0 Views

บทที่ 85

 

“ฮ่าๆ… นี่มันน่าสนุกจริงๆ พวกโจรสลัดที่เพิ่งมาถึงคือกลุ่มโจรสลัดอวกาศจันทราสีชาด ตอนนี้พวกมันกำลังทะเลาะกับกลุ่มโจรสลัดเฮลอยู่” สีหน้าของเสี่ยวเคดูรื่นเริงกับภาพที่เห็นไม่น้อย

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือว่าพวกเขาจะพุ่งเป้าไปที่คนผู้นั้นจริงๆ?” ฉีหนานประหลาดใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาก

 

“ใครจะไปรู้ แต่ข้าไม่คิดเช่นนั้น” เสี่ยวเคเบ้ปาก “โจรสลัดสามคนนั้นแฮ็กรหัสผ่านของเรือชูชีพเสร็จเรียบร้อยและกำลังจะออกไป อา… พวกเขาโดนขวางเสียแล้ว”

 

“ให้ตายเถิด… ฝีมือเก่งกาจไม่เบา” เสี่ยวเคกำลังตื่นตาตื่นใจกับภาพเหตุการณ์ที่เห็นผ่านกล้องวงจรปิดจนออกหน้าออกตา

 

ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองเสี่ยวเคด้วยสีหน้าอับจนหนทาง สิ่งที่เจ้าตัวนี้พูดมามีแต่เรื่องไม่สำคัญทั้งนั้น… ถ้าหากตัวเขามองเห็นภาพนั้นด้วยคงดีไม่น้อย

 

“หือ? พวกเจ้าอยากดูด้วยหรือ… ย่อมได้” เมื่อเสี่ยวเคได้ยินคำขอของลั่วซิวเจ๋อ มันก็ยื่นแผ่นเลนส์บางๆขนาดเล็กคล้ายคอนแทคเลนส์สองแผ่นบนอุ้งเท้าส่งให้กับเขา “ใช้ด้วยกันไปก่อนนะ… วันหลังข้าจะทำของที่ดีกว่านี้ให้พวกเจ้า”

 

ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานต่างนำมาสวมเข้าไปในดวงตาของตน ก่อนจะมองเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากกล้องวงจรปิดทันที

 

ภาพที่พวกเขาเห็นนั้น มีคนสองกลุ่มกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นย่อมเป็นโจรสลัดสามคนที่เสี่ยวเคพูดถึง ทว่าอีกกลุ่มดูเหมือนว่าจะเป็นโจรสลัดอวกาศเช่นกัน เพราะเทคนิคที่พวกเขาใช้ในการต่อสู้ไม่เหมือนกับทหารของรัฐบาลเลย

 

ขณะเดียวกัน ภายในห้องกัปตันปรากฏร่างอ้วนท้วมของบุรุษผู้หนึ่งในชุดเครื่องแบบกัปตันกำลังมีสีหน้าซีดเผือด ผ้าเช็ดหน้าในมือถูกกำเอาไว้แน่นและบิดไปมาจนแทบจะกลายเป็นก้อนกลม

 

“อย่ากังวลไป สถานการณ์ยังไม่เลวร้ายถึงขั้นนั้น ขอเพียงยื้อเวลาออกไปได้อีกสักครู่ กำลังเสริมของพวกเราก็จะมาถึงแล้ว” ผู้เอ่ยถ้อยคำนี้คือ ชายชราร่างสูงกำยำดูมีอำนาจคนหนึ่ง ศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีเทาดอกเลาและใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยริ้วรอยตามวัยของเจ้าตัว ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับทอประกายเฉียบคมเด็ดขาดราวกับจะสามารถเชือดเฉือนผู้ที่กล้าสบสายตากับตนก็ไม่ปาน

 

“ขอรับ… ผม… รับทราบขอรับ” กัปตันร่างอ้วนพยายามฝืนยิ้มเจื่อนๆออกมาจนแทบดูไม่ได้ ก่อนจะขยับก้อนกลมที่อยู่ในมือ… ไม่สิ ผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่ไหลอาบหน้าอย่างเงียบงัน

 

ภายในใจของเขากำลังสบถด่าทอไม่หยุด ใครจะไปคิดว่าการเดินเรือแสนธรรมดาในครั้งนี้กลับทำให้เขาต้องพบกับเรื่องซวยๆพรรค์นี้กันเล่า…

 

