0 Views

บทที่ 92

 

_____ตูม!

 

_____ทันใดนั้นเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับเรือรบอวกาศทั้งลำเอียงวูบอย่างรุนแรง

 

_____“ศัตรูลอบโจมตี!” แฟรงค์คำรามเสียงดัง ทำให้ทุกคนสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบแยกย้ายกันไปนั่งประจำตำแหน่งของตนอย่างรวดเร็วและจ้องมองจอภาพด้วยสายตาระแวดระวังทันที

 

_____“ให้ตายเถอะ เจ้าพวกนี้มันเสียสติไปแล้วหรือไร!” หลินหลินก่นด่าด้วยความโกรธจัดพลางควบคุมเรือรบอวกาศให้เลี้ยวโค้งหลบกระสุนลำแสงที่ยิงเข้าใส่ทันพอดี

 

_____ทันทีที่แฟรงค์ผู้นั่งอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยนักบินเห็นการควบคุมของหลินหลิน ก็รีบเปิดใช้ระบบอาวุธโจมตีกลับอย่างรวดเร็ว

 

_____การโจมตีพุ่งเข้าใส่จากทางด้านล่างของเรือรบอวกาศ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่บนดาวเคราะห์ดวงนี้ถูกปกคลุมด้วยป่าไม้เขียวชอุ่มเกือบทั้งหมด ฉะนั้นหากอีกฝ่ายไม่โจมตีขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาคงไม่มีทางหาตำแหน่งของอีกฝ่ายพบอย่างแน่นอน

 

_____ตูม!

 

_____ศัตรูไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง ลำแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าถูกยิงออกมาจากในป่าอีกครั้ง

 

_____แฟรงค์เปิดใช้ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีของเรือรบอวกาศอย่างรวดเร็ว… อย่าคิดว่า เป็นแค่เรือรบอวกาศลำเล็ก เพราะหลินหลินยอมจ่ายเงินก้อนโตให้ติดตั้งปืนแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดเล็ก เพื่อเตรียมการป้องกันโดยเฉพาะ… อย่ามองว่ามันมีขนาดเล็ก เนื่องจากพลังทำลายล้างของมันรุนแรงยิ่งกว่าปืนเลเซอร์นับร้อยเท่า อาจดูเหมือนพูดเกินจริงไปบ้าง แต่พลังทำลายล้างของปืนแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถเป่าเรือรบอวกาศแบบธรรมดาที่ไม่อยู่ในโหมดต่อสู้ให้เป็นจุลได้

 

_____ตูม!

 

_____ลำแสงสีแดงสว่างถูกยิงออกมาจากปากกระบอกปืนของเรือรบอวกาศตรงเข้าใส่ผืนป่าจนเกิดระเบิดอย่างรุนแรง ชั่วพริบตาเดียวผืนป่าบริเวณก็กลายเป็นทะเลเพลิง ต้นไม้ทุกหย่อมหญ้าถูกแผดเผาด้วยกระสุนนัดนั้นรวมไปถึงพื้นดินที่กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำสนิท

 

_____สิ่งที่ถูกเผานอกจากจะมีต้นไม้เหล่านั้นแล้ว บนพื้นดินยังมีซากของหุ่นยนต์สามตัวนอนกองอยู่ ซึ่งคนที่อยู่ข้างในไม่มีทางเอาตัวรอดทันอย่างแน่นอน… หากตกเป็นเป้าโจมตีของกระสุนปืนแม่เหล็กไฟฟ้าโดยตรง ขนาดเรือรบอวกาศยังเสียหายหนัก นับประสาอันใดกับหุ่นยนต์เล่า

 

_____พลังทำลายของกระสุนเพียงนัดเดียวนี้ทำให้คนอื่นบนดาวเคราะห์รู้ตัวว่า ไม่ควรหาเรื่องเรือรบอวกาศลำนี้… พวกที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าและคิดจะลอบโจมตีเรือรบลำนั้นต่างถอนตัวออกไปอย่างเงียบๆ ซึ่งระบบเรดาห์ของเรือรบอวกาศที่เคยจับสัญญาณของหุ่นยนต์ได้มากกว่ายี่สิบตัว บัดนี้ก็หายไปสิ้นเมื่อยิงกระสุนเมื่อครู่ออกไป

 

_____“ติ๊ด!” ระบบวิทยุสื่อสารของเรือรบอวกาศส่งเสียงเตือนบ่งบอกว่า มีคนติดต่อเข้ามา

 

