0 Views

บทที่ 69

 

_____“อะไรหรือ?” ตัวประกันคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความงุนงง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเหลือบมองเขาด้วยสายตาประหลาดราวกับกำลังมองเจ้าโง่คนหนึ่งอยู่ก็ไม่ปาน ก่อนจะประกบนิ้วมือเรียวเข้าด้วยกันและทำท่าฟาดฝ่ามือลงไป

 

_____ตัวประกันทุกคนต่างเข้าใจความหมายทันที!

 

_____ทุกคนได้แต่จำใจแกล้งทำเป็นหมดสติกองกับพื้นเหมือนตนหมดสภาพในการต่อสู้แล้ว

 

_____ชาวเงือกตนนั้นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นลั่วซิวเจ๋อเบนสายตามายังร่างของตน ก่อนจะรีบยกมือขึ้นทั้งสองข้างพลางขยิบตาส่งให้อีกฝ่าย “แต่ข้าเป็นชาวเงือก เจ้าคงไม่คิดจะทำร้ายชาวเงือกกระมัง?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองเขาด้วยสายตาเยียบเย็น “เลือกมาว่า จะ ‘เป็นลม’ เองหรือจะถูกฉันฟาดจนสลบ”

 

_____เงือกน้อยผู้มีเรือนผมสีม่วงสลวยเชิดหน้าใส่ลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าท้าทาย ดูท่าจะไม่เชื่อเด็ดขาดว่า ลั่วซิวเจ๋อจะกล้าทำร้ายตนจริงๆ

 

_____รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการดูแลและปกป้องชาวเงือกอย่างตนมากนัก เขาอุตส่าห์ยอมลดตัวลงมาเข้าร่วมการซ้อมรบของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งในครั้งนี้ทั้งที ฉะนั้นเขาจึงไม่เชื่อว่า นักเรียนคนนี้จะกล้าลงมือทำร้ายชาวเงือกอย่างตนจริงๆ

 

_____ลั่วซิวเจ๋อถึงกับหนังตากระตุกวูบพลางคลี่ยิ้มบางเบาบนใบหน้า

 

_____ถ้าหากฉีหนานอยู่ที่นี่ด้วยล่ะก็ เขาจะต้องรู้สึกถึงสัญญาณอันตรายนี้ได้ในทันที สีหน้าเช่นนี้ของลั่วซิวเจ๋อบ่งบอกว่า เจ้าตัวกำลังโมโหสุดขีด… ถ้ายังไม่อยากตาย ก็อย่าได้ยั่วโมโหเขาอีกอย่างเด็ดขาด

 

_____น่าเสียดาย… ที่เจ้าเงือกโนอาห์ตนนี้ไม่รู้ถึงความชิงชังของลั่วซิวเจ๋อที่มีต่อพวกมัน ‘เผ่าพันธุ์เงือก’ ปกติเจ้าตัวก็พยายามที่จะไม่แยแสพวกมันอย่างสุดความสามารถ ทว่าตอนนี้เจ้าเงือกจอมปลอมตรงหน้ากลับกล้าอวดเก่งท้าทายเขาเช่นนี้… ช่างรนหาที่ตายโดยแท้!

 

_____แม้ว่าการรนหาที่ตายเช่นนี้จะยังไม่ถึงกับทำให้ลั่วซิวเจ๋อกระทืบอีกฝ่ายตายคาที่ อีกอย่าง… ลั่วซิวเจ๋อเองก็ไม่คิดจะสร้างปัญหาให้ตัวเอง เพียงเพราะกฎหมายคุ้มครองเผ่าพันธุ์เงือกของรัฐบาลอย่างแน่นอน ดังนั้น….

 

_____เขาจึงใช้มะเหงกเขกหัวของอีกฝ่ายจนหมดสติทันที

 

_____ทุกคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่โดยรอบ “ = 口 = !!!”

 

_____“ฉันจะต้องฝันไปแน่ๆ…” ผีโจรสลัดคนหนึ่งพึมพำเสียงแผ่วเบา “ฉันเห็นนักเรียนคนหนึ่งเขกหัวเงือกจนสลบต่อหน้าต่อตา… นั่นมันเงือกนะ… เงือกแสนล้ำค่า…” เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ “พวกเราควรดูแลทะนุถนอมพวกเงือกไม่ใช่หรือ เขาทำลงไปได้ยังไงกัน?”

