0 Views

บทที่ 78

_____ฉีหนานแกมันไอ้ขี้ขลาด!!!

 

_____ขณะนี้ในใจของฉีหนานปรากฏร่างของฉีหนานจิ๋วร่างสีดำกำลังคำรามกึกก้องด้วยความฉุนเฉียว

 

_____ฉีหนานปัดเจ้าตัวจิ๋วออกไปด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก… เขาขี้ขลาดแล้วอย่างไรเล่า เก่งนักนายก็ออกมาบอกรักกับลั่วซิวเจ๋อเองเถิด แล้วเขาจะรอดูว่า นายจะโดนตบกระเด็นหรือไม่!

 

_____ในขณะที่ฉีหนานจิ๋วร่างสีขาวกลับลูบเบาๆอย่างปลอบโยนพลางเอ่ยกับฉีหนานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวล  “พยายามจีบลั่วซิวเจ๋อต่อไปเถิด เมื่อถึงวันที่นายสามารถต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาได้อย่างภาคภูมิ ค่อยสารภาพรักกับเขาก็ได้… ฉันคิดว่า ตอนนั้นนายน่าจะมีโอกาสมากกว่านะ”

 

_____“มากกว่าตอนนี้เท่าไหร่” ฉีหนานถามกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

_____ฉีหนานจิ๋วร่างสีขาวลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะถามพลางขยับนิ้วอย่างไม่แน่ใจ “ประมาณ… ครึ่งหนึ่งกระมัง?”

 

_____ฉีหนานถลึงตาใส่อีกฝ่าย… ถ้าจะรอให้เขาอกหักตอนที่เขาแข็งแกร่งถึงขนาดนั้น ไม่สู้ให้เขาลงมือจัดการอีกฝ่ายบนเตียงคืนนี้หรือ!

 

_____ฉีหนานจิ๋วสีขาวหน้าขึ้นสีด้วยความเขินอาย จากนั้น… ก็ยกนิ้วโป้งให้เขาอย่างเงียบงัน

 

_____ฉีหนาน “…”

 

_____เขาจะต้องเสียความบริสุทธิ์เพื่อลั่วซิวเจ๋อหรือ! กลับไปนอนเสียเถิด!

 

_____หลังจากการโต้เถียงอันดุเดือดในหัว แม้ฉีหนานจะวางแผนเอาไว้ในใจแล้ว แต่ตัวเขาในตอนนี้ก็ยังอ่อนแอเกินกว่าจะมีหน้าไปสารภาพรักกับอีกฝ่าย

 

_____ฉีหนานสงบสติอารมณ์ลงได้ในที่สุด หลังจากนั้นเขาเริ่มทำเป็นเมินเฉยต่อการกระทำที่ชวนสับสนของลั่วซิวเจ๋อเหล่านั้น แต่ลั่วซิวเจ๋อกลับกลายเป็นฝ่ายที่เริ่มกระวนกระวายแทน

 

_____ทั้งที่ก่อนหน้านี้บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งคู่แทบจะอบอวลไปด้วยความรัก ทว่าผ่านไปเพียงวันเดียว ฉีหนานกลับมีท่าทีสงบเยือกเย็นมากราวกับโดนใครสาดน้ำเย็นจัดใส่ก็ไม่ปาน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่พอใจมาก เห็นได้ชัดว่า ก่อนหน้านี้ฉีหนานสนอกสนใจในตัวเขามาก ทำไมอยู่ๆถึงล้มเลิกเสียดื้อๆเล่า? นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน เขาจะต้องหาสาเหตุที่ฉีหนานมีท่าทีเปลี่ยนไปเช่นนี้ให้ได้!

 

_____เมื่อลองตรวจสอบดูแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็พุ่งเป้าไปที่แอนดี้ผู้โชคร้ายอย่างรวดเร็ว

 

_____ฉะนั้นขณะที่แอนดี้ผู้ปลีกตัวออกมาจากเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นและกำลังเดินเลี้ยวเข้าไปในมุมอับ จึงถูกมือปริศนาอุดปากพร้อมกับลากเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว…

 

_____แอนดี้ “!!!”

 

_____ทั้งที่เขาเก่งกาจในด้านการต่อสู้ป้องกันตัวไม่น้อย แต่กลับไม่อาจขัดขืนการล็อคตัวของอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย  แอนดี้รู้สึกว่า การฝึกตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาช่างไร้ประโยชน์เสียจริง… เขาพลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ หรือว่าเขาจะเป็นศพแรกที่ถูกลอบสังหารในรั้วโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งกัน?

