0 Views

บทที่ 77

_____แววตาของลั่วซิวเจ๋อที่จ้องมองมาทำเอาฉีหนานถึงกับขนลุกซู่และเผลอก้าวถอยหลังออกไปสองก้าว

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกลับขยับตามเข้าไปยืนแผ่รังสีกดดันใส่เขาชวนให้รู้สึกอึดอัดไม่น้อย

 

_____ฉีหนานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากกับรังสีอำมหิตของลั่วซิวเจ๋อ ก่อนจะก้าวถอยหลังอีกสองก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่กลับกลายเป็นว่าเขาสะดุดล้มลงไปนั่งบนโซฟาโดยไม่ทันตั้งตัวเสียได้

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเองก็ไม่รอช้า รีบขยับเข้าไปนั่งคร่อมอยู่ขาทั้งสองข้างของฉีหนานอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายของคนทั้งสองแนบชิดกันมากขึ้นจนรู้สึกเหมือนบรรยากาศภายในห้องค่อยๆร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด…

 

_____อึก…

 

_____ฉีหนานรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงกลืนน้ำลายของตัวเอง… เขาคิดไม่ออกจริงๆว่า ควรจะใช้คำใดมาบรรยายความงดงามของลั่วซิวเจ๋อในตอนนี้ดี… ระยะประชิดตัวถึงเพียงนี้ทำให้เขามองเห็นใบหน้างดงามอันสมบูรณ์แบบไร้ที่ติของลั่วซิวเจ๋อได้อย่างชัดเจน อีกทั้งตัวเขาก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง จึงยากนักที่ใบหน้าจะไม่ขึ้นสีแดงระเรื่อและเริ่มหายใจถี่เร็วขึ้น

 

_____ยิ่งเขา… แอบชอบลั่วซิวเจ๋อเสียด้วย!

 

_____เขาแอบชอบเจ้าเงือกวิปริตตนนี้!

 

_____แม้ตอนที่เขาตระหนักถึงความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่ายได้ในครั้งแรกจะรู้สึกตกใจมาก ทว่าเมื่อเห็นท่าทียั่วยวนของอีกฝ่ายในตอนนี้แล้ว เขาชักอยากจะร้องลั่นและทรุดลงไปดิ้นกับพื้นเสียให้ได้

 

_____ยังไงก็คิดไม่ออกว่า ทำไมเขาถึงชอบเงือกตนนี้!!!

 

_____อืม… รู้สึกเหมือนจะมีบางอย่างไม่ถูกต้อง…

 

_____ควรจะเป็น… ยังไงก็คิดไม่ออกว่า… ทำไมเขาถึงมาชอบเงือกจิตวิปริตจอมบ้าพลังแบบนี้ได้ต่างหาก!

 

_____บ้าจริง… อีกฝ่ายยังแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ขนาดนี้แล้วจะให้เขากดอีกฝ่ายและทำเรื่องแบบนั้น… ใครเขาจะไปเชื่อ!!!

 

_____น่าขัดใจเสียจริง!

 

_____“กำลังคิดอะไรอยู่?” ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดที่ใบหูอย่างแผ่วเบา ทำให้ฉีหนานถึงกับสะดุ้งโหยงและอ้าปากค้างมองใบหน้างดงามประดุจรูปสลักที่เข้ามาใกล้มากขึ้น

 

_____“ไม่… ไม่มีอะไร…”

 

_____“เมื่อครู่… เจ้านั่นบอกว่า ‘จะต้องแยกทางกันในอนาคตแน่’ หมายความว่าอย่างไร?”

 

_____ฉีหนานลอบไว้อาลัยให้กับรุ่นพี่ผู้ตามตื้อลั่วซิวเจ๋อมานานครึ่งเดือนคนนั้นอย่างเงียบงัน ลั่วซิวเจ๋อจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของนายด้วยซ้ำไป…

 

_____แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ลั่วซิวเจ๋อกำลังถามตนอยู่จึงรีบอธิบายกับอีกฝ่าย “ไม่มีอะไร… คุณไม่ต้องกังวล… ผมเข้าใจดีว่า เรื่องที่เราเป็นคู่หมั้นกัน มันก็แค่ฉากบังหน้าเท่านั้น ยังไงสักวันเราก็ต้องแยกทางกัน คุณสบายใจได้เลย ผมจะไม่ตามตื้อคุณแน่นอน… คุณดีกับผมมาก ผมมีแต่จะตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้ ไหนเลยจะดึงดันเหนี่ยวรั้งคุณเอาไว้อีก?”

