0 Views

บทที่ 67

_____แน่นอนว่า ในทางตรงกันข้ามเหล่าสมาชิกในหน่วยของลั่วซิวเจ๋อย่อมได้รับการประเมินคะแนนในระดับสูง แม้ลั่วซิวเจ๋อผู้ครอบครองพลังระดับ S คู่จะดึงคะแนนไปมากกว่าครึ่ง ทว่าอีกครึ่งที่เหลือก็ยังมากพอสำหรับพวกเขาอยู่ดี

 

_____หลี่ซือเฉิงอดรู้สึกตื่นเต้นปนระทึกใจไม่ได้ ซึ่งรุ่นพี่คนอื่นต่างก็คาดหวังถึงผลลัพธ์นี้ ทั้งฉีกหน้าดีเจย์ อีกทั้งยังได้แสดงฝีมือของตนมากขึ้นอีกด้วย

 

_____“นาย… จะทำแบบนั้นจริงหรือ?” หลี่ซือเฉิงอดถามย้ำอีกครั้งไม่ได้ การกระทำของลั่วซิวเจ๋อจะช่วยให้พวกเขาได้เปรียบอย่างมาก ทว่าจะต้องทำให้ดีเจย์โกรธจัดเป็นแน่ ถ้าหากดีเจย์ไม่มีตระกูลคลิฟฟอร์ดคอยหนุนหลังอยู่ล่ะก็ ต่อให้อีกฝ่ายกระอักเลือดจนตายก็ไม่มีใครสนใจแน่นอน… ทว่าเมื่อนึกถึงพลตรีเฉิงผู้เก่งกาจคนนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะเตือนให้ลั่วซิวเจ๋อคิดให้ดีก่อน

 

_____“วางใจเถิด รุ่นพี่หลี่” ลั่วซิวเจ๋อตบไหล่ของหลี่ซือเฉิงด้วยรอยยิ้ม “รุ่นพี่ดีเจย์ไม่มีทางโกรธเคืองกับเรื่องหยอกเล่นพรรค์นี้แน่นอน”

 

_____“เป็น…เช่นนั้นหรือ?” หลี่ซือเฉิงยังคงลังเลสองจิตสองใจอยู่ ทว่าเมื่อนึกถึงดีเจย์เจ้าคนน่าชังคนนั้นผู้ไม่เคยมีความคิดเหมือนคนปกติทั่วไป บางทีอาจจะ… ไม่โมโหจริงๆกระมัง?

 

_____“เอาล่ะ ทุกคนอย่าได้ลังเลอีกเลย เตรียมตัวให้พร้อม! ต่อจากนี้เป็นโอกาสของทุกคนแล้ว อย่าพลาดโอกาสงามเช่นนี้เด็ดขาด!” พูดจบประโยค ลั่วซิวเจ๋อก็หยิบปืนไรเฟิลติดที่เก็บเสียงที่ตนเลือกออกมาถือเตรียมพร้อม…

 

_____พวกรุ่นพี่ถึงกับมีท่าทีตื่นเต้นยินดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด… ดูเหมือนว่า ลั่วซิวเจ๋อตั้งใจจะร่วมศึกกับพวกเขาโดยการช่วยซุ่มยิงให้กับทุกคน หากเป็นเช่นนั้น ไม่แน่ว่าการซ้อมรบในครั้งนี้อาจจะกลายเป็นเวทีของพวกเขาจริงๆก็ได้!

 

_____ไม่ว่าใครก็ต้องอยากได้คะแนน รุ่นพี่กลุ่มนี้ย่อมไม่มีข้อยกเว้น… โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกรุ่นพี่ชั้นปีสูงที่จะจบการศึกษาในอีกไม่ช้า ถ้าหากพวกเขาบังเอิญมีผู้ทรงอิทธิพลในกองทัพถูกใจเข้าล่ะก็ อนาคตของพวกเขาย่อมสดใสและก้าวหน้าไปได้ไกลแน่นอน

 

_____ทุกคนต่างเชื่อสนิทใจ จนไม่หลงเหลือท่าทีเย่อหยิ่งที่มีต่อลั่วซิวเจ๋อเหมือนก่อนหน้านี้อีก

 

