0 Views

            บทที่ 9

_____ เขานิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้านั้นจะคลี่ยิ้มบางๆอย่างชั่วร้าย… “เจ้าไม่อยากไปหาเงือกน้อยของเจ้าแล้วหรือ?”

 

_____“ใช่แล้ว! คุณพาเขาไปอยู่ที่ไหนกัน?”

 

_____ตามคาด… พอได้ยินคำพูดของลั่วซิวเจ๋อ สีหน้าของฉีหนานก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างพลางจ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยประกายตาแวววาว…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพอใจมากกับสภาพในตอนนี้ของฉีหนาน แต่เขาตั้งตารออยากจะเห็นสีหน้าตอนที่ฉีหนานรู้ความจริงมากกว่า คิดแล้วช่างน่าสนุกจริงๆ!

 

_____“เจ้าอยากไปพบเขาจริงหรือ?”

 

_____“แน่นอน?”

 

_____“เช่นนั้น… เอาแบบนี้ล่ะกัน เจ้าเต็มใจที่จะจ่ายค่าตอบแทนหรือไม่?” คำถามของลั่วซิวเจ๋อค่อนข้างชั่วร้ายทีเดียว…

 

_____ฉีหนานนึกลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “ผม… ผมยากจนมาก เงินสะสมที่มีก็ใช้ในงานแต่งงานครั้งนี้ไปเกือบหมดแล้ว…”

 

_____“ใครถามเจ้าถึงของพรรค์นั้นกัน?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยขัดคำพูดของเขาเสียก่อน…

 

_____ฉีหนานนิ่งเงียบ ใบหน้ากลายเป็นสีแดง… “ผมเป็นเพียงทหารธรรมดาคนหนึ่ง!” จากนั้นเขาเปล่งเสียงหัวเราะราวกับเยาะเย้ยตัวเอง… “คุณก็บอกว่า ผมเป็นแค่ไอ้คนไร้ประโยชน์ คุณคิดว่า จะมีของดีอะไรอยู่ในมือของคนพรรค์นั้นงั้นหรือ?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วน้อยๆ เขาค้นพบว่า ตัวเองไม่ชอบให้ฉีหนานดูถูกตัวเองด้วยคำว่า ‘คนไร้ประโยชน์’ ด้วยสีหน้าเช่นนั้น… จริงอยู่ที่ฉีหนานเป็นคนไร้ประโยชน์ แต่หากอยู่กับเขาล่ะก็ย่อมสามารถเปลี่ยนเป็นอัจฉริยะได้ เพียงแค่… สุดท้ายแล้วเขาจะอยากอยู่กับเจ้าหมอนี่สักระยะหรือไม่?

 

_____นึกถึงตอนที่พบกันในสถานดูแลเงือก ฉีหนานสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์และปลอบใจตัวเองได้ดี… ลั่วซิวเจ๋อจึงรู้สึกว่า ช่วยเขาสักครั้งก็คงไม่เสียหายอะไร…

 

_____อีกอย่างฉีหนานรู้ถึงฐานะของเขา ถึงจะยังนึกไม่ออก แต่อนาคตต้องนึกออกในสักวันแน่… ถ้าจะแก้ปัญหาในวันนั้น ไม่สู้เอาเขามาอยู่ข้างกายให้ปลอดภัยหรือ… อย่างไรก็ตามด้วยพลังของเขา ถึงจะฝึกให้ฉีหนานแค่ไหน ก็ไม่มีทางเอาชนะตัวเขาได้ และ…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อแสดงสีหน้าที่ฉายชัดถึงความสนุกสนาน เขายังจำได้ถึงสถานการณ์ในดาวที่เป็นเมืองหลวงของฉีหนานจากความทรงจำที่เขามองเห็นในตอนแรกได้… ถึงจะบอกว่า เขาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องพวกนี้เลย ทว่าถ้าสักวันฉีหนานได้กลับไปยังเมืองหลวงด้วยความภาคภูมิและแข็งแกร่งแล้ว ถึงเวลานั้นจะต้องมีเรื่องน่าสนุกเกิดขึ้นอย่างแน่นอน…

 

_____มาอยู่ที่โลกนี้ได้เกือบเดือนแล้ว เขายังตามหาเบาะแสเกี่ยวกับเผ่าเงือกไม่เจอแม้แต่น้อย… โลกเป็นเพียงดาวเคราะห์ปลายแถวดวงหนึ่งเท่านั้น ประสิทธิภาพในการหาข่าวสารย่อมไม่สูง หากสามารถไปยังดาวที่เป็นเมืองหลวงได้ ไม่แน่ว่า เขาอาจจะพบเบาะแสของเผ่าเงือกก็ได้!

