป็นรูปธรรมนั้น… ดูเหมือนว่ายังไม่มีใครเคยใช้วิธีนี้มาก่อน

 

_____แม้แต่ตัวลั่วซิวเจ๋อเองก็ไม่รู้ว่า เหตุใตพลังจิตของตนถึงสามารถทำเช่นนี้ได้… ในอดีต สิ่งนี้เป็นพรสวรรค์ของเผ่าพันธุ์เงือก พวกเขาเรียนรู้ที่จะใช้พลังจิตในการต่อสู้โดยสัญชาตญาณ แต่การโจมตีส่วนใหญ่มักเป็นการระเบิดสมองของคู่ต่อสู้ และยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะทำลายวัสดุแข็งเช่นเหล็กได้

 

_____ลั่วซิวเจ๋อตั้งใจจะเก็บเรื่องพลังจิตอันแสนวิเศษไว้เป็นอาวุธลับมาตลอด นอกจากหุ่นยนต์สี่ตัวที่เขากำจัดทิ้งต่อหน้าฉีหนานในช่วงแรกแล้ว เขาก็ไม่เคยใช้พลังนี้อีกเลย แม้แต่ฉีหนานเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเช่นกัน

 

_____พวกเขาเดินเลียบไปตามทางเดินเล็กๆที่พบเมื่อสองวันก่อน โดยมีแฟรงค์กับชายผู้สวมหน้ากากช่วยใช้ดาบเล่มยาวเคลียร์เส้นทางให้

 

_____ดาวกรีนฟอเรสช่างประหลาดนัก ทั้งแสงสว่าง อุณหภูมิและแร่ธาตุใต้ดินล้วนเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชพลังงานเป็นที่สุด… ทางเดินกว้างเกือบสองเมตรที่พวกเขาเคยจัดการเอาไว้ ผ่านไปเพียงสองวัน เส้นทางสายนั้นกลับถูกพืชพลังงานหลากชนิดเติบโตขึ้นมาบดบังทางเดินอีกครั้งจนเกือบหมด

 

_____“ดาวดวงนี้ประหลาดจริงๆ พืชพลังงานมากมายกลับขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้” หลานเจี๋ยกล่าวพลางเดินไปตามทาง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้าเห็นด้วย “มหัศจรรย์จริงๆ แม้สภาพแวดล้อมจะวิเศษมาก แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะเร่งการเจริญเติบโตของพืชพลังงานจำนวนมากถึงเพียงนี้ได้ ความอุดมสมบูรณ์ที่คล้ายกับ…” เขาพลันชะงักคำพูดของตนในทันที “คล้ายกับฝีมือของมนุษย์”

 

_____“เร่งการเจริญเติบโต?” หลานเจี๋ยกวาดสายตามองรอบด้านแล้วหลุดหัวเราะออกมา “จะมีใครใจกว้างถึงขนาดเร่งการเจริญเติบโตของพืชพลังงานจนเกือบเต็มดาวเคราะห์แบบนี้เล่า… ถ้าหากทำเช่นนั้นได้จริงๆ เหตุใดถึงไม่ซื้อดาวเคราะห์สักดวงมาทำเป็นห้องทดลองส่วนตัวเสียเอง? มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”

 

_____“อะไรที่เป็นไปไม่ได้?” ฉีหนานหันมามองหลานเจี๋ยแว่บหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเจื่อนๆอย่างแผ่วเบา ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิดของเสี่ยวเคที่ดังอยู่ข้างหูไม่หยุด “ชิ เจ้าหลานเจี๋ยช่างอ่อนประสบการณ์ยิ่งนัก การดูแลดาวเคราะห์สักดวงนับเป็นกระไร? ตอนนั้นข้าเคยเห็นเจ้าบ้าพวกนั้นระเบิดดาวเคราะห์สามสี่ดวงภายในพริบตาเดียวมาแล้วเลย…  เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของปฏิสสารชนิดหนึ่ง”

 