_____พวกเขาจับกลุ่มพูดคุยกันครู่ใหญ่… นับว่า เหนือความคาดหมายไม่น้อยที่ลั่วซิวเจ๋อผู้ลงมืออย่างเฉียบขาดเมื่อครู่กลับไม่มีท่าทีอวดเบ่งหรือเผด็จการแม้แต่น้อย แถมยังยอมรับฟังความคิดเห็นของทุกคนเป็นอย่างดีอีกด้วย

 

_____ทำให้ทุกคนรู้สึกประทับใจในตัวลั่วซิวเจ๋อไม่น้อย

 

_____มีเพียงฉีหนานที่ลอบเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์… ลั่วซิวเจ๋อไม่ได้ตั้งใจถ่อมตนต่อพวกรุ่นพี่ เจ้านั่นมันแค่ขี้เกียจต่างหาก

 

_____รุ่นพี่หลายคนถูกอีกฝ่ายพูดปลุกขวัญกำลังใจจนตื่นเต้นฮึกเหิมกันหมด… ตราบใดที่พวกเขาสามารถกวาดล้างพวกโจรสลัดเหล่านั้นทั้งหมดได้ พวกเขาย่อมคร้านที่จะสนใจรายละเอียดปลีกย่อยพวกนั้นให้มากความอีก…

 

_____น่าเสียดายที่ความในใจของฉีหนาน หาได้มีรุ่นพี่ที่กำลังฮึกเหิมได้ยินแม้แต่คนเดียว พวกเขากำลังปรึกษาแผนการขั้นต่อไปอย่างตื่นเต้น โดยมีลั่วซิวเจ๋อคอยช่วยชี้แนะ ทำให้มันกลายเป็นแผนการอันสมบูรณ์แบบอย่างรวดเร็ว

 

_____***

 

_____“อึก…”

 

_____ทำได้เพียงส่งเสียงอึกอักในลำคอ ก่อนที่ ‘โจรสลัดอวกาศ’ ในชุดลายพรางจะถูกมีดสั้นในมือของลั่วซิวเจ๋อปาดคออย่างเงียบงัน

 

_____รุ่นพี่ผู้พ่ายแพ้ได้แต่มองหน้าลั่วซิวเจ๋อด้วยความโกรธจัดขณะถูกอีกฝ่ายผลักเขากลิ้งไปกองอยู่ที่มุมหนึ่ง… โดนรุ่นน้องปีหนึ่งเพียงคนเดียวลอบเข้าประชิดตัวทางด้านหลังโดยไม่เอะใจแม้แต่น้อย แถมยังถูกมีดสั้นปาดคออีกด้วย… คะแนนในครั้งนี้ของเขาคงบัดซบสิ้นดี อาจารย์ไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหันมาส่งยิ้มขอโทษให้กับรุ่นพี่คนนั้น… ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้รุ่นพี่คนนี้มายืนอยู่ที่จุดซุ่มยิงที่ดีที่สุดเล่า… อันที่จริงที่เขาใช้มีดสั้นก็เพราะสถานการณ์บังคับต่างหาก… เนื่องจากจุดซุ่มยิงอีกจุดคืออาคารที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามห่างออกไปไม่ไกลนัก ก็มีโจรสลัดอีกคนดักซุ่มอยู่เช่นกัน ถ้าหากเขาใช้ปืนล่ะก็ อีกฝ่ายจะต้องรู้ตัวอย่างแน่นอน…

 

_____“อภัยให้ผมด้วย รุ่นพี่” ลั่วซิวเจ๋อหยิบปืนไรเฟิลออกมา พร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่สัมผัสลงบนไกปืนอย่างแผ่วเบา

 

_____รุ่นพี่ผู้ถูกปาดคอส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอพลางพูดว่า “ช่างเถิด ใครใช้ให้พี่อ่อนหัดเล่า…”

 

_____เขาเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าหดหู่ ก่อนที่จะต้องตะลึงงันทันที…  เมื่อครู่ลั่วซิวเจ๋อไม่ได้พูดกับเขา แต่พูดกับตัวเองต่างหาก อีกทั้งเป้าหมายยังเป็นหน่วยซุ่มยิงดวงซวยอีกคนที่แอบอยู่ในอาคารฝั่งตรงข้ามอีกด้วย

 

_____ปัง!

 

