0 Views

บทที่ 72

_____“ในเมื่อทุกคนไม่อยากขอความช่วยเหลือจากดีเจย์ ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ต้องคิดหาวิธีอื่น… ตอนนี้เราไม่มียาเหลืออยู่อีกแล้ว อีกทั้งการใช้แผนวางยาในสถานที่โล่งกว้างเช่นนี้ไม่ค่อยได้ผลนัก”

 

_____เท็ดดี้พยักหน้ายืนยัน… แผนวางยาศัตรูจะใช้ได้ผลมากที่สุดในสถานที่ปิดอย่างโรงพยาบาลร้างก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เพราะแพทย์ทหารเช่นพวกเขาไม่ให้ความร่วมมือ แต่เป็นเพราะมีข้อจำกัดในด้านสภาพแวดล้อมมากเกินไป

 

_____“การจะบุกฝ่าออกไปโดยตรงย่อมไม่อาจทำได้เช่นกัน เพราะมีโอกาสที่จะทำให้ตัวประกันโดนลูกหลงจนได้รับบาดเจ็บได้” ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วมุ่นอย่างใช้ความคิด… เขาพอจะคิดหาวิธีได้อยู่ ทว่าสวนสาธารณะแห่งนี้ทำให้พวกเขาเสียเปรียบมาก หนำซ้ำอีกฝ่ายยังมีตัวประกันอยู่ในมืออีก ถ้าหากพวกเขาเผลอแหวกหญ้าให้งูตื่นล่ะก็ ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน

 

_____“ฉันคิดว่า… คงต้องใช้แผนสุดท้ายเสียแล้ว” ลั่วซิวเจ๋อยักไหล่ราวกับหมดหนทางอื่นแล้ว

 

_____ฉีหนานถึงกับมุมปากกระตุก ในขณะที่วิลสันกับหลี่ซือเฉิงต่างมีสีหน้าที่ฉายชัดถึงความไม่สบายใจ

 

_____“คือ… แผนสุดท้ายเป็นแผนแบบไหนหรือ?” เท็ดดี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล

 

_____ลั่วซิวเจ๋ออมยิ้มมุมปาก “อีกไม่นานพวกนายก็จะรู้เอง”

 

_____หลังจากนั้นลั่วซิวเจ๋อก็สั่งให้สมาชิกในหน่วยส่วนหนึ่งออกไปเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของพวกโจรสลัดอวกาศ ในขณะที่เจ้าตัวกลับบอกให้สมาชิกคนอื่นรอคอยอย่างสงบ

 

_____สิบนาทีต่อมา…

 

_____“พวกเรากำลังรออะไรอยู่หรือ?” เท็ดดี้หันไปกระตุกชายแขนเสื้อของแบรดพลางกระซิบถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา… ตระกูลของเขากับตระกูลของแบรดเกี่ยวดองกันในฐานะญาติพี่น้อง ซึ่งรวมถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่เช่นกัน ทว่าหลังจากเข้ามาในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นเพื่อนพ้องในที่สุด

 

_____“ไม่รู้เหมือนกัน” แบรดลูบคางของตนไปมา ลั่วซิวเจ๋อผู้นี้เป็นคนที่พวกเขาพึ่งพาได้ ฉะนั้นย่อมไม่มีทางที่จะปล่อยให้พวกเขารอคอยอย่างไร้ความหมายแน่นอน

 

_____วิลสันใช้นิ้วจิ้มลงไปที่ชั้นไขมันบริเวณเอวของเท็ดดี้เต็มแรง จนเจ้าตัวหันขวับมาจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาถมึงทึง

 

_____วิลสันแค่นเสียงหัวเราะเล็กน้อย “นิ่มกำลังดีเลย เอาออกจากคอกได้แล้วกระมัง”

 

_____เท็ดดี้ “…” บ้าเอ้ย ถ้าไม่ใช่เพราะแกเก่งกว่าฉันล่ะก็ จะกระทืบแกสักยกแน่! ทั้งชีวิตนี้อย่าได้พลาดมาอยู่ในกำมือของฉันแล้วกัน!!

 

_____“อุ๊บ…” ฉีหนานเผลอหลุดเสียงหัวเราะดังพรืดออกมา ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากทันที… แค่กๆ ขณะนี้ทุกคนต่างเป็นสหายร่วมรบที่ควรเชื่อใจกัน ฉะนั้นการวิจารณ์รูปร่างของสหายในเวลานี้จึงเป็นเรื่องที่เสียมารยาทมาก!