_____สีหน้าของหลินหลินพลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันใด ก่อนจะกดรับการติดต่อจากฝ่ายนั้น

 

_____คู่สนทนาคือบุรุษผู้มีรอยแผลประดับอยู่บนใบหน้า สีหน้าของเขาดูหงุดหงิดระคนไม่พอใจ ทันทีที่มองเห็นหลินหลิน เขาก็ฝืนยิ้มฝืดเฝื่อน “ไง ผู้มาเยือน ยินดีต้อนรับสู่ขบวนการตามล่าสมบัติแห่งกรีนฟอเรส เมื่อครู่พวกเจ้าได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพวกเจ้าแล้ว”

 

_____หลินหลินส่งเสียงอืมในลำคอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

_____ชายผู้มีแผลเป็นโคลงศีรษะเล็กน้อยจนกระดูกคอเกิดเสียงดังกรอบแกรบ ก่อนจะนวดลำคอของตนเบาๆ “ข้าเกลียดการพูดมากน่ารำคาญเป็นที่สุด แม้วันนี้จะเป็นเวรของข้าก็เถอะ กฏของดาวเคราะห์ดวงนี้มีเพียงข้อเดียวคือ ห้ามใช้อาวุธหนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในป่าแห่งนี้” เขาคลี่ยิ้มเผยให้เห็นแนวฟันสีขาวสะอาดเรียงตัวสวย ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าน่าขนลุก “พวกเจ้าควรรู้เอาไว้ว่า กระสุนนัดเมื่อครู่ทำลายสมบัตินับล้านเหรียญ แต่เห็นแก่ที่พวกเจ้าเพิ่งมาถึง ฉะนั้นจะไม่ถือสาเรื่องในครั้งนี้ ทว่าหากครั้งต่อไปพวกเจ้ากล้าใช้กระสุนแม่เหล็กไฟฟ้าสุ่มสี่สุ่มห้าอีกล่ะก็ อย่าหาว่าพวกข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน… ทุกคนมาที่นี่เพราะอยากร่ำรวย ถ้าใครคิดจะคว่ำโต๊ะของพวกข้า พวกข้าก็จะทำให้มันผู้นั้นกินอาหารไม่ได้ไปตลอดชีวิต!”

 

_____หลินหลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เข้าใจแล้ว หรือก็คือ… ขอเพียงไม่ลงมือกับสมุนไพรหรือป่าไม้ก็ไม่มีปัญหาสินะ”

 

_____ชายผู้มีแผลเป็นจับจ้องมองเขานิ่ง ซึ่งหลินหลินก็หาได้สะทกสะท้านใดๆ… ผ่านไปครู่ใหญ่ อยู่ๆชายผู้นั้นก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ไม่เลว ฉลาดมาก… ข้าชอบคนฉลาดที่สุด” เขาโบกมือไปมาเล็กน้อย “หลังจากนี้พวกเจ้าจะรู้ตำแหน่งของยานอวกาศทุกลำที่ผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศ อยากจะทำอันใดก็แล้วแต่พวกเจ้า แต่เจ้าควรจะรู้เอาไว้ว่า ยิ่งมีคนเข้ามายังดาวเคราะห์น้อยเท่าใด ส่วนแบ่งของพวกเราก็จะมากขึ้นเท่านั้น”

 

_____หลินหลินถึงกับหนังตากระตุกวูบ “คุณกำลังยุให้เราโจมตียานอวกาศที่เข้ามาที่นี่หรือ?”

 

_____บุรุษผู้นั้นเลิกคิ้วขึ้น “ทำไม? หรือว่าเจ้าอยากแบ่งคลังสมบัตินี้กับเจ้าพวกกระจอกหรือไร?”

 

_____หลินหลินขมวดคิ้วแน่น “ไม่อยากแน่นอน”

 

_____“เช่นนั้นก็ดี” ชายผู้นั้นยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจอีก “เจ้างั่งที่ไม่มีปัญญาเอายานอวกาศของตัวเองลงจอดอย่างปลอดภัยน่ะ ตายไปซะได้ก็ดี… ดาวเคราะห์ดวงนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเข้ามาเสี่ยงได้… อา ถูกต้อง… พวกเจ้าจะต้องดูแลความปลอดภัยของพวกเจ้าเอง นอกจากกฎห้ามทำลายพืชพรรณต้นไม้ต่างๆแล้ว ที่นี่ก็ไม่มีกฎอันใดอีก… จะอยู่หรือจะตายก็เป็นเรื่องของพวกเจ้าเอง แต่เป้าหมายร่วมเพียงหนึ่งเดียวของพวกเราก็คือ คนที่มาใหม่พวกนั้น”