 

_____เอ๋?

 

_____ทันใดนั้นเขาพลันตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว แม้จุดที่เขาถูกลักพาตัวเมื่อครู่จะลับตาคน แต่ก็มีกล้องวงจรปิดคอยจับภาพอยู่เสมอ ถ้าหากเขาถูกคนนอกลักพาตัวจริงๆล่ะก็ สัญญาณเตือนภัยจะต้องดังขึ้นอย่างแน่นอน… ซึ่งกรณีที่จะไม่ทำให้สัญญาณเตือนภัยแผดเสียงออกมานั้นมีเพียงสองกรณี… กรณีแรกคือ ศัตรูลอบเข้าไปถึงระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนและปิดสัญญาณเตือนภัย… กรณีที่สอง ย่อมเป็น ‘การปะทะ’ ระหว่างนักเรียนด้วยกันเองภายในรั้วโรงเรียน…

 

_____“คือ…” แอนดี้ถูกล็อคคออยู่  ทำให้มองไม่เห็นร่างของอีกฝ่าย จึงได้แต่อ้าปากถามเพื่อหยั่งเชิงอีกฝ่าย “คือ… รุ่นพี่มีธุระอะไรกับผมหรือ?”

 

_____“หึ…” ลั่วซิวเจ๋อหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย “รู้ตัวไวดีนะ”

 

_____แอนดี้ “…” บัดซบ! ลั่วซิวเจ๋อนี่เอง! บ้าจริง เมื่อวันก่อนเขาเพิ่งจะเป่าหูให้ฉีหนานไปอ่อยอีกฝ่ายเอง คงไม่ใช่ว่าเกิดเรื่องขึ้นหรอกกระมัง?

 

_____แอนดี้พยายามกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “คุณ… ลั่วซิวเจ๋อ มีธุระอะไรกับผมหรือ?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพลิกมือผลักร่างของอีกฝ่ายเข้ากับลำต้นหนาของต้นไม้ต้นหนึ่ง ก่อนจะใช้ข้อศอกกดหน้าอกของอีกฝ่ายเอาไว้พลางเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ว่าไง?”

 

_____แอนดี้ “….” เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาควรแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอันใดดีหรือไม่?

 

_____สายตาของลั่วซิวเจ๋อที่จับจ้องมองแอนดี้พลันทอประกายวาววับพร้อมกับออกแรงกดอีกฝ่ายมากขึ้น “จะบอกว่า นายไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ย่อมได้ แต่ฉันเป็นคนใจแคบมาก ถ้าจับได้ว่า มีใครกล้าโกหกฉันล่ะก็…”

 

_____แอนดี้ถึงกับตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ… คนอื่นอาจลุ่มหลงไปกับรูปร่างหน้าตาอันสุภาพงดงามของลั่วซิวเจ๋อ ทว่ากับคนที่เคยเห็นอีกฝ่ายอัดรุ่นพี่ดีเจย์จนหมดสภาพต่อหน้าต่อตาและฉีกหน้ารุ่นพี่ในงานซ้อมรบนั้น เขาครุ่นคิดวิเคราะห์อย่างจริงจัง หากถูกจับได้ว่าโกหกในภายหลังล่ะก็ สภาพของเขาคงไม่ดีกว่ารุ่นพี่ดีเจย์เป็นแน่…

 

_____“งั้น… คุณอยากรู้อะไร” แอนดี้ถามด้วยสีหน้าสิ้นหวัง เขาลอบไว้อาลัยให้กับฉีหนานในใจ… ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากปกป้องนาย แต่เพราะคู่หมั้นของนายน่ากลัวเกินไปต่างหาก!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อคลี่รอยยิ้มแสนอ่อนหวานให้กับอีกฝ่าย ก่อนจะพูดด้วยท่าทีมีเลศนัยว่า “น่าสนใจจริงๆ ฉันชอบคนที่น่าสนใจอย่างนายมากที่สุด”

 

_____แอนดี้พลันขนลุกซู่ ทั้งๆที่อีกฝ่ายกำลังยิ้มอยู่ แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกหวาดผวากว่าเดิมเล่า???

