0 Views

บทที่ 74

_____ท่าทีของวิลสันดูตื่นเต้นยินดีสุดขีดจนออกนอกหน้า เจ้าตัวรีบแย่งปืนในมือของฉีหนานมาพลางพุ่งทะยานออกไปจากที่กำบังอย่างรวดเร็วพร้อมกับตะโกนสุดเสียงว่า “ทุกคนบุก! ศัตรูโดนระเบิดแสงแล้ว!”

 

_____ทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนของวิลสัน สมาชิกคนอื่นต่างพากันคว้าอาวุธของตนและกระโจนออกไปด้วยสีหน้ากระเหี้ยนกระหือรือราวกับปลากระดี่ได้น้ำก็ไม่ปาน

 

_____แต่ก็มิได้ทะเล่อทะล่าพุ่งออกไปกระทืบอีกฝ่ายอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ พวกเขายังคงช่วยเหลือซึ่งกันและกันและรักษารูปแบบในการบุกเป็นกลุ่มได้อย่างยอดเยี่ยม

 

_____ลั่วซิวเจ๋อรีบดึงฉีหนานทะยานร่างออกไปเช่นกัน “เร็วเข้า! เดี๋ยวจะโดนพวกเขาแย่งไปหมดเสียก่อน!”

 

_____ฉีหนานเบ้ปากพลางบ่นพึมพำเสียงเบาว่า “อย่างคุณ ต่อให้ทุกคนพยายามอย่างไรก็ไม่มีทางแซงหน้าคุณได้อยู่แล้ว…”

 

_____ลั่วซิวเจ๋ออมยิ้มมุมปาก… เป้าหมายของเขาคือ การแย่งผลงานของดีเจย์ ซึ่งบัดนี้ได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้ว เขาย่อมไม่คิดจะแย่งกับสมาชิกในหน่วยของตนอย่างแน่นอน

 

_____ผ่านไปเพียงไม่นาน งานกวาดล้างกลุ่มโจรสลัดอวกาศกลุ่มสุดท้ายก็จบลงภายใต้การนำของวิลสันและหลี่ซือเฉิง

 

_____ควรกล่าวว่า แผนซ่อนระเบิดแสงไว้ที่ด้านใต้ของรถยนต์คันนั้นช่างร้ายกาจยิ่งนัก เพราะเงือกตนนั้นเป็นกุญแจสำคัญของฝ่ายโจรสลัด ฉะนั้นหลังจากที่พวกโจรสลัดได้ตัวอีกฝ่ายกลับไปแล้ว ย่อมต้องพาไปให้การปกป้องคุ้มครองอย่างดีที่จุดรวมพลของกลุ่มอย่างแน่นอน

 

_____สมกับที่เป็นระเบิดแสง… อาวุธระเบิดที่บังเกิดแสงสว่างสีขาวอันเจิดจ้าและเสียงอื้ออึงที่ดังกึกก้องจนทำให้ตาพร่าหูอื้อและมึนงงไปชั่วขณะ นับว่าเป็นอาวุธระเบิดประเภทไม่มีอานุภาพสังหารที่มีประโยชน์มากชนิดหนึ่งเลยทีเดียว

 

_____ทว่าระเบิดแสงประเภทนี้มีจุดอ่อนที่สำคัญอยู่หนึ่งอย่างคือ มีระยะการโจมตีที่ค่อนข้างแคบ… นอกจากจะโยนใส่กลางวงของศัตรูแล้ว คงยากนักที่จะโดนระเบิดนี้กันหมดทุกคน

 

_____ทว่าลั่วซิวเจ๋อกลับใช้ประโยชน์จากเงือกที่พวกโจรสลัดอวกาศให้ความสำคัญนักหนาตนนั้นในการวางแผนล่วงหน้าไปอีกก้าว อีกทั้งแผนนี้ยังไม่สร้างความเสียหายใดๆต่อเงือกตนนั้น (ไม่นับสภาพจิตใจ) เป็นแผนการอันสมบูรณ์แบบที่สามารถช่วยเหลือตัวประกันทุกคนได้อย่างงดงาม ขณะเดียวกันก็ยังสามารถกวาดล้างโจรสลัดอวกาศทั้งหมดตัดหน้าดีเจย์ได้อีกด้วย… นับว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงเลยทีเดียว…