 

_____ในส่วนลึกของลั่วซิวเจ๋อจึงได้แต่โอบกอดความหวังเล็กๆนี้ไว้ บางที… เผ่าเงือกอาจไม่พบกับภัยพิบัติในครั้งนั้น? ไม่แน่ว่า พวกเขาอาจจะเหมือนกับตนคือ แฝงตัวอยู่กับพวกมนุษย์… หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาจำเป็นต้องทุ่มเทแรงใจในการตามหาเบาะแสของพวกเขาให้ได้…

 

_____ขณะจ้องมองฉีหนานที่ถูกกดให้นอนอยู่ข้างใต้ร่างของตน ลั่วซิวเจ๋อก็โค้งมุมปากขึ้นโดยไม่รู้ตัว… จะว่าไป ตัวเขาก็โชคดีไม่เบาเลย อย่างน้อยที่สุดเพราะการมีอยู่ของฉีหนานก็ทำให้เขามีเหตุผลที่ดีในการเดินทางออกจากโลก…

 

_____ทหารในเมืองหลวงล้วนเป็นระดับสูง นอกจากจะมีเหตุผลที่สมควรแล้ว ฉีหนานจะต้องเก่งพอที่จะได้รับการบรรจุเป็นทหารในเมืองหลวงให้ได้ก่อน เพื่อที่ลั่วซิวเจ๋อจะสามารถเข้าไปในเมืองหลวงได้ในฐานะคู่ชีวิตของเขา…

 

_____“เฮ้ย! คุณรีบพูดเร็วเข้า! เสี่ยวเจ๋อถูกคุณพาไปอยู่ที่ไหนกันแน่!” ฉีหนานไม่พอใจกับท่าทีเหม่อลอยของลั่วซิวเจ๋อ จึงตะโกนถามย้ำอีกครั้ง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาลง ก่อนจะโน้มตัวลงอย่างกะทันหัน ลมหายใจอุ่นๆกระทบลงบนใบหน้าของฉีหนาน… “เจ้ายังดูไม่ออกหรือ?”

 

_____“ดูออกอะไรกัน?” ฉีหนานหน้าขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างอดไม่อยู่… บุรุษตรงหน้างดงามเกินไป ทำให้เขาเสียการควบคุมเล็กน้อย… เพียงนึกถึงเงือกน้อยแสนน่ารัก อบอุ่นอ่อนโยนของตน เขาก็สามารถตั้งสติให้มั่นคงได้ในทันที…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบางๆ ขยับมือไปปลดกางเกงของตนเอง…

 

_____“เฮ้ยเฮ้ยเฮ้ย! คุณ… คุณ… คุณจะทำอะไร!” ฉีหนานตื่นตกใจทันที

 

_____ในหัวมีแต่เรื่องบัดซบ… ผู้ชายคนนี้ถอดกางเกงทำไมกัน???

 

_____เขาไม่คิดว่า ท่าทีถอดกางเกงของอีกฝ่ายจะทำเพราะอยากไปเข้าห้องน้ำ ทว่ามันค่อนข้างชัดเจนว่า นอกจากไปเข้าห้องน้ำแล้วก็มีแต่เรื่องบนเตียงเท่านั้นที่ต้องถอดกางเกงไม่ใช่หรือ?

 

_____เมื่อรวมเข้ากับคำพูดของผู้ชายคนนี้… เขาต้องจ่ายค่าตอบแทนบางอย่างเพื่อพาเสี่ยวเจ๋อกลับมา ฉีหนานก็คิดทันทีว่าไม่ได้การแล้ว…

 

_____“ผม… ผม…บอกคุณก่อนนะว่า ถึงคุณจะได้ตัวผม แต่คุณก็จะไม่มีทางได้หัวใจของผมไป! หัวใจของผมเป็นของเสี่ยวเจ๋อ!” ฉีหนานพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกลียดพลางหันหน้าไปด้านข้าง นอนนิ่งราวกับเผชิญหน้ากับความตายก็ไม่ปาน…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเจอท่าทีตอบกลับเช่นนี้เข้าก็ต้องหัวเราะอย่างขบขัน… เขาขยับหางเงือกขึ้นมาตบแก้มของฉีหนาน… “ข้าแค่จะบอกว่า เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว…”