 

_____อีกอย่าง… เท็ดดี้เองก็แค่อวบเล็กน้อย ทว่าในด้านการใช้กำลังนั้นไม่อาจเทียบกับวิลสันได้เลย เพราะเขาเชี่ยวชาญในด้านการแพทย์ ฉะนั้นด้านการต่อสู้และใช้กำลังย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของวิลสันอย่างแน่นอน

 

_____“อะแฮ่ม พอเถิด อย่าทะเลาะกันเลย” แบรดลอบเหลือบมองไปทางลั่วซิวเจ๋อที่กำลังจ้องมองแผนที่จำลองตรงหน้าพลางขยับมือไปมาราวกับกำลังวางแผนอยู่อย่างเคร่งเครียดโดยไม่สนใจเรื่องทางฝั่งนี้แม้แต่น้อย

 

_____“เฮ้อ… ให้นั่งรออยู่เฉยๆแบบนี้ มันน่าเบื่อชะมัด”วิลสันรู้สึกเบื่อหน่ายสุดขีด ทั้งๆที่รู้ถึงแหล่งกบดานของพวกโจรสลัดแล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาระวังความปลอดภัยของตัวประกันจนบุกเข้าไปไม่ได้… สำหรับคนบ้าการต่อสู้อย่างเขาแล้ว มันช่างปวดใจเหลือเกิน

 

_____“งั้นนายคิดจะทำยังไง?” แบรดกลอกตาใส่อีกฝ่าย “เก่งนักก็เดินไปขอกับลั่วซิวเจ๋อสิ ว่านายสามารถบุกฝ่าเข้าไปกำจัดโจรสลัดอวกาศทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียว และรับรองว่า ตัวประกันทุกคนจะปลอดภัยอย่างไร้รอยขีดข่วนด้วย”

 

_____“….” วิลสันได้แต่ถูจมูกของตนไปมา เขาทราบดีถึงกำลังความสามารถของตน แม้แผนการที่แบรดเสนอมาจะน่าสนใจและเย้ายวนมากเหลือเกิน แต่น่าเสียดาย… ที่มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

 

_____ต่อให้เขาเป็นยอดมนุษย์ก็ไม่อาจสังหารโจรสลัดมากมายขนาดนั้นพร้อมกับดูแลความปลอดภัยของตัวประกันไปด้วยได้ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ภารกิจหลักของพวกเขาไม่ใช่การกำจัดพวกโจรสลัดอวกาศ แต่เป็นการช่วยเหลือตัวประกันต่างหาก… ต่อให้เขาฆ่าล้างพวกโจรสลัดอวกาศจนหมด ทว่าหากตัวประกันได้รับบาดเจ็บขึ้นมา สิ่งที่พวกเขาพยายามทำมาตลอดก็จะสูญเปล่าทันที

 

_____“มาแล้ว” ลั่วซิวเจ๋อผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วพร้อมกับหันขวับส่งสายตาเป็นนัยมายังฉีหนานกับวิลสัน ก่อนจะพาทั้งสองคนกระโจนออกไปนอกหน้าต่าง

 

_____สมาชิกคนอื่นเองก็ทยอยลุกขึ้นเดินไปหลบตามที่กำบังต่างๆอย่างระแวดระวังภัยอันตรายที่อาจใกล้เข้ามา

 

_____เพียงไม่กี่อึดใจ ลั่วซิวเจ๋อก็พาวิลสันกับฉีหนานกลับเข้ามาในห้อง ทว่าพวกเขากลับเข้ามาพร้อมกับตัวประกันสองคนที่พวกเขาเคยช่วยเหลือออกมาจากศูนย์การค้าแห่งนั้น อีกทั้งด้านหลังของวิลสันยังลากรถยนต์สำหรับชาวเงือกหนึ่งคันตามมาอีกด้วย…

 

_____ทุกคน “…” ให้ตายเถิด… นั่นมันเงือกที่เคยถูกขังอยู่ในตู้เย็นมิใช่หรือ? พาเขามาที่นี่ทำไมกัน?

 

