0 Views

บทที่ 79

_____หุ่นยนต์มีราคาแพงมาก ยิ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกดัดแปลงเพื่อยอดฝีมือระดับS คู่โดยเฉพาะแล้ว ยิ่งมีราคาแพงมากจนแทบจะทำให้ตระกูลบนดาวเคราะห์อันห่างไกลล้มละลายได้เลยทีเดียว

 

_____ยิ่งลั่วซิวเจ๋อใช้ไบโอโรบอทรุ่นใหม่ล่าสุด ทำให้ราคาของวัสดุที่เขาจำเป็นต้องใช้นั้นแพงจนทุกคนแทบจะกระอักเลือด… ทุกคนในที่นี้รวมถึงลั่วซิวเจ๋อด้วย!

 

_____ไบโอโรบอทเป็นหุ่นยนต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดและเลวร้ายที่สุดเช่นกัน

 

_____ข้อดีคือ หากไบโอโรบอทได้รับแหล่งพลังงานและการดูแลอย่างเหมาะสม มันจะสามารถพัฒนาตัวเองและแสดงศักยภาพที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจินตนาการได้… แต่ข้อเสียของมันคือ ไบโอโรบอทในช่วงแรก ‘อ่อนแอเปราะบาง’ กว่าผิวหนังของมนุษย์เสียอีก หรือก็คือไม่อาจช่วยเหลือหรือป้องกันตัวเองได้เลยแม้แต่น้อย… นอกจากคอยให้มันดูดกลืนโลหะหรือวัสดุอื่นเพื่อใช้ในการวิวัฒนาการแล้ว ไบโอโรบอทก็ไม่อาจเทียบกับหุ่นยนต์โลหะแบบมาตรฐานพวกนั้นได้เลยด้วยซ้ำ…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อผู้ครอบครองพลังระดับS คู่อันทรงพลัง “…”

 

_____แม้เป็นไปได้สูงว่า อาจารย์ที่ปรึกษาแห่งสาขาค้นคว้าและพัฒนาหุ่นยนต์จะมอบไบโอโรบอทที่พวกเขาทำการวิจัยให้กับลั่วซิวเจ๋อ ทว่าลั่วซิวเจ๋อก็ต้องหาซื้อวัสดุที่ใช้ในการ ‘เลี้ยงดู’ ไบโอโรบอทตัวนี้ด้วยตนเอง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเหล่ตามองแผนการ ‘ยั่วสวาทอันสมบูรณ์แบบ’ ในมือของตนพลางนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะฉีกมันออกเป็นชิ้นๆอย่างเงียบงัน…

 

_____เดิมทีเขาตั้งใจจะฉวยโอกาสตอนที่ยั่วยวนฉีหนานสำเร็จ เริ่มฤดูผสมพันธุ์ครั้งแรกหลังจากที่ตัวเขาเข้าสู่วัยผู้ใหญ่… ทว่าคงต้องรอโอกาสหน้าเสียแล้ว

 

_____“เข้าใจแล้วขอรับ ท่านอธิการ เพียงแต่… ผมขอพาคู่หมั้นของผมไปด้วยได้หรือไม่?” ลั่วซิวเจ๋อรีบสงบสติอารมณ์ของตนอย่างรวดเร็ว… ต้องยอมล้มเลิกเรื่องส่วนตัวของตนและกลับมายังประเด็นสำคัญก่อน

 

_____ฮัลด์จ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าเข้าอกเข้าใจ ที่แท้ก็ไม่อยากแยกจากคู่หมั้นของตนนี่เอง… เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้อยู่…

 

_____“หึหึ พวกเธออยากไปก็ไปเถิด โอ้… จะว่าไปถ้ามีเธออยู่ด้วย ฉันก็ไม่ต้องห่วงว่า เธอจะละเลยการฝึกของฉีหนานแน่นอน” ฮัลด์พยักหน้าตอบรับทันที

 

_____เท่าที่เขารู้ คู่รักภายในโรงเรียนแห่งนี้มีไม่น้อยเลย ทว่ากลับไม่มีคู่ใดที่… แปลกประหลาดเหมือนลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานเลย

 

_____ที่ประหลาดคือ ลั่วซิวเจ๋อดูแลทะนุถนอมคู่หมั้นของตัวเองเป็นอย่างดี อีกทั้งการแก้แค้นอย่างเจ็บแสบในตอนนั้นสำหรับฮัลด์แล้วถือว่า น่าสนุกไม่น้อย…

 

_____อันที่จริงการกลั่นแกล้งคู่หมั้นของคนอื่นย่อมต้องเตรียมใจที่จะถูกเอาคืนกลับอยู่แล้ว ยิ่งเป็นยอดฝีมือระดับS คู่ยิ่งแล้วใหญ่… ถ้าหากแม้แต่คู่หมั้นของตัวเองก็ยังปกป้องเอาไว้ไม่ได้ ย่อมหมายความว่า ไม่ว่าใครก็สามารถเหยียบย่ำอีกฝ่ายได้มิใช่หรือ?