 

_____“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า?” โจรสลัดอีกคนตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

 

_____ก่อนหน้านี้พวกเขาพยายามชวนเงือกตนนั้นพูดคุยขณะยืนเฝ้าตัวประกันอยู่ น่าเสียดายที่เจ้าเงือกตนนี้เย่อหยิ่งจองหองมากราวกับว่าตนสูงส่งเกินกว่าจะลดตัวมาพูดคุยกับนักเรียนอย่างพวกเขา ช่างน่าหงุดหงิดนัก…

 

_____เมื่อเห็นลั่วซิวเจ๋อจัดการกับเงือกตนนั้นอย่างเฉียบขาด แม้ว่าเขาจะแสดงสีหน้าไม่เห็นด้วย แต่ก็อดรู้สึกสะใจไม่ได้เช่นกัน…

 

_____ใครใช้ให้แกไม่คุยกับพวกฉัน แต่เมื่อครู่กลับพูดคุยกับรุ่นน้องคนนี้หน้าตาเฉยเล่า แล้วเป็นอย่างไร? โดนเขกหัวจนสลบเหมือด! มองปราดเดียวก็รู้ว่า รุ่นน้องคนนี้ไม่เข้าใจเรื่องการทะนุถนอมผู้ที่อ่อนแอเปราะบางแม้แต่น้อย เมื่อครู่ที่แกขยิบตาให้อีกฝ่าย มันช่างไร้ประโยชน์เสียจริง!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกวาดสายตาอันเรียบเฉยมองไปรอบบริเวณอีกครั้ง ซึ่งไม่ว่าใครที่ได้สบสายตากับเขาล้วนรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที…

 

_____พูดเป็นเล่นน่า… เจ้าหมอนี่กล้าลงมือทำร้ายชาวเงือก  ถ้าหากตนไม่ทำตัวเชื่อฟังว่าง่ายล่ะก็ จะต้องถูกเล่นงานแน่นอน แม้จะเป็นเพียงการซ้อมรบ แต่พวกเขาก็เป็นศัตรูกัน ถ้าเจ้าเด็กนี่แอบทรมานพวกเขาล่ะก็ คงร้องไห้ไม่ออกเป็นแน่

 

_____เมื่อมั่นใจว่า พวกคนที่เหลืออยู่ในชั้นสี่จะไม่ก่อเรื่องใดๆอย่างแน่นอนแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็รีบเดินตรงไปยังทางขึ้นสู่ชั้นห้าและเอาซากอาคารและเฟอร์นิเจอร์มาวางกองเป็นสิ่งกีดขวางทางขึ้นไปยังชั้นบนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินมายังทางลงสู่ชั้นสาม เพื่อเปิดประตูบานใหญ่ โดยไม่ลืมที่จะแผ่พลังจิตออกไปสำรวจชั้นล่างล่วงหน้า

 

_____ซึ่งสถานการณ์ภายในชั้นสามไม่แตกต่างจากที่เขาคาดการณ์ไว้นัก พวกฉีหนานไม่อาจฝ่าวงล้อมของเหล่าโจรสลัดที่ชั้นสามขึ้นมาได้ ทว่าเมื่อมีพวกฉีหนานคอยโจมตีจากด้านหน้าและตัวเขาลอบโจมตีอีกฝ่ายจากด้านหลัง เพียงไม่กี่อึดใจก็สามารถจัดการเหล่าโจรสลัดอวกาศภายในชั้นนี้จนหมดได้อย่างรวดเร็ว

 

_____“นายขึ้นไปได้ยังไง?” โจรสลัดคนหนึ่งที่ ‘ถูกฆ่าตาย’ แล้วยังสับสนงุนงงไม่หาย เขาไม่นึกเลยว่า จะมีคนลอบเข้ามาโจมตีจากด้านหลังของพวกเขาเช่นนี้ได้…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเพียงคลี่ยิ้มเขินอาย แต่ไม่พูดอธิบายเพิ่มเติมใดๆให้กับอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

 

_____เหล่าโจรสลัดที่ถูกลั่วซิวเจ๋อไล่ ‘เชือด’ ทีละคนพยายามคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจเลย พวกเขาคิดไม่ถึงจริงๆว่า ลั่วซิวเจ๋อผู้นี้สามารถลอบเข้ามาถึงชั้นสามอย่างไร้ซึ่งซุ่มเสียงเช่นนี้ด้วยวิธีไหนกัน