_____ทุกคนต่างมองหน้าลั่วซิวเจ๋อด้วยความฉงนสงสัย ลั่วซิวเจ๋อกลับยักไหล่เล็กน้อยราวกับตนไม่ได้ทำเรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด “พวกนายคงรู้แล้ว… ด้วยกำลังของพวกเราในตอนนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้าไปช่วยเหลือตัวประกันเหล่านั้นออกมาได้… นอกจากพวกเราจะรอให้รุ่นพี่ดีเจย์โผล่มาช่วยแล้ว มิเช่นนั้นคงไม่มีทางทำอะไรได้อีกแน่”

 

_____“ดังนั้น…” หลี่ซือเฉิงที่รับรู้ถึงสัญญาณบางอย่างจากลั่วซิวเจ๋อ จึงเอ่ยถามต่อทันทีอย่างรู้งาน…

 

_____“ในเมื่อใช้วิธีแบบปกติไม่ได้ผล เช่นนั้นคงต้องใช้วิธีอื่น…” ลั่วซิวเจ๋อเชยคางเรียวของเงือกน้อยที่ยังคงหมดสติขึ้นมาอย่างแผ่วเบา

 

_____สายตาของทุกคนพลันเบนกลับมายังร่างของเงือกน้อยทันที ทว่าพวกเขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี แม้แต่พวกเขาที่เป็นนักเรียนผู้ผ่านการฝึกมาอย่างโชกโชนยังไม่อาจทำอะไรโจรสลัดอวกาศกลุ่มนั้นได้ แล้วเจ้าเงือกตนนี้จะทำสิ่งใดได้? ยั่วสวาทหรือไร?

 

_____เมื่อคิดเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาเริ่มบิดเบี้ยวจนดูแปลกประหลาดขึ้นมาทันตา ซึ่งลั่วซิวเจ๋อย่อมมองออกถึงความคิดของพวกเขา จนเกือบจะเผลอกลอกตาใส่พวกเขาอย่างสุดทน…

 

_____เจ้างั่งพวกนี้เอาแต่สนใจเรื่องที่เจ้านี่เป็นเงือกบอบบาง แต่กลับลืมข้อมูลที่ได้รับมาจากไป๋หลานจนหมด… มีความเป็นไปได้สูงมากว่า พวกโจรสลัดอวกาศจะบุกมาที่นี่เพื่อพาตัวเงือกตนนี้ไป…

 

_____หรือก็คือ… แท้จริงแล้วเงือกตนนี้มีความสำคัญมาก บางทีอาจจะมากกว่าตัวประกันทุกคนที่นั่งรวมกันอยู่ในสวนสาธารณะด้วยซ้ำ!

 

_____“เงือกตนนี้…” แบรดจ้องมองเงือกตรงหน้าด้วยสีหน้าฉงนสงสัย เมื่อครู่เขาเองก็เผลอคิดเช่นเดียวกับเพื่อนคนอื่น ทว่าเขาพลันตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว และตระหนักได้ในทันทีว่า ลั่วซิวเจ๋อไม่มีทางทำเรื่องไร้สมองพรรค์นั้นอย่างแน่นอน

 

_____ทั้งที่ไม่สามารถใช้แผนยั่วสวาทได้ แต่สีหน้าของลั่วซิวเจ๋อกลับยังดูมั่นอกมั่นใจเช่นนี้ แสดงว่า พวกเขาจะต้องมองข้ามข้อมูลสำคัญบางอย่างไปอย่างแน่นอน

 

_____ความจำของแบรดดีเยี่ยมนัก เขาหวนนึกถึงคำให้การของไป๋หลานอีกครั้ง ก่อนจะเผลอแสดงสีหน้าที่ฉายชัดถึงความเข้าใจแจ่มแจ้งจนเท็ดดี้เอะใจและเอ่ยปากถามอีกฝ่าย… แบรดสบสายตามองลั่วซิวเจ๋อครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่า อีกฝ่ายไม่มีท่าทีไม่พอใจใดๆ หากตนจะแพร่งพรายแผนการลับนี้ออกไป จึงเอ่ยปากเล่าข้อสันนิษฐานของตนออกมาให้สมาชิกทุกคนฟังอย่างเปิดเผย…

 

_____“เอ่อ…” สมาชิกบางส่วนลอบหน้าขึ้นสีแดงก่ำด้วยความละอาย พวกเขามัวแต่สนใจความพิเศษของ ‘เผ่าเงือก’ เพียงอย่างเดียวจนลืมข้อมูลสำคัญที่ได้มาจากไป๋หลานเสียสนิท ว่าคนกลุ่มนี้น่าจะบุกมาที่นี่เพื่อพาตัวเงือกตนนี้กลับไป…