หลังจากที่เดินเรือออกมาจากเมืองหลวงได้ไม่นาน ก็มีชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสองคนเดินเข้ามาในห้องกัปตันพร้อมกับแสดงบัตรประจำตัวในฐานะหน่วยคุ้มกันของรัฐบาลของตน และยังต้องการจับตามองการเดินเรือในครั้งนี้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

 

ในตอนนั้นฟาห์มันน์ตกใจสุดขีดจนเกือบจะปัสสาวะราด นั่นมันหน่วยคุ้มกันของรัฐบาลนะ… มีเพียงผู้มีอิทธิพลระดับสูงเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองจากพวกเขา ซึ่งหมายความว่าขณะนี้กัปตันเรือเล็กๆอย่างเขาได้มีโอกาสรับรองบุคคลสำคัญท่านนั้นหรือนี่….

 

ทว่าหลังจากเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นกลับทำให้ฟาห์มันน์อยากจะร้องไห้โฮออกมาสุดเสียง ทั้งๆที่การเดินเรือก่อนหน้านี้ราบรื่นปลอดภัยมากแท้ๆ ไฉนวันนี้ถึงพบกับโจรสลัดอวกาศได้กันเล่า

 

ตอนที่พวกโจรสลัดอวกาศยิงปืนขู่ในนัดแรก ฟาห์มันน์รู้สึกเหมือนวิญญาณของตัวเองหลุดลอยออกจากร่างเสียแล้ว วินาทีนั้นเขาไม่ได้นึกถึงชีวิตของตัวเองเลย แต่เป็น… หากคนผู้นั้นได้รับบาดเจ็บบนเรือของตนแม้เพียงปลายก้อยล่ะก็ คงไม่ใช่แค่ชีวิตของเขาที่จะต้องจบสิ้น อาจรวมไปถึงครอบครัวของเขาอีกด้วย

 

ไม่ว่าเขาจะเป็นแค่ผู้บริสุทธิ์หรือไม่ ทว่าหากเกิดเรื่องขึ้นกับบุคคลผู้นั้นบนเรือของเขาแล้วล่ะก็ เขาจะต้องรับผิดชอบอย่างแน่นอน อีกทั้งครอบครัวของเขาอาจจะถูกลากไปพัวพันจนถูกขับออกจากตระกูลด้วยก็เป็นได้

 

เมืองหลวงเจริญรุ่งเรืองมาก ทว่าการแข่งขันภายในเมืองหลวงเองก็โหดร้ายทารุณมากเช่นกัน เขานึกภาพออกเลยว่า หากพวกเขาถูกขับออกจากตระกูล คนรักของเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง… เพราะเจ้าพวกอริที่เคยถูกเขาเล่นงานยับจะต้องกลับมาซ้ำเติมพวกเขาอย่างแน่นอน

 

ตอนนั้นฟาห์มันน์ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก ถ้าไม่ใช่เพราะพวกโจรสลัดติดต่อเข้ามาเพื่อขอเจรจาล่ะก็ บางทีตัวเขาคงช็อคตายไปแล้ว

 

ข้อเสนอที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้ช่างง่ายดายนัก จะยอมปล่อยให้พวกมันขึ้นเรือมาตามหาตัวคนทรยศหรือว่าจะโดนปืนใหญ่เป่าเรือรบอวกาศจนแหลกกระจุยกัน

 

ทั้งที่ทราบดีว่า การปล่อยให้โจรสลัดอวกาศขึ้นมาบนเรือเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก ทว่าเพื่อความปลอดภัยของคนผู้นั้น เขามีแต่ต้องยอมรับเงื่อนไขของอีกฝ่ายแต่โดยดี… อันที่จริงชีวิตของผู้โดยสารกว่าสองพันชีวิตไม่มีทางเทียบกับชีวิตของคนผู้นั้นได้อยู่แล้ว!