 

_____แน่นอนว่า ฉีหนานเก่งกาจไม่เบาเลยทีเดียว… ในฐานะคู่หมั้นของลั่วซิวเจ๋อ เขาไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครได้เห็น อีกทั้งยังเล่นงานเจ้าพวกที่มาหาเรื่องตนกลับไปอย่างไร้ความปรานี เพื่อรักษาสถานะคู่หมั้นของตนในตอนนี้ และเพื่อที่จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกันกับลั่วซิวเจ๋อในอนาคต…

 

_____อธิการบดีฮัลด์ประทับใจในตัวฉีหนานมาก จึงตวัดปากกาเพิ่มชื่อของอีกฝ่ายลงไปในใบรายชื่อทันที

 

_____กลุ่มที่จะเดินทางไปติดต่อแลกเปลี่ยนในครั้งนี้มีเพียงอาจารย์สามท่าน และนักเรียนของสาขาพฤกษศาสตร์ที่มีผลการเรียนโดดเด่นและฐานะทางครอบครัวค่อนข้างยากจนจำนวนสิบสองคนเท่านั้น

 

_____เมื่อเดินทางไปถึงดาวเอิร์ล พวกเขาย่อมสามารถใช้โอกาสนี้หารายได้พิเศษส่วนตัว ถ้าหากพวกเขาโชคดี ไม่แน่อาจมีเงินมากพอที่จะใช้จ่ายค่าเล่าเรียนไปจนถึงปีสี่…

 

_____ฮัลด์วางแผนให้ลั่วซิวเจ๋อเข้าร่วมกลุ่มนี้ ย่อมไม่หวังเพียงเงินทองเล็กน้อยเหล่านั้น แต่เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กับอีกฝ่ายต่างหาก

 

_____การที่จะเลี้ยงดูไบโอโรบอทให้แข็งแกร่งนั้นจำเป็นจะต้องใช้วัสดุหลากหลายชนิด อีกทั้งยังมีลักษณะและคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งพืชพันธุ์ที่สามารถสกัดพลังงานแบบพิเศษเองก็เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของไบโอโรบอทเช่นกัน

 

_____หนำซ้ำพืชพันธุ์เหล่านั้นยังเข้ากับลักษณะพิเศษของไบโอโรบอทมากกว่าแท่งโลหะเย็นๆเหล่านั้นเสียอีก ฉะนั้นเหล่านักพฤกษศาสตร์ที่จบการศึกษาจากวิทยาลัยพฤกษศาสตร์แห่งดาวเอิร์ลจึงมีฝีมือโดดเด่นมากที่สุดในกลุ่มวิทยาลัยพฤกษศาสตร์ทั้งหมด ซึ่งนักเรียนที่ศึกษาในโรงเรียนแห่งนี้แทบจะเคยสัมผัสกับพืชพรรณทุกชนิดที่รัฐบาลรวบรวมเอาไว้ทั้งหมดอีกด้วย…

 

_____ถ้าหากสามารถหาพืชชั้นยอดพวกนั้นมาใช้กับไบโอโรบอทของลั่วซิวเจ๋อได้ล่ะก็ อนาคตของลั่วซิวเจ๋อจะต้องรุ่งโรจน์จนถึงขีดสุดแน่นอน

 

_____เป็นเพราะการเดินทางไปยังดาวเอิร์ลในครั้งนี้สำคัญมาก ลั่วซิวเจ๋อจึงต้องล้มเลิกแผนการ ‘ยั่วสวาทอันสมบูรณ์แบบ’ ของตนไปโดยปริยาย… เขายังรู้จักแยกแยะความสำคัญของเรื่องพวกนี้ได้

 

_____“ดังนั้น… วันพรุ่งนี้พวกเราก็เลยต้องออกเดินทางหรือ?” ฉีหนานค่อนข้างแปลกใจกับเรื่องนี้

 