 

_____“ดีมาก ดูเหมือนว่าทุกคนจะเข้าใจแล้ว” ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบางๆ “เขาคือเผ่าเงือกที่แสน ‘สำคัญ’ มากเหลือเกิน บางที… อาจทำให้พวกโจรสลัดปล่อยตัวประกันได้”

 

_____“นายคิดจะแลกตัวประกันหรือ?” หลี่ซือเฉิงอุทานด้วยน้ำเสียงตื่นตะลึง

 

_____“เปล่า…” ลั่วซิวเจ๋อส่ายหน้าไปมา ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “ฉันจะขู่ให้พวกมันปล่อยตัวประกันออกมา ไม่อย่างนั้นจะฆ่าเจ้าเงือกตัวนี้ซะ”

 

_____……

 

_____……

 

_____……

 

_____บัดซบ! บัดซบ! บัดซบ!

 

_____ในหัวของทุกคนต่างได้ยินสองคำนี้ดังกึกก้องไปมาอย่างบ้าคลั่ง…

 

_____พวกเขาเคยคิดว่า การที่ลั่วซิวเจ๋อตั้งใจจะแย่งผลงานของดีเจย์ไปจนหมดเป็นเรื่องที่บ้าระห่ำมาก ทว่าตอนนี้เพิ่งจะเข้าใจ แย่งผลงานของดีเจย์แล้วอย่างไร… การขู่ฆ่าชาวเงือกต่างหากถึงจะเรียกว่าบ้าระห่ำของจริง!!

 

_____“มัน… ไม่ค่อยดีกระมัง” หลี่ซือเฉิงบอกด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกลับยักไหล่อย่างไม่แยแส “ข่มขู่แล้วอย่างไร ถึงเราจะข่มขู่พวกเขาก็ไม่เห็นต้องรับผิดชอบใดๆเลย”

 

_____สมาชิกทุกคน “…”

 

_____แม้คำพูดของลั่วซิวเจ๋อจะมีเหตุผล ทว่าเหตุใดกลับรู้สึกเหมือนยังมีบางอย่างไม่ถูกต้องนัก?

 

_____“เอ่อ…” หลี่ซือเฉิงนิ่งคิดครู่ใหญ่ และพบว่า นี่เป็นวิธีเดียวที่พวกเขาจะสามารถช่วยเหลือตัวประกันเหล่านั้นออกมาก่อนที่ดีเจย์จะมาถึงได้จริงๆ…

 

_____สมาชิกคนอื่นเองก็คิดเช่นเดียวกับหลี่ซือเฉิง ชัยชนะอยู่ตรงหน้านี้แล้ว… ถ้าหากปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปล่ะก็ พวกเขาจะไม่มีทางให้อภัยตัวเองอย่างเด็ดขาด

 

_____“แต่ว่า…” เท็ดดี้พึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ก่อนหน้านี้ตัวประกันโดนลูกหลงจากยาถ่ายของพวกเรานะ ครั้งนี้ยังจะใช้ชาวเงือกข่มขู่พวกเขาอีก มันจะไม่เป็นไรหรือ?”

 

_____ทุกคนต่างหันมาสบสายตากัน ทว่าพวกเขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่า จะต้องเอาชนะศึกตรงหน้านี้ให้ได้ หรือว่าจะให้ล้มเลิกแผนการเพื่อชาวเงือกตนหนึ่งหรือ?

 

_____ทุกคนยอมรับว่า แผนการของลั่วซิวเจ๋อมีโอกาสสำเร็จสูงมาก แม้จะไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะทำให้เงือกแสนเปราะบางตกใจขวัญเสีย แต่จะให้ปล่อยมือจากชัยชนะที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมได้อย่างไรเล่า?

 

_____ฉีหนานเปล่งเสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยันพลางยกมือขึ้นแคะหูอย่างหงุดหงิด “ลังเลอะไรเล่า! เป็นเงือกแล้วอย่างไร? ในเมื่อเขาเข้าร่วมการซ้อมรบ ก็ต้องยอมรับกับสถานะของตนเองได้ ผมไม่เห็นใครออมมือให้พวกรุ่นพี่ที่รับบทเป็นโจรสลัดอวกาศเลยแม้แต่คนเดียว แล้วทำไมถึงทำกับเงือกไม่ได้เล่า? เพราะเขาเป็นเงือก? เพราะเขาอ่อนไหวขวัญเสียง่าย? ถ้าหากเขาตกใจกลัวขวัญเสียจริงๆ ก็ควรจะให้เขาดูแลตัวเองต่างหาก พวกเราไม่ได้เชิญให้เขามาเข้าร่วมการซ้อมรบในครั้งนี้เสียหน่อย”