 

_____เมื่อพูดจบ บุรุษผู้มีแผลเป็นก็ตัดการติดต่อไป… หลายวันมานี้มียานอวกาศหลายลำพยายามบุกเข้ามายังดาวเคราะห์ดวงนี้ แต่บ้างก็ถูกกำจัดทิ้งไปเสีย บ้างก็สามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัยซึ่งจะมีสักกี่คนที่ยังรอดชีวิตอยู่นั้นก็มิอาจรู้ได้… เพียงแต่กลุ่มของเจ้าหนุ่มที่เพิ่งมาถึงนั้น ไม่ว่ากลุ่มของหลินหลินจะเป็นคนของใคร ทว่าดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ บุรุษผู้มีแผลเป็นก็ไม่คิดว่า อีกฝ่ายแข็งแกร่งพอที่จะมาต่อกรกับตนได้ ต่อให้พวกมันมีปืนแม่เหล็กไฟฟ้าอีกหลายกระบอกก็ตาม

 

_____หลังตัดการสื่อสารกับอีกฝ่าย หลินหลินพลันหันกลับมามองทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง “พวกนายคงเห็นแล้ว ดาวเคราะห์ดวงนี้ไม่ได้อันตรายน้อยกว่าดาวเคราะห์ที่เพิ่งบุกเบิกพวกนั้นเลย… ภัยอันตรายของดาวเคราะห์พวกนั้นมาจากสัตว์ประหลาดลึกลับที่ไม่เคยพบมาก่อน แต่ที่นี่… สิ่งที่อันตรายมากที่สุดคือมนุษย์”

 

_____เขาครุ่นคิดตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง “จากที่ผู้ชายคนเมื่อกี้พูด ดาวเคราะห์ดวงนี้น่าจะมีคนจากหลายฝ่ายเข้ามาสำรวจอยู่… ฉะนั้นพวกเราจะต้องรีบทำการสำรวจให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันห้ามเปิดเผยฐานะของพวกเราอย่างเด็ดขาด”

 

_____“เพราะอะไร?” ชายผู้มีกระบนใบหน้าเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

 

_____หลินหลินไม่เอ่ยตอบ กลับเป็นแฟรงค์ที่ฟาดฝ่ามือลงกลางกระหม่อมของชายผู้มีกระบนใบหน้าเต็มแรง “เจ้าโง่ พวกมันคอยโจมตียานอวกาศที่เพิ่งมาถึง… ในสถานการณ์ที่ยังไม่รู้ว่าถูกใครจู่โจมเช่นนั้น ถ้าหากพวกเราเปิดเผยฐานะของตัวเองออกไปล่ะก็ เจ้าพวกที่เหลือรอดจากการโดนทำลายยานอวกาศอาจจะหมายหัวพวกเราก็เป็นได้”

 

_____“เอ๋? ไม่กระมัง” สีหน้าของชายหนุ่มดูตื่นตระหนกตกใจไม่น้อย

 

_____แฟรงค์คร้านเกินกว่าจะอธิบายให้เจ้าโง่คนนี้ฟังอีก จึงหันหน้าไปพูดกับหลินหลินว่า “สบายใจได้ พวกเราจะไม่เปิดเผยฐานะของพวกคุณแน่นอน”

 

_____หลินหลินพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะหันไปมองพวกลั่วซิวเจ๋อ “ดังนั้นพวกเธอจะต้องระวังตัวเอาไว้ให้มาก ห้ามปลีกตัวออกห่างจากพวกแฟรงค์เด็ดขาด… จะสกัดแท่งพลังงานหรือเก็บเกี่ยวสมุนไพรก็ดี ยังไงก็ต้องยึดความปลอดภัยของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก”

 

_____พวกลั่วซิวเจ๋อทราบดีว่า หลินหลินหวังดีต่อพวกเขา ฉะนั้นจึงไม่คิดจะปฏิเสธเจตนาดีของอีกฝ่ายและพยักหน้ายืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า ตนจะไม่แยกตัวออกจากกลุ่มอย่างแน่นอน

 

_____เมื่อแน่ใจว่า ทุกคนรับรู้ถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้แล้ว หลินหลินก็บังคับให้เรือรบอวกาศร่อนลงไปยังบริเวณที่สามารถลงจอด… หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว หลินหลินก็สั่งให้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ของเรือรบอวกาศควบคุมให้เรือรบอวกาศไปซ่อนตัวอยู่นอกชั้นบรรยากาศเสียก่อน

