0 Views

บทที่ 84

            “อืม…” เสี่ยวเคผงกหัวเล็กน้อย “ข้าดักฟังพวกมันได้แล้ว ตอนนี้พวกมันกำลังเจรจากับกัปตันเรืออยู่ พวกเจ้าอยากฟังหรือไม่?”

 

“กลุ่มโจรสลัดอวกาศเฮล?” ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วมุ่น “ข้าจำได้ว่า พวกมันจัดอยู่ในอันดับต้นๆเลย แต่… โจรสลัดอวกาศจะมาปล้นเรือรบอวกาศสาธารณะเพื่ออะไร? เรือลำนี้บรรทุกของสำคัญอะไรมาด้วยหรือ?”

 

ดวงตาของเสี่ยวเคปรากฏแถบข้อมูลมหาศาลวิ่งผ่าน “รอสักครู่ ข้าจะตรวจสอบให้”

 

เมื่อลั่วซิวเจ๋อและฉีหนานวิ่งกลับมาถึงห้องพักของตน เสี่ยวเคพลันเบิกตากว้างพลางคำรามอย่างหัวเสีย “ฉิบหายแล้ว!”

 

“เกิดอะไรขึ้น?” ฉีหนานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

 

เสี่ยวเคหันมาอธิบายกับอีกฝ่ายว่า “จากที่ข้าดักฟังการสนทนาระหว่างพวกโจรสลัดอวกาศเฮลกับกัปตันเรือ พวกมันบอกว่า บนเรือลำนี้มีคนทรยศของพวกมันคนหนึ่งแฝงตัวอยู่และร้องขอให้ทางเราเปิดทางและยอมให้พวกมันเข้ามาเอาตัวคนผู้นั้นไป”

 

ฉีหนานถึงกับนิ่งตะลึงงัน “กัปตันเรือคงไม่ทำอะไรโง่ๆเช่นนั้นกระมัง เขาจะยอมรับเงื่อนไขนี้จริงๆหรือ? เห็นได้ชัดว่า มันเป็นกับดัก… ถ้าปล่อยให้โจรสลัดพวกนั้นขึ้นเรือมาได้ พวกเราก็ซวยกันหมดสิ”

 

เสี่ยวเคขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะผูกเป็นปม “ปัญหาคือ… พวกมันขึ้นมาบนเรือแล้ว!”

 

“หา?” ฉีหนานพลันตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง กัปตันประจำเรือรบอวกาศไม่น่าจะสิ้นคิดขนาดนี้มิใช่หรือ? ทำไมถึงปล่อยให้พวกโจรสลัดอวกาศขึ้นมาบนเรือได้เล่า

 

เสี่ยวเคจ้องมองเขาด้วยสีหน้าเห็นใจ “ไม่ใช่ความผิดของกัปตันเรือ พวกโจรสลัดอวกาศต่างหากที่แฝงตัวขึ้นมาบนเรือลำนี้ตั้งนานแล้ว”

 

“ร่วมมือกันหรือ?” สีหน้าของลั่วซิวเจ๋อเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหัวเล็กน้อยราวกับต้องการปัดความคิดนี้ออกไปจากหัวทันที “ไม่สิ ถ้าหากพวกมันร่วมกันจริงๆล่ะก็ พวกมันไม่จำเป็นที่จะต้องเจรจากับกัปตันเรือเลย แค่ให้คนที่แฝงตัวเข้ามาจับผู้โดยสารเป็นตัวประกันก็พอแล้ว”

 

“อ้าว?” ดูเหมือนว่าเสี่ยวเคจะเห็นภาพแปลกประหลาดจนมันต้องเบิกตาโตเท่าไข่ห่านด้วยความตกใจ

 

“มีอะไรหรือ?” ฉีหนานรีบถามอีกฝ่ายทันที

 

เสี่ยวเคกะพริบตาปริบๆ ดวงตายังคงปรากฏแถบข้อมูลวิ่งผ่านอย่างรวดเร็วเช่นเดิม “โอ้ พระเจ้า… ชุดโจรสลัดของพวกที่อยู่ในเรือเป็นคนละกลุ่มกับเจ้าพวกโจรสลัดที่อยู่ข้างนอกนั่น พวกมันสามคนกำลังคุมตัวลูกเรือคนหนึ่งและมุ่งหน้าไปยังเรือชูชีพ เหมือนพวกมันกำลังหลบหนีอยู่”

 

ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางเอ่ยปากถามทันที “เจ้ารู้รายละเอียดพวกนี้ได้อย่างไรกัน?”