 

_____ขอย้ำคำว่า ‘ไร้ซึ่งซุ่มเสียง’ อีกครั้ง… พวกเขายอมรับว่า อาจมีคนเล็ดรอดบุกเข้ามาจากด้านนอกได้ แต่ก็ไม่มีทางที่จะไม่มีเสียงหรือร่องรอยใดๆเช่นนี้ พวกคนที่รับหน้าที่เฝ้าตัวประกันอยู่ที่ชั้นสี่ต่างเป็นนักเรียนผู้มีทักษะในการต่อสู้ค่อนข้างโดดเด่น มีหรือที่จะถูกอีกฝ่ายเล่นงานอย่างเงียบกริบแบบนี้? ใครจะไปเชื่อ!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบางเบา นักเรียนที่อีกฝ่ายบอกว่า ‘มีทักษะในการต่อสู้ค่อนข้างโดดเด่น’… เหอะ สำหรับเขาก็เหมือนคำถามว่า เจ้าห่วยหมายเลขห้ากับหมายเลขหก แตกต่างกันหรือไม่เท่านั้น? ถึงอย่างไรก็เป็นแค่เจ้าห่วยอยู่ดี…

 

_____(เหล่ารุ่นพี่ชั้นสี่ผู้ยังคงมีละอองแสงสีแดงประดับบนใบหน้านั่งกุมเข่าอยู่กับพื้นอย่างเงียบงัน)

 

_____หลังจากจัดการกับพวกโจรสลัดที่ชั้นสามจนหมดอย่างรวดเร็วแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็รีบกลับขึ้นมายังชั้นสี่อีกครั้ง

 

_____ดีมาก พวกโจรสลัดชั้นห้ายังจัดการกับซากสิ่งของระเกะระกะที่วางขวางทางไว้ไม่เสร็จ ต่อให้พวกมันอยากฆ่าตัวประกันมากแค่ไหน อีกฝ่ายก็ไม่มีโอกาสอีกแล้ว

 

_____เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยที่มายังชั้นสี่ของพวกเขา  อีกฝ่ายพลันหยุดมือที่กำลังขนย้ายสิ่งกีดขวางเหล่านั้นทันที

 

_____ทั้งสองฝ่ายต่างนิ่งเงียบจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเงียบงัน ผ่านไปราวครึ่งนาทีจึงมีเสียงแหบห้าวของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นมาจากอีกฝั่งว่า “ยอดมาก พวกแกฝีมือไม่เลวจริงๆ หวังว่า จะมีโอกาสประมือกับพวกแกอีก”

 

_____เมื่อพูดจบ คนกลุ่มนั้นพลันวิ่งกรูถอนตัวออกไปทันที

 

_____ลั่วซิวเจ๋ออดขมวดคิ้วแน่นไม่ได้ ก่อนจะเผยรอยยิ้มมีเลศนัยบางอย่าง “แม้จะไม่รู้ว่าใครรับบทเป็นโจรสลัดอวกาศเจ้าของฉายาอีกาผู้นี้ แต่… ดูเหมือนว่าเขาจะหนีไปแล้ว”

 

_____“หนีไปแล้ว?” หลี่ซือเฉิงตะลึงงัน

 

_____ฉีหนานเองก็งุนงงไม่น้อย แต่เพราะอยู่กับลั่วซิวเจ๋อมานาน ทำให้เขาเริ่มวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ทันที

 

_____เพียงไม่นาน เขาก็มีสีหน้าเสียดายเช่นกัน… “ไม่ผิดแน่ อีกฝ่ายอ่อนแอเกินกว่าจะต่อสู้กับพวกเราไหว ฉะนั้นจึงต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด ยิ่งไม่มีตัวประกันมาเป็นตัวถ่วง ยิ่งมีจำนวนคนน้อยลงทำให้การหลบหนีรวดเร็วว่องไวมากขึ้น ตราบใดที่ไม่ถูกพวกเราพบตัว ก็มีโอกาสสูงมากที่พวกมันจะหนีออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย… อย่าลืมว่า จะมีกำลังเสริมของพวกโจรสลัดอวกาศมาสมทบในอีกหนึ่งชั่วโมงให้หลัง หรือก็คือ หากพวกมันต้องการจะหนีในตอนนั้น พวกเราย่อมหยุดอีกฝ่ายไม่ได้อยู่แล้ว แทนที่จะมามัวเสียเวลากับพวกเราที่นี่ ไม่สู้หนีไปตั้งหลักที่อื่น… โอ้ ถ้าเจ้าหมอนั่นฉลาดล่ะก็ อาจจะหนีไปสร้างปัญหาให้กับเราที่แหล่งกบดานอีกสองแห่งที่เหลือก็ได้”