 

_____เมื่อได้เห็นหางเงือกสีฟ้าครามแสนสวยแล้ว ฉีหนานได้แต่นิ่งอึ้งตัวแข็งทื่อ ก่อนจะเงยหน้าอย่างรวดเร็ว พยายามมองหน้าลั่วซิวเจ๋อราวกับกำลังค้นหาเบาะแสอะไรบางอย่าง ทว่านึกไม่ถึงว่า ยิ่งมองเขาก็ยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้น…

 

_____เพราะอาการตื่นตกใจสุดขีดเมื่อสักครู่ เขาจึงคิดว่า หน้าตาของบุรุษคนนี้คล้ายกับเสี่ยวเจ๋ออยู่หลายส่วน… ทว่ายามนี้ได้มองอย่างละเอียดแล้ว ผู้ชายคนนี้แทบจะถอดมาจากพิมพ์เดียวกับเสี่ยวเจ๋อเลยทีเดียว…

 

_____ไม่สิ… ควรกล่าวว่า เสี่ยวเจ๋อถอดแบบมาจากคนคนนี้ต่างหาก!

 

_____ใบหน้าที่เหมือนกันมากกว่า 9 ส่วน ทว่าเสี่ยวเจ๋อเมื่อเทียบกับผู้ชายคนนี้แล้วด้อยกว่าในด้านท่าทีหยิ่งยโสที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจ… ยามที่อยู่กับเสี่ยวเจ๋อ ฉีหนานรู้สึกว่า ตนเป็นผู้กุมอำนาจ… แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าบุรุษผู้นี้ ฉีหนานกลับรู้สึกว่า ตัวเขาเองเหมือนกับมดที่จะโดนบีบจนตายคามือเมื่อไหร่ก็ได้…

 

_____“คุณ… คุณเป็นใครกันแน่… คุณพาเสี่ยวเจ๋อไปอยู่ที่ไหน!” ฉีหนานเอ่ยถามตะกุกตะกัก…

 

_____ภายในใจของเขารู้สึกสังหรณ์บางอย่าง… คำตอบของผู้ชายคนนี้ต้องไม่ใช่คำตอบที่เขาอยากได้ยินแน่นอน…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อฉีกยิ้มกว้าง… รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ช่างเจิดจ้าจนทำให้ฉีหนานถึงกับตาพร่าไปวูบหนึ่ง เขารู้สึกเหมือนส่วนลึกของดวงตาคู่นั้นมีเส้นแสงสีเงินวิ่งผ่านไปแว่บหนึ่ง ทันใดนั้นความรู้สึกราวกับว่า ประตูบานหนึ่งในสมองได้ถูกเปิดออก พร้อมกับภาพความทรงจำที่ไหลวูบออกมา หนึ่งในนั้นคือ ฉากการพบกันครั้งแรกระหว่างเขากับเงือกตนนี้…

 

_____“คุณ… คุณ…” ฉีหนานรู้สึกว่า ทุกคนแย่แล้ว…

 

_____ตั้งแต่ที่ได้พบกันครั้งแรก เขาก็ตระหนักได้ถึงพลังจิตอันแข็งแกร่งของเงือกตรงหน้า เป็นไปได้ว่า อาจถึงระดับ S ทว่าทุกคนย่อมทราบดีว่า ชาวเงือกในสถานดูแลเงือกนั้นไม่มีทางที่จะมีพลังจิตระดับนี้!

 

_____แต่บุคคลตรงหน้าไม่เพียงแค่ครอบครองพลังจิตระดับ S ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีสมรรถภาพร่างกายมากกว่าระดับ A อีก… และสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดคือ หางเงือกของเขาสามารถเปลี่ยนเป็นขาสองข้างได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ … นี่มันเหนือกว่าที่ฉีหนานเคยคิดอย่างสิ้นเชิงเลยไม่ใช่หรือ!

