0 Views

บทที่ 70

 

_____ใบหน้าซื่อๆของเท็ดดี้พลันฉายชัดถึงความรู้สึกเก้อเขินไม่น้อย “จากส่วนผสมเหล่านี้ ถ้าหากตำรับยาที่ผสมออกมาไม่ใช่ยาชา ก็น่าจะเป็น… ยาถ่าย”

 

_____ทันทีที่ได้ยินคำพูดประโยคนี้ สายตาที่ทุกคนใช้จับจ้องมองเท็ดดี้พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว…

 

_____ให้ตายเถิด เจ้าหมอนี่ช่างร้ายกาจนัก!

 

_____ยาถ่ายอะไรเล่า… อะแฮ่ม ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเพียงการซ้อมรบ อีกทั้งคนเหล่านั้นก็ไม่ใช่โจรสลัดอวกาศของจริง… ถ้าหากใช้ยาถ่ายกับพวกเขาล่ะก็ย่อมตกอยู่ในสภาพดูไม่จืดแน่นอน ทันทีที่การซ้อมรบในครั้งนี้สิ้นสุดลง… คิดว่าพวกเขาจะยังสามารถเดินกลับหอพักได้อย่างปลอดภัยหรือ?

 

_____จะต้องถูกรุ่นพี่ผู้อับอายเหล่านั้นกระทืบจนตายอย่างแน่นอน…

 

_____“ยาถ่าย?” ลั่วซิวเจ๋อกลับไม่สนใจแม้แต่น้อยว่า การที่เท็ดดี้ปรุงยาจากยาชากลับกลายเป็นยาถ่ายเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลมากแค่ไหน อันที่จริงเดิมทีการปรุงยาจะต้องระมัดระวังและรอบคอบมาก การเปลี่ยนแปลงสมุนไพรเพียงชนิดเดียวย่อมทำให้สรรพคุณของตำรับยานั้นแปรเปลี่ยนไปจนไม่อาจคาดเดาได้

 

_____แน่นอนว่า นักปรุงยาผู้มีชื่อเสียงย่อมสามารถควบคุมการแปรเปลี่ยนเช่นนี้ให้อยู่ในขอบเขตของตนได้ไม่ยาก… ในสายตาของเขา เท็ดดี้สามารถปรุงยาชาจากสมุนไพรที่มีอยู่ได้ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้เพียงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่สรรพคุณของมันจะกลายเป็นยาถ่ายจริง นับว่าเป็นแพทย์ทหารที่มีฝีมือไม่เลวเลย…

 

_____“นอกจากยาถ่ายแล้ว มีโอกาสที่จะเกิดสรรพคุณอย่างอื่นอีกหรือไม่? ฉันหมายถึง ประเภทที่ทำให้อันตรายจนถึงแก่ชีวิต” ลั่วซิวเจ๋อถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำ

 

_____“อะไรนะ? ไม่… ไม่เด็ดขาด… วางใจเถิด หากไม่ใช่ยาชาก็เป็นยาถ่าย เรื่องนี้ผมกล้ายืนยัน” เท็ดดี้ยืนยันหนักแน่นเสียงแข็ง ขาดเพียงไม่ได้ยกมือสาบานเท่านั้น

 

_____ลั่วซิวเจ๋อตบไหล่ของเขาแทนคำชมเชย ยอดมากเพียงเท่านี้ก็พอจะคาดเดาผลลัพธ์ที่จะตามมาได้

 

_____ถ้าปรุงอออกมาเป็นยาชา ย่อมสามารถแก้ปัญหาตรงหน้าได้อย่างราบรื่น หากปรุงออกมาเป็นยาถ่าย… แค่กๆ ก็ทำให้ศัตรูหมดสภาพในการต่อสู้เช่นกันกระมัง… แม้จะไม่รู้ว่า ห้องน้ำในโรงพยาบาลจะมีมากพอสำหรับทุกคนหรือไม่ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของลั่วซิวเจ๋อเลย

 

_____น้ำยาสมุนไพรในกล่องที่เท็ดดี้พกติดตัวมามีไม่มากนัก อันที่จริงไม่ใช่ว่าสายตาของเขาเฉียบคมในการแยกแยะ แต่เพราะเขามีนิสัยชอบเขียนกำกับเอาไว้ต่างหาก ถ้าหากเผลอหยิบน้ำยาภายในกล่องสลับกันล่ะก็ อาจปรุงยาผิดพลาดจริงๆก็ได้

 

