0 Views

บทที่ 66

_____ฉีหนานชี้ลงไปยังบริเวณอื่นอีกหลายจุด “ตรงนี้เป็นจุดที่เหมาะกับการดักซุ่มมากจุดหนึ่ง… ต่อให้พวกเรากำจัดหน่วยลาดตระเวนของศัตรูจนหมด ทว่าหากมีคนคอยเฝ้าระวังอยู่ที่นี่ล่ะก็ ไม่ว่าพวกเราจะพยายามลอบขึ้นไปด้านบนด้วยวิธีใดก็จะถูกพบตัวทันที”

 

_____“เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่า…” เขาเอ่ยสรุป “ที่พวกเราคิดว่า อีกฝ่ายวางกำลังป้องกันตั้งแต่ชั้นห้าขึ้นไปหละหลวมมาก แท้ที่จริงเป็นกับดักที่อีกฝ่ายวางเอาไว้… กับดักที่จงใจชักจูงให้พวกเราลอบเข้าไปทางนั้น จนมองข้ามจุดที่ง่ายต่อการบุกโจมตีบริเวณอื่นไป”

 

_____พวกรุ่นพี่ไม่พอใจที่รุ่นน้องปีหนึ่งอย่างลั่วซิวเจ๋อได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าหน่วยของพวกเขา แต่พวกเขาย่อมไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่เข้าใจคำอธิบายของฉีหนานเกี่ยวกับเหตุผลที่พวกโจรสลัดอวกาศกลุ่มนี้ปล่อยให้การป้องกันหละหลวมเช่นนี้… ถ้าหากไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้ พวกเขาก็คิดไม่ออกเช่นกันว่า เหตุใดพวกโจรสลัดถึงทำเช่นนี้…

 

_____“ความหมายของนายคือ… พวกเราควรจะบุกเข้าไปทางอื่นหรือ?” รุ่นพี่ที่เคยคัดค้านลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามอย่างเยือกเย็น

 

_____ฉีหนานพยักหน้าตอบรับ “ถูกต้อง” เขาขยิบตาอย่างเจ้าเล่ห์ “บนฟ้าไม่ได้… งั้นพวกพี่คิดว่าใต้ดินเป็นอย่างไร?”

 

_____“ใต้ดิน?” หลี่ซือเฉิงหรือรุ่นพี่ผู้นี้มีสีหน้าตะลึงงันไม่ต่างจากรุ่นพี่คนอื่นที่ได้ยินคำพูดนี้ ทว่าพวกเขาก็ดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแสดงสีหน้าสนุกสนานตื่นเต้นสุดขีดออกมา

 

_____ใช่แล้ว! ใต้ดิน!

 

_____ในสถานการณ์ที่ไม่อาจบุกโจมตีซึ่งๆหน้า… เมื่อไม่อาจใช้กลยุทธ์ ‘บุกจากข้างบน’ได้ ถ้าเช่นนั้นการบุกโจมตีจากใต้ดินก็เป็นอีกวิธีที่ไม่เลวเลยทีเดียว…

 

_____ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตำแหน่งที่เจ็ดที่พวกเขาอยู่นั้นเป็นเมืองร้างขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ซึ่งหมายความว่า เมืองแห่งนี้ยังใช้ระบบท่อระบายน้ำอยู่ ฉะนั้นขอเพียงเจอแผนผังระบบท่อระบายน้ำของเมืองนี้ พวกเขาอาจจะสามารถลอบเข้าไปในศูนย์การค้าได้อย่างไร้ร่องรอยก็เป็นได้

 

_____ลั่วซิวเจ๋อตบไหล่ของฉีหนานสองสามครั้งแทนคำชมให้กับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าพึงพอใจอย่างมาก

 

_____การฝึกนรกแตกในช่วงสองเดือนนี้ ไม่เพียงแต่พัฒนาด้านสมรรถภาพร่างกายของอีกฝ่ายอย่างก้าวกระโดดเท่านั้น ยังลบจุดอ่อนเรื่องการใช้กลยุทธ์และการบัญชาการรบของฉีหนานอีกด้วย

