0 Views

บทที่ 90

_____อาจารย์แซ่โจวผู้นี้ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน ก่อนจะหันไปคุยกับอาจารย์หลินหลินผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งในครั้งนี้ว่า “หากเสียมารยาทต่อพวกท่าน ผมต้องขออภัยด้วย”

 

_____“ฮ่าๆ” การที่อาจารย์หลินหลินได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำกลุ่มนั้น เพราะเขาเป็นคนเฉลียวฉลาดและมีมนุษยสัมพันธ์ดี เขากลั้วหัวเราะราวกับไม่ถือสาอันใด “ไม่เป็นไร ใครบ้างจะมิมีเรื่องวุ่นวายใจเล่า? แต่ไม่ทราบว่า เหตุใดวันนี้อาจารย์โจวถึงดูไม่สบายใจนัก?”

 

_____อาจารย์โจวยกมือขึ้นมานวดขมับพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื่อนสนิท “ต้องขออภัยขอรับ แต่อันที่จริงพวกท่านมาผิดเวลาไปหน่อย”

 

_____เมื่อหลินหลินได้ยินเช่นนั้นก็เผลอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพลางทำหน้าเหมือนยิ้มไม่ออก แม้เขาจะเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า หากมีคนดูหมิ่นโรงเรียนของตนแล้ว เขาจะทนอยู่เฉยได้

 

_____คำกล่าวที่ว่า อีกฝ่ายมาผิดเวลาเช่นนี้ออกจะไม่น่าฟังเกินไป แท้ที่จริง… ทางวิทยาลัยพฤกษศาสตร์เป็นฝ่ายเสนอการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักเรียนในครั้งนี้เอง และพวกเขายอมตอบรับคำเชิญของอีกฝ่าย… ถ้าเช่นนั้น ‘มาผิดเวลา’ ที่พูดถึงคืออันใดกัน?  พวกเขาไม่ควรมาหรือไร?

 

_____ดูเหมือนอาจารย์โจวจะเพิ่งรู้สึกตัวว่า ตนเผลอพูดผิดอีกครั้ง เจ้าตัวจึงทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมา… อันที่จริงอาจารย์ที่รับหน้าที่ต้อนรับคนของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งในวันนี้เป็นอาจารย์อีกท่าน ทว่าอาจารย์คนนั้นกลับถูกพาตัวไปเมื่อสองวันก่อน ทำให้เกิดความวุ่นวายในวิทยาลัยและต้องส่งเขามาทำหน้าที่นี้แทน… เขาไม่ใช่คนช่างพูดหรือเก็บอารมณ์ความรู้สึกเก่ง ถ้าหากทำให้คนของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งไม่พอใจล่ะก็ อย่าหวังเลยว่าเขาจะได้อยู่ในวิทยาลัยพฤกษศาสตร์ต่อไปได้…

 

_____“ขอโทษ… ผมพูดผิดอีกแล้ว” สีหน้าของอาจารย์โจวเหมือนจะร้องไห้ปล่อยโฮออกมาเดี๋ยวนี้ ราวกับกำลังมองเห็นอนาคตอันน่าสังเวชรออยู่ตรงหน้าก็ไม่ปาน

 

_____หลินหลินถึงกับหนังตากระตุกยิกๆพลางลอบสบถด่าทอในใจไม่หยุด เจ้าพวกวิทยาลัยพฤกษศาสตร์คิดจะทำอันใดกัน? ทำไมถึงให้อาจารย์คนนี้มาต้อนรับพวกตน? คิดจะดูถูกกันหรือไร?