_____“ใช่” ลั่วซิวเจ๋อกำลังจัดกระเป๋าเดินทางของตนอยู่

 

_____ฉีหนานลังเลชั่วครู่ “ที่นั่นเป็นวิทยาลัยพฤกษศาสตร์ ถึงผมจะไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้กระมัง? และผมก็ไม่ใช่นักพฤกษศาสตร์ด้วย”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหันมามองหน้าเขา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “แค่ตอนนี้เท่านั้น”

 

_____ฉีหนาน “…” บัดซบ หมายความว่า คิดจะเพิ่มตารางเรียนของเขาอีกแล้วหรือ?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้ฝ่ามือตบลงบนข้างเตียงเพื่อให้อีกฝ่ายขยับเข้ามานั่งข้างๆ “เจ้าจะไม่เรียนวิชาสายพฤกษศาสตร์ก็ได้ แต่เพื่อวิวัฒนาการที่ดีของไบโอโรบอท เจ้าจะต้องรู้จักพืชทุกชนิดที่สามารถสกัดพลังงานได้ เพราะในอนาคตเจ้าจะต้องดูแลไบโอโรบอทของเจ้าด้วยตัวเองและเลือกพืชที่เหมาะสมได้”

 

_____ใบหน้าของฉีหนานเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม “ไบโอโรบอทแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเลยหรือ?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ายืนยัน “ข้าช่วยพวกรุ่นพี่ของสาขาค้นคว้าและพัฒนาหุ่นยนต์มานานเกือบครึ่งปี จนในที่สุดก็กลายเป็นไบโอโรบอทที่เข้ากับพลังจิตของข้าแล้ว”

 

_____เมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความตื่นตระหนกตกใจของฉีหนาน ลั่วซิวเจ๋อจึงอธิบายต่อด้วยรอยยิ้ม “ไบโอโรบอทช่วงแรกนั้นอ่อนแอมาก ทว่าหากดูดกลืนโลหะหรือวัสดุอื่นเข้าไป มันจะพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น ฉะนั้นการเดินทางไปยังดาวเอิร์ลในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ซึ่งข้าหวังว่า เจ้าจะไม่ทำให้มันสูญเปล่า”

 

_____ฉีหนานถึงกับตะลึงงัน “หมายความว่า ไบโอโรบอทตัวนี้ก็เป็นของผมด้วย?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อชายตามองด้วยแววตาดูถูก “แน่นอน! มิเช่นนั้นเจ้าคิดว่า ทำไมข้าถึงกระตือรือร้นที่จะช่วยเจ้าพวกคลั่งวิทยาศาสตร์พวกนั้นนักเล่า!”

 

_____ฉีหนานพลันหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ “อันที่จริง…”

 

_____“อะไร?”

 

_____“อันที่จริงคุณไม่ต้องดีกับผมมากถึงขนาดนี้ก็ได้” ฉีหนานถูมือไปมาอย่างกระอักกระอ่วน

 

_____“เจ้าพูดอะไร… ข้าไม่ดีกับเจ้าแล้วจะให้ดีกับใคร? ใครใช้ให้เจ้าเป็น… คู่หูของข้าเล่า” ลั่วซิวเจ๋อจงใจเน้นเสียงหนักตรงคำว่า ‘คู่หู’…

 

_____ฉีหนาน “…” ก่อนหน้านี้เขารู้สึกเหมือนคำว่า ‘คู่หู’ เป็นความใกล้ชิดสนิทสนมที่มากพอดี ทว่าตอนนี้ได้ยินทีไรกลับรู้สึกตะขิดตะขวงใจเหลือเกิน!

 

_____เมื่อเห็นใบหน้าหงิกงอของฉีหนาน ลั่วซิวเจ๋อถึงกับโค้งมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ แม้ว่าช่วงนี้เขาคงไม่มีทางได้ยินคำสารภาพรักจากเจ้าโง่ตรงหน้านี้เป็นแน่ แต่การแซวอีกฝ่ายเล่นเองก็ถือว่า ตัวเลือกที่ไม่เลวเลย

 

_____คืนนั้นทั้งสองคนช่วยกันจัดกระเป๋าเดินทางอย่างเงียบงัน… เช้าตรู่วันถัดมา ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานลากกระเป๋าเดินทางเดินออกมาจากห้องพัก ซึ่งก่อนจะเดินจากไป ฉีหนานจ้องมองห้องพักอันว่างเปล่าของตนพลางรู้สึกวูบโหวงในใจ… รู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่างไป?