 

_____คำพูดของฉีหนานเปรียบเสมือนการทำลายฟางเส้นสุดท้ายของทุกคนทิ้งไป เป็นอย่างที่เขาพูดไม่มีผิด… นี่ไม่ใช่เกม แต่เป็นการซ้อมรบ… ในเมื่อเงือกตนนี้เลือกที่จะเข้าร่วมการซ้อมรบ ถ้าเช่นนั้นแม้อีกฝ่ายจะตื่นกลัวขวัญเสีย ก็ต้องถือว่า เจ้าตัวหาเรื่องเดือดร้อนเองโดยแท้

 

_____หลังจากกำจัดความลังเลในใจของทุกคนอย่างชาญฉลาดแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็รีบพาฉีหนาน หลี่ซือเฉิงและวิลสันผู้ลากรถยนต์สำหรับเงือกมุ่งหน้าไปยังสวนสาธารณะอย่างรวดเร็ว

 

_____เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ถ้าหากพวกเขาไม่สามารถช่วยตัวประกันออกมาก่อนที่ดีเจย์จะมาถึงล่ะก็ ความสำเร็จในครั้งนี้จะลดลงไปถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

 

_____“นายพูดว่าไงนะ?” โจรสลัดอวกาศผู้หนึ่งกำลังถือปืนเตรียมพร้อมพลางจ้องมองหลี่ซือเฉิงด้วยสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริดสุดขีด

 

_____เขาคิดว่า เมื่อครู่ตนคงจะหูฝาดไปเอง… ไม่เช่นนั้นจะได้ยินคนตรงหน้าข่มขู่ให้พวกเขาปล่อยตัวประกันทั้งหมดโดยแลกกับชีวิตของเงือกตนหนึ่งได้อย่างไรกัน?

 

_____เฮ้ยๆ! ใครเป็นโจรสลัดอวกาศกันแน่??

 

_____“ทำไม? ฟังไม่รู้เรื่องหรือ?” หลี่ซือเฉิงจ้องมองโจรสลัดอวกาศตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ… โอ้ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเป็นนักเรียนปีสามนะ?

 

_____“เอ่อ…” โจรสลัดอวกาศเกาหัวตัวเองดังแกรกๆ ทว่าปืนในมือของเขายังคงชี้ไปยังหลี่ซือเฉิงอย่างมั่นคง “นาย… รอเดี๋ยวนะ ฉันต้องไปถามหัวหน้าก่อน”

 

_____เมื่อพูดจบประโยค โจรสลัดอวกาศคนนั้นก็ใช้ปืนขยับไปใกล้หลี่ซือเฉิงมากขึ้นและบุ้ยใบ้ให้อีกฝ่ายถอยห่างออกไปเพื่อป้องกันการลอบโจมตี…

 

_____หลี่ซือเฉิงเองก็ให้ความร่วมมือโดยการยกมือขึ้นสูงทั้งสองข้างและก้าวถอยหลังออกไปหลายช่วงตัวอย่างว่าง่าย… เป้าหมายของเขาคือ การทำให้โจรสลัดคนนี้ติดต่อไปยังหัวหน้าของตน… การสังหารอีกฝ่ายมีแต่จะทำให้ฝ่ายตนลำบากมากขึ้นเท่านั้น

 

_____“ครับ รับทราบ!” หลังจากที่โจรสลัดคนนั้นพูดคุยติดต่อกับหัวหน้าของตนเสร็จแล้ว เขาก็จ้องมองหลี่ซือเฉิงด้วยสีหน้าหลากหลาย “ตามมา”

 

_____หลี่ซือเฉิงลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ถ้าเจ้าหมอนี่ฆ่าเขาแบบไม่พูดพร่ำทำเพลงล่ะก็ เขาคงตายเปล่าเสียแล้ว… โชคดีที่เป็นไปตามการคาดการณ์ของลั่วซิวเจ๋อ อีกฝ่ายให้ความสำคัญกับเงือกตนนี้มากจริงๆ มิเช่นนั้นคงไม่ยอมเจรจาต่อรองกับพวกเขาอย่างแน่นอน