 

เดิมทีเขาคิดว่า เสี่ยวเคบังเอิญเห็นพวกโจรสลัดอวกาศระหว่างทางที่มาที่นี่ แต่จากที่เห็น ดูเหมือนว่ามันจะรู้ความเคลื่อนไหวของโจรสลัดอวกาศทุกคนบนเรือลำนี้ตลอดเวลา

 

“ง่ายมาก ข้าแทรกซึมเข้าไปในระบบกล้องวงจรปิดของเรือ อุปกรณ์ของพวกมนุษย์ช่างห่วยแตกเสียจริง!” เสี่ยวเคเลียอุ้งเท้าของมัน ดูจะภูมิใจกับความสามารถของตนไม่น้อย…

 

ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่ เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าเป็นหุ่นยนต์ที่ได้รับการพัฒนาสมองกล ทว่าตอนนี้… ดูเหมือนว่า ความสามารถของเจ้าจะเกินขอบเขตของหุ่นยนต์ไปไกลโขแล้ว แถมยัง… เจ้าเคยพูดว่า เจ้าสามารถเปลี่ยนเป็นร่างหุ่นยนต์ ถ้าหากเจ้าเป็นแค่หุ่นยนต์ที่มีสมองกลจริงๆล่ะก็ เจ้าควรพูดว่า… เจ้าสามารถเปลี่ยนเป็นหุ่นยนต์ ไม่ใช่ร่างหุ่นยนต์… หมายความว่า อันที่จริงเจ้ายังมีร่างอื่นอีกหลายร่างหรือ?”

 

เสี่ยวเคที่เลียอุ้งเท้าของมันอยู่ถึงกับชะงักค้างในท่านั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้ากังวลพลางอ้าปากพูดว่า “…เหมียว?”

 

ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนาน “…..”

 

“หึหึ แกล้งเป็นแมวตอนนี้ไม่คิดว่ามันสายเกินไปหน่อยหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อแค่นหัวเราะหยามหยัน

 

เสี่ยวเคก้มหน้าลงด้วยสีหน้าหม่นหมอง… เอาเถิด แมวราตรีไหนเลยจะฉลาดกว่ามนุษย์ มันเป็นจุดด้อยของเผ่าพันธุ์ ไม่ใช่ความผิดของมันเสียหน่อย….

 

มันพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เอาเถิดๆ ไว้เสร็จเรื่องโจรสลัดอวกาศก่อนแล้วพวกเราค่อยหาเวลามาพูดคุยกัน”

 

ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้าเห็นด้วย ยามนี้ย่อมไม่ใช่เวลาดีที่จะมาพูดถึงเรื่องนี้ ควรจัดการพวกโจรสลัดอวกาศก่อนดีกว่า

 

“โอ้… กัปตันยอมตกลงพวกมันแล้ว แต่มีเงื่อนไขว่า ห้ามพวกมันทำร้ายผู้โดยสารคนอื่นเด็ดขาด” เสี่ยวเคเอ่ยรายงานด้วยเสียงอันแผ่วเบา

 

ฉีหนานเป็นฝ่ายแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยันบ้าง… ไม่เข้าใจจริงๆว่า กัปตันผู้นี้คิดอันใดอยู่ เขาเชื่อในสัจจะของพวกโจรสลัดอวกาศจริงๆหรือ?

 

หากโจรสลัดอวกาศรักษาสัจจะจริงๆล่ะก็ หมูคงปีนต้นไม้ได้แล้วกระมัง… เขาไม่รู้ว่า มีคนทรยศของพวกมันอยู่จริงหรือไม่ แต่เขากล้ายืนยันว่า หลังจากที่โจรสลัดพวกนี้ขึ้นเรือมา พวกมันไม่มีทางยอมกลับไปมือเปล่าแน่นอน

 