 

_____การซ้อมรบที่น่าอิจฉาและน่าโกรธแค้นในความรู้สึกของนักเรียนหลายๆคนได้สิ้นสุดลงแล้ว…

 

_____ขณะนี้ลั่วซิวเจ๋อกำลังเผชิญหน้ากับดีเจย์ที่กำลังกัดฟันกรอดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะคลี่ยิ้มเล็กน้อย “หวังว่า เราจะมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอีกนะ… รุ่น-พี่-ดี-เจย์!”

 

_____ดีเจย์ “…” บ้าฉิบ! เหล่าจื่อกับแกคงต้องเป็นศัตรูกันเสียแล้ว!

 

_____ฉีหนานมองรุ่นพี่ดีเจย์ด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ เขาเข้าใจดีถึงความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดประโยคนี้ของลั่วซิวเจ๋อจอมอาฆาต… เรื่องนี้ยังไม่จบ! (ขอไว้อาลัยแด่ดีเจย์ครู่หนึ่ง)

 

_____หลังจากที่ผลคะแนนการซ้อมรบในครั้งนี้ถูกส่งออกไปยังเหล่าคณาจารย์ที่ปรึกษาในทุกสาขาแล้ว เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาบางท่านเห็นผลคะแนนอันน่าอนาถของลูกศิษย์ตน ก็ถึงกับกัดฟันกรอดด้วยความโกรธจัด… เดิมทีเจ้าเด็กกลุ่มนี้แข็งแกร่งมากมิใช่หรือ? เหตุใดคะแนนการซ้อมรบครั้งนี้ถึงเลวร้ายมากนักเล่า? หรือว่าพวกเขากล้าละเลยการฝึกฝน!

 

_____ฉะนั้นภายหลังที่การซ้อมรบสิ้นสุดลง นักเรียนส่วนใหญ่จึงถูกอาจารย์ที่ปรึกษาของตนเคี่ยวเข็ญฝึกฝนอย่างหนักหน่วงแทบกระอักเลือด จนทุกคนต่างลอบขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธแค้นและแทบจะพุ่งไปขย้ำคอดีเจย์ทุกครั้งที่เห็นหน้าอีกฝ่ายเลยทีเดียว…

 

_____บัดนี้ฉายา ‘ผู้ที่ทุกคนชิงชัง’ ของดีเจย์ได้รับการเลื่อนขั้นเป็น ‘ผู้ที่ทุกคนโกรธแค้น’ ของโรงเรียนแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อย!

 

_____ดีเจย์ “…”

 

_____ทว่ามันกลับเป็นช่วงเวลาอันแสนสุขของลั่วซิวเจ๋อ… ความสามารถอันโดดเด่นที่เขาแสดงให้เห็นในการซ้อมรบ ทำให้เจ้าตัวถูกจับตามองมากขึ้น เรียกได้ว่า เมื่อใดที่เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ คงถูกเชื้อเชิญให้เข้าร่วมกองทัพทันทีอย่างแน่นอน

 

_____น่าเสียดายที่ภายในป้อมปราการเหล็กของฮัลด์แห่งนี้ เหล่าผู้ที่คิดจะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวล้วนพ่ายแพ้ต่อชายชราอย่างหมดรูป… แม้จะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยล่วงรู้ถึงพลังระดับ S คู่ของลั่วซิวเจ๋อและพยายามหยิบยื่นผลประโยชน์ทางการทหารให้กับเขามากมาย ทว่าก็ถูกคำพูดปฏิเสธเพียงประโยคเดียวของฮัลด์ตัดบททันที