 

_____เรือรบอวกาศลำนี้เป็นเพียงยานที่พวกเขาใช้ในการเดินทางข้ามอวกาศเท่านั้น แม้อาจมีกรณีที่จะเกิดเรื่องเหนือความคาดหมายใดๆ จนพวกเขาถูกขังอยู่บนดาวกรีนฟอเรสแห่งนี้ แต่หลินหลินไม่กล้าเสี่ยงอยู่ดี…. จริงอยู่ที่ถ้าปล่อยให้เรือรบอวกาศซ่อนตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศและเกิดอันใดขึ้น กับพวกเขา ก็จะสามารถสั่งให้เรือรบอวกาศวกกลับมารับได้ในเวลาไม่นาน แต่เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่เรือรบอวกาศจะถูกทำลายแล้ว เขาควรปล่อยให้เรือรบอวกาศซ่อนตัวอยู่ด้านนอกดีกว่า

 

_____หลังจากจัดการเรื่องเรือรบอวกาศเรียบร้อยแล้ว คนทั้งกลุ่มสำรวจแผนที่ที่เพิ่งถ่ายได้จากบนท้องฟ้าเมื่อสักครู่ ก่อนจะเริ่มตามหาบริเวณที่เหมาะกับการตั้งแคมป์ไฟ

 

_____ผืนแผ่นดินบนดาวเคราะห์กรีนฟอเรสแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ยิ่งนัก ดาวเคราะห์ดวงนี้แทบจะถูกปกคลุมด้วยผืนป่าและพืชพันธุ์นานาชนิดสีเขียวขจีไปทั้งหมด

 

_____พืชพันธุ์เหล่านี้กว่าแปดส่วนล้วนเป็นพืชพลังงาน อีกทั้งอุปกรณ์ตรวจจับและเรดาร์เกือบทุกชนิดไม่อาจใช้บนดาวเคราะห์ดวงนี้ ฉะนั้นพวกเขาจึงต้องใช้วิธีจดบันทึกภูมิประเทศและสถานที่ที่เห็นจากบนเรือรบอวกาศเมื่อสักครู่ เพื่อใช้เป็นแผนที่ในการสำรวจ ซึ่งมีจุดหนึ่งที่น่าจะเป็นแหล่งน้ำ ฉะนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะลองไปดูสถานที่แห่งนั้นก่อน ถ้าหากไม่มีปัญหาอันใด พวกเขาก็จะตั้งแคมป์ที่นั่น

 

_____ระหว่างเดินไปยังริมทะเลสาบ ไม่มีใครใช้หุ่นยนต์ในการเดินทางแม้แต่คนเดียว เพราะขนาดตัวอันใหญ่โตของมันอาจทำให้พืชพลังงานเสียหายได้ แม้จะมิใช่เพื่อผลประโยชน์ของตัวพวกเขาเอง แต่พวกเขาก็ไม่คิดจะใช้หุ่นยนต์เดินทางเด็ดขาด

 

_____ทิวทัศน์ของดาวกรีนฟอเรสช่างงดงามยิ่งนัก… ตอนที่มองจากบนท้องฟ้า เห็นแค่ผืนป่าสีเขียวชอุ่มเท่านั้น ทว่าเมื่อพวกเขาได้เหยียบย่างเข้ามาในผืนป่าแห่งนี้ด้วยตัวเองและได้เห็นบรรยากาศอันงดงามราวกับอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ก็ไม่ปาน

 

_____เถาวัลย์โปร่งแสงจำนวนนับไม่ถ้วนห้อยระโยงรยางค์ลงมาจากต้นไม้ใหญ่สูงตระหง่านมากมาย บางครั้งเถาวัลย์เหล่านี้พลันทอประกายสีเงินแวววาว ทำให้ทั่วทั้งป่าดูเหมือนถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเงิน ทว่าหมอกอันเบาบางนี้หาได้บดบังทัศนวิสัยแต่อย่างใด แถมยังทำให้รู้สึกเหมือนทิวทัศน์อันงดงามไร้ที่ตินี้เป็นดั่งภาพฝันจากสรวงสวรรค์มากขึ้นอีกหลายส่วน

 

_____พื้นดินที่เต็มไปด้วยต้นหญ้าให้ความรู้สึกหนานุ่มราวกับกำลังเดินอยู่บนพื้นพรม แต่ละก้าวที่ย่างเท้าผ่านไปช่างอ่อนนุ่มคล้ายกับพรมขนแกะชั้นดี