“กัปตันยอมพวกมันเร็วเกินไป” แววตาของลั่วซิวเจ๋อฉายชัดถึงความฉงนสงสัย “ที่นี่ยังอยู่ในเขตแนวป้องกันของกองทหารที่สิบเอ็ด ถ้าข้าจำไม่ผิด พวกเราเพิ่งจะผ่านจุดตรวจเมื่อหกชั่วโมงก่อน หรือก็คือหากกัปตันเรือกดสัญญาณเตือนภัยล่ะก็ กองทัพของรัฐบาลย่อมสามารถเร่งรุดมาถึงที่นี่ได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เพราะอะไรกัปตันถึงยอมพวกมันอย่างง่ายดายเช่นนี้? ถ้าหากข้าเป็นกัปตันล่ะก็ ข้าจะต้องพยายามถ่วงเวลาให้มากที่สุดและไม่มีทางยอมเอาชีวิตกับความปลอดภัยของผู้โดยสารไปเสี่ยงกับคำสัญญาจากพวกโจรสลัดอวกาศอย่างเด็ดขาด”

 

“อืม… คุณจะบอกว่า กัปตันเองก็เป็นพวกเดียวกับโจรสลัดพวกนั้นหรือ?” ฉีหนานเอ่ยด้วยสีหน้าสับสนงุนงงราวกับยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

 

ลั่วซิวเจ๋ออดไม่ได้ที่จะกลอกตาและเอานิ้วจิ้มศีรษะของฉีหนานด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “ลองใช้สมองคิดดูสิ แม้ว่าพวกโจรสลัดอวกาศจะเปิดการเจรจาก่อน แต่พวกมันก็ไม่ได้ลงมือข่มขู่พวกเราอย่างจริงจัง… เจ้าลองคิดดู ตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มการเจรจาไปจนถึงกัปตันยอมรับเงื่อนไขของพวกมันใช้เวลานานเท่าไหร่? ถึงห้านาทีหรือไม่? ต่อให้กัปตันจะเป็นแค่ไอ้ขี้ขลาดคนหนึ่ง แต่การถ่วงเวลาสักสิบหรือยี่สิบนาทีก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย ฉะนั้นการที่เขายอมตกลงอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ ก็มีเหตุผลอยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น!”

 

“อะไรหรือ?”

 

“บนเรือลำนี้น่าจะมีคนสำคัญโดยสารมาด้วย คนผู้นั้นสำคัญมากจนกัปตันเรือยอมให้ผู้โดยสารถึงสองพันคนตกอยู่ในอันตราย และไม่กล้าเสี่ยงกับโทสะของโจรสลัดพวกนั้นแม้แต่น้อย”

 

“ไม่จริงน่า ใครจะสำคัญมากถึงเพียงนั้นกัน?” ฉีหนานยังไม่เข้าใจความหมายของลั่วซิวเจ๋อ “อีกอย่าง… ถ้าคนผู้นั้นสำคัญมากจริงๆล่ะก็ การปล่อยให้พวกโจรสลัดอวกาศขึ้นเรือจะไม่เสี่ยงยิ่งกว่าหรือ?

 

ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ข้าคิดว่า กัปตันกำลังเดิมพันอยู่… เดิมพันว่า โจรสลัดพวกนั้นแค่มาลากตัวคนทรยศของพวกมันไปจริงๆ… เดิมพันว่า แท้ที่จริงโจรสลัดอวกาศพวกนั้นไม่รู้เรื่องของคนสำคัญที่โดยสารมาด้วย”

 

“ฟืด…” ฉีหนานสูดลมหายใจเข้าเสียงดัง “มันจะไม่เสี่ยงเกินไปหรือ?”

 

ลั่วซิวเจ๋อเหลือบสายตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย “คิดว่ากัปตันคงไม่มีทางเลือกเหมือนกัน…  เพราะเรือรบอวกาศลำนี้ไม่ได้ติดตั้งอาวุธหนักสำหรับการต่อสู้ ต่อให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมาก แต่ก็มีหุ่นยนต์เพียงไม่กี่เครื่อง ซึ่งกัปตันไม่มีทางออกคำสั่งให้เอาหุ่นยนต์ไปต่อสู้กับเรือรบของโจรสลัดอวกาศอยู่แล้ว”

 

ขณะที่ฉีหนานถอนหายใจด้วยความกังวล เสี่ยวเคพลันเอ่ยขัดขึ้นมาก่อนว่า “โจรสลัดอวกาศสามคนนั้นไปถึงเรือชูชีพแล้ว ตอนนี้กำลังแฮ๊กรหัสผ่านของเรือชูชีพอยู่… ส่วนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเรือกำลังกรูไปยังทางเข้าที่โจรสลัดอีกกลุ่มจะเข้ามา ซึ่งยานอวกาศของพวกมันกำลังบินเข้ามาใกล้และจะมาถึงเรือรบอวกาศของเราในอีกสามนาที ถ้าพวกเจ้าคิดจะทำสิ่งใดก็รีบทำเสีย… หากพวกโจรสลัดขึ้นมาบนเรือรบอวกาศแล้วล่ะก็ เกรงว่าจะไม่ทันการณ์แล้ว”

