0 Views

บทที่ 81

            ลั่วซิวเจ๋อปิดควอนตัมคอมพิวเตอร์ด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น… แมวราตรีตัวนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด ที่นี่คือท่าอากาศยานที่หกของเมืองหลวง แม้จะไม่อยู่ในภาวะสงคราม แต่มาตรการป้องกันของที่นี่เข้มงวดมาก… นึกไม่ถึงว่า เจ้าแมวตัวนี้จะสามารถลอบเข้ามาได้จริงๆ ดูท่าเขาคงจะประเมินเจ้าแมวตัวนี้ต่ำเกินไปเสียแล้ว!

 

การเดินทางระหว่างดาวเคราะห์ในอวกาศนั้นยาวนานจนน่าเบื่อมาก เหล่านักเรียนจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งต่างนั่งจับกลุ่มพูดคุยกันในห้องโถงอย่างผ่อนคลาย

 

ผู้ที่จะก้าวขึ้นไปเป็นนักพฤกษศาสตร์ย่อมมีพรสวรรค์ทางด้านพลังจิตที่ยอดเยี่ยม ทว่าคล้ายกับฉีหนานในสมัยก่อนคือ หากระดับพลังจิตไม่สัมพันธ์กับระดับพลังสมรรถภาพร่างกายแล้วล่ะก็ จะทำให้ร่างกายของคนผู้นั้นแบกรับภาระอันใหญ่หลวงมาก ฉะนั้นนักพฤกษศาสตร์ส่วนใหญ่จึงเป็นพวกไก่อ่อนที่มีไอคิวสูง!

 

ในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง สาขาพฤกษศาสตร์กับสาขาศาสตร์การต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์ไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พวกนักเรียนของสาขาพฤกษศาสตร์ต่างคิดว่า พวกนักเรียนจากสาขาศาสตร์การต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์เป็นแค่เจ้าโง่ที่ใช้แต่กล้ามเนื้อกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ซึ่งอีกฝ่ายก็คิดว่า เจ้าพวก ‘อ้อนแอ้น’ สาขาพฤกษศาสตร์นั้นอิจฉาที่พวกตนสามารถต่อสู้ในสมรภูมิรบ…

 

ความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนทั้งสองสาขาจึงไม่ลงรอยกันมานาน ด้วยเหตุนี้หลังจากที่ฉีหนานก้าวขึ้นมาบนเรือรบอวกาศ เหล่านักเรียนจากสาขาพฤกษศาสตร์จึงเว้นระยะห่างจากฉีหนานและเข้าไปพัวพันอยู่กับลั่วซิวเจ๋อเกือบตลอดเวลา

 

ภายในห้องโถงแห่งนี้ นอกจากจะมีนักเรียนจากทางโรงเรียนแล้ว ยังมีผู้โดยสารคนอื่นร่วมเดินทางอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก ตอนที่ฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อเดินเข้ามาในห้องโถง นักเรียนส่วนใหญ่ต่างเดินเข้าไปทักทายลั่วซิวเจ๋ออย่างเป็นมิตรทันที

 

ลั่วซิวเจ๋อเองก็พยักหน้าทักทายพวกเขาที่ต้อนรับลั่วซิวเจ๋ออย่างอบอุ่น ในขณะที่ฉีหนานแค่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาเพียงลำพัง

 

เหล่านักเรียนจากสาขาพฤกษศาสตร์ทุกคนล้วนอยู่ในระดับอัจฉริยะและมีนิสัยใฝ่เรียน แม้พวกเขาจะอยู่บนเรือรบอวกาศก็ยังพูดคุยเรื่องสรรพคุณของพืชที่ใช้สกัดพลังงานหากนำมารมไฟอย่างกระตือรือร้น… ลั่วซิวเจ๋อผู้ถือว่า เป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ ย่อมกลายเป็นที่ปรึกษาของพวกเขาไปโดยปริยาย ฉะนั้นในช่วงสองสามวันมานี้ ลั่วซิวเจ๋อจึงมักจะถูกคนเหล่านี้ดึงตัวไปทุกครั้ง จนฉีหนานชินเสียแล้ว

 