_____เสี่ยวเคซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอย่างเงียบงันมาโดยตลอด… เรียกได้ว่า มันเป็นอีกหนึ่งกำลังเสริมของลั่วซิวเจ๋อเลยทีเดียว ขณะนี้มันอยู่ห่างจากพวกลั่วซิวเจ๋อประมาณห้าร้อยเมตร ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะต่อการแอบติดสอยห้อยตามอีกฝ่ายอย่างมาก

 

_____เมื่อฉีหนานได้ยินคำกล่าวนี้ก็ถึงกับมุมปากกระตุกยิกๆพลางคำรามเสียงต่ำว่า “พวกเขาทำการทดลองอะไรกันแน่! บ้าไปแล้วหรือไง! ถึงกับต้องทำลายดาวเคราะห์เหล่านั้น!!!”

 

_____เสี่ยวเคแค่นเสียงหัวเราะหยามหยัน “เข้าใจแล้วหรือยัง… คิดว่า เจ้าจะคุยกับเจ้าพวกนั้นรู้เรื่องหรือ? สำหรับพวกมันแล้ว เพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่อย่าง ‘ความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติ’ ไม่ว่าจะต้องเสียสละสิ่งใดล้วนแล้วแต่คุ้มค่าทั้งสิ้น รวมถึงตัวของพวกมันเองด้วย”

 

_____ฉีหนานพูดอะไรไม่ออก ในใจรู้สึกแย่ไม่น้อย

 

_____เมื่อเสี่ยวเคสังเกตเห็นท่าทีนิ่งเงียบของฉีหนาน มันก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นจมูกด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ “เฮ้ย เจ้าคงไม่หลงเชื่อจริงๆว่า เจ้าพวกนั้นทำเพื่อ ‘ความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติ’ กระมัง?”

 

_____ฉีหนานเบิกตากว้างด้วยความงุนงง “ไม่ใช่หรือ?”

 

_____เสี่ยวเคชะงักงัน “จะว่าอย่างไรดี… มันก็ไม่เชิงนะ เพียงแต่สิ่งที่พวกมันเรียกว่า ความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติ แท้ที่จริงมันสามารถทำได้หรือไม่ ก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ถกเถียงกันอยู่… พูดตามตรง การประชุมของนักวิชาการที่จัดขึ้นในแต่ละปีต่างหากที่เป็นตัวตัดสินถึงแนวโน้มต่อความก้าวหน้าของมนุษยชาติ ตัวอย่างเช่น ควรพัฒนาในด้านสมรรถภาพร่างกาย… พลังจิต หรือเทคโนโลยีต่อไปดี? ซึ่งทุกคนย่อมนำเสนอเหตุผลอันน่าเชื่อถือของตนและนำไปสู่อนาคตที่วาดฝันเอาไว้ นั่นต่างหากถึงจะเป็นเส้นทางความก้าวหน้าของมนุษยชาติที่แท้จริง แต่ในความเป็นจริงเล่า? ใครกล้ารับรองว่า ทฤษฏีของตนเป็นสิ่งที่ถูกต้องแน่นอน? ฉะนั้นในขณะที่คนพวกนั้นประชุมถกเถียงกันแทบเป็นแทบตาย เจ้าพวกนั้นก็ใช้การทดลองอันบ้าระห่ำของตนมายืนยันทฤษฏีของตัวเองแทน”

 

_____“และเพื่อการทดลองของพวกมัน แม้จะต้องเข่นฆ่าผู้คนหรือกวาดล้างสิ่งมีชีวิตไปมากเพียงใด พวกมันก็ไม่แยแสหรอก” น้ำเสียงของเสี่ยวเคขณะพูดแฝงด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย “โอ้ ใช่แล้ว… ข้าลืมบอกไปว่า ตัวข้าเองก็เป็นหนึ่งในผลการทดลองสู่ความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติของเจ้าพวกนั้น แต่พวกมันล้มเหลว ก็เลยปล่อยให้ข้ากระเสือกระสนเอาชีวิตรอดในฐานะตัวทดลองที่ผิดพลาดเอาเอง ตอนนั้นข้าจึงมีโอกาสหลบหนีออกมาได้”