 

_____“ฉันอยากรู้ว่า วันนั้นนายพูดอะไรกับฉีหนานในห้องฝึกซ้อม? พอฉีหนานกลับไป ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปมากเลย… และการใส่ใจคนรักของตัวเองอยู่เสมอก็เป็นหน้าที่ของคู่หมั้นอย่างฉัน ดังนั้น… สหายแอนดี้ นายเต็มใจที่จะช่วยฉันหรือไม่?” ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาพลางส่งยิ้มมุมปากให้กับแอนดี้

 

_____แอนดี้มุมปากกระตุกวูบ ก่อนจะอ้าปากเล่าบทสนทนาของพวกเขาในวันนั้นออกมาอย่างว่าง่าย

 

_____“อ่อย?” ดวงตาที่หรี่ลงของลั่วซิวเจ๋อพลันทอประกายวิบวับด้วยความสนใจ

 

_____“คือ…” แอนดี้นิ่งคิดครู่หนึ่ง เขารู้สึกว่า ตนควรจะช่วยฉีหนานสักหน่อย “ผมไม่รู้ว่า ทำไมพวกคุณถึงกลายเป็นคู่หมั้นได้ แต่จากที่ผมเห็น ฉีหนานดูจะ… ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลย?”

 

_____“หือ?” ลั่วซิวเจ๋อชายตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย

 

_____แอนดี้รีบโบกมืออย่างร้อนรน “ผมไม่โกหกคุณแน่นอน… คุณอย่ามองว่า ฉีหนานดูสบายๆไม่กังวลอะไรง่ายๆนัก  อันที่จริงเขา… จะว่าอย่างไรดี?” แอนดี้เกาศีรษะด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม “ผมไม่รู้ว่า คุณสังเกตเห็นหรือเปล่า แต่ฉีหนานดูเหมือนจะ… ดูถูกตัวเองมาก?”

 

_____เมื่อพูดจบประโยค แอนดี้เองก็เผลอยักไหล่ด้วยความแปลกใจกับความคิดของตน “บอกตามตรง พรสวรรค์ของฉีหนานนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ดังนั้นผมจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมเขาถึงชอบดูถูกตัวเองนัก อืม… ถึงแม้ว่าคุณจะแข็งแกร่งโดดเด่นมาก ก็ใช่ว่าฉีหนานจะไม่คู่ควรกับคุณเสียทีเดียว… อีกทั้งมันยังไม่ใช่วิธีที่คุณใช้เลือกคู่แต่งงานของคุณด้วย ถ้าหากคุณคิดจะใช้วิธีนี้ในการเลือกคู่ครองของคุณจริงๆล่ะก็ ฉีหนานย่อมไม่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่แรกอย่างแน่นอน”

 

_____คำพูดของแอนดี้ช่างจริงใจและตรงไปตรงมานัก ในสายตาของเขา ฉีหนานไม่มีสิ่งใดที่ไม่คู่ควรกับลั่วซิวเจ๋อ

 

_____บางทีในสายตาของคนอื่น ลั่วซิวเจ๋อควรจะมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้รออยู่ แต่แอนดี้กลับแค่นหัวเราะขึ้นจมูกอย่างหยามหยัน… เจ้าพวกที่ ‘คิดว่า’ ลั่วซิวเจ๋อจะต้องครองคู่กับผู้ที่แข็งแกร่งหรือมีอิทธิพลดูเหมือนจะตาบอดกันหมด… ลั่วซิวเจ๋อทรงพลังมาก แต่กลับไม่จำเป็นต้องมีใครคอยช่วยเหลือเขาเลย

 

_____อีกทั้งลั่วซิวเจ๋อเองก็ไม่คิดจะเกี่ยวดองกับตระกูลใดๆทั้งสิ้น เพราะเขาแข็งแกร่งมากพอที่จะสร้างตระกูลของตนขึ้นมาได้ไม่ยาก