“ไง สวัสดี” บุรุษร่างเพรียวบางคนหนึ่งเดินถือแก้วเหล้าเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายของฉีหนาน

 

ฉีหนานเหลือบสายตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย… ผิวเรียบเนียนขาวผ่องเป็นข้อดีที่ช่วยในการหาคู่ไม่น้อย…

 

ใช่ว่าฉีหนานจะมีอคติกับชายผู้นี้ อันที่จริงในช่วงไม่กี่วันมานี้เขารำคาญคนพวกนี้เต็มทนแล้ว…

 

พวกเขาไม่ได้ปิดบังสถานะนักเรียนแลกเปลี่ยนของตน ยิ่งช่วงนี้ได้แต่นั่งๆนอนๆฆ่าเวลาอยู่บนเรือรบอวกาศ การพูดคุยซุบซิบแลกเปลี่ยนข้อมูลจึงเป็นงานอดิเรกที่ผู้โดยสารเหล่านั้นทำร่วมกัน…

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ข่าวซุบซิบที่ผู้โดยสารจะหยิบยกขึ้นมาพูดคุยเป็นเรื่องแรกย่อมเป็นเรื่องของกลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง ยิ่งมีลั่วซิวเจ๋อผู้เก่งกาจและรูปงามที่สุดอยู่ด้วยทั้งคน!

 

เห็นได้ชัดถึงจุดประสงค์ของคนพวกนี้… นักเรียนทุกคนของโรงเรียนแห่งนี้ล้วนมีเส้นสายในกองทัพทั้งสิ้น… หากพวกเขาสามารถจีบใครสักคนได้สำเร็จ มันอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาก็เป็นได้

 

แม้ว่าพวกเขาไม่สามารถเป็นคนรักของอีกฝ่าย แต่คู่นอนก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเช่นกัน

 

ทว่าเมื่อมองใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมอย่างประณีตบรรจงของคนตรงหน้าแล้ว… ขนาดฉีหนานหลับตาลง เขายังได้กลิ่นน้ำหอมฉุนจมูกโชยออกมาจากร่างคนตรงหน้าเลย

 

ฉีหนานไม่เอ่ยทักตอบอีกฝ่าย… คนพวกนี้ก็แค่พวกหวังพึ่งทางลัดเท่านั้น เมื่อวันก่อนมีผู้ชายอีกคนที่ดูดีกว่าคนตรงหน้าเข้ามาพูดคุยกับฉีหนานเพียงไม่กี่ประโยค อีกฝ่ายก็เริ่มมือไม้อยู่ไม่สุข แถมยังพูดเชิญชวนเขาด้วยถ้อยคำสองแง่สองง่ามอีก… ทว่าใครจะไปรู้ว่า ไม่ต้องรอให้ฉีหนานเอ่ยปฏิเสธ อยู่ๆลั่วซิวเจ๋อก็ปรากฎกายขึ้นที่ด้านหลังของเขาและเอ่ยคำพูดเพียงประโยคเดียวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะเดินจากไปว่า “เนื้อหอมเสียจริง…”

 

หลังจากนั้น… ก็ไม่มีอะไรแล้ว ตอนนั้นฉีหนานตกใจสุดขีดจนเกือบจะฉี่ราด เขาไม่ได้สนใจผู้ชายคนนั้นแม้แต่น้อย ทว่าเขาสาบานเอาไว้แล้วว่า จะสารภาพรักกับลั่วซิวเจ๋อในวันที่เขาแข็งแกร่งพอที่จะสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับอีกฝ่ายมิใช่หรือ! ทำไมอยู่ๆถึงต้องมาเจอกับเจ้าหมอนี่ด้วย… ถ้าหากลั่วซิวเจ๋อเข้าใจผิดคิดว่า เขาเป็นคนใจง่ายล่ะก็ซวยแน่!!