_____เสียงต่ำจากปืนไรเฟิลติดที่เก็บเสียงดังขึ้นอย่างแผ่วเบา โชคดีที่เมืองร้างมักจะมีเสียงถล่มของกำแพงและตามที่ต่างๆอยู่บ่อยครั้ง… ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ ทันทีที่ลั่วซิวเจ๋อลั่นไกออกไป อยู่ๆผนังที่อยู่ห่างจากพวกเขาไปไม่ไกลเกิดถล่มลงมาจนกลบเสียงปืนของลั่วซิวเจ๋ออย่างเหมาะเจาะ

 

_____“ขอโทษที รุ่นพี่ เมื่อครู่ผมพูดกับตัวเอง” ลั่วซิวเจ๋อหันกลับมาพูดกับรุ่นพี่ผู้ถูกตนปาดคอด้วยสีหน้าเศร้าเสียใจ

 

_____รุ่นพี่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก “พี่รู้แล้ว” ทว่าในใจของเขากำลังคลุ้มคลั่ง… บัดซบ… นี่คือรุ่นน้องปีหนึ่งแน่หรือ… เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์แถมยังร่วมมือกันได้อย่างสมบูรณ์แบบถึงเพียงนี้ โกหกชัดๆ!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อแย้มยิ้มอย่างเขินอายเล็กน้อย ทำเอารุ่นพี่คนนั้นหายโกรธไปไม่น้อย… ช่างเถิด โดนเล่นงานเพราะเราอ่อนหัดเองก็สมควรแล้ว แต่รุ่นน้องที่น่ารักและขี้อายคนนี้เล่า… บางที… เขาควรรอให้การซ้อมรบจบลงเสียก่อนแล้วค่อยชวนอีกฝ่ายไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อ?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบางเบาให้อีกฝ่าย ก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากของตนอย่างแผ่วเบา… รุ่นพี่คนนี้ถึงกับหน้าขึ้นสีแดงก่ำกับภาพที่เห็นพลางทำท่าเอามือรูดซิปปิดปากอย่างว่าง่าย เพื่อยืนยันว่าตนจะไม่เข้าไปรบกวนรุ่นน้องคนนี้เด็ดขาด

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้าขอบคุณอีกฝ่ายหนึ่งครั้ง ก่อนจะหันกลับไปเล็งหน่วยลาดตระเวนอีกคนที่กำลังจะเดินเข้าไปในซอยซึ่งอยู่ไกลออกไป…

 

_____ปัง!

 

_____ทันทีที่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น หลี่ซือเฉิงกับรุ่นพี่อีกสามคนก็พุ่งกระโจนเข้าใส่โจรสลัดสองคนที่อยู่ข้างหลังอย่างรวดเร็วประดุจเสือร้ายตัวหนึ่ง

 

_____เพราะพวกเขาเชื่อใจลั่วซิวเจ๋อมาก ฉะนั้นจึงไม่มีใครสนใจโจรสลัดผู้โชคร้ายที่เดินนำอยู่ข้างหน้าคนนั้นแม้แต่น้อย ซึ่งลั่วซิวเจ๋อก็ไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง… พวกเขาย่อมได้เปรียบในการต่อสู้แบบสองรุมหนึ่งแน่นอน หลังจากจัดการกับ ‘โจรสลัดอวกาศ’ สองคนอย่างไร้ร่องรอยแล้ว พวกเขาก็พบว่า‘โจรสลัดอวกาศ’ ที่เดินนำเมื่อครู่กำลังจ้องเขม็งมายังพวกเขาด้วยสายตาเคียดแค้น…

 

_____“พรืด…” หลี่ซือเฉิงเผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมา

 

_____โจรสลัดอวกาศผู้ถูก ‘เป่าหัว’ จ้องมองเขาด้วยสายตาอาฆาต “หลี่ซือเฉิง… ฉันจำแกได้แล้ว คืนนี้อย่าหวังว่าจะได้กลับไปนอนในหอพักเลย”

 

_____หลี่ซือเฉิงโบกมือปฏิเสธราวกับต้องการยืนยันความบริสุทธิ์ของตน “ใครจะไปรู้ว่า นายจะดวงซวยมารับบทเป็นโจรสลัดในวันนี้เล่า”

 

_____“อะแฮ่ม… คนตายพูดไม่ได้ไม่ใช่หรือ” โจรสลัดอีกคนที่ ‘ถูกฆ่าตาย’ เอื้อมมือไปสะกิดเตือนเพื่อนโจรสลัดของตนทันที

 

