0 Views

   บทที่ 7

_____ “ไม่รู้เพราะเหตุใดข้าถึงรู้สึกเหมือนเคยเจอเจ้าในความฝัน…” เงือกเจ้าของหางสีครามอันงดงามเอ่ยพลางคลี่ยิ้มบางๆ…

 

_____ “…” ฉีหนาน

 

_____ พรหมลิขิต! มันจะต้องเป็นพรหมลิขิต!

 

_____ ดวงตาของฉีหนานทอประกายวูบวาบ แม้สิ่งที่อยู่ในฝันมักจะเป็นเรื่องไร้สาระ แต่… ใครจะปฏิเสธเงือกที่งดงามเช่นนี้ได้กันเล่า?

 

_____ นอกจากคนนั้นจะสมองฟั่นเฟือน!

 

_____ ฉีหนานไม่ได้สมองฟั่นเฟือน ย่อมไม่ยอมเสียโอกาสดีๆเช่นนี้แน่!  ไม่ว่าเขาจะฝันอะไรอีก แค่ได้มีเงือกงามปานนี้มาพูดคุยกับเขาก่อน ถ้าเขายังไม่รู้จักคว้าโอกาสนี้ไว้ หากสหายร่วมรบรู้เข้า ต้องโดนเยาะเย้ยไปอีกครึ่งชีวิตอย่างแน่นอน…

 

_____ “ผมเองก็รู้สึกเหมือนเคยพบคุณในความฝันเหมือนกัน มันต้องเป็นพรหมลิขิตแน่นอน!” ฉีหนานย่อตัวลงไปพลางขยิบตาส่งให้อย่างร่าเริง…

 

_____ เงือกหนุ่มเจ้าของหางสีครามยิ้มอย่างเอียงอายเล็กน้อยพลางโบกมือมาทางเขา… “สวัสดี ข้าชื่อ ลั่วซิวเจ๋อ ยินดีที่ได้รู้จัก คุณพรหมลิขิต…”

 

_____ ในใจของฉีหนานหัวเราะดังลั่นอย่างง่ายดาย… รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเป็นสิ่งสำคัญอย่างที่คิดจริงด้วย… เห็นหรือไม่ว่าเงือกที่สง่างามขนาดนี้เข้ามาทักด้วยตัวเอง!

 

_____ ทว่า… ไม่รู้ว่า ทำไมฉีหนานมักรู้สึกว่า ดวงหน้านี้เหมือนจะให้ความรู้สึกขัดๆเล็กน้อย… ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายไม่สวย แต่ในใจของเขากลับรู้สึกมั่นใจอย่างประหลาดว่า อีกฝ่ายควรจะงดงามกว่าตอนนี้ถึงจะถูกต้อง…

 

_____ แต่… ช่างเขาเถอะ ถึงจะรู้สึกเช่นไรก็ไม่ต้องสน… อีกอย่างชาวเงือกมีความจำเป็นอะไรให้ต้องปลอมตัวด้วย ยิ่งสวยสง่าก็ยิ่งได้รับการดูแลอย่างดีไม่ใช่หรือ? ไม่ต้องตั้งใจให้ดูน่าเกลียดหรอก…

 

_____ ไม่นานฉีหนานก็ตั้งสติและโยนความคิดนั้นออกไปจากหัว… เขาเผยรอยยิ้มสดใสร่าเริง รวมเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาแล้ว ช่างดูมีเสน่ห์มาก… อย่างน้อยที่สุดลั่วซิวเจ๋อก็รู้สึกเช่นเดียวกันว่า แม้หมอนี่จะเป็นคนไร้ประโยชน์ แต่ใบหน้านี้ก็ไม่เลวเลยจริงๆ ช่างเหมาะกับรสนิยมของเขาเหลือเกิน…

 

_____ เขากะพริบตา ดวงตาสีครามคู่นั้นทอเส้นแสงสีเงินแว่บหนึ่ง…

 

_____ ฉีหนานรู้สึกเวียนหัวตาลาย ไม่แน่ใจว่า เมื่อสักครู่เขาเหมือนเห็นเส้นแสงสายหนึ่งอยู่ในดวงตาของเงือกตรงหน้างั้นหรือ? จะต้องดูผิดไปแน่ๆ!