 

ฉีหนานในตอนนั้นตื่นตระหนกมากจริงๆ หลังจากที่ปฏิเสธผู้ชายคนนั้นอย่างไร้เยื่อใยแล้ว เขาก็รีบวิ่งสุดฝีเท้าตามไปทันที เขาไม่อยากให้ลั่วซิวเจ๋อเข้าใจผิด เพราะมันจะประทับอยู่ในใจและยากต่อการแก้ไขหรือลบเลือนมันตราบนานเท่านาน…

 

ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ข่าวลือก็แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว พวกคนที่เข้ามาตีสนิทเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก…

 

ที่น่าหัวเราะมากที่สุดคือ มีคนจำนวนไม่น้อยคิดว่า การได้นัดเดทกับนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมาก… เรื่องนี้ทำให้ฉีหนานถึงกับรู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ขึ้นมาทันที…

 

“ทำไมถึงไม่พูดอะไรเลยเล่า? หรือว่าฉันดูน่ากลัวหรือไร?” ชายหนุ่มที่เข้ามาพูดทักทายฉีหนานนั้นรูปร่างหน้าตาไม่เลวเลย อีกทั้งรอยยิ้มของเขาช่างอ่อนหวานยิ่งนัก

 

น่าเสียดายที่ฉีหนานเคยชินกับความงามของลั่วซิวเจ๋อเสียแล้ว ฉะนั้นในสายตาของฉีหนาน ท่าทีเย้ายวนของชายผู้นี้ช่างดูไร้เดียงสาเหลือเกิน

 

ฉีหนานไม่เอ่ยตอบอีกฝ่าย เขาแค่จับจ้องมองลั่วซิวเจ๋ออยู่ห่างๆ อีกฝ่ายกำลังพูดคุยกับพวกนักเรียนจากสาขาพฤกษศาสตร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง

 

พวกเพื่อนนักเรียนที่ยืนรายล้อมอยู่ต่างมีสีหน้าครุ่นคิด เพียงครู่เดียวก็มีนักเรียนคนหนึ่งพูดอะไรบางอย่างออกมา ทำให้ลั่วซิวเจ๋อแสดงสีหน้าชื่นชมให้กับเพื่อนคนนั้น ซึ่งผู้ที่ได้รับคำชมถึงกับหน้าขึ้นสีแดงก่ำ จนฉีหนานที่มองอยู่ถึงกับหน้าร้อนวูบด้วยความโกรธสุดขีด…

 

ไม่ใช่ว่าพวกนายกำลังพูดคุยเรื่องเคร่งเครียดอยู่หรือ แล้วจะหน้าแดงหาพระแสงอะไร? ยังจะส่งสายตาเหนียมอายให้เขาอีก ไม่รู้ว่าลั่วซิวเจ๋อมีเจ้าของแล้วหรือไง!!!

 

สีหน้าของฉีหนานนิ่งเรียบไร้ความรู้สึก ทว่าแววตาของเขากลับขุ่นมัวด้วยความหงุดหงิดสุดขีด

 

ชายหนุ่มที่เฝ้ามองฉีหนานอย่างเงียบๆย่อมสังเกตเห็นแววตานั้นและเมื่อมองตามสายตาของอีกฝ่ายก็พบว่า หนุ่มน้อยสุดหล่อคนนี้น่าจะกำลังแอบชอบคนสวยที่ยืนอยู่ตรงนั้น…

 

ชายหนุ่มเจ้าของชื่อ นาเรน กิลเลียตโค้งมุมปากขึ้นเล็กน้อย… เขาเป็นลูกนอกสมรสของตระกูลกิลเลียต ป๊ะป๋าของเขาเกิดในสลัมที่ดาวเคราะห์สตักฮอร์น ทว่าท่านกลับแอบคบกับคนของตระกูลกิลเลียตบนดาวเคราะห์สตักฮอร์นได้สำเร็จ และยังมีลูกด้วยกันหนึ่งคน… เพียงแค่จุดนี้ก็สามารถรู้ได้ว่า จริงๆแล้วป๊ะป๋าของเขาเป็นคนเหลี่ยมจัดไม่เบา

 

ดาวสตักฮอร์นเป็นเพียงดาวเคราะห์ระดับกลาง และตระกูลสตักฮอร์นเองก็มีอิทธิพลมากประดุจมาเฟียใหญ่ก็ไม่ปาน ตราบใดที่คุณไม่ทรยศหักหลังตระกูล คุณก็สามารถเดินกร่างไปทั่วดาวสตักฮอร์นได้อย่างไร้กังวล