 

_____สีหน้าที่เปลี่ยนไปจนคาดเดาไม่ออก และดวงตาสีครามคู่นั้นที่ยังคงจ้องมองมาของลั่วซิวเจ๋อ ทำให้เสียงทุ้มของฉีหนานเริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ  เริ่มรู้สึกเหมือนตนทำอะไรผิดไป

 

_____“ผม… พูดผิดหรือ?” ฉีหนานกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

 

_____การเผชิญหน้ากับลั่วซิวเจ๋อในระยะประชิดขนาดนี้ทำให้เขารู้สึกกดดันมาก… โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านั่งที่อีกฝ่ายใช้ขาคู่นั้นนั่งคร่อมทับอยู่บนหน้าขาของตน เขากังวลเหลือเกินว่าตัวเองจะเผลอทำอะไรน่าอายออกไป… พวกคุณก็น่าจะรู้ว่า ผู้ชายน่ะ… เมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ตัวเองแอบชอบแถมยังแนบชิดกันขนาดนี้… ถ้าเขาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลยก็น่าอัศจรรย์แล้ว!

 

_____“เจ้ารู้สึกหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อกระซิบเย้ายวนอยู่ข้างหูของฉีหนานด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

 

_____ฉีหนานถึงกับจ้องอีกฝ่ายตาค้างพลางอ้าปากพะงาบๆ ไร้ซึ่งเสียงใดๆเอื้อนเอ่ยออกมาราวกับเป็นใบ้ไปเสียเฉยๆ

 

_____เขาได้แต่นั่งตัวแข็งมองลั่วซิวเจ๋อที่ค่อยๆเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ… ริมฝีปากสีแดงอิ่มคู่นั้นกำลังจะประกบลงมาที่ริมฝีปากของ…

 

_____“อย่าได้ลืมสิ่งที่เจ้าเคยพูดเอาไว้…” ลั่วซิวเจ๋อผุดลุกขึ้นยืนพลางเดินเข้าห้องนอนด้วยท่วงท่าสง่างาม

 

_____ฉีหนาน “…”

 

_____บัดซบ!! ทำอย่างนี้กับเขาได้อย่างไร!!!

 

_____บ้าจริง! เขาเคยพูดว่าอะไรก็บอกมาสิ! บอกมา! มาพูดต่อให้จบ! พูดแค่ครึ่งเดียวแล้วเดินจากไปนี่มันหมายความว่าอย่างไร??

 

_____ใบหน้าของฉีหนานยิ่งบูดบึ้งมากขึ้น เมื่อเห็นเป้ากางเกงที่นูนเด่นของตนจากฝีมือของลั่วซิวเจ๋อแล้ว… อยากจะร้องไห้!

 

_____***

 

_____หลังจากเกิดเรื่องในวันนั้น ฉีหนานก็ไม่กล้ามองสบตากับลั่วซิวเจ๋ออีกเลย

 

_____ครั้งหนึ่งที่พวกเขาบังเอิญสบสายตากัน แววตาของลั่วซิวเจ๋อยังคงสงบนิ่งดุจสายน้ำ ทว่าฉีหนานกลับมองออกว่า แววตาอันสงบนิ่งนี้กลับแฝงไปด้วยความผิดหวัง…

 

_____ให้ตายเถิด เขาเคยพูดอะไรกับอีกฝ่ายเอาไว้ ก็บอกมาสิ! มามองด้วยสีหน้าผิดหวังแบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกผิด! แต่ถึงจะรู้สึกผิด เขาก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่า เคยพูดอะไรเอาไว้!!!