 

_____หลังจากที่ฉีหนานได้ยินเรื่องราวจากปากของอีกฝ่าย เขาก็อดตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บไม่ได้ เมื่อนึกถึงสถาบันวิจัยซึ่งเต็มไปด้วยอุดมคติอันบ้าคลั่งของเจ้าพวกนั้นแล้ว  เขาถึงกับขนลุกซู่ด้วยความสยดสยอง

 

_____เสี่ยวเคถอนหายใจออกมาเสียงยาว “พอเถิด อย่าพูดถึงเรื่องน่าเบื่อพวกนี้เลย… เจ้าช่วยถามลั่วซิวเจ๋อทีว่า เมื่อไหร่ถึงจะหาแท่งพลังงานมาให้ข้าได้? ข้าไม่เลือกกินหรอก ไม่ว่าจะเป็นแท่งพลังงานที่สกัดจากพืชพลังงานพันธุ์ไหน ข้าจะไม่หัวเราะเยาะพวกเจ้าแน่นอน… แต่ป่านนี้แล้วควรจะมอบให้ข้าสักแท่งสิ!”

 

_____ฉีหนานเกาศีรษะดังแกรกๆ… เรื่องนี้มิใช่ว่าลั่วซิวเจ๋อไม่พยายามตามหาให้อีกฝ่าย… รัฐบาลทำการค้นคว้าพืชพลังงานแทบทุกอย่างมาอย่างยาวนานและลึกซึ้งมาก ซึ่งพืชพลังงานส่วนใหญ่ล้วนสามารถใช้วิธีสกัดทั่วไปได้ ทว่าพืชพลังงานที่ดาวกรีนฟอเรสนั้นช่างแปลกประหลาดนัก… ทุกครั้งที่พวกเขาพยายามสกัดมัน กลับทำให้พลังงานเหล่านั้นสูญสลายไปมาก จนไม่อาจหล่อหลอมให้อยู่ในรูปของแท่งพลังงานได้

 

_____ตอนแรกหลินหลินคิดว่า เป็นเพราะลั่วซิวเจ๋อกับหลานเจี๋ยยังมีฝีมือไม่ถึงขั้นและไม่ละเอียดรอบคอบในการควบคุมพลังเอง ดังนั้นจึงล้มเหลว… ทว่าพอเขาได้ลงมือทำด้วยตัวเองถึงได้ทราบว่า พลังงานที่สกัดออกมาจากพืชพลังงานเหล่านี้มีความไม่เสถียรมาก หากพลาดพลั้งแม้เพียงนิดเดียวก็จะจบลงด้วยความล้มเหลวในทันที

 

_____โชคดีที่ระหว่างการทดลองไม่มีการระเบิดเกิดขึ้น มิเช่นนั้นหลินหลินคงต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม

 

_____ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องคิดหาวิธีสกัดพลังงานที่ถูกวิธี ทว่าช่างน่าเศร้านักที่จนบัดนี้พวกเขายังหาวิธีนั้นไม่พบ

 

_____“ช่วยรอไปอีกสักพักนะ… ซิวเจ๋อบอกว่า พืชพลังงานที่นี่มีความพิเศษมาก พวกเขายังไม่พบวิธีสกัดแท่งพลังงานเลย” ฉีหนานอธิบายด้วยน้ำเสียงอับจนหนทาง

 

_____“โอ้… ซิวเจ๋อหรือ… ไม่เจอกันแค่พักเดียว พวกเจ้าสองคนสนิทสนมกันมากถึงเพียงนี้เลยหรือ? ข้าจำได้ว่า ก่อนที่จะขึ้นเรือรบอวกาศ พวกเจ้ายังไม่สนิทกันขนาดนี้มิใช่หรือ นอกเสียจากว่า… จะเกิดอะไรขึ้นบนเรือรบลำนั้น?” เสี่ยวเคเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า

 

_____ฉีหนานพลันหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ “ไปไกลๆเลย! ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนาย… นายรีบไปสำรวจที่นี่สิ ไหนบอกว่า นายมีความทรงจำเกี่ยวกับที่นี่ไม่ใช่หรือ?”