 

_____ “ผมชื่อ ฉีหนาน ร้อยตรีแห่งกองทหารลาดตระเวนกองที่7 หน่วยที่23… ผมมีเงินไม่มาก แต่ผมจะพยายามเต็มที่เพื่อมอบสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดให้กับคุณ… ถ้าคุณเลือกผม ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน” สีหน้าจริงจังของฉีหนานจับจ้องมองลั่วซิวเจ๋ออย่างจริงใจ…

 

_____ ลั่วซิวเจ๋อกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะค่อยๆหลุบแพขนตายาวลง เพื่อปิดบังแววตาเคลือบแคลงใจ… เขาตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าเจ้านี่จะพูดอะไรก็ต้องพาเขาออกไปจากสถานดูแลเงือกให้ได้ แต่ไม่นึกว่า ผู้ชายคนนี้จะเป็นคนซื่อตรงถึงเพียงนี้… ส่วนลึกในใจพลันสั่นไหว…

 

_____ แม้ว่าลั่วซิวเจ๋อจะรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนจากความทรงจำของฉีหนาน แต่ว่า… เจ้านี่มันโง่หรือไร? เจ้ามาเพื่อจีบชาวเงือกกลับไป แต่กลับบอกความห่วยแตกของตัวเองออกมาก่อนเช่นนี้ นอกจากชาวเงือกที่กำลังจะถูกส่งไปจัดอันดับแล้ว ใครจะเลือกเจ้ากันเล่า!

 

_____ ถึงอย่างไรมันก็เป็นการแต่งงาน ชาวเงือกพวกนี้แม้จะนิสัยขี้ขลาดตาขาวไปสักหน่อย แต่ก็ไม่โง่ ย่อมเลือกคนที่จะดูแลตนได้ดีอยู่แล้ว…

 

_____ ทว่าอีกมุมหนึ่ง ลั่วซิวเจ๋อกลับรู้สึกชื่นชมในนิสัยพูดตามความจริงเช่นนี้ของฉีหนานเช่นกัน อย่างน้อยเขาก็ไม่หลอกตัวเอง… ด้วยนิสัยนี้ของเจ้าคนไร้ประโยชน์ก็สมควรบวกคะแนนให้เล็กน้อย…

 

_____ ลั่วซิวเจ๋อเงยหน้าขึ้นจ้องมองฉีหนานด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกพลางเอ่ยถามเสียงเบาว่า “ทำไมเจ้าถึงบอกเรื่องนี้กับข้า? เจ้าไม่รู้หรือว่า มันเป็นจุดอ่อนของเจ้า?”

 

_____ ฉีหนานฉีกยิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มที่ช่างเจิดจ้าดุจแสงตะวัน… “ใช่ ผมรู้… แต่ว่า…” เขาเกาหัวเล็กน้อย “หลอกลวงศัตรูย่อมไม่เป็นไร ทว่าหลอกลวงว่าที่คู่ชีวิตของตน นั่นไม่เท่ากับหาเรื่องเดือดร้อนให้ตนเองหรอกหรือ”

 

_____ เขาแบมือทั้งสองข้างออก “หรือก็คือ ผมจะดูแลรับผิดชอบสักระยะ… เราสองคนจะเข้ากันได้หรือไม่ ลองอยู่ด้วยกันก่อนแล้วคงรู้เอง”

 

_____ ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมา… ผู้ชายคนนี้… น่าสนใจจริงๆ อยากรู้จริงๆว่า ถ้าเห็นสภาพเดิมของเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกัน…

 

_____ เมื่อคิดถึงอนาคตหลังจากที่ฉีหนานพาตนกลับบ้าน และพบนิสัยที่แท้จริงของตนแล้ว… ลั่วซิวเจ๋อยิ่งตั้งตารอให้วันนั้นมาถึง… หลังจากหลับไปถึงหลายพันปี พอตื่นขึ้นมากลับเจอกับชาวเงือกปลอมที่ถูกปลูกฝังให้อ่อนแอขี้ขลาด… ถ้าไม่หาสิ่งที่น่าสนใจล่ะก็ เขากลัวตัวเองจะคลุ้มคลั่งจริงๆ…  เจ้าพวกเงือกแค่เพียงเปลือกนอก แต่กลับไม่มีความสามารถของชาวเงือกเลย มันน่าฆ่าให้หมดเสียจริง!