 

_____ฉีหนานรู้สึกหงุดหงิดมาก

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่ได้บังคับเขา และไม่เคยพูดถึงเรื่องในวันนั้นอีก ทว่าฉีหนานกลับเอาแต่ครุ่นคิดถึงคำพูดประโยคนั้นของลั่วซิวเจ๋อ…

 

_____เขาพยายามนึก… เค้นสมองนึก… แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็นึกไม่ออกว่า ตนเคยรับปากอะไรเอาไว้กับลั่วซิวเจ๋อ…

 

_____อันที่จริงหากเทียบกันแล้ว ไม่ว่าจะมองยังไงลั่วซิวเจ๋อก็ไม่น่าจะให้ความสำคัญกับตัวเขานัก… ฉีหนานผู้ยากจน หากไม่มีเบี้ยเลี้ยงของทางโรงเรียน คงไม่มีแม้แต่เงินที่จะซื้อข้าวมากินประทังชีวิตด้วยซ้ำไป… ต่อให้เขามีของล้ำค่าอยู่กับตัวจริงๆ เพียงแค่ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยปาก เขาก็พร้อมจะมอบให้อีกฝ่ายเสมอ… แต่เจ้าตัวไม่พูดออกมาเช่นนี้ เขาจะทำอะไรได้อีกเล่า??

 

_____ฉีหนานรู้สึกกระวนกระวายมาก แต่ก็ไม่อาจระบายความในใจนี้กับลั่วซิวเจ๋อได้ จึงต้องไปลากแอนดี้เข้าห้องฝึกซ้อมสำหรับแลกเปลี่ยนเทคนิคในการต่อสู้และระบายความหงุดหงิดนี้ใส่อีกฝ่ายอย่างดุเดือด

 

_____เบ้าตาของแอนดี้ดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด “…” ให้ตายเถิด ฉันยอมรับว่า คู่หมั้นของนายโหดเหี้ยมมาก แต่ฉันไม่ใช่คนที่ไปสารภาพรักนะ นายกำลังพาลหรือไร… กำลังพาลใส่ฉันแน่นอน!!

 

_____“ฮ่า!” ฉีหนานส่ายหัวไปมาพลางร้องออกมาเสียงดังด้วยความสบายใจ

 

_____แอนดี้ยืนกุมแก้มที่บวมฉึ่งข้างหนึ่งพลางถลึงตาจ้องอีกฝ่ายด้วยสีหน้าขุ่นเคือง “นายเล่นแรงเกินไปแล้ว อย่าหวังว่า คราวหน้าจะรอดนะ!”

 

_____ฉีหนานหัวเราะเจื่อนๆอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อยพลางยื่นมือออกไปตบบ่าของอีกฝ่าย “เอาน่า พอดีฉันอารมณ์ไม่ค่อยดีนิดหน่อย”

 

_____“ทำไมหรือ?”

 

_____“เอ่อ…” ฉีหนานอึกอักพลางนิ่งคิดครู่หนึ่ง… อีกฝ่ายนับว่า เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง ทำให้เขายอมเอ่ยปากพูด “เกี่ยวกับคู่หมั้นของฉันน่ะ”

 

_____แอนดี้เบ้ปาก “คู่หมั้นที่ทั้งเก่งทั้งรักนายขนาดนั้นหรือ… คราวก่อนที่รุ่นพี่ดีเจย์มาวุ่นวายกับนาย คู่หมั้นของนายก็สวนกลับทันที และยังฉีกหน้ารุ่นพี่ดีเจย์ในการซ้อมรบอีก… นายยังอารมณ์ไม่ดีกับคู่หมั้นที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้อีกหรือ ฉันว่า นายมันช่างหาเรื่องยุ่งเสียจริง!”