 

_____เสี่ยวเคถอนหายใจด้วยความอ่อนใจ “ไม่มีพลังงานก็เปิดใช้ระบบนั้นไม่ได้… พวกเจ้าควรจะรีบหาแท่งพลังงานมาให้ข้าโดยเร็วที่สุด… บอกตามตรง ก่อนหน้านี้ข้ายังไม่รู้สึกอันใด จนกระทั่งมาถึงที่นี่ ข้าถึงรู้สึก… อืม จะว่าอย่างไรดี ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีกับที่นี่นัก… มันเป็นลางสังหรณ์ของข้า”

 

_____ฉีหนานกระตุกมุมปากยิกๆ “แมวราตรีมีลางสังหรณ์ด้วยหรือ?”

 

_____เสี่ยวเค “…” อย่ามาดูถูกข้านะ!

 

_____“ระวัง!” แฟรงค์ผู้คอยเบิกทางอยู่ด้านหน้าสุดของขบวนร้องเตือนเสียงต่ำ

 

_____ทันใดนั้นทุกคนต่างมีท่าทีหวาดระแวงและตั้งท่าพร้อมต่อสู้อย่างรวดเร็ว ลั่วซิวเจ๋อขยับกายขึ้นมาบังอยู่ด้านหน้าของฉีหนานโดยอัตโนมัติ ในขณะที่หลานเจี๋ยรู้หน้าที่ของตัวเองโดยการ… รีบไปหลบหลังชายผู้สวมหน้ากากทันที…

 

_____หลานเจี๋ยทราบดีว่า ตนซึ่งเป็นสายสนับสนุนนั้นอ่อนแอที่สุดในบรรดาคนทั้งหมดอย่างแน่นอน ฉะนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ การระวังตัวเองไม่ให้ไปถ่วงแข้งถ่วงขาคนอื่นคงเป็นสิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้

 

_____“ใคร!” แฟรงค์ส่งสัญญาณมือให้ชายผู้มีกระบนใบหน้าเร้นกายหายเข้าไปในแมกไม้ราวกับภูติผีปีศาจก็ไม่ปาน

 

_____เพียงไม่กี่อึดใจ ลั่วซิวเจ๋อพลันรู้สึกถึงจิตคุกคามเบาบางสายหนึ่งมุ่งเป้ามาที่ตัวเขา

 

_____คิ้วเรียวขมวดมุ่นเล็กน้อย ทว่าพอเขาขยับกายเล็กน้อย ความรู้สึกนั้นกลับจางหายไปอย่างไร้ร่องรอยในทันที

 

_____ขณะเดียวกันฉีหนานเองก็รู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคนที่จ้องมองเขาอยู่ ทำเอาเขาสะท้านเฮือกไปทั้งร่าง ก่อนจะหันขวับไปทางที่ตนสัมผัสได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความรู้สึกนั้นกลับมลายหายไปในทันที… ฉีหนานกระตุกมุมปากยิกๆ จากนั้นก็ชูนิ้วกลางไปยังบริเวณที่ตนเพิ่งหันไปมองเมื่อสักครู่…

 

_____ชายผู้มีกระบนใบหน้ากำลังถือปืนไรเฟิลด้วยสีหน้าเคร่งเครียด… ให้ตายเถิด ทำไมนักเรียนจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งถึงแข็งแกร่งขนาดนี้… เขาแค่ใช้กล้องสโคปมองเพียงแว่บเดียว สองคนนั่นกลับรู้ตัวทันที

 

_____ที่น่าประหลาดใจมากที่สุดคือ ฉีหนานพบตำแหน่งที่เขาซ่อนตัวอยู่อย่างรวดเร็ว… (แถมยังชูนิ้วกลางใส่อีก) ถ้าหากนักเรียนทุกคนของโรงเรียนแห่งนั้นล้วนแข็งแกร่งขนาดนี้กันหมดล่ะก็… เขารู้สึกซาบซึ้งใจเหลือเกินที่คนกลุ่มนี้ไม่เข้าวงการทหารรับจ้างของพวกเขา มิเช่นนั้นจะต้องมีคนถูกบีบจนไปตายชัดๆ!