_____โจรสลัดผู้ถูกเป่าหัวพลิกร่าง หันมาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่พอใจ “แล้วทำไมแกถึงพูดได้”

 

_____โจรสลัดที่ ‘ตายแล้ว’ ยักไหล่เล็กน้อย “พวกเราทั้งคู่ตายแล้ว ฉะนั้นจึงสามารถใช้พลังวิญญาณสื่อสารพูดคุยกันได้”

 

_____โจรสลัดผู้ถูก ‘เป่าหัว’ “….”

 

_____หลี่ซือเฉิงหัวเราะในลำคอพลางลากโจรสลัดผู้ ‘ถูกฆ่าตาย’ ทั้งสามคนไปนอนกองอยู่ที่มุมหนึ่ง ซึ่งบัดนี้พวกเขาทั้งสามคนได้ถูกตัดออกจากการซ้อมรบอย่างสมบูรณ์แล้ว หลังจากนี้จะเล่นไพ่หรือนอนขี้เกียจก็แล้วแต่พวกเขาแล้ว ตราบใดที่พวกเขาไม่ออกไปจากเมืองนี้เท่านั้น…

 

_____ปัง!

 

_____เสียงปืนอันแผ่วเบาดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับสมาชิกอีกสี่คนรุมโจมตีโจรสลัดอีกกลุ่มที่กำลังเดินลาดตระเวนอย่างรวดเร็ว

 

_____ด้วยฝีมือการซุ่มยิงของลั่วซิวเจ๋อ ทำให้พวกเขากลุ่มช่วยเหลือตัวประกันใช้เวลาเพียงเจ็ดนาทีในการสังหารหน่วยลาดตระเวนห้ากลุ่มและหน่วยซุ่มยิงสองคน…

 

_____จากข้อมูลของไป๋หลาน พวกโจรสลัดในศูนย์การค้าจะติดต่อมายังหน่วยลาดตระเวนทุกสิบนาที ซึ่งยังไม่อาจยืนยันได้ว่า มีตัวประกันอยู่หรือไม่… ทว่ากลุ่มโจรสลัดอวกาศกลุ่มนี้มีสองคนที่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

 

_____คนแรกคือ โจรสลัดอวกาศผู้วางแผนการทั้งหมดหรือเจ้าของฉายาอีกา… อีกาผู้นี้เคยอยู่ในกองทัพ ทว่ากลับถูกไล่ออกด้วยสาเหตุที่ไม่ทราบแน่ชัด ฉะนั้นเขาจึงชำนาญเรื่องภายในกองทัพอย่างมาก มิฉะนั้นคงไม่อาจยึดจุดยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบภายในระยะเวลาอันสั้นถึงเพียงนี้อย่างแน่นอน

 

_____ตนที่สองคือ ชาวเงือกหนึ่งตน หรือก็คือเหตุผลที่พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อชาวเงือกตนนี้

 

_____อันที่จริงทันทีที่พวกเขาได้ยินจากไป๋หลานว่า มีชาวเงือกตนหนึ่งอยู่ในศูนย์การค้าแห่งนี้ ทุกคนล้วนตกตะลึงอย่างมาก

 

_____ชาวเงือกเป็นสัญลักษณ์ของคำว่า ‘อ่อนไหวเปราะบาง’ อย่าว่าแต่พวกเงือกจะมีส่วนร่วมในการซ้อมรบเช่นนี้เลย เกรงว่า แค่ให้พวกเงือกดูหนังสงครามอันดุเดือดสักระยะคงทำให้พวกเขาช็อคหมดสติกันหมดแน่นอน…

 

_____คนส่วนใหญ่ในกองทัพล้วนเคยจีบชาวเงือกมาเป็นของตน แม้บางครั้งพวกเขาจะดูถูกนิสัยขี้ขลาดของพวกเงือกอยู่บ้าง ทว่าเมื่อเทียบกับการให้กำเนิดเชื้อสายของตนแล้ว ความอ่อนแอเช่นนี้นับเป็นกระไรได้เล่า

 

_____ทว่าเรื่องนี้ก็ยังทำให้ทุกคนประหลาดใจมากอยู่ดี พวกเขาคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ… การที่ทางโรงเรียนนำชาวเงือกตนหนึ่งเข้ามามีส่วนร่วมในการซ้อมรบครั้งนี้จะมีความหมายอันใดหรือไม่?