 

_____ตลอดชีวิตของเขาไม่เคยได้ยินว่า มีชาวเงือกที่สามารถเปลี่ยนหางให้เป็นขาได้มาก่อน!

 

_____และในตอนนี้เงือกที่มีร่างกายแข็งแกร่ง พลังจิตมหาศาลและยังสามารถเปลี่ยนหางเป็นขาได้ยังคงอยู่เหนือร่างของเขาในสภาพเปลือยช่วงล่างเช่นนี้… หางเงือกยังคงตบแก้มของเขาไม่หยุด ต่อให้เขาอยากหลอกตัวเองก็ไม่อาจทำได้…

 

_____“ผมต้องฝันไปแน่ๆ!” ฉีหนานแสดงสีหน้าเหมือนเจอภาพหลอน ก่อนจะพลิกร่างอย่างรวดเร็วและกดทั้งหัวจมลงไปบนหมอน…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเปล่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน ใช้หางเงือกฟาดลงไปบนบั้นท้ายของอีกฝ่ายเต็มแรง…

 

_____โอ๊ย!

 

_____“คุณทำอะไร!” ฉีหนานเด้งตัวกลับมาทันที มือสองข้างกุมบั้นท้ายของตนพลางจ้องเขม็งไปทางลั่วซิวเจ๋อด้วยความโกรธปนอับอาย…

 

_____“ไม่ได้ทำอะไร” ลั่วซิวเจ๋อตอบกลับด้วยท่าทีผ่อนคลาย “เจ้านึกว่าตัวเองฝันไปมิใช่หรือ? ข้าช่วยพิสูจน์แทนเจ้าไง…”

 

_____ฉีหนานสบตาเขาด้วยแววตาที่ฉายชัดถึงความไม่พอใจ… พอมองหางสีครามแสนสวยของอีกฝ่าย ก็อดหลุบสายตาหนีหน้าอย่างเงียบๆไม่ได้… ความเศร้าโศกในอกแทบจะไหลออกมาเป็นแม่น้ำเลยทีเดียว…

 

_____เงือกน้อยน่ารักแสนอบอุ่นอ่อนโยนตนนั้นกลับกลายเป็นรุนแรงป่าเถื่อนเพียงชั่วพริบตาเดียว… การทำร้ายกันเช่นนี้ช่างทำให้เขาเจ็บปวดรวดร้าวใจยิ่งนัก…

 

_____ฉีหนานเกาหัวอย่างกระวนกระวายใจ… “คุณ… ผมไม่สนใจว่า คุณจะเป็นมนุษย์ต่างดาวหรือผลงานวิจัยจากโครงงานอะไรสักอย่าง ผมเป็นเพียงทหารธรรมดาคนหนึ่ง คุณจะตื้อให้ผมทำอะไรกัน!”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเปลี่ยนหางเงือกของตนกลับมาเป็นสองขาอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆหยิบกางเกงมาสวมใส่ให้เรียบร้อย…ยามนี้ฉีหนานถึงเพิ่งรู้ว่า ชุดที่ผู้ชายคนนี้สวมใส่คือชุดของตนเอง เพียงแต่เครื่องแบบของตนเมื่ออยู่บนร่างของบุรุษตรงหน้ากลับดูหลวมไปเล็กน้อย…

 

_____เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ขอเพียงหน้าตาดี ใส่อะไรย่อมดูดีเสมอ…

 

_____ฉีหนานไม่อาจไม่ยอมรับได้ ขนาดร่างกายของเขาเทียบกับลั่วซิวเจ๋อแล้วใหญ่กว่าเบอร์หนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเมื่อเครื่องแบบของเขาอยู่บนร่างของอีกฝ่ายกลับยากนักที่เขาจะได้รับคำนินทาใดๆ…

 

_____ไม่ถูกสิ… ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่วิเคราะห์ว่า อีกฝ่ายสวมเสื้อผ้าแล้วดูดีหรือไม่!

 

_____ฉีหนานแทบจะยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง… เหม่อลอยตามปกตินั้นย่อมได้ แต่ใยมาเหม่อลอยเอาตอนนี้ได้เล่า!