 

_____“โอ้… นายคือ… แฟรงค์สินะ…” บุรุษผู้หนึ่งในชุดทหารพร้อมรบกำลังเดินออกมาจากพุ่มไม้พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายสุดขีด ขณะจ้องมองแฟรงค์ด้วยสีหน้าดูถูกดูแคลนอีกฝ่าย

 

_____“หึหึ… ฉันจำได้ นายเคยพูดว่า จะไม่ยอมทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กมิใช่หรือ? ทำไม? ความเสียหายครั้งที่แล้วรุนแรงมากจนเงินในกระเป๋าไม่พอยาไส้แล้วหรือไร?” รูปร่างหน้าตาของชายหนุ่มผู้นั้นดูธรรมดามาก แถมบรรยากาศรอบตัวก็ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก

 

_____แฟรงค์หนังตากระตุกเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกพร้อมกับกระชับปืนในมือของตนให้แน่นมากขึ้น “หลัวซีเซ่อ นายคิดจะทำอะไร?”

 

_____บุรุษผู้เจ้าของนามหลัวซีเซ่อพลันมีสีหน้าตึงเครียดพร้อมกับยกปืนเลเซอร์ในมือขึ้นมา “ไม่ทำอันใดหรอก ก็แค่พื้นที่แถบนี้เป็นของผู้ว่าจ้างของฉันแล้ว พวกนายควรจะรีบไสหัวไปซะ! และอย่าได้ก้าวเข้ามาที่นี่อีกเป็นอันขาด”

 

_____แฟรงค์ไม่เอ่ยคำอันใด เรื่องนี้มิใช่สิ่งที่ทหารรับจ้างอย่างพวกเขาจะตัดสินใจได้… อีกทั้งแฟรงค์ยังรู้วิธีวางตัวกับคนปากไม่ดีอย่างหลัวซีเซ่อเป็นอย่างดี

 

_____พวกเขาคือทหารรับจ้าง… เหมือนกับปืนในมือของผู้ว่าจ้าง… ในกรณีนี้ ผู้ว่าจ้างต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะต่อสู้กับคนตรงหน้านี้หรือไม่… ส่วนสิ่งที่ทหารรับจ้างควรทำคือ เตรียมอาวุธให้พร้อมสำหรับการต่อสู้หรือหลบหนี ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอย่างไหน พวกเขาก็ต้องคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ว่าจ้างให้ได้

 

_____ในเมื่ออาจารย์หลินหลินไม่อยู่ที่นี่ หน้าที่นี้จึงตกเป็นของลั่วซิวเจ๋อไปโดยปริยาย… ลั่วซิวเจ๋อก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตาคู่คมจ้องมองหลัวซีเซ่อด้วยแววตาเยียบเย็น “พวกเราต่างหากที่เป็นผู้ครอบครองพื้นที่แถบนี้ก่อน เราไม่รู้ว่า ผู้ว่าจ้างของนายเป็นใคร แต่ถ้าคิดจะมาขโมยของของเราล่ะก็ นายยังไม่มีคุณสมบัติมากพอ!”

 


แหมๆ เต็มปากเต็มคำเลยนะน้องฉี แถมพี่ลั่วขยับแบบสมองไม่ทันสั่งการเลยมั้งนั่น >////<

น้องแมวก็ไม่พลาดที่จะแซว 55555+

สปอยเล็กๆยั่วทุกคนเล่น

“อ๊อก…” ฉีหนานโก่งคออาเจียนออกมาอย่างรุนแรง

เฮ้ย ท้องก่อนแต่งเรอะ! ไปเอากันตอนไหน!!! พลั่ก!//ไม่ใช่!!! 55555+

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคอมเม้นท์และทุกการรอคอยมากๆนะคะ