 

_____อีกอย่าง… ชาวเงือกตนนี้เป็นของฝ่ายใดกัน? เป็นตัวประกันหรือพรรคพวกของโจรสลัดอวกาศ? หากยังไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ให้กระจ่างชัด พวกเขาก็ต้องระวังท่าทีของเงือกตนนี้ไปก่อน

 

_____ตอนนั้นลั่วซิวเจ๋อเสนอให้พักเรื่องของชาวเงือกตนนี้ไปก่อนชั่วคราว  ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นตัวประกันหรือไม่… สถานการณ์ในตอนนี้พวกเขาจะต้องคุมตัวชาวเงือกตนนั้นเอาไว้ก่อน ถึงอย่างไรชาวเงือกก็แทบจะไม่มีทักษะในการต่อสู้… ไม่สิ ควรกล่าวว่า ไม่มีแม้แต่นิดเดียวต่างหาก ต่อให้อีกฝ่ายเป็นพรรคพวกของโจรสลัดอวกาศจริงๆ พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่า เงือกตนนั้นจะสร้างปัญหาอันใดได้

 

_____ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยถึง ‘ความอ่อนแอ’ ของชาวเงือกอยู่  ฉีหนานก็เฝ้ามองจากด้านข้างอย่างเงียบงันมาตลอด ยามเขาจ้องมองลั่วซิวเจ๋อที่กำลังพูดคุยกับรุ่นพี่กลุ่มนี้ถึงชาวเงือกผู้ ‘อ่อนไหวเปราะบาง’ อย่างออกรสแล้ว ฉีหนานก็รู้สึกอยากหัวเราะออกมาสุดเสียง… ถ้าพวกพี่รู้ว่า เจ้าคนบ้าพลังที่นั่งอยู่ตรงหน้าเป็นชาวเงือกที่ ‘อ่อนไหวเปราะบาง’ ตนหนึ่ง พวกพี่จะยังพูดคุยถึงความห่วยแตกไร้ความสามารถของชาวเงือกกันอย่างสนุกสนานถึงเพียงนี้อยู่หรือไม่?? ยังสามารถหัวเราะอย่างมีความสุขเช่นนี้ได้หรือไม่?

 

_____น่าเสียดาย… ที่พวกเขาไม่รู้!

 

_____หลังจากฉีหนานมองพวกเขาพูดคุยสรุปวิธีไม่ใส่ใจรายละเอียดยิบย่อยของชาวเงือกด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะลากลั่วซิวเจ๋อออกมาคุยด้วยกันที่อีกมุมหนึ่ง “คุณได้ยินพวกเขาพูดถึงชาวเงือกแบบนั้นแล้วไม่รู้สึกไม่พอใจบ้างหรือ?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อถามกลับด้วยความแปลกใจ “ทำไมข้าจะต้องไม่พอใจเล่า?”

 

_____ฉีหนานขมวดคิ้วมุ่น “พวกเขากำลังดูถูกชาวเงือก คุณไม่รู้สึกว่า ตัวเองถูกดูหมิ่นบ้างหรือ?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อมองฉีหนานด้วยสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริด ทำเอาฉีหนานที่ถูกมองเช่นนั้นรู้สึกไม่สบายใจจนแกล้งถามกลับด้วยเสียงดุดันว่า “มองผมทำไม ผมกำลังถามคุณอยู่นะ!”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ไยข้าจะต้องรู้สึกถูกดูหมิ่นด้วยเล่า? เป็นเพราะ ‘ของเล่น’ พวกนั้นถูกมนุษย์ตั้งชื่อว่า ‘เงือก’ แล้วเผอิญมันเหมือนกับชื่อเผ่าพันธุ์ของข้างั้นหรือ?” น้ำเสียงของลั่วซิวเจ๋อยามที่เอื้อนเอ่ยคำว่า ‘ของเล่น’ นั้นช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความหยามหยันเหลือเกิน…

 

_____ฉีหนานถึงกับกระตุกใบหน้า…  ทันใดนั้นเขาพลันนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้ลั่วซิวเจ๋อไม่พอใจเจ้าพวกที่ถูกทดลองจากยีนเหล่านั้นมากขนาดไหน… โอ้ ถ้าเขาจำไม่ผิด ลั่วซิวเจ๋อเคยพูดว่า เจ้าตัวอยากฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของพวกมันให้หมดด้วยซ้ำ