 

_____หลี่ซือเฉิงเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้ “ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ต้องรีบไปยังจุดที่สามให้เร็วที่สุด?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเพียงส่งเสียงอืมรับคำอย่างไม่ใส่ใจนัก เขากำลังมองตัวประกันทั้งสี่คนสลับกับเงือกตนนั้นไปมาอย่างครุ่นคิด

 

_____แววตาของลั่วซิวเจ๋อทำให้ตัวประกันผู้โชคร้ายทั้งสี่คนถึงกับขนลุกไปทั้งตัว ก่อนที่รุ่นพี่ปีสองคนหนึ่งจะทำใจกล้าเอ่ยถามอีกฝ่ายว่า “ไม่ทราบว่า มีอะไรอยากให้พวกเราช่วยหรือไม่?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “อันที่จริงก็เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย…”

 

_____รุ่นพี่คนนั้นถึงกับตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง รอยยิ้มบนใบหน้าพลันแข็งค้างไปชั่วขณะ… เขาได้แต่แอบกรีดร้องอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง เขาแค่เกรงใจอีกฝ่ายเท่านั้นจริงๆนะ!

 

_____*****

 

_____สิบนาทีต่อมา วิลสันกำลังมุ่ยหน้าอย่างไม่พอใจ ขณะวิ่งพลางออกแรงลากรถยนต์สำหรับชาวเงือกคันใหญ่ตามหลังอย่างรวดเร็ว

 

_____อันที่จริงในด้านพละกำลัง ลั่วซิวเจ๋อต่างหากที่ควรจะมาลากรถยนต์สำหรับชาวเงือกคันนี้ เขาเป็นยอดฝีมือระดับS คู่มิใช่หรือไร!

 

_____น่าเศร้าที่ลั่วซิวเจ๋อไม่ค่อยถูกชะตากับ ‘เผ่าเงือกจอมปลอม’ นัก ดังนั้นความซวยจึงมาตกลงที่วิลสันผู้เหมาะสมกับการลากรถยนต์คันนี้มากที่สุด… ใครใช้ให้เขามีพลังสมรรถภาพร่างกายระดับA และร่างกายสูงใหญ่กำยำกันเล่า…

 

_____ความสูงเฉียดสองเมตรทำให้เจ้าตัวลากรถยนต์คันนั้นได้อย่างสบายๆ ฉะนั้นฉีหนานกับหลี่ซือเฉิงผู้มีสัดส่วนรูปร่างระดับมาตรฐานย่อมพากันมีสีหน้าโล่งอกขณะจ้องมองวิลสันรับหน้าที่อัน ‘ทรงเกียรติ’ นี้

 

_____การเดินทางจากศูนย์การค้ามายังโรงพยาบาลร้างใช้เวลาเพียงห้านาทีเท่านั้น เมื่อมาถึงจุดนัดพบ พวกเขาก็เริ่มพูดคุยกับสมาชิกที่ล่วงหน้ามาก่อนทันที

 

_____“จากการสำรวจของพวกเรา ภายในโรงพยาบาลมีโจรสลัดอวกาศมากกว่าสามสิบคนซ่อนตัวอยู่ อาวุธของพวกมันแข็งแกร่งมาก อีกทั้งบริเวณโดยรอบยังมีที่กำบังไม่มากนัก ฉะนั้นเลิกคิดที่จะบุกโจมตีเข้าไปโดยตรงได้เลย” รุ่นพี่ผู้มีรูปร่างค่อนข้างผอมบางอธิบายสถานการณ์ที่พวกตนสำรวจมาอย่างละเอียด ดูก็รู้ว่า รุ่นพี่กลุ่มนี้เองก็ไม่ได้งอมืองอเท้ารอคอยเพียงอย่างเดียว ก่อนหน้าที่ลั่วซิวเจ๋อจะมาถึง พวกเขาทำการตรวจสอบสถานการณ์คร่าวๆของที่นี่เรียบร้อยแล้ว