 

_____“โรงเรียนแห่งนี้จะต้องทำให้เขาแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน!”

 

_____เหล่าผู้มีอิทธิพลในกองทัพได้แต่ก้มหน้ายอมรับฟัง… เอาเถิด พวกเขายอมก็ได้… อันที่จริงการดึงตัวลั่วซิวเจ๋อที่ฝีมือยังไม่สุกงอม(??)เข้าสังกัดหน่วยของตน ถึงอย่างไรก็ต้องเสียเวลาหล่อหลอมให้อีกฝ่ายภักดีต่อตนอีกมาก… เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลมีกองทหารในสังกัดทั้งหมดยี่สิบสองกอง ซึ่งมีจอมพลประจำกองทหารถึงเจ็ดท่านที่ใกล้ถึงวัยเกษียณเต็มทนแล้ว ฉะนั้นพวกเขาจึงต้องรีบตามหาผู้ที่จะมารับช่วงต่อจากตนโดยเร็ว

 

_____แม้อันที่จริงจะมีว่าที่ผู้สืบทอดผู้มีฝีมือเก่งกาจมากมายนัก ทว่าผู้ที่สามารถคุมทหารทั้งกองทัพได้นั้นกลับไม่มีอยู่เลยแม้แต่คนเดียว…

 

_____ไม่ใช่ว่า พวกเขาอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ไม่ดี ทว่า… เมื่อเทียบกับลั่วซิวเจ๋อผู้ครอบครองพลังระดับ S คู่ด้วยวัยเพียงยี่สิบต้นๆเท่านั้นแล้ว เกรงว่า คงไม่มีใครในรัฐบาลกล้าพูดว่า ตนแข็งแกร่งกว่าอีกฝ่ายอย่างแน่นอน

 

_____ถ้าหากเอ่ยถึงประสบการณ์แล้ว ลั่วซิวเจ๋อย่อมไม่อาจเทียบกับลูกศิษย์ชั้นยอดที่ผ่านการฝึกฝนและขัดเกลาฝีมือมานานหลายปี ทว่าเมื่อเทียบกันในด้านพละกำลังของทั้งสองฝ่าย  ลั่วซิวเจ๋อย่อมเป็นฝ่ายที่เหนือกว่า

 

_____ความรู้และประสบการณ์ล้วนเป็นสิ่งที่สามารถสั่งสมและขวนขวายในภายหลัง ทว่าพรสวรรค์นี้เป็นสิ่งที่มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่จะประทานมอบให้เรา… แม้ผู้ที่มีพลังแฝงระดับ A จะพยายามฝึกตนมากขนาดไหน แต่ก็ไม่มีทางทลายขีดจำกัดพลังระดับ A ได้อย่างเด็ดขาด… นอกเสียจากเขาจะพบกับปาฏิหาริย์  มิเช่นนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะก้าวไปถึงพลังระดับ S…

 

_____จิ้งจอกเฒ่าอย่างจอมพลเหล่านี้ล้วนทราบดีว่า ยิ่งมีผู้สืบทอดที่ไว้ใจได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งดีต่อตนเองมากเท่านั้น… น่าเสียดายที่อธิการบดีฮัลด์ทำลายความหวังของพวกเขาโดยการประกาศคำพูดนั้นออกมาเสียก่อน

 

_____ถ้าอยากให้ลั่วซิวเจ๋อแข็งแกร่งมากกว่านี้ก็ควรปล่อยให้เขาเล่าเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ต่อไป… ใครกล้าดึงตัวลั่วซิวเจ๋อออกมา แสดงว่ามันผู้นั้นไม่แยแสต่ออนาคตของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย!