 

_____อาจารย์โจวผู้นี้ยังดูหวาดผวาไม่น้อย เขาลอบมองหลินหลินหลายครั้งอย่างระแวดระวังราวกับต้องการประเมินอารมณ์ความรู้สึกของอีกฝ่ายทางสีหน้าและแววตา

 

_____หลินหลินทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยและเมินอาจารย์โจวผู้มีท่าทีอ่ำอึ้งคล้ายต้องการพูดคุยกับเขาอย่างไม่ใส่ใจ

 

_____เขาไม่พอใจอย่างมากต่อการกระทำของทางวิทยาลัยพฤกษศาสตร์ ทว่าความขุ่นเคืองนี้ควรจะเอาไปลงที่ตัวต้นเหตุถึงจะถูก… หรือก็คือเหล่าผู้มีอำนาจของวิทยาลัยพฤกษศาสตร์นั่นเอง ส่วนคนตรงหน้าก็เป็นแค่ลูกน้องที่ถูกส่งมารับหน้าเท่านั้น เขาจึงไม่คิดจะพูดคุยเสวนากับอีกฝ่ายอีก

 

_____สีหน้าของหลินหลินดูเคร่งเครียดจริงจัง เขาย่อมรู้ว่า ขณะนี้ภายในวิทยาลัยแห่งนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้น มิเช่นนั้นให้ตายเขาก็ไม่เชื่อเด็ดขาดว่า อีกฝ่ายจะกล้าเสียมารยาทต่อพวกตนเช่นนี้

 

_____บรรยากาศภายในรถยนต์ลอยฟ้าเงียบสนิท ดูเหมือนนักเรียนทุกคนจะรู้สึกถึงความผิดปกตินี้เช่นกัน แต่ละคนจึงนั่งนิ่งมองไปข้างหน้าด้วยความหวาดระแวง

 

_____แม้ในยามปกตินักเรียนจากสาขาพฤกษศาสตร์จะเป็นพวกหนอนหนังสือ ทว่าแม้จะเป็นหนอนหนังสือ แต่ก็สามารถสอบเข้าโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งได้สำเร็จ ฉะนั้นพวกเขาจึงเอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน

 

_____เกณฑ์มาตรฐานของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งคือ สมรรถภาพร่างกายระดับBและพลังจิตระดับC … หากไม่ผ่านเกณฑ์นี้ ไม่ว่าคุณต้องการสอบเข้าสาขาใดก็ไม่อาจเข้าไปได้ทั้งนั้น!

 

_____หากหนอนหนังสือเหล่านี้เอาจริงขึ้นมา แม้จะไม่มีจิตสังหารเหมือนพวกสาขาศาสตร์การต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์ แต่ก็ไม่มีทางตกเป็นรองอย่างแน่นอน

 

_____อาจารย์โจวขับรถยนต์ลอยฟ้าด้วยท่าทีกระวนกระวาย บางครั้งก็เผลอเหลือบสายตามองผู้โดยสารผ่านทางกระจกมองหลัง หัวใจพลันเต้นถี่รัวมากขึ้นและรู้สึกเหมือนความดันเลือดสูงขึ้นอย่างฉับพลัน

 

_____อาจารย์โจวแทบจะร้องไห้น้ำตาตกใน… เขาหวาดกลัวเหลือเกินว่า ตนจะมีชีวิตรอดกลับไปถึงวิทยาลัยพฤกษศาสตร์หรือไม่ ทั้งอาจารย์และนักเรียนกลุ่มนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว…

 

_____“อีกนานแค่ไหนกว่าจะถึง?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามด้วยสีหน้าอ่อนโยนนุ่มนวล

 

_____อาจารย์โจวปาดเหงื่อบนใบหน้าพลางตอบอย่างตะกุกตะกักว่า “เกือบ… เกือบถึงแล้ว”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อมอบรอยยิ้มอ่อนโยนปานสายลมในฤดูใบไม้ผลิให้กับอีกฝ่าย ทำให้อาจารย์โจวลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่… เอาเถิด โรงเรียนนี้ยังมีนักเรียนที่ไม่นิยมข่มขู่ชาวบ้านอยู่หนึ่งคน

 

_____ฉีหนานเหลือบสายตามองลั่วซิวเจ๋อแว่บหนึ่ง ก่อนจะหันไปเบ้หน้าอีกทาง… เจ้าหมอนี่เริ่มแสดงละครอีกแล้ว ไม่รู้ว่าจะทำอันใดอีก…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยปากขอแลกที่นั่งกับเพื่อนคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างหน้า เพื่อชมวิวทัศน์โดยรอบและชวนอาจารย์โจวพูดคุยอย่างผ่อนคลาย