 

_____ในเมื่อเขาทรงพลังถึงเพียงนี้ ทำไมเขาจะต้องอดทนกับคู่ครองที่ไม่ชอบใจด้วยเล่า? อย่าได้กล่าวว่า การมีคู่ครองจะช่วยประหยัดเวลาในการสั่งสมอำนาจของลั่วซิวเจ๋อ… ถ้าเขาจำเป็นต้องพึ่งกำลังของตระกูลเหล่านั้นเพื่อไปให้ถึงจุดหมายของตนล่ะก็ นั่นย่อมไม่ใช่ลั่วซิวเจ๋อแล้ว

 

_____ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม ซึ่งครั้งนี้เป็นรอยยิ้มที่เขาตั้งใจมอบให้กับแอนดี้จากใจ

 

_____แอนดี้เกิดมาในตระกูลใหญ่ ย่อมเข้าใจดีถึงการแข่งขันชิงดีชิงเด่นระหว่างตระกูล ฉะนั้นเขาจึงวิเคราะห์ความคิดของลั่วซิวเจ๋อได้ค่อนข้างแม่นยำนัก… สาเหตุที่เขาไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่ฉีหนานมักดูถูกตัวเอง เป็นเพราะเขาไม่รู้ว่า เมื่อก่อนฉีหนานมีพลังสมรรถภาพร่างกายระดับD และพลังจิตระดับF แถมยังถูกคนอื่นตราหน้าว่า เป็นคนไร้ค่า มานานหลายปีอีก

 

_____แม้ฉีหนานจะไม่แสดงออกให้เห็น ทว่าในส่วนลึกของจิตใจของเขาก็ยังคงมีเงามืดซึ่งเกิดจากการที่ต้องใช้ชีวิตอย่างคนไร้ค่ามานานประทับอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย เพียงแต่เงามืดนี้จะปรากฏออกมาเมื่อใดก็ขึ้นอยู่กับลั่วซิวเจ๋อด้วย เพราะเขาทราบดีถึงความแข็งแกร่งของลั่วซิวเจ๋อที่เคยได้สัมผัสด้วยตัวเอง ความแข็งแกร่งที่ส่องสว่างเจิดจ้าถึงเพียงนั้นมันทำให้เขารู้สึกว่า แสงสว่างของตนช่างริบหรี่เหลือเกิน…

 

_____“เจ้าโง่” ลั่วซิวเจ๋อไม่รู้ว่า ควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี… นึกไม่ถึงว่า ฉีหนานเปลี่ยนไปเพราะเขาดูถูกตัวเองงั้นหรือ?

 

_____เขาเข้าใจผิดมาตลอดว่า การออกห่างจากดาวโลกและสามารถทลายขีดจำกัดของอีกฝ่ายจนแข็งแกร่งขึ้นน่าจะทำให้ฉีหนานลืมคำครหานี้ไปแล้ว ทว่าคิดไม่ถึงว่า ความรู้สึกนั้นจะยังไม่เลือนหายไป มันแค่ซ่อนเร้นและหยั่งรากลึกเข้าไปอยู่ในจิตใจมากขึ้นและหลุดรอดออกมาในบางครั้งเช่นนี้

 

_____แอนดี้จ้องมองลั่วซิวเจ๋อที่เผยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยพลางคลี่ยิ้มหวานล้ำอย่างเงียบงัน ทว่าในใจกลับสบถด่าทอฉีหนานยับเยิน

 

_____คู่รักคู่นี้มันเหลือทนจริงๆ! อย่ามาแสดงความรักกันหวานแหววต่อหน้าคนโสดอย่างฉันสิ! ตาฉันจะบอดเพราะพวกนายแล้ว!

 