 

_____เหล่าจิ้งจอกเฒ่าได้แต่ยอมเก็บกรงเล็บของตนกลับไปอย่างสงบเสงี่ยม… พลังระดับSคู่ช่างเย้ายวนยิ่งนัก ทว่าตราบใดที่มีฮัลด์อยู่ คงยากนักที่พวกเขาจะสมดั่งปรารถนา…

 

_____การหล่อหลอมให้อีกฝ่ายภักดีต่อตนไม่ใช่เรี่องสำคัญนัก ทว่าการดึงดันพาตัวเขาออกมา จนโดนจิ้งจอกตัวอื่นรุมโจมตีโทษฐานที่ขัดขวางความก้าวหน้าของลั่วซิวเจ๋อต่างหาก ถึงจะเป็นปัญหาใหญ่ที่แท้จริง…

 

_____ความสัมพันธ์ระหว่างกองทหารทั้งยี่สิบสองกองช่างซับซ้อนนัก ทั้งช่วยเหลือและแก่งแย่งผลประโยชน์ ความรักและความแค้นที่มีต่อกันสามารถบันทึกออกมาเป็นหนังสือประวัติศาสตร์เลยทีเดียว… ในสถานการณ์ที่ยังไม่แน่ชัดว่า ลั่วซิวเจ๋อจะตกไปอยู่ในกำมือของฝ่ายไหน พวกเขาย่อมไม่คิดจะกลายเป็นศัตรูกับยอดฝีมือระดับSคู่อย่างแน่นอน… แม้ว่าในตอนนี้ยอดฝีมือผู้นั้นจะเป็นเพียงต้นกล้าเล็กๆที่จะถูกบดขยี้เมื่อไหร่ก็ได้ก็ตาม

 

_____ใช่แล้ว แม้ลั่วซิวเจ๋อจะครอบครองพลังระดับ S คู่ ทว่าในสายตาของจิ้งจอกเฒ่าเหล่านี้ เขาก็ยังเป็นเพียงต้นกล้าที่สามารถบดขยี้ได้ทุกเมื่อ… อันที่จริงยอดฝีมือระดับ S คู่ที่แท้จริงจะต้องมีพลังที่ทำให้พวกเขาหวั่นเกรงต่างหาก… ทั้งๆที่กองทหารทั้งยี่สิบสองกองมักจะมีปัญหาขัดแย้งกันอยู่เป็นประจำ ทว่าหากมองเพียงผิวเผิน พวกเขากลับดูสนิทสนมสามัคคีนัก เป็นเพราะตระกูลและกำลังรบของพวกเขาแข็งแกร่งในระดับเดียวกัน ฉะนั้นจึงไม่มีใครคิดจะเป็นฝ่ายเปิดสงครามเต็มรูปแบบก่อนอย่างแน่นอน

 

_____หลังจากจัดการกับจิ้งจอกเฒ่ากลุ่มนั้นแล้ว ฮัลด์ก็นั่งมองรูปถ่ายของลั่วซิวเจ๋อบนหน้าจอควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตนพลางขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย

 

_____ลั่วซิวเจ๋อแข็งแกร่งจนโดดเด่นมากเกินไป แม้ปกติเขาจะเป็นคนถ่อมตนมาก แต่การซ้อมรบในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความแข็งแกร่งของเขา ซึ่งอาจเทียบเคียงกับรุ่นพี่ปีสี่หรืออาจจะแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ…

 

_____คำพูดที่ฮัลด์เอ่ยกับจิ้งจอกเฒ่าเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องโกหก… ในสายตาของเขา ลั่วซิวเจ๋อแข็งแกร่งมาก ทว่าก็ยังขาดอะไรบางอย่างอยู่… การส่งตัวอีกฝ่ายเข้ากองทัพในตอนนี้เป็นเรื่องที่ไร้ความรับผิดชอบต่ออนาคตของอีกฝ่ายมากเกินไปแล้ว

 