 

เดิมทีเขาคิดจะให้หน่วยคุ้มกันพาคนผู้นั้นหนีออกไปทางเรือชูชีพก่อน… เขาคิดว่า แม้ผู้โดยสารจะตายหมดทั้งลำ ทว่าหากคนผู้นั้นปลอดภัยดีล่ะก็ อย่างน้อยมันก็ช่วยให้ครอบครัวของเขายังปลอดภัยดีอยู่

 

น่าเสียดายที่คนผู้นั้นเย่อหยิ่งมาก นอกจากจะไม่ยอมรับข้อเสนอของเขาแล้ว ยังเข้ามาอยู่ในห้องกัปตันเพื่อรอดูสถานการณ์อยู่ที่นี่อีก…

 

ขณะที่ฟาห์มันน์กำลังคร่ำครวญและหาวิธีที่ทำให้อีกฝ่ายยอมหนีไปอยู่นั้น โจรสลัดอวกาศกลุ่มที่สองก็มาถึง… วิเศษมาก ตกอยู่ในวงล้อมของพวกโจรสลัดอวกาศถึงสองกลุ่มเช่นนี้ ย่อมไม่มีทางที่จะแอบปล่อยเรือชูชีพออกไปโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวอย่างแน่นอน

 

เมื่อโอกาสสุดท้ายหลุดลอยไป ฟาห์มันน์ถึงกับห่อเหี่ยวลงทันที ตอนนี้ตัวเขาได้แต่ภาวนาให้กัปตันเรือของกลุ่มโจรสลัดเฮลเป็นคนมีสัจจะ หวังว่า พออีกฝ่ายจับตัวคนทรยศได้แล้วจะถอนตัวออกไปเอง

 

ชายชราผู้ดูเอาจริงเอาจังคนนั้นเหลือบสายตามองฟาห์มันน์ที่เหงื่อไหลโชกแว่บหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆราวกับกำลังนึกสังเวช… แม้เขาจะทราบว่า กัปตันเรือของเรือรบอวกาศสาธารณะไม่มีทางเทียบกับทหารผู้องอาจห้าวหาญได้ และอาจเป็นเพราะความเคยชินสมัยที่อยู่ในกองทัพ แต่พอเห็นกัปตันตรงหน้าหวาดกลัวเพียงเพราะถูกโจรสลัดอวกาศเล็กๆไม่กี่กลุ่มล้อมเอาไว้ มันทำให้ชายชรารู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นที่สุด

 

เพราะมีกำหนดเกณฑ์สมรรถภาพร่างกายไว้ รัฐบาลจึงไม่อาจรับประชาชนทุกคนเข้าเกณฑ์ทหารได้ ทว่าเพราะเมืองหลวงมักจะเกิดสงครามขึ้นบ่อยครั้ง ทุกคนจึงตื่นตัวและมีความพร้อมอยู่เสมอ

 

นอกจากผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอเกินไป หรือชาวเงือกที่ไม่มีทักษะด้านการต่อสู้แล้ว คนของรัฐบาลส่วนใหญ่ล้วนได้รับการฝึกทักษะในการต่อสู้มาบ้าง แต่ลองดูเจ้าอ้วนที่อยู่ตรงหน้าสิ?

 

ชายชรายังคงรักษาสีหน้านิ่งเรียบไร้ความรู้สึก ทว่านัยน์ตากลับขุ่นมัวด้วยความไม่พอใจราวกับต้องการจับเจ้าคนขี้ขลาดตรงหน้าไปฝึกกับพวกเขาสักรอบ… เขารับรองเลยว่า ถ้าส่งตัวเจ้าอ้วนคนนี้ไปฝึกสักสามเดือน อย่าว่าแต่จะถูกโจรสลัดอวกาศล้อมเอาไว้เลย ต่อให้เป็นชนเผ่าสแตน หมอนั่นก็ไม่มีทางแสดงกิริยาเช่นนี้ออกมาแน่

 

อันที่จริงความคิดนี้ไม่ยุติธรรมกับกัปตันฟาห์มันน์นัก เพราะแท้ที่จริงเจ้าตัวไม่ได้กังวลถึงชีวิตของตนแม้แต่น้อย เขาแค่กลัวว่า หากชายชราผู้นี้ได้รับบาดเจ็บแล้วจะทำให้ครอบครัวของเขาเดือดร้อนต่างหาก มิเช่นนั้นฟาห์มันน์คงไม่ออกอาการเช่นนี้แน่ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นกัปตันเรือรบอวกาศผู้เดินทางข้ามอวกาศมานาน ถ้าหากเขาหวาดกลัวโจรสลัดอวกาศล่ะก็ ย่อมอ่อนแอเกินไปจริงๆ

 

เหงื่อของฟาห์มันน์ไหลแตกพลั่กราวกับสายฝนจนผ้าเช็ดหน้าในมือของเขาชุ่มโชกอย่างรวดเร็ว

 

ชายชราคร้านเกินกว่าที่จะใส่ใจเจ้าคนที่เขาคิดว่า ‘ขี้ขลาด’ อีกจึงเบนสายตาไปยังหัวหน้าหน่วยคุ้มกันของตนแทน “สถานการณ์เป็นเช่นไร?”

