0 Views

บทที่ 80

_____ทว่าจากที่เขาสังเกตดู… เห็นได้ชัดว่า เจ้าแมวราตรีตัวนี้ไม่มีพลังจิตแบบนั้นอยู่เลยแม้แต่น้อย มิเช่นนั้นคงไม่มีทางถูกฉีหนานจับโกนขนตั้งแต่แรกแน่…

 

_____กรณีที่สองก็คือ ร่างของแมวราตรีมีบาเรียบางอย่างคอยอำพรางพลังจิตของตัวเองอยู่ หากเป็นเช่นนั้นล่ะก็ แมวราตรีตัวนี้จะต้องเป็นผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างแน่นอน

 

_____ถ้าแมวราตรีเป็นผลงานที่ใช้เทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดจริงๆล่ะก็ ลั่วซิวเจ๋อย่อมไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายพูดได้นัก

 

_____อันที่จริงเขาเองก็หลับใหลไปนานนับพันปี ถ้าหากมีแมวราตรีพูดได้อยู่จริงๆ… ก็ใช่ว่า จะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเสียทีเดียว?

 

_____ฉีหนานยังคงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ในฐานะทหารที่วันๆเอาแต่ทำตามคำสั่งของรัฐบาล เขาจึงไม่อาจมีท่าทีสงบเยือกเย็นเหมือนลั่วซิวเจ๋อได้เลย

 

_____เมื่อแมวราตรีเห็นแววตาของลั่วซิวเจ๋อยังคงเรียบเฉย ก็ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา… สำหรับมันแล้ว การเอ่ยปากพูดเช่นนี้ถือว่าเสี่ยงมาก ทว่าต่อหน้าคนอย่างลั่วซิวเจ๋อ ถ้าคุณไม่อาจแสดงความจริงใจต่อเขา ก็อย่าหวังว่าอีกฝ่ายจะยอมช่วยเหลือคุณโดยเด็ดขาด

 

_____ตัวตนของแมวราตรีย่อมไม่ธรรมดา จึงต้องคอยอำพรางพลังของตนอยู่ตลอดเวลา… ตอนที่มันต้องกระเสือกกระสนหนีออกมาจากขุมนรกนั่น มันสาบานกับตัวเองเอาไว้ว่า จะไม่ยอมกลับลงไปอยู่ในนรกนั้นอีกเด็ดขาด

 

_____ฉะนั้นมันจึงต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆซ่อนๆเป็นแมวราตรีจรจัดอยู่ในป่าแห่งหมอกมานานหลายปี ทว่าการปรากฏตัวของลั่วซิวเจ๋อทำให้มันมีความหวังที่จะเป็นอิสระอีกครั้ง มิเช่นนั้นมันคงต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆแบบนี้ต่อไปแน่

 

_____ความสัมพันธ์ระหว่างมันกับลั่วซิวเจ๋อไม่ค่อยดีนัก เรียกได้ว่าไม่มีแม้แต่ความไว้วางใจต่อกันเลยด้วยซ้ำ…

 

_____อีกทั้งลั่วซิวเจ๋อก็ไม่ใช่คนโง่ที่ไม่รู้จักระวังตัวเหมือนฉีหนาน… ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้าหมอนี่ไม่เคยประมาทเลยสักครั้ง

 

_____ก่อนหน้านี้แมวราตรียังลังเลอยู่บ้าง ทว่าเมื่อนึกถึงชีวิตที่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงมานานหลายปีและลั่วซิวเจ๋อเป็นความหวังเดียวที่จะทำให้มันเป็นอิสระ ฉะนั้นมันจึงตัดสินใจลองเสี่ยงดูสักครั้ง… กรณีที่เลวร้ายที่สุดคืออาจถูกขายอีกรอบ แต่ตอนนี้มันสะสมพลังงานมากพอควรแล้ว แม้จะยังใช้การไม่ได้มาก แต่การหลบหนีก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

 

_____ด้วยเหตุนี้แมวราตรีจึงเลือกที่จะเผยความลับบางส่วนของตัวเองออกไป

 

_____การพูดภาษามนุษย์เป็นเพียงความสามารถอย่างหนึ่งเท่านั้น ถ้าหากลั่วซิวเจ๋อกับมันใกล้ชิดสนิทสนมกันมากกว่านี้ มันอาจจะยอมให้ดู ‘ผลงานชิ้นโบแดง’ ก็ได้!