 

_____เขาลอบเหลือบมองท่าทีผ่อนคลายขณะนั่งบนเตียงของลั่วซิวเจ๋อ ไม่มีวี่แววว่าจะจากไปเลยแม้แต่น้อย…

 

_____ฉีหนานลอบสบถอย่างหัวเสีย… ย่อมรู้ดีหากอยากเชิญผู้ที่เก่งกาจเช่นนี้กลับไปเกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายดายปานนั้น… อีกเรื่องคือ…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อได้ลงทะเบียนเป็นเงือกคู่ชีวิตของเขาแล้ว ถ้าเงือกคู่ชีวิตหายตัวไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ทางสถานดูแลเงือกจะต้องกลับมาตรวจสอบ… เมื่อถึงตอนนั้นเขาต้องจ่ายเงินชดใช้ในตัวชาวเงือกที่มีประวัติไม่ชัดเจน … หากไม่มีเงินแล้ว เขาก็ต้องใช้ชีวิตอีกครึ่งที่เหลือในคุกแห่งดวงดาวไปตลอดแน่…

 

_____จะบ้าตาย!!

 

_____ฉีหนานสิ้นหวังแทบบ้า นี่เป็นตัวหายนะที่ฟ้าประทานลงมาชัดๆ!

 

_____ผู้อาวุโสเงือกตนนี้ จะทำร้าย… ก็ทำร้ายไม่ไหว… จะไล่… ก็ไล่ไม่ไป… นี่ไม่ใช่ตัวหายนะที่ฟ้าประทานมาแล้วจะเรียกเช่นไร?

 

_____“จริงๆแล้วคุณคิดเช่นไรกันแน่?” ฉีหนานเอ่ยถามด้วยความจนปัญญา

 

_____“ใจเย็นลงแล้วหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามประโยคหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจนัก…

 

_____ฉีหนานมีท่าทีว้าวุ้นใจ ได้แต่พยักหน้ารับเล็กน้อย… “ใช่… ตอนนี้ผมใจเย็นลงแล้ว… คุณพูดเถิด มีอะไรให้ผมช่วยคุณงั้นหรือ?”

 

_____“ดีมาก ข้าชอบคนฉลาด”  ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะอย่างพึงพอใจ…

 

_____มุมปากของฉีหนานกระตุกเล็กน้อย… ไม่ฉลาดก็ทำไม่ได้หรือ… แม้ไม่คิดจะไปอยู่ในคุก แต่ก็ไม่อยากโดนท่านทำร้ายจนตายหรอก…

 

_____“ข้อเรียกร้องของข้านั้นง่ายดายมาก ข้าต้องไปที่เมืองหลวง… ไม่ใช่เพื่อท่องเที่ยว แต่ไปพักอาศัยอยู่เป็นการถาวร แต่เจ้าก็รู้ว่า ข้าไม่มีหลักฐานยืนยันตัวตน จึงมีแต่ต้องไปกับเจ้าเท่านั้น…”

 

_____พอลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถึงเมืองหลวง สีหน้าของฉีหนานพลันเปลี่ยนสีทันที… ยิ่งได้ยินเขาพูดถึงความต้องการที่จะพักอาศัยอยู่ที่นั่น สีหน้ายิ่งเปลี่ยนไปจนดูไม่ได้…

 

_____“ข้าไปเมืองหลวงไม่ได้” ฉีหนานเอ่ยด้วยน้ำเสียงซึมเศร้า…

 

_____“โอ้? เพราะเหตุใดหรือ?”

 

_____ฉีหนานก้มหน้าลง ในหัวคิดอะไรไม่ออก…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพลันหัวเราะเสียงเย็น “คงไม่ใช่เพราะบ้านตระกูลฉีกระมัง?”

 

_____ฉีหนานเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน จ้องเขม็งไปยังลั่วซิวเจ๋อด้วยแววตาไม่เป็นมิตร…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่สนใจประกายตาคุกคามที่ฉายชัดในดวงตาคู่นั้นแม้แต่น้อย ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “แค่โดนคนพวกนั้นทอดทิ้ง ก็ยอมแพ้ถอดใจเช่นนี้มาโดยตลอดหรือ? เรียกเจ้าคนไร้ประโยชน์ก็ไม่ผิดอะไรนัก”

 

_____มือทั้งสองข้างของฉีหนานกำหมัดแน่น ข้างหน้าผากปรากฏเส้นเอ็นสีเขียวเส้นหนึ่งราวกับว่าวินาทีถัดมาเขาจะพุ่งไปฉีกลั่วซิวเจ๋อออกเป็นชิ้นๆอย่างคลุ้มคลั่งก็ไม่ปาน…

 

—————–

อืม… ทำไมไม่ตบหัวหนอ เลือกตบตรงนั้นเนี่ยคิดอะไรหรือเปล่านะ – ., –