 

_____อีกทั้งยังมีกอดอกไม้หลากหลายสีสันโปร่งแสงเหมือนเถาวัลย์เหล่านั้น บางครั้งกลีบดอกไม้เหล่านั้นก็ส่องประกายด้วยแสงหลากสีชวนมอง

 

_____“สวยชะมัด!” หลานเจี๋ยจ้องมองด้วยแววตาหลงใหลในความงามของภาพที่เห็นตรงหน้า… เขาเข้าใจแล้วว่า เหตุใดคนเหล่านั้นถึงยอมงดใช้อาวุธหนักในการต่อสู้และตั้งกฎให้ทุกคนอนุรักษ์ป่าไม้แห่งนี้ หาใช่เพียงเพราะแท่งพลังงาน แต่ถ้าหากภาพทิวทัศน์อันงดงามเช่นนี้จะต้องถูกเผาทำลายจากการต่อสู้ มันก็น่าเสียดายเกินไปจริงๆ

 

_____“งดงามมากจริงๆ” ลั่วซิวเจ๋อดึงเถาวัลย์เส้นหนึ่งที่ห้อยลงมาตรงหน้า มันช่างให้สัมผัสที่อ่อนนุ่มเปราะบางพร้อมกับทอประกายระยิบระยับราวกับแสงดาว ลั่วซิวเจ๋อออกแรงเพียงเล็กน้อยก็หักเถาวัลย์แสนเปราะบางในมือพร้อมกับมียางเมือกเหนียวไหลออกมาเป็นจำนวนมาก

 

_____กลิ่นหอมสดชื่นที่แผ่ซ่านออกมาจากยางเหล่านั้น ทำเอาลั่วซิวเจ๋อถึงกับสะท้านเฮือกด้วยความตกใจ พลังจิตของเขารีบแห่เข้าไปรุมล้อมยางเหล่านั้นอย่างหนาแน่นเสมือนได้กลิ่นหอมหวานเลิศรสก็ไม่ปาน

 

_____“มีอะไรหรือ?” ฉีหนานที่เดินตามหลังรับรู้ได้ว่า คนข้างหน้าชะงักฝีเท้า จึงจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ

 

_____ดวงตาของลั่วซิวเจ๋อฉายชัดถึงความดีใจ ก่อนจะใช้มือหนึ่งดึงฉีหนานเข้ามาใกล้ อีกมือก็ยัดเถาวัลย์ใส่มือของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

 

_____ฉีหนานทำตามแรงดึงของอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย จากนั้นทั้งร่างพลันสะท้านเฮือกด้วยความตกใจ ดวงตาคู่นั้นจับจ้องมองเถาวัลย์ในมือด้วยความประหลาดใจปนยินดี

 

_____“นี่มัน… พลังที่สามารถเพิ่มระดับพลังจิตหรือ?” ฉีหนานเอ่ยด้วยความตื่นเต้น

 

_____“อะไรนะ!” ทันทีที่ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าที่มีกระผู้รับหน้าที่ประกบอยู่ข้างกายของฉีหนานได้ยินคำพูดนี้ เขาก็ถึงกับเบิกตาโพลง

 

_____หลินหลินที่เดินอยู่ข้างหน้าเองก็ได้ยินคำพูดนี้เช่นกัน จึงรีบดึงเถาวัลย์เส้นหนึ่งมาเพ่งมองสำรวจโดยละเอียดทันที

 

_____ทุกคนต่างตกตะลึงกับการค้นพบของลั่วซิวเจ๋อในครั้งนี้และแทบจะดึงเถาวัลย์ที่อยู่โดยรอบมาดูโดยพร้อมเพรียงกัน ทว่าหลังจากที่พวกเขาพยายามสังเกตเถาวัลย์ในมืออย่างละเอียด นอกจากหลานเจี๋ยแล้ว คนอื่นต่างแสดงสีหน้าที่ฉายชัดถึงความไม่เข้าใจปนงุนงง

 

_____ชายผู้มีใบหน้าตกกระเกาหัวไปมาพลางมองลั่วซิวเจ๋อด้วยความสงสัย “ทำไมไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย?”

 


ขอโทษที่หายไปนานอีกแล้วจ้า

พอดีงานเข้าใหญ่ๆสองงานติดกันเลยจ้า เพิ่งจะมีเวลาปั่น แหะๆ ไว้จะมาตรวจคำผิดกับจัดย่อหน้าให้วันหลังนะ 🙂