_____ในเมื่อทางโรงเรียนต้องการที่จะให้พวกเขาฝึกฝนการใช้ยา ฉะนั้นย่อมสนับสนุนให้พวกเขาใช้ยาของตนในการปฏิบัติภารกิจแน่นอน เพียงแต่น้ำยาพวกนี้มีปริมาณน้อยเกินไปจนเท็ดดี้ปรุงได้สำหรับคนเดียวเท่านั้น ฉะนั้นเขาจึงต้องใช้การปรุงยาชนิดอื่นร่วมด้วยเพื่อให้กลายเป็นยาชาในที่สุด

 

_____แม้เท็ดดี้จะมีรูปร่างค่อนข้างอวบ ทว่ากลับสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ถ้าหากไม่ได้เห็นกับตาของตัวเองล่ะก็ เกรงว่าคงไม่มีใครยอมเชื่อกับภาพของเจ้าอ้วนที่ปกติดูซื่อๆและเงอะงะ ขณะกำลังปรุงยากลับสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติราวกับกำลังเริงระบำอยู่บนสายน้ำท่ามกลางปุยเมฆสีขาวก็ไม่ปาน ช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก

 

_____เพียงห้านาที เท็ดดี้ก็นำน้ำยาสีฟ้าครามบรรจุลงไปในขวดแก้วใสกระจ่างใบหนึ่งเรียบร้อย… ทันทีที่ขวดแก้วใบนี้แตกกระจาย ของเหลวภายในขวดแก้วจะระเหยและแพร่กระจายทางอากาศอย่างรวดเร็ว

 

_____“เป็นแบบไหน?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามพลางจ้องมองน้ำยาสีฟ้าสวยในขวดแก้วนั้น

 

_____เท็ดดี้กลับมีสีหน้าสลดหดหู่ “ยาถ่าย”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเหลือบสายตามองอีกฝ่ายพลางรู้สึกว่า สีหน้าของเท็ดดี้มีบางอย่างผิดแปลกไป จึงกวาดสายตามองรอบบริเวณอีกครั้ง ก่อนจะพบว่า รุ่นพี่ที่เหลือต่างจ้องมองเท็ดดี้ด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจราวกับกำลังไว้อาลัยให้อีกฝ่ายล่วงหน้าก็ไม่ปาน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพลันเข้าใจได้ในวินาทีนั้น เขาจึงยกมือขึ้นมากระแอมไอเล็กน้อย “พวกเราจะปิดเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับอย่างแน่นอน”

 

_____“จริงหรือ?” เท็ดดี้จ้องมองเขาด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง

 

_____“แน่นอน!” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยตัดบทอย่างผิดธรรมชาติ ก่อนจะกวาดสายตามองเหล่ารุ่นพี่พลางแจกรอยยิ้มสดใสงดงามให้กับทุกคน “จะว่าไปพวกรุ่นพี่คงไม่มีทางขายพวกพ้องของตัวเองหรอกกระมัง?”

 

_____เหล่ารุ่นพี่ “….”

 

_____บัดซบ นี่มันบีบให้พวกเราปิดเอาไว้เป็นความลับชัดๆ มิเช่นนั้นคงถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายเพื่อนแน่… เอาเถิด ปิดเป็นความลับก็ได้ ถ้าหากทุกคนยอมเก็บเป็นความลับและรับผิดชอบร่วมกัน ถึงตอนนั้นใครก็หนีไม่พ้นแล้ว

 

_____“ฮ่าฮ่า แน่นอนอยู่แล้ว พวกเราจะช่วยปิดเป็นความลับให้เอง”

 

_____“ใช่แล้ว ใครกล้าหักหลังเท็ดดี้ ก็จะต้องกลายเป็นศัตรูของพวกเราทุกคน!”

 

_____“ถูกต้อง เท็ดดี้ไม่ต้องห่วงนะ พวกเราไม่มีทางเอาเรื่องของนายไปพูดแน่นอน!”

 

_____เหล่ารุ่นพี่ต่างพากันปลอบใจและยืนยันหนักแน่นกับเท็ดดี้ ในขณะที่ลั่วซิวเจ๋อผู้ยืนมองอยู่ด้านข้างนั้นกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย

 

_____ดูสิ อยากให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน แค่ใช้ความลับเล็กน้อยเพียงเรื่องเดียวก็สามารถทำได้แล้ว

 

_____“เอาล่ะ ลงมือเถิด… เท็ดดี้ นายรับผิดชอบเรื่องการวางยาได้หรือไม่?” ลั่วซิวเจ๋อเบนสายตามายังเท็ดดี้

 