 

น่าเสียดาย แม้จะอยู่ในยุคสมัยนี้ บุตรนอกสมรสยังคงถูกผู้คนดูถูกและรังเกียจเป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นตระกูลกิลเลียตอันยิ่งใหญ่ที่มีลูกหลานในตระกูลจำนวนมากแล้ว แม้ตระกูลจะร่ำรวยมั่งคั่งมากแค่ไหน แต่ก็ไม่คิดจะแบ่งให้กับบุตรนอกสมรสเช่นเขาอย่างเด็ดขาด… ด้วยเหตุนี้นาเรน กิลเลียตจึงมีแต่ต้องพึ่งตัวเองในการก้าวขึ้นมาเชิดหน้าชูตาเหมือนคนอื่น

 

ครั้งนี้เขากับน้องชายของเขาที่ชื่อ ‘นาร่า กิลเลียต’ เดินทางไปยังดาวเอิร์ลด้วยกัน เนื่องจากหากพวกเขายังอาศัยอยู่บนดาวสตักฮอร์นต่อไปล่ะก็ พวกเขาย่อมต้องถูกกดดันอย่างหนักจากคนในตระกูลที่ต้องการกำจัดคนที่มีความเป็นไปได้ที่จะแย่งชิงผลประโยชน์ของตนให้สิ้นซาก ซึ่งเหล่าลูกหลานแห่งตระกูลกิลเลียตไม่เคยรู้จักคำว่ายั้งมือมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

ฉะนั้นนาเรนกับนาร่าจึงไม่สามารถพักอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์สตักฮอร์นได้อีกต่อไป ซึ่งคุณพ่อของพวกเขาไม่อาจช่วยเหลือสิ่งใดได้ นอกจากมอบเงินเก็บของตัวเองไปเป็นค่าเดินทางไปยังดาวเอิร์ลของพวกเขาสองคน

 

แต่หลังจากที่ไปถึงดาวเอิร์ลแล้ว ความช่วยเหลือจากคุณพ่อคงสิ้นสุดลง พวกเขาอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างสงบสุข ฉะนั้นจึงต้องตามหาคนที่พอจะช่วยเหลือพวกตนได้

 

ไม่ว่าจะเป็นนาเรนหรือนาร่าต่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม… บางทีอาจเป็นเพราะป๊ะป๋าของตนเป็นชู้กับผู้อื่น และพรสวรรค์ของสองพี่น้องไม่โดดเด่นมากนัก ฉะนั้นนาเรนกับนาร่าจึงเคยชินกับการพึ่งพาผู้อื่นราวกับต้นฝอยทองอยู่เสมอ

 

เมื่อพวกเขาทราบว่า มีนักเรียนจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งอยู่บนเรือรบอวกาศลำนี้ด้วย พวกเขาก็หมาดมาดเอาไว้ในใจทันทีว่า จะต้องฉวยโอกาสนี้หาทางคบกับนักเรียนสักคนให้ได้… ไม่แน่พวกเขาอาจจะมีโอกาสติดตามคนพวกนี้เดินทางกลับมายังเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองมากกว่าดาวเอิร์ลก็เป็นได้

 

นาเรนไม่งดงามเท่านาร่า ทว่าเขาชาญฉลาดมากกว่าอีกฝ่ายนัก หลังจากที่เขาได้ยินคำพูดพร่ำบ่นของนาร่า เขาก็รู้สึกสนใจในตัวนักเรียนที่ชื่อ ฉีหนาน ทันที…

 

เขามั่นใจในรูปร่างหน้าตาแสนงามสง่าและมันสมองอันชาญฉลาดของตนมาก ทว่าเขากลับถูกกดดันอย่างหนักเพราะเป็นลูกนอกสมรส… หึ ทั้งๆที่ป๊ะป๋าของเขาเป็นคนที่คุณพ่อรักมากที่สุดแท้ๆ แต่เพราะป๊ะป๋าเป็นผู้ชาย คุณพ่อก็เลยต้องแต่งงานกับเจ้าเงือกไร้ประโยชน์ตนนั้น!