 

_____ฉีหนานหัวเราะพลางเกาหัวเล็กน้อย… คราวก่อนที่ลั่วซิวเจ๋อออกหน้าช่วยเหลือเขานั้น เขาย่อมดีใจมากแน่นอน แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า เจ้าเงือกบ้าตนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

 

_____ทั้งๆที่ทั้งคู่พักอยู่ในห้องเดียวกัน แต่ท่าทีของลั่วซิวเจ๋อที่มีต่อเขากลับคลุมเครือนัก… ตอนที่เขาไม่ทันตั้งตัว อีกฝ่ายก็ชอบทำให้เขาใจเต้นเร็วและหน้าแดงก่ำ ทว่าพอเขารู้สึกตัว ลั่วซิวเจ๋อกลับไม่มีท่าทีเกินเลยใดๆแม้แต่น้อย ทำให้ฉีหนานไม่เข้าใจในการกระทำและความรู้สึกของอีกฝ่าย…

 

_____“เฮ้อ…” ฉีหนานถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขารู้สึกว่า ระดับไอคิวของเขาอาจจะไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของเงือกตนนั้นไปชั่วชีวิตแน่

 

_____ไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมถึงชอบเงือกแบบนี้ได้? หรือว่า… เขาจะเป็นสายเอ็มกัน?

 

_____“ฉีหนาน… ฉีหนาน?”

 

_____“เอ่อ อา?” ฉีหนานพลันได้สติจากเสียงเรียกของแอนดี้ จึงหลุดอุทานด้วยความงุนงงเล็กน้อยและรีบปัดความคิดเมื่อครู่ออกไปทันที

 

_____พูดเป็นเล่นน่า สายเอ็มอะไรกัน… ไม่ใช่นะ!!

 

_____“ฉันบอกว่า… ถ้านายไม่มั่นใจว่า เขารักนายจริงหรือเปล่า ทำไมไม่ลองมีเซ็กส์กับเขาเล่า” แอนดี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ ทว่าในใจกำลังสบถด่าทออีกฝ่าย… คู่หมั้นคนนั้นเลือกนาย โดยไม่สนใจชาวเงือกหรืออิสตรีหน้าไหนทั้งนั้น… หากไม่ใช่รักแท้ล่ะก็ ฉันคงหมดหวังกับความรักไปตลอดชีวิตแน่…

 

_____“เอ๋? อะไรนะ?” ฉีหนานจ้องมองแอนดี้ด้วยสีหน้าตะลึงงัน

 

_____แอนดี้กลับยักไหล่เล็กน้อย “ก็นายไม่แน่ใจในความรู้สึกของลั่วซิวเจ๋อไม่ใช่หรือ? ถ้าเช่นนั้นไม่ลองมีเซ็กส์กับเขาดูเล่า… ถ้าหากเขารักนายจริงๆล่ะก็ เขาไม่มีทางต้านทานการยั่วยวนจากคนที่ตัวเองรักได้อย่างแน่นอน… เออ บอกมาตามตรง พวกนายน่าจะเคยร่วมเตียงกันแล้วกระมัง?”

 

_____ใบหน้าของฉีหนานค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่อ ทำให้แอนดี้ถึงกับตกตะลึงพรึงเพริดกับภาพที่เห็น เขาไม่เคยเห็นฉีหนานหน้าแดงมาก่อนเลย

 

_____“ไม่จริงน่า… พวกนายเป็นคู่หมั้นกัน แต่กลับไม่เคยร่วมเตียงหรือเนี่ย? เฮ้ย นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ดีนะ!” แอนดี้อธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง “จุดเด่นของชาวเงือกกับผู้หญิงคือ สามารถให้กำเนิดลูกหลานที่ช่วยสืบทอดยีนของตนต่อไปได้ ซึ่งการที่ลั่วซิวเจ๋อเลือกที่จะอยู่กับนายก็เท่ากับล้มเลิกความคิดที่จะถ่ายทอดยีนอันสมบูรณ์แบบของเขาต่อไปให้คนรุ่นหลัง… นายคงไม่อยากให้เขาละทิ้งแม้กระทั่งเซ็กส์ของเขากระมัง…”

 

_____เขามองฉีหนานตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง มุมปากพลันกระตุกวูบ “หรือว่า… นายยังบริสุทธิ์อยู่?”