 

หัวหน้าหน่วยคุ้มกันคือชายวัยฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่กำยำล่ำสัน หางตาปรากฏรอยแผลเป็นเล็กๆ บริเวณคอเสื้อปรากฏสายสร้อยคอสีเงินวาว โดยตัวจี้ห้อยคอถูกซ่อนเอาไว้ในสาบเสื้อ…. มองปราดเดียวก็รู้ว่า จะต้องเป็นหุ่นยนต์ชนิดที่สามารถพกพาได้อย่างแน่นอน

 

ชายวัยฉกรรจ์ขมวดคิ้วแน่นจนแทบผูกเป็นปมพลางส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย “นายท่าน ตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก กลุ่มโจรสลัดอวกาศทั้งสองกลุ่มต่างบอกว่า มีคนทรยศอยู่บนเรือลำนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ต่ำมาก แต่ถ้าหากเป้าหมายของพวกมันคือ นายท่านล่ะก็… ทว่าน้อยคนนักที่จะรู้เรื่องการเดินทางของท่านในครั้งนี้ ต่อให้ข่าวรั่วไหลออกไปจริง พวกเขาก็น่าจะไม่โง่พอที่จะคาดเดาไม่ออกว่า ข้างกายท่านจะต้องมีคนคอยคุ้มกันอยู่เป็นจำนวนมาก…. ทว่ากลุ่มโจรสลัดเฮลกลับส่งคนเพียงห้าคนขึ้นมาบนเรือ เมื่อเป็นเช่นนี้พวกมันน่าจะยังไม่รู้เรื่องที่ท่านอยู่บนเรือลำนี้ด้วย ฉะนั้นจึงคิดได้แค่ว่า บางทีพวกมันแค่เข้ามาตามจับคนทรยศผู้นั้นจริงๆ… ไม่เข้าใจเลยว่า คนทรยศผู้นี้มีค่ามากถึงขนาดที่พวกมันยอมโจมตีเรือรบอวกาศอย่างเอิกเกริกเลยหรือ”

 

ชายชราพยักหน้าเห็นด้วย “แล้วไอ้…อะไรสีชาดนั่นล่ะ?”

 

“จันทราสีชาดขอรับ นายท่าน” ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ข้างกายชายชรากระซิบบอกให้อย่างแผ่วเบา ดูจากรูปร่างท่าทางของเขาพอจะมองออกว่า เจ้าตัวเป็นทหาร ทว่าไม่อาจทราบได้ว่า เป็นหนึ่งในหน่วยคุ้มกันของรัฐบาลหรือไม่

 

ชายชราถลึงตาใส่อีกฝ่ายพร้อมกับฟาดฝ่ามือใส่พนักแขนของเก้าอี้เต็มแรง “วุ่นวายเสียจริง ก็แค่ไอ้กระจอกกลุ่มหนึ่งที่มีดีแค่ไล่ตีพวกหนอนแมลงเท่านั้น ช่างกำแหงเสียจริง! แล้วยังจันทราสีชาดอะไรนั่นอีก? ชื่อก็เพราะอยู่ แต่พวกมันก็เป็นแค่อุจจาระสุนัขกองหนึ่งเท่านั้น!”

 

ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีอย่างเงียบงัน ตาแก่นี่เก่งไปหมดทุกอย่าง เสียแต่ไม่ค่อยมีความอดทนเท่าไหร่ อีกฝ่ายต่อสู้เข่นฆ่าศัตรูในสมรภูมิรบมาทั้งชีวิต ย่อมเคยพบกับโจรสลัดอวกาศมานับครั้งไม่ถ้วน… สำหรับอีกฝ่ายแล้ว ลูกผู้ชายควรต่อสู้ในสนามรบ… ผู้ที่ไม่เคยเข้าไปร่วมต่อสู้ในสมรภูมิไม่อาจเรียกคนผู้นั้นว่าเป็นลูกผู้ชายได้

 