 

_____ พวกเขายังเรียกว่า สร้างชาวเงือกได้งั้นหรือ? นี่มันสร้างมลทินให้กับชื่อเผ่าพันธุ์เงือกโดยแท้!

 

_____ ลั่วซิวเจ๋อเผลอเลียนิ้วมือโดยไม่รู้ตัว ขณะจ้องมองพวกเงือกพวกนั้นสางผมด้วยท่าทางดัดจริตแล้วยิ่งรู้สึกเกลียด… แต่ไหนแต่ไรมา เผ่าพันธุ์เงือกไม่เคยมีผู้อ่อนแอ ยิ่งไม่ต้องฝากชีวิตไว้กับผู้อื่น แต่เจ้าพวกนี้… เพียงแค่ถูกมนุษย์สร้างเพื่อเป็นเครื่องมือเติมเต็มความต้องการเท่านั้น แม้แต่เศษเสี้ยวก็ไม่มีส่วนใดที่เหมือนกัน!

 

_____ “เป็นอะไรหรือ?” เมื่อเห็นลั่วซิวเจ๋อใช้ลิ้นสีแดงสดเลียนิ้วมือสีขาวผ่องแล้ว ฉีหนานพลันรู้สึกคันบริเวณลำคออย่างประหลาด…

 

_____ นิ้วมือเรียวยาวของลั่วซิวเจ๋อ และรูปร่างอันสง่างามนั้นทำให้ฉีหนานรู้สึกเหมือนได้มองภาพศิลปะอยู่ก็ไม่ปาน…

 

_____ ไม่ว่ายังไงก็คงนึกไม่ถึงหรอกว่า นิ้วมือเรียวยาวสวยกระจ่างนี้สามารถเปลี่ยนรูป เพื่อใช้ฉีกกระชากร่างสูงใหญ่กว่า 20 เมตรของปลาหมึกใต้ทะเลลึกเป็นชิ้นๆ  ยามนี้เขาจึงกำลังลุ่มหลงมืออันงดงามคู่นั้นได้…

 

_____ “ไม่มีอะไร… เพียงแค่รู้สึกว่า… เจ้าช่างน่าสนใจจริงๆ” ลั่วซิวเจ๋อรีบกดความอยากฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เงือกจอมปลอมลงไปยังส่วนลึกของจิตใจ… เพื่อสุขภาพในตอนนี้ของเขาแล้ว ก่อนอื่นต้องให้ฉีหนานพาออกไปจากสถานดูแลเงือก…

 

_____ หลังจากที่ได้เห็นความทรงจำของฉีหนานในตอนแรกแล้ว เขาถึงตระหนักได้ว่า เขาอยากซ่อมแซมโลกใบนี้ ดังนั้นจึงต้องใช้ประโยชน์จากสถานดูแลเงือก…

 

_____ เมื่อเทียบกับทหารที่ผ่านการฝึกอบรมแล้ว การสะกดจิตเจ้าหน้าที่ของสถานดูแลเงือกและพวกที่ทำงานให้สังคมนั้นง่ายกว่าอย่างเห็นได้ชัด…

 

_____ ด้วยพลังจิตอันมหาศาลของตน ลั่วซิวเจ๋อถึงสามารถแทรกซึมเข้าไปในสถานดูแลเงือกได้อย่างง่ายดาย… การป้องกันของศูนย์คอมพิวเตอร์คือ การบุกรุกจากภายนอก เช่นนั้นหากเจ้าหน้าที่ภายในเป็นคนเพิ่มข้อมูลและได้รับการรับรองจากหัวหน้าและรองหัวหน้าแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็กลายเป็นเงือกในสังกัดตนหนึ่งและรอคอยฉีหนานมาติดเบ็ดอย่างสงบ…

 