_____เท็ดดี้นิ่งคิดครู่หนึ่ง “ดูจากหน่วยลาดตระเวนสองหน่วยที่จะเดินผ่านจุดนี้ทุกสามนาทีแล้ว ผมคนเดียวคงรับมือพวกเขาไม่ไหว ถ้าจะให้ดีก็อยากมีคนมาช่วยอีกแรง”

 

_____“ได้” ลั่วซิวเจ๋อสั่งให้สมาชิกสี่คนรับผิดชอบหน้าที่นี้ร่วมกับเท็ดดี้ โดยมีหน้าที่คุ้มกันเท็ดดี้ขณะที่เจ้าตัวกำลังวางยาอยู่…

 

_____“แล้วจะทำยังไงกับเขา?” วิลสันบุ้ยปากไปทางเงือกน้อยที่ยังคงหมดสติ…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วมุ่น พวกเขามีคนไม่มากนัก แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวประกันถูกสังหารเสียก่อน… นอกจากจะต้องใช้แผนวางยาของเท็ดดี้แล้ว ทุกคนที่เหลือจะต้องลอบเข้าไปที่ชั้นสามของโรงพยาบาลเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของตัวประกันเหล่านั้นด้วย

 

_____แต่เจ้าเงือกที่นอนหมดสติอยู่ตรงหน้านี้เองก็เป็นหนึ่งในตัวประกันเช่นกัน ถ้าหากปล่อยให้อีกฝ่ายนอนอยู่ที่นี่ล่ะก็ อาจจะดึงดูดความสนใจของพวกโจรสลัดอวกาศคนอื่นจนเกิดเรื่องได้

 

_____“ยุ่งยากเสียจริง” ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วแน่นพลางมองสำรวจบริเวณโดยรอบอีกครั้ง จนกระทั่งมาหยุดลงที่ตู้เย็นโทรมๆเครื่องหนึ่ง…

 

_____บ้าเอ้ย… คุณคงไม่…

 

_____ฉีหนานถึงกับหางตากระตุกยิกๆขณะจ้องมองลั่วซิวเจ๋อผู้ชิงชังเหล่าเงือกจอมปลอมยิ่งนัก… ไม่ต้องหยุดคิดให้มากความก็ทราบได้ทันที หนำซ้ำอีกฝ่ายยังตอกย้ำความคิดของเขาด้วยการสั่งให้จับเจ้าเงือกผู้โชคร้ายตนนั้นขังเอาไว้ในตู้เย็น…

 

_____“นี่…” ฉีหนานดึงชายเสื้อของลั่วซิวเจ๋อเอาไว้

 

_____“มีอะไรหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อที่กำลังเอ่ยปากสั่งให้วิลสันลงมือหันมาถามด้วยความแปลกใจ

 

_____“ถึงอย่างไรเขาก็เป็นชาวเงือก คุณช่วยอ่อนโยนหน่อยไม่ได้หรือ?” ฉีหนานทนมองสภาพน่าอนาถของเงือกผู้โชคร้ายตนนั้นต่อไปไม่ไหวอีก

 

_____ลั่วซิวเจ๋อถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ในหัวพลันนึกขึ้นได้ทันทีว่า เมื่อก่อนฉีหนานเคยลุ่มหลงไปกับความอ่อนโยนนุ่มนวลที่ตนเสแสร้งมากขนาดไหนแล้วพาลรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที

 

_____“อ่อนโยน? ยังไง? เจ้าชอบเงือกที่ ‘อ่อนโยน’ เช่นนี้หรือ?” ลั่วซิวเจ๋อจ้องเขม็งใส่ฉีหนานด้วยแววตาที่ลุกโชนและวาววับ

 

_____ฉีหนานถึงกับหายใจติดขัดทันที รู้สึกได้ว่า หากตนตอบออกไปว่า ‘ใช่’ ล่ะก็ ย่อมเป็นอันตรายต่อตัวเองมากอย่างแน่นอน…

 

_____ฉีหนานรีบส่ายหน้าไปมาตามสัญชาตญาณที่กำลังกู่ร้องอยู่ในตอนนี้ทันที “ไม่ใช่ ผมแค่คิดเฉยๆว่า… ชาวเงือกเป็นสิ่งที่อ่อนแอบอบบางมากสำหรับทุกคน และศักดิ์ศรีในฐานะทหารอย่างพวกเราก็คือ การปกป้องผู้ที่อ่อนแอ ซึ่งพวกเงือกเองก็ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน ฉะนั้นคุณไม่ควรจะทำตัว ‘ผิดแปลก’ เช่นนี้”

 