 

_____“งั้น… เจ้าคิดเสร็จแล้วหรือยัง? ถ้ายังไม่ออกรถ พวกเราจะไปขึ้นเรือรบอวกาศไม่ทัน” ลั่วซิวเจ๋อเคาะนิ้วเรียวไปมา ทำให้เจ้าแมวราตรีหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง…

 

_____แมวราตรีสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ก่อนจะพยักหน้ารับ “ออกรถก่อนเถิด แล้วเราค่อยคุยกันระหว่างทาง”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเหลือบสายตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะเปิดใช้ระบบเดินทางแบบอัตโนมัติ ส่วนฉีหนานที่เพิ่งได้สติกลับมา ลองใช้นิ้วจิ้มรัวๆลงไปที่ตัวของแมวราตรีเพื่อความแน่ใจว่า มันมีตัวตนอยู่จริง…

 

_____“อย่ายุ่งน่า!” แมวราตรีกลอกตาพลางเอ่ยปากพูดอย่างเบื่อหน่าย เจ้ามนุษย์สองคนตรงหน้านี่… ไม่สิ หนึ่งคนหนึ่งปลาไม่มีปฏิกิริยาที่คนปกติควรจะมี ยามที่เจอแมวพูดได้เลย

 

_____“เหอะๆ… แมวราตรีที่ผมเลี้ยงพูดได้ หึหึ… ถ้าเอาไปขายคงได้เงินมาไม่น้อยเลย… อาจจะพอซื้อหุ่นยนต์สักตัวกระมัง” เขาจ้องเขม็งไปยังแมวราตรีด้วยแววตาที่แทบจะปรากฏสัญลักษณ์รูปเงินเปล่งประกายวูบวาบและเกือบจะปาดน้ำลายที่มุมปากด้วยซ้ำ

 

_____หน้าผากของแมวราตรีพลันปรากฏเส้นเอ็นสีเขียวปูดขึ้นมา… หุ่นยนต์? ขายข้าเพื่อแลกกับหุ่นยนต์? เจ้าไม่รู้หรือไรว่า ตัวของข้าล้ำค่ายิ่งกว่าหุ่นยนต์นับพันนับหมื่นเสียอีก! และผลงานชิ้นโบแดงนั่นยังมากพอที่แกจะซื้อหุ่นยนต์ทุกตัวในรัฐบาลได้เลย!

 

_____แมวราตรีสะบัดหน้าหนีอย่างเย่อหยิ่งและไม่คิดจะพูดอะไรมากความอีก ทว่าเมื่อหวนคิดดูอีกที มันกำลังอยู่ในช่วงทำให้ลั่วซิวเจ๋อไว้วางใจอยู่ ถ้าหากอีกฝ่ายพลาดโอกาสงามเพราะเจ้าคนปากเปราะคนนี้ มันก็น่าเสียดายเกินไป…

 

_____มันสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่าง อยู่ๆมันกลับรู้สึกเจ็บจี๊ดที่แก้มข้างหนึ่ง…

 

_____บัดซบ! เจ้าวิปริตนี่มันกล้าดึงหนวดข้า!!!

 

_____แมวราตรีถึงกับโมโหจนเลือดขึ้นหน้าและกางกรงเล็บตวัดไปทางฉีหนานอย่างไม่เกรงใจ…

 

_____กึก!

 

_____กรงเล็บกลับถูกมือเรียวขาวข้างหนึ่งหยุดเอาไว้เสียก่อน ใบหน้าของลั่วซิวเจ๋อประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานนุ่มนวล ทว่าคำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมากลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง!

 

_____“พูดคุยกันดีๆ อย่าได้ลงมือ”

 

_____คำพูดนี้เจ้าควรจะไปพูดกับฉีหนานต่างหาก!!! บ้าจริง เจ้าโง่นี่ลำเอียงมาตั้งแต่ตอนอยู่บนดาวโลกแล้ว… เอาเถิด เห็นแก่ที่ฉีหนานเป็นผู้ชายของเจ้า ข้าจะยอมให้ก่อน!