_____ สิ่งที่ยืนยันได้คือ การที่ลั่วซิวเจ๋อนอนรออย่างเกียจคร้าน แม้ว่าพลังจิตที่แฝงอยู่ในตัวของฉีหนานจะมากมายมหาศาล ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับพลังที่เหนือชั้นกว่าของลั่วซิวเจ๋อ ก็ไม่สามารถต้านทานการสะกดจิตแบบชักจูงของอีกฝ่ายได้…

 

_____ นั่นเพราะลั่วซิวเจ๋อเพียงชักจูงให้ฉีหนานตรงมายังสระว่ายน้ำในร่มหมายเลข 2เท่านั้น… ช่างง่ายดายนักหากเป็นเพียงการชักจูงที่ไม่ได้หมายเอาชีวิต และยังสามารถหลีกเลี่ยงการต่อต้านของพลังจิตแฝงได้มากที่สุดด้วย…

 

_____ ลั่วซิวเจ๋อไม่ใช้การชักจูงกับฉีหนานเพิ่มขึ้น อันที่จริงแม้ชาวเงือกจะไม่มีพลังจิต ทว่าพวกทหารภายในที่นี้กลับไวต่อการใช้พลังจิตมาก… ถึงพลังจิตของเขาจะมากพอที่จะบดขยี้ทุกคนในนี้ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เขาจะไม่เคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด… แค่แสร้งทำเป็นอบอุ่นอ่อนโยนและขี้อายก็สามารถหลอกฉีหนานได้สบายๆ…

 

_____ ฉีหนานพูดคุยกับลั่วซิวเจ๋ออย่างสนุกสนาน แม้พวกทหารหลายนายที่เคยรายล้อมลั่วซิวเจ๋อจะจ้องเขม็งอย่างโกรธแค้นก็ไม่อาจรบกวนความสุขของเขาได้…

 

_____ เขากลับไปยังกองทัพและเล่าเหตุการณ์ในวันนี้ให้หัวหน้าหลิวฟัง ซึ่งหัวหน้าหลิวก็ใช้ฝ่ามือใหญ่โบกใส่เขาไปทีอย่างมีความสุข และอนุญาตให้เขาลางานเพิ่มอีกครึ่งเดือน…

 

_____ การตามหาคู่ครองเป็น เรื่องสำคัญของชีวิต… หัวหน้าหลิวเอ็นดูเจ้าเปี๊ยกน่ารำคาญคนนี้เหมือนคนในครอบครัว เขาย่อมสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว…

 

**********

_____ ครึ่งเดือนต่อมา

 

_____ การขอแต่งงานของฉีหนานนั้นได้รับการตอบรับจากลั่วซิวเจ๋อ สร้างความตกใจแทบช็อกให้กับผู้คนในสถานดูแลเงือก…

 

_____ นี่จะต้องเป็นการตามจีบที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน! นึกไม่ถึงว่า เวลาสั้นๆเพียงครึ่งเดือนจะสามารถพิชิตใจเงือกผู้งดงามตนนี้ได้!!

 

_____ ไม่รู้ว่า ผู้คนที่ต่อสู้แย่งชิงจำนวนมากขนาดไหนนึกแค้นฉีหนานในใจที่พาหนึ่งในชาวเงือกที่งดงามที่สุดออกไป แต่เมื่อตัวลั่วซิวเจ๋อตอบตกลง อีกทั้งฉีหนานก็ทำตามขั้นตอนและกฎของสถานดูแลเงือกทุกอย่าง จึงไม่มีใครสามารถขัดขวางการครองคู่ของพวกเขาได้…

 

_____ ฉีหนานไม่สนใจเสียงร้องไห้ของผู้แพ้เหล่านั้น ตัวเขากำลังมีความสุขและรู้สึกปลื้มปิติมากขณะเปิดประตูห้องชุดพิเศษที่เตรียมไว้…

 

_____ เขารอคอยชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุขเช่นนี้มานานแล้ว เมื่อคิดว่า กำลังจะมีเงือกน้อยน่ารักแสนอบอุ่นอ่อนโยนมารอเขาอยู่ในบ้าน เขาก็อดกระตุกยิ้มที่มุมปากไม่ได้…

 

_____ ลั่วซิวเจ๋ออ่อนหวานมาก น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยราวกับเสียงกระซิบอันแผ่วเบาชวนให้อยากขยับกายเข้าไปใกล้อีกนิด… ฉีหนานรู้สึกว่า ตัวเองช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้อยู่ในสายตาของลั่วซิวเจ๋อ… เขาสาบานกับตัวเองว่า จะดูแลทะนุถนอมลั่วซิวเจ๋ออย่างดี ทำให้เขาเป็นเงือกที่มีความสุขที่สุดในโลกให้ได้!