_____ขณะเดียวกัน ถ้าหากปล่อยให้อีกฝ่ายเล่าเรียนอยู่ในโรงเรียนเช่นนี้ต่อไปก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรนัก… เมื่อพบบุคคลที่มีความสามารถในการเรียนรู้วิชาความรู้ต่างๆที่ผู้อื่นต้องใช้เวลาถึงสี่ปีได้ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี จนคุณต้องชื่นชมในพรสวรรค์ของอีกฝ่าย คุณคงไม่อยากปล่อยให้เขาต้องหยุดรอนักเรียนคนอื่นเป็นแน่

 

_____ฮัลด์เรียกดูตารางหลักสูตรของลั่วซิวเจ๋อ… สาขาบัญชาการกองทัพเป็นหนึ่งในสาขาหลักของโรงเรียนนี้ ฉะนั้นตารางเรียนในแต่ละวันจึงแน่นเอี๊ยดมากจนแทบจะต้องเรียนตลอดทั้งวันโดยไม่ได้หยุดพักเลยทีเดียว ทว่าในสายตาของฮัลด์ บทเรียนเหล่านั้นช่างไร้สาระเสียจริง อย่างเช่นวิชาการต่อสู้… ความแข็งแกร่งและเทคนิคในการต่อสู้ของลั่วซิวเจ๋อที่แสดงให้เห็นในการซ้อมรบนั้นสามารถบดขยี้อาจารย์บางท่านในโรงเรียนแห่งนี้ได้อย่างง่ายดาย… ถ้าเช่นนั้นการปล่อยให้เขาเข้าเรียนในวิชาการต่อสู้ต่อไป ย่อมกลายเป็นการรังแกอาจารย์ผู้สอนชัดๆ!!

 

_____“เจ้าหนุ่มคนนี้…” ฮัลด์ถึงกับนวดคลึงขมับของตนอยู่ครู่ใหญ่ บัดนี้เขาไม่สามารถส่งตัวลั่วซิวเจ๋อไปเข้าร่วมกองทัพของรัฐบาล ฉะนั้นจึงได้แต่กักตัวเขาเอาไว้ในโรงเรียนก่อน ทว่าถ้าหากปล่อยให้เขาเรียนในสิ่งที่เจ้าตัวรู้อยู่แล้วก็มีแต่จะเสียเวลาเปล่าเท่านั้น

 

_____เมื่อไตร่ตรองอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ฮัลด์จึงติดต่อไปยังบุตรชายของตนและพูดคุยบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางสายและต่อสายไปยังใครบางคนอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว จึงเชื่อมต่อไปยังข้อมูลที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ของลั่วซิวเจ๋อและกดลงไปที่หมายเลขติดต่อของอีกฝ่าย…

 

_____“สวัสดีขอรับ ท่านอธิการบดี” ลั่วซิวเจ๋อในจอภาพมีท่าทีประหลาดใจเล็กน้อยราวกับคิดไม่ถึงจริงๆว่า อธิการบดีจะเป็นฝ่ายโทรศัพท์มาหาเจ้าตัวเช่นนี้

 

_____ฮัลด์กวาดสายตามองภาพห้องพักอันคุ้นตาที่อยู่ด้านหลังของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว… ดีมาก ดูแลเก็บกวาดห้องพักได้สะอาดเรียบร้อยมาก

 

_____ฮัลด์เชื่อมั่นมาตลอดว่า ทหารควรจะเข้มงวดกับตัวเองอยู่เสมอ คนที่ไม่สามารถดูแลรักษาแม้แต่ห้องพักที่ตนพักอาศัยอยู่ให้สะอาดเรียบร้อย ตนยังจะสามารถคาดหวังสิ่งใดได้? แม้ความคิดนี้อาจจะไม่ยุติธรรมนัก แต่ห้องพักอันสะอาดสะอ้านของลั่วซิวเจ๋อที่ปรากฏสู่สายตาของตน ทำให้ฮัลด์แอบเพิ่มคะแนนให้กับอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล

 