 

_____มันถูอุ้งเท้าของมันไปมาด้วยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวพลางตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง…

 

_____หนวดอันงดงามและแสนภาคภูมิของข้า!!! ข้าจะจำเอาไว้ ฉีหนาน!

 

_____สีหน้าของแมวราตรีเรียบเฉย ทว่าในใจกลับจดบัญชีความแค้นของฉีหนานเอาไว้…

 

_____“เอาล่ะ เล่าเรื่องของเจ้ามาก่อน… เจ้าแฝงตัวมาอยู่กับฉีหนานเช่นนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่?” ลั่วซิวเจ๋อกลับมาพูดถึงประเด็นสำคัญอีกครั้ง

 

_____แมวราตรีตะกุยเบาะนั่งอย่างกระวนกระวายเล็กน้อย “ข้าถูกคนตามล่า”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อถึงกับคิ้วกระตุกวูบ ทันใดนั้นเจ้าแมวราตรีพลันรู้สึกถึงจิตสังหารสายหนึ่งที่แผ่ซ่านออกมา จนต้องรีบโบกอุ้งเท้าของมันเป็นพัลวัน “เดี๋ยวก่อน ข้ารับรองได้ว่า หากพวกเจ้าปกป้องข้า ข้าจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเจ้าอย่างแน่นอน!”

 

_____“โอ้?” น้ำเสียงของลั่วซิวเจ๋อยังคงราบเรียบเช่นเดิม

 

_____แมวราตรีลอบกัดฟันกรอด… เจ้าเงือกสมควรตาย เจ้าไม่โง่เหมือนเจ้างั่งคนนั้นก็ดีอยู่ แต่ไม่ต้องฉลาดหลักแหลมถึงเพียงนี้ก็ได้!

 

_____แต่ไม่ว่าจะยังไง ในเมื่อมันเป็นฝ่ายเริ่มการเจรจาในครั้งนี้และจะต้องทำต่อไปให้สำเร็จเท่านั้น ฉะนั้นแมวราตรีจึงได้แต่พยายามโฆษณาถึงคุณประโยชน์ของตนอย่างสุดความสามารถ

 

_____“ก่อนอื่นเจ้าพวกที่ตามล่า… ไม่สิ เจ้าพวกที่ต้องการตัวข้าปรากฏตัวครั้งสุดท้ายเมื่อสิบสองปีก่อน…. ตั้งแต่นั้นมาพวกมันก็คงหาเบาะแสของข้าไม่เจอ ฉะนั้นจึงไม่เคยปรากฏตัวในช่วงหลายปีมานี้อีกเลย ไม่แน่พวกมันอาจจะล้มเลิกไปแล้วก็เป็นได้”

 

_____“พวกเขาอาจจะแค่หาไม่เจอก็ได้” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยขัดด้วยสีหน้าเรียบเฉย… แต่ก่อนหาไม่เจอก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ออกตามหาอีก… เขารู้สึกได้ว่า เจ้าแมวตัวนี้น่าจะปิดบังความลับสำคัญบางอย่างเอาไว้

 

_____แมวราตรีเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์…. อย่าว่าแต่ผลงานชิ้นโบแดงในตัวของมันเลย ลำพังตัวมันเองก็มีค่ามากพอที่จะทำให้เจ้าพวกนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องนั่นคลุ้มคลั่งกันหมด… แม้ว่ามันจะเฝ้าภาวนามาตลอดให้คนเหล่านั้นล้มเลิกการตามล่ามันเสีย แต่ในใจก็ทราบดีว่า มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด…

 

_____“อีกอย่างข้าสามารถคุ้มครองความปลอดภัยของพวกเจ้าได้” แมวราตรีเอ่ยถึงเหตุผลข้อที่สองของตน

 

_____“แต่เจ้าไม่อาจปกป้องแม้กระทั่งชีวิตและความปลอดภัยของตัวเจ้าเองได้ แล้วเจ้าจะใช้สิ่งใดมาคุ้มครองพวกข้ากันเล่า?” ลั่วซิวเจ๋อโต้แย้งอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้าทันที

 

_____แมวราตรีถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ จากนั้นก็ถลึงตาและกางกรงเล็บใส่ลั่วซิวเจ๋ออย่างหัวเสีย ดวงตาคู่นั้นปรากฏตัวอักษรจำนวนมากไหลผ่านพร้อมกับเปล่งประกายวูบวาบไม่หยุด ก่อนจะฉายภาพโฮโลแกรมของหุ่นยนต์ตัวหนึ่งออกมาตรงหน้าของพวกเขาอย่างรวดเร็ว