 

_____ ฉีหนานเดินไปถึงประตูห้องนอน ก็รู้สึกตื่นตกใจเล็กน้อย… ครั้งแรกที่ไปหาลั่วซิวเจ๋อนั้นยังไม่ชัดเจนนัก ทว่าเมื่อได้พาอีกฝ่ายแต่งเข้าบ้านจริงๆ ฉีหนานกลับรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทันที…

 

_____ ในสายตาของทุกคน ลั่วซิวเจ๋อเป็นชาวเงือกที่ยอดเยี่ยมมากตนหนึ่ง และพวกที่เคยพยายามจีบอีกฝ่ายในสถานดูแลเงือกก็ย่อมดูออกเช่นกัน…

 

_____ ทว่าลั่วซิวเจ๋อผู้ยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้นกลับไม่เลือกทหารยศสูงพวกนั้น  และเลือกเขาที่มียศแค่ร้อยตรีเล็กๆ นี่มัน… มิน่าเล่าคนอื่นล้วนบอกว่า เขาช่างโชคดีเหมือนเหยียบอึหมาเลยทีเดียว…

 

_____ ฉีหนานอดหัวเราะเหอๆออกมาไม่ได้ เหยียบอึหมาแล้วยังไงเล่า… ถ้าเหยียบอึหมาแล้วได้แต่งงานกับชาวเงือกที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ต่อให้เหยียบอึหมาทุกวันเขาก็ยินดี!

 

_____ ตั้งสติจัดปกเสื้อให้ดี… ทางกองทัพมีการตัดเครื่องแบบให้พอดีตัวกับผู้ใส่อยู่แล้วและมันเข้ากับรูปร่างสมส่วนแข็งแรงของเขาได้เป็นอย่างดี…

 

_____ ฉีหนานสูดลมหายใจเข้าลึกๆพลางค่อยๆผลักประตูห้องออกไป ทว่าพอเขามองเห็นสภาพภายในห้อง ทั้งร่างกลับนิ่งตะลึงงันอยู่เช่นนั้น…

 

_____ ปัง!

 

_____ ฉีหนานปิดประตูสูดลมหายใจหนาวเหน็บเข้าไป… เมื่อครู่เขาต้องเปิดประตูผิดวิธีแน่นอน ไม่อย่างนั้นจะมองเห็นร่างสูงโปร่งที่เหมือนลั่วซิวเจ๋อมาก แต่กลับสวมเครื่องแบบทหารของบุรุษได้อย่างไรกัน???

 

_____ เหอเหอ… จะต้องมีใครล้อเขาเล่นแน่ๆ! ต้องใช่แน่นอน!

 

_____ ไม่ได้นะ… ยังไงเขาต้องไปคุยกับเจ้าพวกนั้นให้รู้เรื่องก่อนเสียแล้ว… ล้อเล่นก็ล้อเล่นสิ มาแกล้งในเวลาเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ถ้าซิวเจ๋อของฉันเกิดตกใจขวัญหนีขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไรเล่า?

 

_____ ฉีหนานรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งคลี่คลายความจริงของเรื่องนี้ จึงเปิดประตูอย่างรุนแรง ตั้งใจจะด่าเจ้าบ้านี่สักยก…

 

_____ แต่ไม่รู้ทำไม พอเห็นใบหน้าสวยคมราวกับลั่วซิวเจ๋อเป็นทหารแล้ว ความกล้าหาญที่จะมาไล่ตะเพิดอีกฝ่ายเหมือนกับโดนเปิดจุกออก ได้แต่เดินโซซัดโซเซออกไป…

 

———–