 

_____หลังจากพูดคุยเพียงไม่นาน ด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยนของลั่วซิวเจ๋อ ทำให้อาจารย์โจวดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

 

_____“อาจารย์โจว ทำไมคุณถึงมาต้อนรับพวกผมหรือ? ถ้าผมจำไม่ผิด เมื่อครู่คุณบอกว่า คุณเป็นอาจารย์ฝ่ายธุรการมิใช่หรือ?” ลั่วซิวเจ๋อแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ

 

_____ทันทีที่อาจารย์โจวได้ยินคำถามนี้ก็ถึงกับพรั่งพรูทุกสิ่งทุกอย่างออกมาจนหมดเปลือก ตัวเขาในตอนนี้แทบจะไม่สนใจสายตาของทุกคนในรถที่ทิ่มแทงมายังท้ายทอยของเขาอย่างเคร่งเครียดอีกแล้ว

 

_____ถ้อยคำและเรื่องราวมากมายถูกเอ่ยออกมาจากปากของอาจารย์โจว ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์ภายในวิทยาลัยคร่าวๆได้อย่างรวดเร็ว

 

_____แม้ท่าทีของนักเรียนคนอื่นยังดูปกติเช่นเดิม ทว่าอาจารย์ผู้นำกลุ่มกลับเปลี่ยนสีหน้าทันที

 

_____“วิทยาลัยกองทหารรับจ้างแห่งดาวฟาลคอน? พวกเขามาที่นี่ทำไม?” หลินหลินทำหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังกังวลเรื่องวิทยาลัยแห่งนั้นมาก

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย วิทยาลัยกองทหารรับจ้าง? ถ้าเขาจำไม่ผิด เหมือนจะมีใครเคยบอกว่า อยากเข้าวิทยาลัยนี้ เพียงแต่มันเป็นวิทยาลัยสีเทา หรือก็คือ… วิทยาลัยกองทหารรับจ้างแห่งนี้… ไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลมิใช่หรือ?

 

_____“วิทยาลัยกองทหารรับจ้าง? มันคืออะไร?”หลานเจี๋ยผู้วางตัวสุภาพเรียบร้อยถามด้วยความแปลกใจ

 

_____หลานเจี๋ยเป็นมือดีอันดับต้นๆจากสาขาพฤกษศาสตร์ แม้เขาจะเป็นเพียงนักเรียนปีหนึ่ง แต่ทักษะในการใช้พลังจิตของเขากลับโดดเด่นกว่านักเรียนคนอื่นมากนัก

 

_____เนื่องจากลูกหลานในตระกูลหลานมีวิธีฝึกการใช้พลังจิตเฉพาะตัวที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น ทั้งยังเป็นตระกูลนักพฤกษศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในรัฐบาลอย่างมาก เรียกได้ว่าสมาชิกในตระกูลที่มีทักษะในการใช้พลังจิตนั้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ล้วนเป็นนักพฤกษศาสตร์แทบทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ตระกูลหลานจึงเป็นตระกูลที่มั่งคั่งและร่ำรวยมาก

 

_____หลานเจี๋ยคือลูกชายคนเล็กของผู้นำตระกูล แม้จะไม่มีสิทธิ์รับมรดก ทว่าพรสวรรค์ในด้านพลังจิตของเขากลับแข็งแกร่งโดดเด่นที่สุด ฉะนั้นคนในตระกูลหลานจึงคาดหวังในตัวเขาสูงมาก ซึ่งหลานเจี๋ยก็หาได้ทำให้พวกเขาผิดหวัง ไม่เพียงแต่ตรวจพบพลังจิตระดับสูงจนน่าตกตะลึงตั้งแต่ยังเด็ก พอเขาอายุครบสิบหกปี ยังสามารถทลายขีดจำกัดเป็นผู้ใช้พลังจิตระดับAได้สำเร็จอีกด้วย

 

_____ถึงกับมีข่าวลือว่า พลังจิตของหลานเจี๋ยอาจไปถึงระดับSก็เป็นได้ เมื่อลองนึกถึงตระกูลหลานอันยิ่งใหญ่และมั่งคั่ง การหาซื้อตำรับยาเพื่อเพิ่มพลังจิตของตนก็หาใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว

 

_____“วิทยาลัยกองทหารรับจ้างเป็นเพียงฉายา… ชื่อที่แท้จริงคือ วิทยาลัยศาสตร์การต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์แห่งดาวฟาลคอน” หลินหลินอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “แต่ชื่อเสียงของวิทยาลัยนี้ย่ำแย่มาก พวกเขาติดต่อคบค้าสมาคมกับพวกโจรสลัดอวกาศ แถมยังมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลบางส่วนคอยหนุนหลังอีก”

 

_____“งั้นพวกเขามาที่วิทยาลัยพฤกษศาสตร์ทำไมกัน?” หลานเจี๋ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

 

_____เขาคิดว่า พวกวิทยาลัยสีเทาเช่นนี้น่าจะเอาแต่อยู่ในอาณาเขตของตนอย่างเงียบๆมิใช่หรือ? ออกมาก่อเรื่องวุ่นวายแบบนี้… ไม่กลัวถูกรัฐบาลเล่นงานหรือไร?

 

_____สีหน้าของหลินหลินบึ้งตึงจนแทบจะดูไม่ได้ “แม้ชื่อเสียงของวิทยาลัยนี้จะเลวร้ายมาก แต่นักเรียนของพวกเขาแข็งแกร่งมากจริงๆ” เอ่ยถึงประโยคนี้ เขาพลันหยุดชะงักเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาดูไม่ค่อยพอใจนัก “แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่พวกเขามีฝีมือสูสีกับพวกเราเลยก็ว่าได้ อีกทั้งพวกเขายังส่งเสริมให้นักเรียนฝึกฝนทักษะจากการต่อสู้จริงอยู่เสมอ อีกทั้งทุกปีพวกเขามักจะส่ง ‘หน่วยแลกเปลี่ยนประสบการณ์’ ออกไป ‘หาประสบการณ์’ กับโรงเรียนอื่นเป็นประจำ!”

 

_____ฉีหนานถึงกับหน้ากระตุก… แลกเปลี่ยนประสบการณ์? ไปหาเรื่องท้าสู้น่ะสิไม่ว่า!

 

_____มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่า วิทยาลัยสีเทาเช่นนี้ย่อมไม่อยากสุงสิงกับนักเรียนภาคปกติทั่วไปแน่นอน ขณะเดียวกันนักเรียนที่เข้าเรียนแบบปกติเองก็ไม่คิดจะพบปะกับนักเรียนเหล่านั้นเช่นกัน… ต่อให้ใช้หัวแม่เท้าคิดก็รู้ว่า หากทั้งสองฝ่ายพบหน้ากัน ย่อมเหม็นขี้หน้าสุดขีดแน่นอน แทนที่จะบอกว่า ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน… ควรกล่าวว่า ให้ไปวิวาทกันต่างหาก!!!

 

_____เมื่อลองครุ่นคิดที่อาจารย์หลินหลินเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของนักเรียนกลุ่มนั้นเมื่อสักครู่แล้ว… ฉีหนานจินตนาการถึงความพินาศที่เกิดขึ้นออกทันที

 

_____ฟังจากน้ำเสียงเศร้าสร้อยแค้นใจของอาจารย์โจวแล้ว ดูเหมือนว่าคนของวิทยาลัยกองทหารรับจ้างจะมาอยู่ที่นี่หลายวันแล้ว… ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หลายวันมานี้อีกฝ่ายคงเที่ยวหาเรื่องไปทั่วเป็นแน่ เดิมทีวิทยาลัยพฤกษศาสตร์ก็หาได้เชี่ยวชาญในด้านการต่อสู้  เมื่อต้องแข่งขันกับเจ้าพวกบ้าเลือดพวกนั้น พวกเขาย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ฉะนั้นนักเรียนทุกคนที่เข้าร่วมในการต่อสู้จึงถูกทำร้ายจนบาดเจ็บกันทั่วหน้า

 