_____เมื่อรู้สาเหตุที่ฉีหนานทำท่าแปลกๆแล้ว ลั่วซิวเจ๋อจึงนิ่งคิดไตร่ตรองอย่างเงียบงัน หรือว่าวิธีหยอกทีละน้อยของเขาจะผิดพลาดกัน? ทว่าหากไม่ทำเช่นนี้แล้ว จะทำให้ฉีหนานเป็นฝ่ายเอ่ยปากสารภาพรักเขาก่อนได้อย่างไร?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพลันรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา อันที่จริง… ปกติฉีหนานเป็นคนฉลาดมีไหวพริบมิใช่หรือ ทำไมครั้งนี้ถึงรู้สึกตัวช้าเช่นนี้เล่า? การกระทำของเขายังไม่ชัดเจนพอหรือไร? ทั้งที่เขามองออกว่า บางครั้งฉีหนานเองก็ทนการหยอกเย้าของเขาแทบไม่ไหวแล้วแท้ๆ แต่เจ้าหมอนั่นกลับอดทนไม่ยอมสารภาพรักเสียนี่… น่าโมโหเสียจริง!

 

_____อา!

 

_____ทันทีที่ลั่วซิวเจ๋อหันกลับมามองแอนดี้ แววตาของเขาพลันทอประกายวาววับ…  ฉีหนานไม่กล้ายั่วยวนเขา แต่ในทางกลับกันเขาสามารถยั่วยวนฉีหนานได้  แค่เขาทำให้ฉีหนานเข้าใจว่า เจ้าตัวมีความหมายกับเขาเช่นกัน… อีกฝ่ายไม่กล้าพูดเพราะนิสัยชอบดูถูกตัวเอง ถ้าหาก… เขารุกอีกฝ่ายมากขึ้นล่ะก็ ฉีหนานน่าจะเข้าใจแล้วกระมัง?

 

_____ถ้าหากอีกฝ่ายไม่เข้าใจจริงๆล่ะก็… ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาลงด้วยแววตาอันตราย หึหึ… การข่มขืนก็ใช่ว่าจะยอมรับไม่ได้!

 

_____(ฉีหนานรีบยกมือค้าน: ช้าก่อน! ผมแค่สารภาพรักช้าเอง ใช่ว่าจะไม่สารภาพรักเสียหน่อย… ข่มขืนอะไรเล่า!!)

 

_____เมื่อเป็นเช่นนี้ ลั่วซิวเจ๋อจึงปล่อยตัวแอนดี้ไปด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะเริ่มวางแผน ‘หลอกล่อ’ ให้ฉีหนานสารภาพรักออกมา

 

_____สามวันต่อมา ลั่วซิวเจ๋อกำลังสบสายตากับอธิการบดีฮัลด์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ท่านบอกว่า เพราะผลการสอบอันดีเลิศของผม ทางโรงเรียนจึงต้องการให้ผมไปแลกเปลี่ยนความรู้กับวิทยาลัยพฤกษศาสตร์เฉพาะทางที่ดาวเคราะห์เอิร์ล?”

 

_____“อืม… มีปัญหาอะไรหรือ?” ฮัลด์มองลั่วซิวเจ๋อด้วยความไม่สบายใจ เมื่อครู่เขาพูดไม่ชัดเจนหรือ… การแลกเปลี่ยนนักเรียนเป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้น อันที่จริงเขาต้องการให้ลั่วซิวเจ๋อมีโอกาสหารายได้พิเศษส่วนตัวต่างหาก

 

_____จะว่าไปช่างน่าเศร้าใจนัก… ถ้าหากเป็นโรงเรียนอื่น ยอดฝีมือระดับSคู่ย่อมไม่ขัดสนเงินทอง แถมยังมีตระกูลมากมายเต็มใจมอบเงินทุนมหาศาลเพื่อสานสัมพันธ์กับยอดฝีมือคนนั้นอย่างแน่นอน ทว่าโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งนั้น ฮัลด์ต้องการรักษาความยุติธรรมและปลอดภัยภายในโรงเรียน จึงสั่งห้ามไม่ให้นักเรียนรับเงินทุนจากตระกูลใดอย่างเด็ดขาด… ถึงอย่างไรเงินเบี้ยเลี้ยงจากทางโรงเรียนก็มากพอที่นักเรียนคนหนึ่งจะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างสุขสบายแล้ว

 

_____ด้วยพลังของลั่วซิวเจ๋อ เป็นไปได้สูงที่เขาจะจบการศึกษาเร็วกว่าปกติ ฉะนั้นการมอบหุ่นยนต์อันทรงพลังให้กับอีกฝ่ายจึงกลายเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา