0 Views

บทที่ 75

_____ดูเหมือนว่าฮัลด์จะอ่านความคิดของลั่วซิวเจ๋อออก เขาอธิบายเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ฉันรู้ว่าเธอฉลาดเฉลียวมาก และ… ทะเยอทะยานด้วย”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อยังคงอมยิ้มที่มุมปากโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า…

 

_____ฮัลด์กลั้วหัวเราะ “มีความทะเยอทะยานย่อมเป็นเรื่องที่ดี หากไร้ซึ่งความมุ่งมั่นที่จะไต่เต้าขึ้นไปเป็นทหารระดับสูงย่อมไม่ใช่ทหารที่ดีนัก… ความทะเยอทะยานเป็นแรงผลักดันที่ดีอย่างหนึ่ง… แน่นอนว่า เธอแข็งแกร่งมากพอที่จะทำตามความทะเยอทะยานของตนให้เป็นจริงได้”

 

_____ฮัลด์ขยับเปลี่ยนท่านั่งของตนเล็กน้อย “ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ตัวเธอที่มีทั้งพรสวรรค์และความทะเยอทะยาน ในอนาคตจะต้องกลายเป็นผู้บัญชาการระดับสูงได้อย่างแน่นอน”

 

_____“ขอบคุณสำหรับคำชม” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยรับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

_____“มันไม่ใช่คำชม แต่เป็นความจริงต่างหาก” ฮัลด์ยักไหล่เล็กน้อย “เธอรู้วิธีถึงที่มาของหุ่นยนต์ชั้นยอดหรือไม่?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย… เขาย่อมหาข้อมูลเกี่ยวกับหุ่นยนต์มาเป็นอย่างดี แม้เขาจะมีพลังระดับ S คู่ แต่ก็ไม่มีทางบินขึ้นไปต่อสู้กับยานอวกาศตัวเปล่าได้ ทว่าหากยอดฝีมือระดับ S คู่คนนั้นครอบครองหุ่นยนต์อันทรงพลังล่ะก็ ย่อมเป็นไปได้แน่นอน

 

_____เขาเอ่ยถามด้วยท่าทีหยั่งเชิง “ผู้สร้างหุ่นยนต์ที่มีฝีมือเก่งกาจ?”

 

_____ฮัลด์พยักหน้ารับ “นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ผู้สร้างหุ่นยนต์ระดับนั้นไม่มีทางยอมสร้างหุ่นยนต์ให้เธอฟรีๆอยู่แล้ว ผู้ควบคุมหุ่นยนต์จะต้องออกตามหาและรวบรวมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างหุ่นยนต์แบบพิเศษทั้งหมดด้วยตัวเอง” เขาสบตากับลั่วซิวเจ๋อ “ฉันมั่นใจว่า เธอทนใช้หุ่นยนต์แบบมาตรฐานไม่ไหวแน่ จริงไหม?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ายอมรับอย่างตรงไปตรงมา… การใช้หุ่นยนต์แบบมาตรฐานในการต่อสู้หาได้ทำให้เขารู้สึกเสียหน้าแต่อย่างใด ทว่าหุ่นยนต์ชั้นยอดจะช่วยดึงความสามารถของผู้ควบคุมออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่

 

_____ยกตัวอย่างเช่น ยอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ระยะประชิดกลับต้องควบคุมหุ่นยนต์ที่ติดตั้งอาวุธสำหรับการโจมตีระยะไกล… แม้จะไม่ถึงกับไร้ประโยชน์ แต่ก็เป็นการใช้หุ่นยนต์ที่ไม่สมดุลกับความสามารถของผู้ควบคุมเลย

 

_____ลั่วซิวเจ๋อทราบถึงความแตกต่างระหว่างหุ่นยนต์แบบมาตรฐานกับปรับแต่งพิเศษดี เพียงแต่… ในฐานะนักเรียนคนหนึ่งที่มีเพียงพลังระดับ S คู่ แต่ไม่มีทั้งเงินทองหรือคนหนุนหลัง อีกทั้งเขายังไม่มีเวลามากพอที่จะออกไปหาซื้อวัสดุอุปกรณ์จำนวนมากอีกด้วย

 

_____ใช่แล้ว ช่างน่าเศร้าใจกับความยากจนนี้นัก

 

_____ค่าใช้จ่ายในแต่ละวันของฉีหนานกับตัวเขาในตอนนี้ล้วนเป็นเงินเบี้ยเลี้ยงของทางโรงเรียนทั้งสิ้น แม้ว่าทางโรงเรียนจะให้เงินเบี้ยเลี้ยงมามากพอที่จะทำให้พวกเขาทั้งคู่ซื้อของใช้จำเป็นได้ ทว่าความคิดที่จะนำเงินเบี้ยเลี้ยงของตนไปซื้ออุปกรณ์สำหรับการปรับแต่งหุ่นยนต์นั้น ช่างเป็นเรื่องเพ้อฝันสิ้นดี…

 

_____เดิมทีลั่วซิวเจ๋อตั้งใจจะกลับไปหาเงินที่พันธมิตรกองทหารรับจ้างอีกครั้งในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน  ทว่ามาคิดดูอีกที… ดูเหมือนว่า ข้อเสนอที่อธิการบดีมอบให้เขาจะเป็นวิธีที่ดีกว่า…

 

_____เมื่อฮัลด์สังเกตเห็นว่า ลั่วซิวเจ๋อเข้าใจความหมายของตนแล้ว เขาก็ถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมา ก่อนจะชี้ไปยังรายวิชาเกี่ยวกับนักพฤกษศาสตร์ในตารางเรียนของอีกฝ่าย “เธอน่าจะรู้ว่า นักพฤกษศาสตร์เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถหาเงินได้ดี ในเมื่อตอนนี้เธอยังพอจะมีเวลาอยู่ ทำไมถึงไม่ใช้มันหารายได้เล็กๆน้อยๆเล่า? แล้วก็…” อธิการบดีฮัลด์จงใจชี้ไปที่รายวิชาของบุตรชายตน “ฉันจำได้ว่า เธอกับอาจารย์ที่ปรึกษาของสาขาค้นคว้าและพัฒนาหุ่นยนต์เข้ากันได้ดี… ไบโอโรบอทที่พวกเขากำลังวิจัยเองก็เหมาะกับเธอมาก แต่เธอคงไม่รู้ว่า แหล่งพลังงานของไบโอโรบอทไม่ใช่กล่องพลังงานแบบปกติ แต่เป็นพลังงานที่สกัดมาจากพืชพันธุ์เฉพาะทาง… ถ้าหากเธอชำนาญวิธีการสกัดพลังงานจากพืชพันธุ์เหล่านั้นล่ะก็ อาจจะสามารถพัฒนาและปรับแต่งหุ่นยนต์ของเธอให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก”

 

_____คำพูดของฮัลด์ตรงกับความคิดของลั่วซิวเจ๋อพอดี

 

_____หุ่นยนต์ของรัฐบาลในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นหุ่นยนต์โลหะถึงเก้าส่วน ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์แบบมาตรฐาน หรือหุ่นยนต์แบบปรับแต่งก็ตาม… ประการแรก เป็นเพราะโลหะแข็งแกร่งมากพอที่จะทนต่อสภาพแวดล้อมได้เกือบทุกรูปแบบ… ประการที่สอง โลหะในยุคนี้มีหลากหลายชนิดและยังมีโลหะผสมถูกผลิตออกมาอยู่เรื่อยๆ หากเทียบในเรื่องของราคาต้นทุนแล้ว โลหะเป็นวัสดุที่ดีกว่าวัสดุอื่นมากนัก

 

_____อันที่จริงไบโอโรบอทรุ่นใหม่ล่าสุดของสาขาค้นคว้าและพัฒนาหุ่นยนต์ไม่ใช่ผลการวิจัยที่แปลกใหม่ที่สุด เพราะไบโอโรบอทรุ่นแรกถูกผลิตขึ้นมาตั้งแต่เมื่อสองร้อยปีก่อน ทว่าน่าเสียดายที่ไบโอโรบอทรุ่นนั้นมีอายุการใช้งานเพียงสามเดือนเท่านั้น

 

_____แม้ไบโอโรบอทจะเคยได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม แต่ก็ไม่มีใครสามารถนำมันไปใช้ในการต่อสู้ที่แท้จริงได้เลย ฉะนั้นมันจึงถูกบังคับให้ระงับการผลิตไปในที่สุด

 

_____จนกระทั่งเมื่อสิบปีก่อน มีการค้นพบพืชสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถสกัดพลังงานแบบใหม่ ซึ่งบังเอิญเหมาะสมกับการใช้งานของไบโอโรบอทพอดี อีกทั้งมันยังทำลายข้อจำกัดเรื่องอายุการใช้งานเพียงสามเดือนของไบโอโรบอทอีกด้วย ทำให้ผู้คนหันกลับมาสร้างและพัฒนาไบโอโรบอทให้แข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง…

 

_____สาขาค้นคว้าและพัฒนาหุ่นยนต์แห่งโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งไม่เพียงแต่อบรมสั่งสอนนักเรียนของตนเท่านั้น ยังมีผลงานวิจัยที่ค้นคว้าขึ้นมาเอง อีกทั้งยังมีอาจารย์ที่ปรึกษาด้านไบโอโรบอทผู้หนึ่งที่มักจะเสนอแนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดที่จะให้ผู้ควบคุมเป็นคน ‘เลี้ยงดู’ ไบโอโรบอทด้วยตัวเองก็เป็นความคิดเห็นที่เขาเป็นคนเสนอขึ้นมาเช่นกัน… แม้เขาจะถูกผู้คนไม่น้อยหัวเราะเยาะเย้ยใส่หน้า ทว่าก็มีคนบางกลุ่มให้ความสนใจในแนวคิดนี้อยู่บ้าง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเองก็ตั้งตารอคอยไบโอโรบอทตัวนั้นเช่นกัน… อาจารย์ที่ปรึกษาคนนั้นเคยบอกเขาแล้วว่า หุ่นยนต์ที่เขาเลี้ยงดูจะเป็นของเขา เพียงแต่… ไบโอโรบอทในช่วงแรกเกิดนั้นเปราะบางมากและจะต้องกินโลหะหรือวัสดุอื่นตลอดเวลา เพื่อใช้ในการพัฒนาต่อไป ถึงจะกลายเป็นรูปแบบที่ลั่วซิวเจ๋อเฝ้ารอในที่สุด

 

_____ทว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาที่ปัญหาเรื่องเงินอีกครั้ง

 

_____ไม่มีเงิน = ไม่มีวัสดุใดๆ = ต่อให้มีไบโอโรบอทก็ไม่อาจใช้งานมันได้

 

_____เมื่อเข้าใจทุกอย่างแล้ว ลั่วซิวเจ๋อจึงแย้มรอยยิ้มหวานให้กับฮัลด์อย่างจริงใจ “ขอบคุณท่านอธิการมาก ผมยินดีที่จะเข้าเรียนตามหลักสูตรนี้”

 

_____ฮัลด์เองก็คลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ เขารู้ดีว่า เด็กฉลาดอย่างเจ้าหนุ่มนี่ไม่มีทางยอมพลาดโอกาสงามเช่นนี้อยู่แล้ว

 

_____หลังจากวางสายของอีกฝ่ายไป ฮัลด์ก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจโทรหาสหายเก่าของตนราวกับอดใจไม่ไหว ทันทีที่ปลายทางรับสาย เขาก็เริ่มพูดจาโอ้อวดถึงลูกศิษย์อัจฉริยะของตนอย่างเมามัน จนอีกฝ่ายคำรามลั่นด้วยความโกรธจัด เขาถึงยอมตัดสายด้วยความสะใจ

 

_____“ไอ้บ้าฮัลด์! ฮึ่ม… ก็แค่เจ้าเด็กพลังระดับ S คู่คนหนึ่ง… ฉันจะรอดูว่า มีอะไรวิเศษวิโสนัก!” ภายในห้องทำงานอันกว้างใหญ่ ชายชราหัวล้านฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะด้วยความฉุนเฉียว จนโต๊ะทำงานที่ทำมาจากโลหะยุบลงไปเป็นรอยฝ่ามือหนึ่งรอย

 

_____ชายชราตะโกนเรียกเลขานุการของตนเข้ามาด้วยความหงุดหงิด จากนั้นชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบทหารจึงเดินเข้ามาพร้อมกับจ้องมองไปยังรอยฝ่ามือที่ประทับอยู่บนโต๊ะทำงาน ก่อนจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “พลเอกเรต เดือนนี้ท่านพังโต๊ะถึงสามตัวแล้ว… ฉะนั้นท่านจึงไม่ได้รับเงินเดือนของเดือนนี้ตามกฎ”  พูดจบเขาก็เปิดควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตนและสั่งให้คนเข้ามาเปลี่ยนโต๊ะทำงานตัวใหม่ให้กับคู่สนทนาอย่างรวดเร็ว

 

_____ชายชราหัวล้าน “…”

 

_____เขาถึงกับกัดฟันกรอดด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “แก… ไอ้เด็กเวร แกเป็นหลานฉันจริงหรือ!”

 

_____ชายวัยกลางคนเพียงยืนมองด้วยสีหน้านิ่งเรียบ “ถ้านับตามสายเลือดก็ใช่อยู่… แต่ถ้าท่านอยากจะตัดความสัมพันธ์อาหลานกับผมล่ะก็ ผมจะติดต่อรายการจันทรคราสประจำวันให้ท่านทันที เครือข่ายบนดาวดวงนี้ของพวกเขากว้างใหญ่มาก … ฉะนั้นจะต้องสามารถกระจายข่าวนี้ไปทั่วรัฐบาลได้ภายในระยะเวลาอันสั้นแน่นอน และผมเชื่อว่า คุณป้าที่รออยู่ที่บ้านจะต้องได้ยินข่าวนี้เช่นกัน”

 

_____ชายแก่หัวล้าน “…” การมีหลานชายที่ชอบฟ้องภรรยาของตัวเองแบบนี้ มันช่างน่าอึดอัดเสียจริง!

 

_____“ช่างเถิด! ไม่ได้เงินเดือนก็ไม่ได้สิ ตอนนี้แกรีบติดต่อไปที่โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งว่า โรงเรียนการทหารจันทรคราสของพวกเราต้องการจัดการแข่งขันกระชับมิตรกับพวกเขา… อืม ไม่สิ แบบนี้จะเจาะจงมากเกินไป แกติดต่อไปเชื้อเชิญอีกหลายโรงเรียนที่อยู่ในระดับเดียวกับพวกเราซะ หรือจะเอาโรงเรียนการทหารห่วยแตกที่เจ้าหมาแมวพวกนั้นยัดเงินเข้าไปเรียนก็ได้…  หาทางดึงโรงเรียนพวกนั้นมาเข้าร่วมกับเรา และจัดการแข่งขันกระชับมิตรขึ้น ส่วนรายละเอียดของการแข่งขัน ทางฝั่งนั้นสามารถขอคำปรึกษาจากเหล่าอาจารย์ของทางเราได้ แต่ขอย้ำว่า ฉันต้องการให้โรงเรียนการทหารจันทรคราสของพวกเราเป็นผู้นำและผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้ และต้องตอกหน้าไอ้แก่นั่นให้หงายจนไม่กล้ามาอวดเก่งต่อหน้าฉันอีก!!”

 

_____ชายชรายิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกคับแค้นใจ จนฟาดฝ่ามือระบายอารมณ์อีกครั้ง…ปัง!

 

_____ชายแก่หัวล้านพลันตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง ก่อนจะค่อยๆก้มหน้าลงด้วยสีหน้าซีดเผือดราวกับกำลังน้ำตาตกในก็ไม่ปาน… โต๊ะทำงานตัวใหม่ที่เพิ่งถูกขนเข้ามาเปลี่ยนเมื่อสักครู่ปรากฏรอยฝ่ามือของเขาอีกครั้ง

 

_____ชายวัยกลางคนนิ่งมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่ใหญ่ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแฝงเลศนัย “ท่านอา… ตัวที่สี่ของเดือนนี้ ผมคิดว่า เงินเดือนเดือนหน้าของคุณเองก็น่าเป็นห่วงแล้ว…”

 

_____ชายแก่หัวล้าน “…” เงินเดือนของฉัน… ทั้งหมดก็เป็นเพราะเจ้าบ้าแห่งโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งนั่น… ดันมีพรสวรรค์ระดับ S คู่ซะได้! มิเช่นนั้นไอ้แก่ฮัลด์คงไม่มีโอกาสมาโอ้อวดกวนโมโหฉันแบบนี้แน่! ฉันจะจำแกเอาไว้ เจ้าเด็กเวรนั่น!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อลูบหัวเข่าของตนด้วยความรู้สึกประหลาด… แปลกจริง ทำไมอยู่ๆถึงรู้สึกปวดเข่ากัน?

 

_____“เจ้าบ้า ปล่อยผมได้แล้ว!” ฉีหนานพยายามดิ้นรนอยู่ใต้ร่างของลั่วซิวเจ๋อด้วยความเจ็บปวด

 

_____ลั่วซิวเจ๋อก้มหน้าลงมามองพลางใช้หางเงือกตบบั้นท้ายของอีกฝ่ายทันที “ข้ากำลังนวดให้เจ้าต่างหาก”

 

_____ฉีหนานแทบหลั่งน้ำตานองหน้า… ก่อนหน้านี้คือการนวด แต่เมื่อครู่นี้เป็นการหยอกเล่นชัดๆ… มิใช่หรือไร?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเปลี่ยนหางเงือกของตนเป็นขาสองข้างอีกครั้ง ก่อนจะใส่กางเกงให้เรียบร้อย ในขณะที่ฉีหนานพยายามดันตัวลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างยากลำบากพร้อมกับมีเสียงกระดูกในร่างขยับดังกรอบแกรบไม่หยุดจนน่าเป็นห่วงว่า เขาจะกระดูกหักตายในวินาทีถัดมาหรือไม่…

 

_____“โอ้… สบายตัวจริงๆ” ฉีหนานยืนบิดเอวไปมา… ไม่คิดเลยว่า ฝีมือการนวดของลั่วซิวเจ๋อจะเก่งกาจมากถึงเพียงนี้ ตอนนี้เขารู้สึกเบาสบายไปทั้งตัวเลยทีเดียว…

 

_____“สบายมาก?” ลั่วซิวเจ๋อถาม

 

_____“ทำไมหรือ?” ทันทีที่ฉีหนานได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่าย ในหัวพลันเกิดเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่น เขาจึงจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าหวาดระแวง

 

_____“ไม่มีอะไร” ลั่วซิวเจ๋อมอบรอยยิ้มอบอุ่นนุ่มนวลให้กับฉีหนาน “เพียงแต่… เจ้าไม่คิดว่า หลักสูตรของเจ้าค่อนข้าง… สบายเกินไปหรือ?”

 

_____“ช้าก่อน… คุณหมายความว่าอย่างไร!” ฉีหนานเบิกตาโตเท่าไข่ห่าน “เฮ้ยๆ… คุณตอบรับตารางเรียนของท่านอธิการบดีเอาเอง ไม่เกี่ยวกับผมแม้แต่นิดเดียว… อย่ามาหลอกผมเลย”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มหวานพลางเปิดควอนตัมคอมพิวเตอร์และส่งตารางฝึกฉบับปรับปรุงให้กับอีกฝ่าย

 

_____ฉีหนาน “…” บัดซบ! เวลาที่เหลือจากชั่วโมงเรียนทั้งหมดอัดแน่นไปด้วยการฝึกทุกรูปแบบเลย… บ้าฉิบ นี่มันตั้งใจจะทรมานเขาจนตายชัดๆ!

 

_____“เจ้าอ่อนแอเกินไป” ลั่วซิวเจ๋อส่ายหน้าไปมาพลางเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าฉีหนาน ดวงตาคู่นั้นกำลังสบสายตากับอีกฝ่ายโดยตรง “ในฐานะที่เจ้าเป็น… คู่หูของข้า… เจ้าไม่คิดว่า พลังของตัวเจ้าในตอนนี้ยังไม่แข็งแกร่งพอหรือ?”

 

_____ฉีหนานนิ่งเงียบ

 

_____นิ้วเรียวของลั่วซิวเจ๋อเกลี่ยวนไปมาบนแผงอกของฉีหนานเล่น สัมผัสของแผงอกแน่นได้รูปช่างดีเหลือเกิน ชวนให้รู้สึกอยากออกแรงบีบเคล้นมันอย่างประหลาด