 

_____“หากข้าสะสมพลังงานมากพอ ข้าจะสามารถเปลี่ยนเป็นร่างหุ่นยนต์ได้ พวกเจ้าคิดว่า ข้าจะคุ้มครองพวกเจ้าได้หรือไม่?” แมวราตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิ

 

_____ลั่วซิวเจ๋อสังเกตหุ่นยนต์ตัวนั้นอย่างละเอียด… จากวิชาความรู้มากมายที่เขาศึกษาเพิ่มเติมมาตลอดทั้งเทอมนั้น หุ่นยนต์ตรงหน้าจะต้องเป็นผลงานที่สร้างจากการรวมเอาเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดของรัฐบาลมาประกอบเข้าด้วยกันอย่างแน่นอน

 

_____ในขณะที่ฉีหนานถึงกับเคลิบเคลิ้มไปกับหุ่นยนต์ตัวนี้ ทั้งรูปร่างปราดเปรียว อาวุธและระบบที่ใช้เชื่อมต่อเข้ากับระบบประสาทอันล้ำสมัย… ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนล้วนทำให้ฉีหนานหลงใหลมันมาก

 

_____“เป็นหุ่นยนต์ที่สุดยอดมาก” ฉีหนานจับจ้องมองหุ่นยนต์สีฟ้าเหลือบเงินที่ส่องประกายแวววาวอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าชื่นชม… จากการวิเคราะห์ข้อมูลของแมวราตรีพบว่า สีฟ้าประกายเงินนี้เป็นสีที่สามารถใช้สะท้อนแสง เพื่อช่วยในการอำพรางหุ่นยนต์ให้กลืนไปกับสภาพแวดล้อมทุกรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

_____“ไม่เลวเลย เพียงแต่… มันมีเทคโนโลยีหลายส่วนที่ดูจะยังไม่มีใครเคยใช้งานมาก่อน เจ้ามั่นใจว่า หุ่นยนต์ตัวนี้มีอยู่จริงหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อวิเคราะห์จากข้อมูลที่ตนเล่าเรียนมา เพียงครู่เดียวเขาก็พบสิ่งผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว

 

_____แมวราตรีหลับตาลง เพื่อสลายภาพโฮโลแกรม “เมื่อห้าสิบปีก่อน มีมนุษย์อย่างพวกเจ้าค้นพบเทคโนโลยีเหล่านี้ เพียงแต่…” มันแค่นเสียงหัวเราะเยียบเย็น “มนุษย์ล้วนเห็นแก่ตัวยิ่งนัก ถ้ามันผู้นั้นป่าวประกาศออกไป จะต้องถูกรัฐบาลเพ่งเล็งมิใช่หรือ?”

 

_____“สถาบันวิจัยกายวิภาคศาสตร์?” ฉีหนานเข้าใจความหมายของแมวราตรีได้ในทันที

 

_____แมวราตรีพยักหน้ายืนยัน “ใช่ เมื่อก่อนข้าหลบหนีออกมาจากห้องทดลองของเจ้าพวกนั้น”

 

_____“แม้เจ้าจะอธิบายมาถึงขนาดนี้ แต่ก็ยังยืนยันไม่ได้ว่า เจ้าสามารถเปลี่ยนร่างเป็นหุ่นยนต์ตัวนี้ได้จริงๆ” ลั่วซิวเจ๋อกลับไม่ถูกเจ้าแมวราตรีชักนำให้ไขว้เขว แถมยังถามย้ำจุดสำคัญของเรื่องนี้อีกครั้ง

 

_____แมวราตรีเงยหน้าขึ้นมาอธิบายอย่างจนปัญญา “การเปลี่ยนร่างเป็นหุ่นยนต์จำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาล เจ้าแน่ใจหรือว่า อยากจะให้ข้าเปลี่ยนร่างให้เจ้าดู?”