 

_____จนกระทั่งทั้งสองคนก้าวขึ้นไปบนรถยนต์ลอยฟ้า และขณะที่กำลังจะปิดประตูรถเพียงหนึ่งวินาที ในที่สุดฉีหนานก็นึกออกว่า เขาลืมอะไรกันแน่…

 

_____“แง๊ว! แง๊ว!!”

 

_____แมวราตรีสีดำสนิทตัวหนึ่งกรีดร้องเสียงแหลมบาดหู พร้อมกับกระโจนลงมาจากห้องพักอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะรีบวิ่งสุดฝีเท้าเข้ามาในรถยนต์ลอยฟ้าอย่างรวดเร็ว

 

_____ฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อ “…”

 

_____“เมี๊ยวๆๆ!” แมวราตรีถลึงตาจ้องมองเจ้านายผู้ไร้ความรับผิดชอบทั้งสองของตนอย่างขุ่นเคือง ปกติก็เอาแต่ยุ่งอยู่กับการฝึกจนไม่สนใจมันยังพอว่า ถึงอย่างไรมันก็ไม่คิดจะนอนรออยู่ในห้องพักเพียงอย่างเดียว บางครั้งมันก็พอจะออกไปเถลไถลข้างนอกได้…  ทว่าทั้งๆที่ปิดเทอมแล้ว อีกทั้งอาหารแมวที่สั่งซื้อผ่านทางอินเทอร์เน็ตชุดล่าสุดก็หมดแล้วเช่นกัน เจ้านายผู้แล้งน้ำใจทั้งสองคนกลับคิดจะจากไปเช่นนี้… นี่ตั้งใจจะให้มันอดตายหรือไร!!

 

_____คิ้วของลั่วซิวเจ๋อกระตุกวูบขึ้นมาเล็กน้อย… หลังจากที่พวกเขาเข้ามาในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง แมวราตรีตัวนี้ก็ชอบทำตัวผลุบๆโผล่ๆอยู่เรื่อย ถ้าหากอาหารแมวในชามไม่ถูกกินจนเกลี้ยงทุกวันล่ะก็ เขาเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า ฉีหนานยังมีสัตว์เลี้ยงอีกหนึ่งตัว…

 

_____ในขณะที่ฉีหนานกลับรู้สึกผิดมาก… ตลอดหนึ่งเทอมหรือเกือบห้าเดือนที่ผ่านมา นอกจากอาหารแมวจำนวนมากที่เขาซื้อจากอินเทอร์เน็ตในครั้งนั้นแล้ว เขาแทบจะไม่ใส่ใจดูแลแมวราตรีตัวนี้เลย…

 

_____ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อน และแมวราตรีตัวนี้ก็ไม่มีนิสัยชอบออดอ้อนเขา ฉะนั้นเขาจึงเผลอละเลยมันไปในที่สุด… อีกทั้งยังเป็นเพราะเขาเรียนหนักมากและลั่วซิวเจ๋อก็เพิ่มตารางการฝึกของเขาหนักมากขึ้น จนสูบพลังงานของเขาไปแทบหมดตัว ฉะนั้นเขาจึงเผลอลืมดูแลสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปเสียสนิท

 

_____“คือ… ขอโทษนะ” ฉีหนานลูบขนนุ่มสลวยของเจ้าแมวราตรีด้วยรอยยิ้มขบขัน

 

_____แมวราตรีพลันตวัดอุ้งเท้าปัดมือของฉีหนานออกไปด้วยความไม่พอใจ… ลั่วซิวเจ๋อเกือบจะลงมือสั่งสอนอีกฝ่าย ทว่าเมื่อเห็นเจ้าแมวเก็บกรงเล็บของตนเป็นอย่างดีและใช้เพียงอุ้งเท้านุ่มนิ่มสัมผัสฉีหนาน เขาจึงยอมหยุดมือแต่โดยดี

 

_____แมวราตรีเหลือบสายตามองลั่วซิวเจ๋อเล็กน้อย เจ้าเงือกบ้าตนนี้ยังคงดูแลทะนุถนอมมนุษย์ผู้นี้เป็นอย่างดี… ตลอดหนึ่งเทอมที่ผ่านมา บางครั้งมันก็อยากจะออกมาออดอ้อนเจ้านายของตน ทว่ามักถูกตัดหน้าก่อนอยู่เสมอ… เมื่อเห็นเจ้าเงือกตรงหน้ามั่นคงกับเจ้านายของตนถึงเพียงนี้ มันจะยอมให้อภัยที่เจ้าหมอนี่เสียมารยาทกับมันล่ะกัน!