_____ฉีหนานเน้นเสียงหนักตรงคำว่า ‘ผิดแปลก’ เป็นพิเศษ แม้จะเป็นเงือกเหมือนกัน แต่จะเอาเงือกวิปริตบ้าพลังอย่างคุณมาเทียบกับเงือกพวกนี้ได้อย่างไรเล่า ถึงอย่างไรเงือกสุดที่รักของทุกคนก็ยังคงดูอ่อนแอเปราะบางจนน่ากลัว ถ้าหากคุณจับเขาขังเอาไว้ในสิ่งที่สกปรกอย่างตู้เย็นเครื่องนี้ล่ะก็ ย่อมกลายเป็นเรื่องใหญ่ในภายหลังมิใช่หรือ!

 

_____เมื่อได้ยินคำอธิบายของฉีหนาน ลั่วซิวเจ๋อจึงรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย… จะว่าไปก็ใช่อยู่ ในสายตาของเจ้าโง่พวกนั้น เงือกที่อ่อนแอเช่นนั้นมีอะไรดีกัน? คุ้มค่าที่จะให้ทุกคนในที่นี้ไล่ตามแย่งชิงหรือ… แม้แต่ฉีหนานเองก็ชื่นชอบในท่าทีอ่อนแอจอมปลอมของตนก่อนหน้านี้มากถึงขนาดแต่งงานและพาเข้าห้องเลยทีเดียว…

 

_____เมื่อนึกถึงตรงนี้ ลั่วซิวเจ๋อพลันหนังตากระตุกวูบพลางจ้องมองฉีหนานด้วยสายตาเชือดเฉือน ทำไมฉีหนานต้องหันหน้าไปพูดทางเงือกตนนั้นด้วยเล่า? คงไม่ใช่ว่า เขายังหลงชอบเงือกที่ดูอ่อนโยนเปราะบางเช่นนั้นอยู่กระมัง??

 

_____ฉีหนานถึงกับตัวสั่นสะท้านเพราะรังสีอำมหิตและสายตาอันเย็นยะเยือกของลั่วซิวเจ๋อที่สาดเข้าใส่ บ้าจริง… เมื่อครู่เขาไม่ได้พูดอะไรมิใช่หรือ แล้วทำไมลั่วซิวเจ๋อถึงดูหงุดหงิดขนาดนี้เล่า? อยากให้เข้าไปพูดคุยประจบประแจงหรือไร?

 

_____เมื่อลั่วซิวเจ๋อมองเห็นสายตาที่ฉายชัดถึงความวิตกกังวลของฉีหนานแล้ว รังสีอำมหิตที่ถูกส่งออกมาจากดวงตาคู่นั้นจึงลดลงหลายส่วน… ใช่แล้ว ไม่ว่าเมื่อก่อนฉีหนานจะเป็นอย่างไร ทว่าตั้งแต่วันที่หัวใจของเขาเริ่มหวั่นไหว… ไม่สิ ควรกล่าวว่า ตั้งแต่ที่ฉีหนานกินคำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกของเขาลงไป ฉีหนานก็ถูกลิขิตให้กลายเป็นคนของเขาแล้ว

 

_____ชาวเงือกเป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดเหี้ยมและหวงสิ่งของของตนมาก ในเมื่อกินของของเขาลงไปแล้วก็ต้องใช้ทั้งชีวิตของอีกฝ่ายมาแลก มันถึงจะสาสม!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกะพริบตาลงอย่างแผ่วเบาพลางพยายามอดกลั้นความรู้สึกที่มีต่อฉีหนานลงไปอย่างสุดกำลัง

 

_____ตอนนี้พวกเขายังอยู่ในระหว่างการซ้อมรบ เขาไม่อาจปล่อยให้เรื่องส่วนตัวของตนมีผลต่อการทดสอบของทุกคนได้

 

_____“พวกคุณมีความคิดเห็นเช่นไรต่อเงือกตนนี้? ฉันคิดว่า เราควรขังเขาเอาไว้ในตู้เย็นก่อน” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามด้วยสายตานิ่งเฉย

 

_____ฉีหนานเผลอกระตุกใบหน้าเล็กน้อย เอาเถิด เรื่องของตัวเขาเองยังจัดการไม่เรียบร้อยเลย ฉะนั้นคุณเงือกผู้โชคร้ายโปรดดูแลตัวเองเสียเถิด… ใครใช้ให้คุณตกอยู่ในกำมือของเงือกตัวจริงผู้เกลียดเงือกจอมปลอมอย่างพวกคุณเข้าไส้กันเล่า…

 