 

_____“ทำไม? พลังงานที่นายต้องใช้มันพิเศษมากหรือ?” ฉีหนานถามด้วยความแปลกใจ

 

_____“ก็ใช่…” แมวราตรีเองก็ลำบากใจนัก… มันสามารถแปรรูปสิ่งที่ทานเข้าไปให้เป็นพลังงานหลักของมันได้ ทว่าปัญหาคือ… อัตราความเร็วในการแปรรูปของมันต่ำมาก  ถ้าต้องการให้มันเปลี่ยนเป็นหุ่นยนต์ วิธีที่ดีที่สุดคือควรให้มันกินแหล่งพลังงานแบบเดียวกันโดยตรง…

 

_____“เป็นพลังงานแบบไหนกันแน่? ใช้แท่งพลังงานแบบธรรมดาไม่ได้หรือ?” ฉีหนานไม่เข้าใจ

 

_____แมวราตรีมองสบสายตากับเขา “ถ้าข้าใช้แท่งพลังงานแบบธรรมดาในการต่อสู้ล่ะก็ ข้าคงไม่ถูกพวกคนจากห้องทดลองนั่นตามล่าจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนหรอก…”

 

_____ฉีหนาน “…”

 

_____“แท่งพลังงานที่สกัดมาจากพืชพวกนั้น?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยปากถามพลางใช้ปลายนิ้วแตะลงที่ปลายคางอย่างแผ่วเบา

 

_____“ถูกต้อง…” แมวราตรีพยักหน้าตอบรับ “เพราะอุปกรณ์ล้ำสมัยที่ติดอยู่บนตัวหุ่นยนต์ทั้งหมดล้วนเป็นอุปกรณ์ของห้องทดลองในตอนนั้น ซึ่งเพื่อความเสถียรภาพต่อการใช้อุปกรณ์เหล่านั้น แคปซูลพลังงานในตัวของข้าจึงต้องใช้แท่งพลังงานที่สกัดจากพืชเหล่านั้นเท่านั้น”

 

_____เมื่อฉีหนานได้ยินคำพูดนี้ เขาก็อดเดาะลิ้นอย่างขัดใจไม่ได้ แท่งพลังงานที่สกัดมาจากพืชพวกนั้นแค่ก้อนเดียวก็มีราคาแพงมากแล้ว ปกติมักใช้กับหุ่นยนต์ที่ดัดแปลงเป็นพิเศษเหมือนกับแมวราตรีตัวนี้ที่ต้องใช้แท่งพลังงานชนิดนี้ในการต่อสู้ ชิ… ช่างสิ้นเปลืองเสียจริง!

 

_____พวกคนในห้องทดลองที่ดัดแปลงแมวราตรีตัวนี้จะต้องร่ำรวยและมีอิทธิพลมากอย่างแน่นอน!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ “รอให้พวกเราไปถึงดาวเอิร์ลก่อน แล้วข้าจะรีบหาแท่งพลังงานมาให้เจ้าโดยเร็ว หวังว่าเมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะแสดงพลังของเจ้าให้พวกเราได้เห็นนะ”

 

_____เมื่อพูดจบประโยค เขาก็หลับตาลงเพื่อพักผ่อนและจบบทสนทนานี้ไปโดยปริยาย

 

_____ฉีหนานที่นั่งอยู่ข้างกาย อดไม่ได้ที่จะเอานิ้วจิ้มไปที่ตัวของแมวราตรี ราวกับยังไม่อยากเชื่อว่า สัตว์เลี้ยงที่ตนดูแลมาเกือบครึ่งปีจะพูดได้

 

_____แมวราตรี “….” ยังไม่จบหรือ!

 

_____หลังจากที่สองคนกับหนึ่งแมวมาถึงท่าอากาศยานได้อย่างปลอดภัยแล้ว พวกเขาก็แยกออกเป็นสองกลุ่มอย่างรวดเร็ว โดยแมวราตรีจะปลีกตัวออกไป เพื่อหาทางลอบขึ้นไปยังเรือรบอวกาศด้วยตัวเอง ในขณะที่ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานเดินไปรวมตัวกับนักเรียนคนอื่น ก่อนจะขึ้นไปบนเรือรบอวกาศด้วยกัน

 

_____รอจนทุกคนนั่งประจำที่ของตนแล้ว ควอนตัมคอมพิวเตอร์ของลั่วซิวเจ๋อพลันปรากฏข้อความหนึ่งขึ้นมา “อยู่ในห้องเก็บสินค้าแล้ว… เสี่ยวเค”