 

_____“เหมียว!” แมวราตรีส่งเสียงเรียกอีกครั้ง

 

_____ฉีหนานหันไปมองลั่วซิวเจ๋อด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลังเล… การเดินทางครั้งนี้มิใช่ฮันนีมูนของพวกเขาสองคน แต่เป็นการติดต่อแลกเปลี่ยนของทางโรงเรียน หากพาสัตว์เลี้ยงไปด้วยเช่นนี้ จะไม่มีปัญหาแน่หรือ?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเองก็สบสายตามองฉีหนานด้วยสีหน้าอับจนคำพูด…  ตอนนี้จะพาไปสถานรับฝากสัตว์เลี้ยงก็คงไม่ทันเสียแล้ว… นอกจากยอมพามันไปด้วย ยังทำอะไรได้อีกเล่า?

 

_____โชคดีที่แมวราตรีตัวนี้ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา ตอนที่พวกเขายังอยู่บนดาวโลก ลั่วซิวเจ๋อเคยใช้พลังจิตตรวจสอบอีกฝ่ายอย่างละเอียดแล้ว น่าเสียดายที่เจ้าแมวตัวนี้ปลอมตัวเก่งมาก แม้แต่ลั่วซิวเจ๋อก็ยังดูไม่ออกว่า มันเป็นตัวอะไรกันแน่…

 

_____ทว่าเมื่อคิดอีกที การที่แมวราตรีตัวนี้สามารถปิดบังลั่วซิวเจ๋อได้ ย่อมยืนยันถึงความไม่ธรรมดาของมันได้เป็นอย่างดี

 

_____ลั่วซิวเจ๋อใช้ปลายเท้าเตะเจ้าแมวตัวนั้น จนมันร้องเหมียวออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะถลึงตาจ้องมองเขาด้วยความขุ่นเคือง

 

_____“นี่พวกเราจะต้องไปแล้ว… อย่าให้ใครพบตัว ทำได้หรือไม่?”

 

_____แมวราตรีโบกอุ้งเท้าของมันเล็กน้อยราวกับต้องการสื่อว่า ตนเข้าใจแล้ว

 

_____ดวงตาที่เปล่งประกายวิบวับของมันจ้องมองลั่วซิวเจ๋อ ก่อนจะหันมามองฉีหนานอีกครั้งด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวราวกับกำลังลังเลใจอย่างหนัก

 

_____“ทำไม? มีปัญหาหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อยักคิ้วพลางเอ่ยถามอีกฝ่าย

 

_____แมวราตรีนิ่งคิด ก่อนจะส่งเสียงร้องเหมียวออกมาสองครั้ง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วมุ่น  “พูดภาษาคน ข้าไม่เข้าใจภาษาแมว”

 

_____แมวราตรี “…”

 

_____ฉีหนานยิ้มเจื่อนๆ “อย่าล้อเล่นน่า แมวราตรีจะพูดภาษาคนได้อย่างไร…”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อยักคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่เอ่ยตอบใดๆ เขาแค่จับจ้องมองแมวราตรีอย่างเงียบงัน

 

_____แววตาของลั่วซิวเจ๋อทำให้แมวราตรีถึงกับพองขนไปทั้งตัว ก่อนจะอ้าปากด้วยท่าทีลังเลใจ “เจ้าจะช่วยเก็บเรื่องของข้าเอาไว้เป็นความลับได้หรือไม่?”

 

_____ฉีหนาน “….” ให้ตายเถิด!! แมวบ้านผมพูดได้!!!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อย ทว่าก็ยังอยู่ในการคาดการณ์ของเขา…

 

_____การที่อีกฝ่ายสามารถป้องกันพลังจิตที่ตัวเขาใช้ตรวจสอบได้นั้นมีเพียงสองกรณี กรณีแรกคือ พลังจิตของแมวราตรีตัวนี้ทรงพลังมากจนสามารถสะกดพลังจิตของตัวเองให้ลดต่ำลงเพื่อปลอมตัวได้อย่างแนบเนียน