แม้วิธีนี้จะดูเหมือนคนหัวรุนแรงไปบ้าง แต่ยศตำแหน่งของตาแก่คนนี้จะต้องเด็ดขาดให้มาก ถ้าหากพวกเขาไร้ซึ่งความเข้มงวดเด็ดขาดแล้วล่ะก็ เกรงว่าหลายปีมานี้รัฐบาลคงโดนผู้อื่นตีแตกไปนานแล้ว

 

“นายท่าน ดูเหมือนว่าเป้าหมายของกลุ่มโจรสลัดเฮลกับจันทราสีชาดจะเป็นคนเดียวกัน” ชายหนุ่มอีกคนผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีแดงยาวสลวยและคอยจับตามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านกล้องวงจรปิดตลอดเวลา ตอนที่เขาค้นข้อมูลเกี่ยวกับคนทรยศผู้นั้นจากกลุ่มโจรสลัดอวกาศเฮลและจันทราสีชาด เขาก็พยายามวิเคราะห์สถานการณ์มาตลอดจนกระทั่งเพิ่งจะยืนยันข้อมูลได้เมื่อสักครู่

 

“หือ?” ชายชราเงยหน้าขึ้นมามองจอภาพบ้าง

 

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเปิดควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตนและส่งข้อมูลที่ตนเพิ่งรวบรวมออกไปยังจอภาพขนาดใหญ่สุดภายในห้องกัปตัน ซึ่งปรากฏข้อมูลดังกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

รูปหนึ่งมาจากกลุ่มโจรสลัดอวกาศเฮล อีกรูปหนึ่งมาจากพวกจันทราสีชาด และรูปสุดท้ายเป็นรายชื่อผู้โดยสารบนเรือ ซึ่งปรากฏว่า แม้คนในรูปทั้งสามแต่งกายไม่เหมือนกัน ทว่าเมื่อลองวิเคราะห์สรีระร่างกายของอีกฝ่ายแล้วก็สามารถพิสูจน์ได้ว่า เป็นคนเดียวกันอย่างแน่นอน

 

“พอจะรู้หรือไม่ว่า มันเกิดอะไรขึ้น?” ชายชราเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเบาๆ

 

ชายหนุ่มผมสีแดงเองก็เป็นหนึ่งในหน่วยคุ้มกัน เขาเป็นคนรับผิดชอบด้านข้อมูลข่าวสารให้กับคนในหน่วย ตอนที่กลุ่มโจรสลัดอวกาศเฮลโจมตีใส่เรือรบอวกาศในครั้งแรก เขาก็เริ่มตรวจสอบหาข้อมูลของกลุ่มโจรสลัดกลุ่มนี้แล้ว ข้อมูลเป็นก้าวแรกของความสำเร็จเสมอ…

 

ชายหนุ่มผมแดงมีสีหน้าลำบากใจ “รายงานขอรับ!” เขาเน้นเสียงหนัก “ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มโจรสลัดอวกาศเฮลมีปัญหาภายในเกิดขึ้น ดูเหมือนว่าจะมีสมาชิกคนหนึ่งขโมยกุญแจห้องคลังสมบัติของกัปตันและหอบเอาสมบัติทั้งหมดหนีหายไป”

 

ชายชรา “….”

 

ทันทีที่ทุกคนในห้องกัปตันได้ยินถ้อยคำนี้ต่างพากันมีสีหน้า 囧

 

เหอะๆ… โจรสลัดโดนขโมยสมบัติในคลังไปจนเกลี้ยง เหตุใดถึงเป็นเรื่องตลกร้ายเช่นนี้เล่า? ทางที่ดีเราควรจะปล่อยให้พวกมันกัดกันเองจนตาย  แล้วค่อยให้กองทัพของรัฐบาลเหวี่ยงแหจัดการพวกมันทั้งหมดในครั้งเดียวไปเลย!

 

ชายหนุ่มผมแดงเองก็พูดอะไรไม่ออกครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาว่า “หลังจากนั้น!! ทางกลุ่มโจรสลัดอวกาศจันทราสีชาดเองก็เกิดเรื่องขึ้นเช่นกัน… อา เรื่องนี้เกิดขึ้นช้ากว่าของกลุ่มโจรสลัดเฮลไม่นานคือ… ดูเหมือนว่าสมบัติในคลังของพวกเขาจะถูกขโมยไปจนเกลี้ยงเหมือนกัน”

 

ชายชรา “….”

 

ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ “….”

 

เจ้าหน้าที่ในห้องกัปตันที่กำลังแอบฟังบทสนทนานี้ “…….”

 

———————–