 

_____ฉีหนาน “…” เขายังบริสุทธิ์แล้วอย่างไรเล่า! เดิมทีเขาตั้งใจจะมอบให้เงือกน้อยของตัวเองเมื่อปีที่แล้ว… ใครจะไปรู้ว่า เงือกน้อยที่ตนแต่งงานด้วยจะกลายเป็นเงือกบ้าจอมวิปริตกันเล่า! เขาเองก็รู้สึกปวดใจมากเหลือเกิน!!

 

_____เมื่อเห็นฉีหนานหน้าแดงก่ำแทบระเบิดและยังมีท่าทีอ่ำอึ้งพูดอะไรไม่ออกแล้ว แอนดี้ถึงกับใบหน้ากระตุก ก่อนจะเปิดควอนตัมคอมพิวเตอร์และส่งไฟล์ขนาดใหญ่ไปให้ฉีหนานอย่างเงียบงัน จากนั้นก็ตบไหล่ของอีกฝ่ายเล็กน้อย “ฉันตั้งใจว่า จะแต่งงานกับชาวเงือก ฉะนั้นจึงมีแต่ข้อมูลเกี่ยวกับชาวเงือก ส่วนนาย… อะแฮ่ม จะลองไปหาในเครือข่ายอวกาศก็ได้ หรือไม่ก็…” สายตาของเขาฉายชัดถึงความลังเล ก่อนจะส่งลิ้งค์ของเว็บไซด์หนึ่งให้กับฉีหนานอีกครั้ง “ในนี้มีขายสิ่งที่นายจำเป็นต้องใช้อยู่”

 

_____ทันทีที่พูดจบ เขาก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงฉีหนานที่กำลังจ้องมองไฟล์หนังเกี่ยวกับการร่วมรักระหว่างคนกับชาวเงือกกองใหญ่ในควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตน

 

_____เหอะๆ… คิดว่า เขาจำเป็นต้องใช้ของพรรค์นี้หรือ? ต้องใช้หรือ???

 

_____เขาบอกแล้ว… หลังจากที่เขารู้ตัวว่า แอบชอบลั่วซิวเจ๋อ เขาก็เตรียมพร้อมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว!

 

_____ฉีหนานลำบากใจไม่น้อย… แม้พวกเขาทั้งคู่ต่างเป็นผู้ชายเหมือนกันก็ช่างเถิด แต่ทำไมเขาจะต้องชอบเจ้าเงือกตนนี้และยังต้องเตรียมใจที่จะถูกกดด้วยเล่า?

 

_____เอ๋… ช้าก่อน… ดูเหมือนเขาจะคิดไปไกลแล้ว เขาชอบเจ้าเงือกนั่นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้านั่นเองก็ชอบเขาด้วย… ถ้าหากอีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบสนอง แม้จะเห็นเขายืนแก้ผ้าอยู่ตรงหน้าล่ะก็ ย่อมเป็นเรื่องน่าอับอายมากมิใช่หรือ?

 

_____ฉีหนานปวดหัวมากจนต้องยกมือขึ้นมาคลึงขมับของตน…  ใจหนึ่งก็อยากจะเดินไปบอกลั่วซิวเจ๋อให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ทว่าอีกใจหนึ่งก็กลัวว่า ลั่วซิวเจ๋อจะรับไม่ได้… อีกทั้งพวกเขายังต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน หากเป็นเช่นนั้น พวกเขามิต้องอึดอัดใจจนมองหน้ากันไม่ติดหรือ?

 

_____“อ๊า! ไม่สนแล้ว ก่อนอื่นก็… เอาแบบนี้ล่ะกัน…” ท้ายที่สุดฉีหนานก็ยังคงรู้สึกหดหู่ด้วยความเศร้าหมอง… แค่นึกภาพที่ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยปากปฏิเสธเขาแล้ว ก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดไปด้วยความเจ็บปวด… เขาพยายามหาเหตุผลให้กับตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตนถูกเขี่ยทิ้งเพราะปัญหาหัวใจของตนในคราวหน้า เขาคงต้องเลื่อนแผนการสารภาพรักของเขาออกไปก่อน… เลื่อนไป… เลื่อนไปจนกว่าลั่วซิวเจ๋อจะชอบเขาหรือเขาไม่ชอบลั่วซิวเจ๋ออีกต่อไปแล้ว…