_____“อืม” ฮัลด์คลี่ยิ้มอย่างเป็นมิตร ปกติเขาก็ไม่ใช่คนเข้มงวดจริงจัง แถมยังเชี่ยวชาญในเรื่องการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอีกด้วย… ซึ่งรอยยิ้มเป็นตัวช่วยในการลดระยะห่างที่มีต่อกันได้อย่างดีเยี่ยม

 

_____“คือ” แต่ฮัลด์ก็ดูออกทันทีว่า รอยยิ้มเสแสร้งของเขาใช้ไม่ได้ผลกับลั่วซิวเจ๋อ จึงเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาอย่างตรงไปตรงมา “ฉันคิดว่า พลังระดับเธอไม่เหมาะกับการเรียนตามหลักสูตรของทางโรงเรียน ฉะนั้นฉันจึงเตรียมหลักสูตรพิเศษสำหรับเธอโดยเฉพาะ ซึ่งเธอจะได้เรียนร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นในบางวิชา และเข้าเรียนกับอาจารย์เป็นการส่วนตัวในบางครั้ง… เธอคิดว่าอย่างไร?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อนิ่งคิดครู่หนึ่ง “ผมขอดูตารางเรียนก่อนได้หรือไม่?”

 

_____ฮัลด์พยักหน้ารับด้วยแววตาที่ฉายชัดถึงความพึงพอใจ แม้อีกฝ่ายจะเผชิญหน้ากับอธิการบดี แต่ก็ยังมีท่าทีสุขุมและไม่เอ่ยตอบรับสุ่มสี่สุ่มห้า… ความใจเย็นและสุขุมรอบคอบเช่นนี้เป็นคุณสมบัติพิเศษที่ผู้บัญชาการระดับแนวหน้าพึงมี

 

_____ตารางเรียนที่เขาเพิ่งจะทำเสร็จเมื่อสักครู่ถูกส่งออกไปให้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ซึ่งทันทีที่ลั่วซิวเจ๋อได้เห็นตารางเรียนของตน เขาก็ถึงกับหางตากระตุกวูบ…

 

_____เขาต้องเรียนถึงแปดชั่วโมงต่อวัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์เลยทีเดียว… เขาคิดว่า ถ้าหากรัฐบาลไม่มีข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาในการทำงานและเข้าเรียนห้ามเกินกว่าแปดชั่วโมงแล้วล่ะก็ อธิการบดีผู้นี้คงยัดทุกรายวิชาที่มีใส่ลงมาในตารางเรียนนี้เป็นแน่…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพิจารณาตารางเรียนตรงหน้าอย่างละเอียด… หลักสูตรของสาขาบัญชาการกองทัพถูกตัดออกไปถึงสองในสามส่วนซึ่งล้วนเป็นวิชาที่เขาศึกษาด้วยตนเองจนกระจ่างแจ้งแล้ว จะให้เขาเข้าเรียนวิชาพวกนั้นต่อไป ย่อมเป็นเรื่องที่เสียเวลาเปล่า

 

_____ทว่าหลักสูตรที่อธิการบดีฮัลด์เพิ่มเข้ามาช่างชวนให้รู้สึกแปลกใจนัก… เขาพอจะเข้าใจพวกวิชาเกี่ยวกับการสร้างหุ่นยนต์ เพราะช่วงนี้เขายังต้องให้ความร่วมมือกับสาขาค้นคว้าและพัฒนาหุ่นยนต์ในการสร้างไบโอโรบอทของพวกเขาอยู่ แต่… หลักสูตรของสาขาพฤกษศาสตร์หมายความว่าอย่างไรกัน?

 

_____อธิการบดีกลัวว่า พลังจิตระดับ S ของเขาจะถูกใช้งานไม่คุ้มค่าหรือไร ถึงให้เขาเข้าเรียนวิชาของสาขานี้เป็นกรณีพิเศษ อย่างเช่นวิธีเลี้ยงดูพืชพันธุ์ที่ใช้สกัดแท่งพลังงานหรือ?