 

ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วแน่น… อันที่จริงสถานที่ก็ไม่สะดวกที่จะใช้หุ่นยนต์ต่อสู้นัก เพราะขนาดตัวของหุ่นยนต์ใหญ่มหึมามาก ฉะนั้นสำหรับห้องพักและทางเดินอันเล็กแคบบนเรือเช่นนี้ การใช้หุ่นยนต์จะกลับกลายเป็นผลเสียแทน… ทว่าปัญหาคือ เขาไม่มีอาวุธติดตัวเลย แม้อาจารย์ที่ปรึกษาทั้งสามท่านจะมีอาวุธติดตัวอยู่บ้าง แต่ต่อให้ใช้หัวแม่เท้าคิดก็ยังรู้ว่า พวกเขาไม่มีทางยอมมอบอาวุธให้กับตนโดยเด็ดขาด ต่อให้เขาเป็นยอดฝีมือระดับ Sคู่ก็ตาม

 

“เจ้าเปลี่ยนเป็นร่างหุ่นยนต์ได้นานแค่ไหน”

 

“เออ ประมาณ… ห้านาที?” เสี่ยวเคพูดอ่ำอึ้งคล้ายกำลังไม่แน่ใจ

 

ทันใดนั้นลั่วซิวเจ๋อก็ใช้สายตาดูถูกดูแคลนจ้องมองอีกฝ่าย “ห้านาที? ใช้ได้แค่ห้านาทีแล้วยังกล้าพูดว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์อีกหรือ?”

 

เสี่ยวเคถึงกับสำลักลมหายใจ รีบอธิบายกับอีกฝ่ายทันที “ถ้าพลังงานไม่พอ ข้าก็ทำอะไรไม่ได้นี่นา! ใครใช้ให้มนุษย์อย่างพวกเจ้าขายแท่งพลังงานที่สกัดจากพืชพวกนั้นในราคาแพงลิบลิ่วกันเล่า! ส่วนพลังงานที่ข้ามีอยู่นั้นมาจากการสะสมพลังงานแสงอาทิตย์ของข้าต่างหาก”

 

ลั่วซิวเจ๋อเบ้ปากเล็กน้อย “นั่นเป็นเรื่องของคนอื่นต่างหาก เพราะข้าไม่ใช่มนุษย์”

 

เสี่ยวเคกับฉีหนาน “…”

 

“สรุปแล้วข้าทำได้แค่ห้านาทีเท่านั้น” เสี่ยวเคตัดบทด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นอยู่

 

ห้านาที… ไม่พอแน่นอน ดูท่าว่าเขาคงต้องล้มเลิกแผนใช้หุ่นยนต์ลอบโจมตีเสียแล้ว

 

“พวกโจรสลัดขึ้นเรือมาแล้ว” เสี่ยวเครายงานสถานการณ์อีกครั้ง

 

“เข้าใจแล้ว” สีหน้าของลั่วซิวเจ๋อเคร่งเครียดอย่างหนัก ก่อนหน้านี้มีประกาศเรื่องการพบโจรสลัดอวกาศและเตือนให้ผู้โดยสารทุกคนอยู่ในห้องพักของตนเท่านั้น อย่าทำอะไรผลีผลามเป็นอันขาด มิเช่นนั้นโจรสลัดอวกาศอาจเข้าใจผิดได้

 

ลั่วซิวเจ๋อหงุดหงิดมาก นอกจากจะไม่สามารถหาทางจัดการกับโจรสลัดอวกาศพวกนั้นแล้ว การกระทำของเขายังอาจจะส่งผลกระทบที่ไม่อาจควบคุมได้อีกด้วย

 

จากการตรวจสอบของเสี่ยวเคเมื่อครู่ กลุ่มโจรสลัดอวกาศเฮลอยู่ในอันดับที่สิบเอ็ดในตารางจัดอันดับของรัฐบาล ขณะเดียวกันพวกเขายังเป็นกลุ่มโจรสลัดที่โหดร้ายป่าเถื่อนมากกลุ่มหนึ่ง