 

หึ!

 

นาเรนแค่นเสียงหัวเราะเยียบเย็นในใจ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าเงือกเฮงซวยตนนั้นครอบครองตำแหน่งคู่ชีวิตของคุณพ่อล่ะก็ มีหรือที่ป๊ะป๋าของเขาจะถูกบังคับให้เป็นแค่ชายชู้ของคุณพ่อ? มีหรือที่เขากับน้องชายจะกลายเป็นลูกนอกสมรสเช่นนี้ได้?

 

น่าเศร้านัก เป็นเงือกแล้วอย่างไรเล่า? เด็กที่เกิดมาก็ไม่เอาไหนเหมือนกันมิใช่หรือ? พี่ชายของเขาใช้ฐานะทายาทที่ถูกต้องตามกฎหมายกดขี่ข่มเหงพวกตนอยู่เรื่อย ทั้งๆที่อีกฝ่ายเป็นแค่เจ้าโง่คนหนึ่ง แต่พวกเขาสองพี่น้องกลับต้องวางตัวสุภาพนอบน้อมต่ออีกฝ่ายเสมอ เพียงเพราะพ่อของอีกฝ่ายคือ ชาวเงือก!!

 

นาเรนเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว แววตาของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะอันบ้าคลั่ง… พวกคนในตระกูลกิลเลียตดูถูกเหยียดหยามตนกับน้องชายนัก คอยก่อนเถิด… สักวันเขาจะต้องเหยียบย่ำเจ้าพวกที่เคยดูถูกตนให้พังพินาศให้ได้ เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะทำให้ไอ้แก่โง่ที่บังคับให้คุณพ่อแต่งงานกับเงือกตนนั้นมากราบขอขมาอยู่แทบเท้าของเขาให้ได้!

 

“นายช่วยถอยออกไปหน่อยได้ไหม?” ฉีหนานถลึงตาใส่นาเรนอย่างไม่พอใจ เขาไม่เข้าใจว่า เจ้าหมอนี่คิดจะทำอะไรกันแน่… อยากเข้ามาตีสนิท อีกฝ่ายก็แค่มานั่งชวนคุยไม่กี่ประโยค ก่อนจะเริ่มนั่งเหม่อ… และเขยิบเข้ามาใกล้เขามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ถ้าไม่ติดว่า เมื่อครู่มีคนกลุ่มใหญ่เข้ามานั่งบนโซฟาจนเต็มทุกตัวแล้วล่ะก็ เขาคงลุกไปนั่งที่อื่นแล้ว

 

“ขอโทษ ฉันเหม่อไปหน่อย” นาเรนที่เพิ่งได้สติกลับมามีสีหน้าที่ฉายชัดถึงความรู้สึกผิดปนเสียใจ…

 

ฉีหนานแค่นเสียงหัวเราะขึ้นจมูก… คนผู้นี้ไม่เหมือนกับเจ้าคนเมื่อวันก่อน การตีสนิทอย่างตรงไปตรงมาของเขา ทำให้ฉีหนานรู้สึกประทับใจมากกว่าเสียอีก

 

“ฉันมองออกว่า นายน่าจะชอบ…” นาเรนคลี่ยิ้มบางเบาพลางพยักพเยิดไปทางลั่วซิวเจ๋อผู้ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง

 

ฉีหนานถึงกับหนังตากระตุกและมีสีหน้าเย็นเยียบ “นายกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร?”

 

“สบายใจได้ ฉันไม่ใช่คนปากสว่างแน่นอน” นาเรนเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางพลางทำท่ารูดซิบปิดปากตนเองเหมือนต้องการยืนยันว่า ตนจะไม่แพร่งพรายความลับนี้เด็ดขาด

 

ก่อนจะเอ่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงประหลาดใจว่า “จะว่าไปนายเองก็เป็นนักเรียนที่มีฝีมือไม่เลวคนหนึ่ง ในเมื่อนายชอบเขาแล้วทำไมถึงไม่ไปขอคบกับเขาเล่า?”

 

ฉีหนานจับจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา “ไม่เกี่ยวกับนาย!”