 

_____“ตัวประกันเล่า? ที่นี่มีตัวประกันทั้งหมดกี่คน?” ลั่วซิวเจ๋อมองแผนที่จำลองตรงหน้าพลางเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ

 

_____รุ่นพี่คนนั้นชี้ลงไปที่ชั้นสามของโรงพยาบาล “จากที่พวกเราสังเกตการณ์ ตัวประกันน่าจะมีมากกว่าสิบคน แถมยังถูกขังอยู่ที่ชั้นสามทั้งหมดอีกด้วย หากพวกเราไม่สามารถฆ่าโจรสลัดสิบคนที่เฝ้าอยู่ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวล่ะก็… คงยากมากที่จะรับรองความปลอดภัยของตัวประกันเหล่านั้น”

 

_____ลั่วซิวเจ๋ออดขมวดคิ้วแน่นไม่ได้ เขาเป็นยอดฝีมือระดับSคู่ แต่ก็ไม่ใช่เทพเซียน… การกำจัดโจรสลัดอวกาศสิบคนนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้เวลาหลายวินาที… การจะสังหารคนทั้งหมดแบบไม่ทันตั้งตัว มันออกจะเกินกำลังของเขาอยู่บ้าง

 

_____เขายื่นมือออกไปขยายแผนที่ตรงหน้าให้ใหญ่ขึ้นพลางสังเกตโครงสร้างของโรงพยาบาลแห่งนี้อย่างละเอียด ชั้นสามของโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นหอพักผู้ป่วยใน ซึ่งทั้งชั้นจะถูกแบ่งออกเป็นห้องเล็กๆหลายสิบห้องโดยมีทางเดินยาวเชื่อมถึงกันเป็นรูปสี่เหลี่ยม

 

_____ซึ่งแต่ละมุมของทางเดินรูปสี่เหลี่ยมนี้มีลิฟต์สี่ตัวที่ใช้โดยสารจากชั้นหนึ่งมายังชั้นสาม ดังนั้นแม้ว่ามันจะทำให้ลั่วซิวเจ๋อสามารถสังหารพวกมันได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ทว่าในขณะเดียวกันทันทีที่ชั้นสามถูกโจมตี เหล่าโจรสลัดอวกาศที่เดินตรวจตราอยู่ในชั้นหนึ่งและสองก็สามารถขึ้นมาสมทบที่ชั้นสามได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองรุ่นพี่ร่างผอมคนนั้นหรือ ‘แบรด’ ผู้กำลังจ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยแววตาที่เปล่งประกายราวกับกำลังตื่นเต้น

 

_____ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ผมคิดว่า พวกพี่น่าจะมีแผนแล้วกระมัง?”

 

_____รุ่นพี่แบรดรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เดิมทีเขาคิดจะทำให้หัวหน้าปีหนึ่งของเขาประหลาดใจสักหน่อย นึกไม่ถึงว่าจะถูกอีกฝ่ายมองออกเสียได้

 

_____เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะดึงชายหนุ่มรูปร่างอวบและดูเป็นคนตรงไปตรงมาเข้ามายืนอยู่ข้างกายพลางเอ่ยแนะนำว่า “หมอนี่ชื่อ เฉิน เท็ดดี้ อยู่สาขาแพทยศาสตร์ เขาสามารถผสมยาชาออกมาได้หลายรูปแบบ ในทางทฤษฏี เราสามารถรมยาชาใส่ทุกคนในโรงพยาบาลได้อย่างสบาย”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้น “ในทางทฤษฏี?”

 

_____แบรดเกาจมูกของตนเล็กน้อย “เพราะตอนนี้พวกเรามีสมุนไพรไม่ครบตามสูตร ดังนั้น… แค่กๆ เท็ดดี้จึงต้องหาสมุนไพรตัวอื่นมาใช้แทนกัน ดังนั้นผลลัพธ์ก็ออกจะพูดยากอยู่”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเคาะโต๊ะสองสามครั้ง “ถ้าหากล้มเหลวจะกลายเป็นยาอะไรหรือ?”

 

_____แบรดดึงแขนเสื้อของเท็ดดี้ให้เจ้าตัวเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูด ส่วนตัวเองก็เงยหน้ามองฟ้าไปเสียอย่างนั้น…