_____เรื่องที่น่าคับแค้นใจมากที่สุดคือ วิทยาลัยพฤกษศาสตร์โด่งดังในด้านการสร้างแท่งพลังงานจากพืชพลังงาน พวกเขาสามารถสกัดพลังงานได้อย่างประณีต นุ่มนวลและสกัดพลังงานออกมาใช้ได้มากจนถึงขีดสุด ทว่ามันจำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร…

 

_____หรือก็คือนักพฤกษศาสตร์ที่ได้รับการฝึกฝนโดยตรงจากสนามรบ กับนักพฤกษศาสตร์ที่คอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังนั้นแตกต่างกันมาก

 

_____“อ้อ… เป็นเพราะพวกคุณแพ้ในการแข่ง ดังนั้นช่วงนี้นักพฤกษศาสตร์ทุกคนในวิทยาลัยจึงต้องทำงานให้พวกเขาฟรีๆหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อใช้นิ้วเรียวเคาะเบาๆลงบนเรียวขาที่กำลังไขว้ห้างของตนพลางเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ

 

_____“ถูกต้อง…” อาจารย์โจวตอบรับด้วยสีหน้าหม่นหมอง “เมื่อสามวันก่อน อาจารย์ส่วนใหญ่ถูกพาตัวขึ้นไปบนเรือรบอวกาศและออกเดินทางไปกับพวกมันเกือบหมด คนที่เหลืออยู่เลยได้แต่พยายามประคับประคองวิทยาลัยให้มากที่สุด ฉะนั้นตอนนี้ในวิทยาลัยจึงสับสนวุ่นวายมาก อาจารย์ที่เคยรับหน้าที่มาต้อนรับพวกคุณก็ถูกยืมตัวไปเหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องส่งผมมาต้อนรับพวกคุณแทน”

 

_____เมื่อพูดจบประโยค พวกเขาก็มาถึงวิทยาลัยพฤกษศาสตร์พอดี อาจารย์โจวจอดรถยนต์ลอยฟ้าอย่างรวดเร็ว ทว่าก่อนจะเปิดประตูรถนั้น เขาหันมาโค้งคำนับให้กับหลินหลินและพูดด้วยน้ำเสียงที่ฉายชัดถึงความจริงใจว่า “ขอโทษด้วย ผมไม่ใช่คนช่างพูด แต่สองวันมานี้ภายในวิทยาลัยวุ่นวายมาก ดังนั้น… ผมต้องขอโทษพวกคุณจริงๆ! อันที่จริงอธิการบดีของพวกผมเฝ้ารอที่จะได้พบกับพวกคุณมานานแล้วทว่าท่านกลับต้องล้มป่วยเพราะเรื่องนี้เสียก่อน… จนตอนนี้ท่านก็ยังนอนพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล โปรดอภัยให้กับการละเลยของพวกเราในครั้งนี้ด้วย….”

 

_____เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจนกระจ่าง หลินหลินย่อมไม่คิดจะถือสาหาความอีก เดิมทีวิทยาลัยพฤกษศาสตร์ก็เป็นเพียงวิทยาลัยธรรมดาๆแห่งหนึ่งบนดาวเอิร์ลเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะมีเทคนิคในการสกัดพืชพลังงานอันเป็นเอกลักษณ์ คงไม่มีทางที่จะเป็นที่รู้จักจนได้รับการจัดอันดับเป็นแน่

 

_____ขณะนี้สภาพภายในวิทยาลัยช่างสับสนวุ่นวายยิ่ง พวกเขาก็ไม่อยากรบกวนอีกฝ่ายมากนัก อันที่จริง… หากถูกวิทยาลัยกองทหารรับจ้างยืมตัวอาจารย์และนักเรียนส่วนใหญ่ไปทำงานเกือบหมด ไม่ว่าจะเป็นวิทยาลัยแห่งไหนย่อมปวดเศียรเวียนเกล้าแน่นอน

 

 


มาอัพช้านิดนึง แหะๆ 🙂

สุขสันต์วันเด็กย้อนหลังนะทุกคน 🙂

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์และทุกกำลังใจนะคะ  🙂