_____“ฉันเห็นด้วย” วิลสันเป็นคนแรกที่ยกมือขึ้นเห็นด้วย เขาไม่มีความรู้สึกพิเศษหรืออคติใดๆต่อชาวเงือก แต่เขาไม่คิดจะลากรถยนต์เฮงซวยคันนี้ไปสู้ศึกอย่างแน่นอน

 

_____สมาชิกคนอื่นแม้จะรู้สึกว่า การกระทำเช่นนี้โหดร้ายมากเกินไปสำหรับเงือกตนหนึ่งอยู่บ้าง ทว่า… เมื่อนึกถึงคะแนนในการซ้อมรบครั้งนี้ ทุกคนล้วนไม่มีฝีมือเก่งกาจโดดเด่นมากนัก ฉะนั้นจะให้ทิ้งโอกาสในการแสดงฝีมือของตน และมานั่งเฝ้าชาวเงือกที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นศัตรูหรือมิตรอยู่ที่นี่หรือ…

 

_____ดังนั้น…

 

_____ย่อมสมควรแล้วที่คุณเงือกผู้โชคร้ายตนนั้นจะถูกลั่วซิวเจ๋อฟาดท้ายทอยอย่างรุนแรงซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้อีกฝ่ายหมดสตินานยิ่งขึ้น ก่อนจะถูกยัดเข้าไปในตู้เย็นโทรมๆพร้อมกับรถยนต์ของตน…

 

_____โชคดีนักที่ตู้เย็นเครื่องนี้ใหญ่มากพอที่จะยัดทั้งคนและรถยนต์เข้าไปได้ มิเช่นนั้นหากไม่มีรถยนต์สำหรับชาวเงือกเอาไว้ใส่ชาวเงือกล่ะก็ อาจจะกลายเป็นเรื่องที่เลวร้ายยิ่งขึ้นก็ได้

 

_____ขณะที่คนกลุ่มนี้จับชาวเงือกขังเอาไว้ในตู้เย็นอย่างโหดร้าย เหล่าอาจารย์ที่ปรึกษาผู้รับหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ต่างพากันหางตากระตุกยิกๆ

 

_____ดวงตาของชายชราร่างผอมบางผู้นั่งอยู่ในตำแหน่งหัวโต๊ะของห้องประชุมพลันทอประกายแวววาวพลางหัวเราะขบขันขณะมองภาพเงือกน้อยถูกคุมขังอยู่ในตู้เย็น สีหน้าของเขาไม่มีความตื่นตระหนกตกใจปรากฏอยู่เลยแม้แต่น้อย

 

_____“นั่นมัน… ท่านอธิการ ต้องการ…” อาจารย์ที่ปรึกษาวัยกลางคนผู้หนึ่งเพิ่งได้สติกลับมาจากภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ ก่อนจะหันมามองอธิการบดีของตนอย่างลำบากใจ

 

_____“ต้องการอะไรหรือ?” อธิการบดีเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

 

_____“แบบนี้… ไม่ค่อยดีกระมัง” อาจารย์ที่ปรึกษาคนนั้นชี้ไปยังภาพบนหน้าจอ “ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นคู่หมั้นของพลเอกแคลร์… พวกนักเรียนทำเช่นนี้ดูจะไม่เหมาะสมนัก”

 

_____ชายชราร่างเล็กหันมามองเขาพลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “อาจารย์เจสัน”

 

_____“ขอรับ!” ชายวัยกลางคนขานรับเสียงดังพลางลุกขึ้นยืนตัวตรงทันที

 

_____ชายชราจ้องมองเขาด้วยสีหน้าสุขุมราบเรียบ “คุณบอกผมมาสิว่า ในการซ้อมรบครั้งนี้ สถานะของเงือกตนนี้คืออะไร?”

 

_____ชายวัยกลางคนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงดังว่า “เป็นไส้ศึกของโจรสลัดอวกาศขอรับ”

 

_____“ถ้าเช่นนั้นคุณบอกผมสิ…” ชายชราร่างเล็กชี้ไปยังภาพบนหน้าจอซึ่งกำลังฉายภาพนักเรียนกลุ่มหนึ่งลอบเข้าไปในโรงพยาบาลพอดี “การที่พวกเขาควบคุมตัวคนที่มีสถานะไม่แน่ชัดเช่นนี้มีสิ่งใดไม่ถูกต้องหรือไม่?”

 

_____“ไม่มีขอรับ ท่านอธิการ!” หน้าผากของชายวัยกลางคนเริ่มปรากฏเหงื่ออันเย็นเยียบหลั่งรินออกมา