 

เรือขนส่งสินค้าที่ตกอยู่ในมือของพวกเขาไม่เคยมีใครรอดชีวิตกลับมาแม้แต่คนเดียว แต่มิได้หมายความว่า พวกเขาเข่นฆ่าคนเหล่านั้นจนหมด… หลังจากที่พวกมันปล้นเรือลำนั้นแล้ว พวกมันจะขายผู้คนที่โดยสารมากับเรือลำนั้นด้วย ส่วนเรื่องขายออกไปที่ใดนั้นไม่กล่าวถึงจะดีกว่า

 

ทว่ากลุ่มโจรสลัดอวกาศเฮลไม่เคยโจมตีเรือรบอวกาศสาธารณะเช่นนี้มาก่อน แถมยังเป็นเรือรบที่มีผู้โดยสารมากกว่าสองพันคนอีกด้วย ถ้าหากประชาชนกว่าสองพันคนถูกกลุ่มโจรสลัดเฮลพาตัวไปจนหมดล่ะก็ เกรงว่ารัฐบาลคงรู้ตัวและสั่งให้กองทัพกวาดล้างกลุ่มโจรสลัดอวกาศเฮลอย่างจริงจังเป็นแน่

 

ฉะนั้นพวกลั่วซิวเจ๋อจะตกอยู่ในอันตรายหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า กัปตันของกลุ่มโจรสลัดเฮลผู้นี้บ้าเลือดมากพอที่จะท้าทายรัฐบาลหรือไม่

 

ลั่วซิวเจ๋อถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างอย่างหัวเสีย ตอนที่เขาอยู่บนโลก เขาแทบจะกลายเป็นยอดมนุษย์ จนกระทั่งตื่นขึ้นมาในยุคอวกาศ แม้พลังของเขาจะยังอยู่ในระดับสูง ทว่ามาตอนนี้เขาเพิ่งจะตระหนักได้อย่างแท้จริงว่า ยุคสมัยมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

 

บัดนี้เผ่าพันธุ์ที่เขาเคยพึ่งพาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พลังที่เขาแสนจะภาคภูมิใจหาได้แข็งแกร่งที่สุดเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดซึ่งถูกพัฒนาออกมาอยู่เรื่อยๆ

 

ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นดินหรือใต้น้ำของดาวโลก เขาสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ ทว่าอวกาศนั้น หากไม่มียานอวกาศเป็นของตนล่ะก็ อย่าว่าแต่จะสู้เลย แค่ก้าวออกไปนอกประตูของเรือรบอวกาศเพียงไม่กี่นาที เขาคงตายเพราะรังสีหลากชนิดในอวกาศแล้ว

 

ถ้าหากฉีหนานได้ยินถ้อยคำของลั่วซิวเจ๋อล่ะก็ เขาอาจจะสบถด่าทอใส่หน้าอีกฝ่ายก็เป็นได้… มีสมรรถภาพร่างกายและพลังจิตระดับ S คู่แล้วยังกล้าพูดว่า แข็งแกร่งไม่พออีกหรือ… แล้วจะเรียกพวกเขาที่อ่อนแอกว่าอีกฝ่ายชนิดที่ไม่เห็นแม้แต่ฝุ่นว่าอะไรเล่า?!!

 

ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองกำปั้นของตนอย่างเงียบงัน ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยุคนี้ไม่ใช่ยุคสมัยที่ตนสามารถทำตามใจชอบเหมือนในอดีตได้ หุ่นยนต์ต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญในยุคอวกาศนี้ ดูท่าเขาจะต้องรีบพัฒนาไบโอโรบอทของตนโดยเร็วเสียแล้ว

 

“เมี๊ยว! ไม่จริงน่า!” เสี่ยวเคที่ยังคงเชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดของเรือรบอวกาศอยู่ตลอดเวลา พลันมองเห็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปจนทำให้มันถึงกับยืนตกตะลึงตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง

 

“มีอะไรหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อรีบผุดขึ้นมานั่งบนเตียงอย่างรวดเร็ว

 

เสี่ยวเครายงานภาพที่เห็นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “มี… มีโจรสลัดอวกาศอีกกลุ่มมาที่นี่… พวกมันก็บอกว่า ต้องการจับกุมคนทรยศเหมือนกัน…”

 

ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนาน “….”