 

_____ในฐานะทหารที่ถนัดด้านการต่อสู้คนหนึ่งอย่างฉีหนาน เขาไม่มีทางที่จะกลายเป็นแม่ทัพเจ้าแผนการอย่างแน่นอน แต่สำหรับลั่วซิวเจ๋อแล้ว แม้อีกฝ่ายจะไม่อาจเป็นแม่ทัพ แต่ก็ไม่ใช่เจ้างั่งที่จะวู่วามต่อสู้อย่างไร้สมองมิใช่หรือ?

 

_____ไม่ว่าในอนาคตฉีหนานจะมียศถาบรรดาศักดิ์สูงส่งมากเพียงใด ทว่านิสัยใจร้อนวู่วามเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ควรจะมีอยู่อย่างเด็ดขาด… เพราะฉะนั้นช่วงนี้ลั่วซิวเจ๋อจึงพยายามฝึกให้อีกฝ่ายรักษาความสุขุมเยือกเย็นเอาไว้โดยให้เผชิญหน้ากับสถานการณ์หลากหลายรูปแบบ

 

_____มีเพียงผู้ที่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเท่านั้นที่จะสามารถครองสติในการดำรงตำแหน่งผู้นำทัพได้ และมีเพียงผู้มีสติมั่นคงเท่านั้นที่จะสามารถเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดได้

 

_____คำพูดเมื่อสักครู่ของฉีหนาน เมื่อพิจารณาดูแล้วนับว่า เป็นคำตอบที่เหมาะสมกับสถานการณ์นี้ไม่เลว… แม้จะไม่อาจกล่าวว่า เป็นแผนการอันสมบูรณ์แบบที่ควรได้รับคะแนนเต็มร้อย ทว่าสำหรับหน่วยเล็กๆหน่วยนี้แล้ว ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว…

 

_____ฉีหนานรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านบริเวณไหล่ เขาอดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก… เมื่อก่อนฉีหนานเคยชินกับการถูกคนอื่นชักจูงและผลักดันตัวเขาให้ก้าวไปข้างหน้า เขาไม่เคยไขว่คว้าสิ่งใดด้วยตัวเองมาก่อน แม้แต่ช่วงที่เขาได้รู้จักกับลั่วซิวเจ๋อในตอนแรก ก็เป็นฝ่ายถูกกระทำเสมอ

 

_____จนกระทั่งลั่วซิวเจ๋อมอบความหวังที่จะแข็งแกร่งขึ้นให้กับเขา ทำให้เขาเหมือนกับได้รับชีวิตใหม่อีกครั้ง… ได้รับการปลุกพลังครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ผลจากการใช้ชีวิตแบบอยู่ไปวันๆมาตลอดยี่สิบกว่าปีทำให้เขาพลาดอะไรไปหลายอย่าง ถ้าหากไม่มีการฝึกนรกแตกของลั่วซิวเจ๋อ เกรงว่าเขาคงเสียเวลาไปอีกนานกว่าจะมาถึงระดับนี้ได้

 

_____เรียกได้ว่า หัวใจของฉีหนานได้มอบความไว้วางใจต่อลั่วซิวเจ๋ออย่างเต็มที่ อีกทั้ง… ลั่วซิวเจ๋อช่างแข็งแกร่งมากเหลือเกิน แม้ว่าฉีหนานจะไม่เอ่ยปากยอมรับ แต่เขาก็เคารพนับถือลั่วซิวเจ๋อไม่ด้อยไปกว่าพลตรีเฉิงเลย

 

_____หนำซ้ำท่าทีที่ลั่วซิวเจ๋อมีต่อเขาเองกลับอ่อนโยนนุ่มนวลมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แม้ฉีหนานจะทำเป็นปากแข็ง แต่ก็ยังแอบคาดหวังว่าจะได้รับคำชมเชยจากอีกฝ่ายสักครั้ง…

 

_____ทุกครั้งที่ลั่วซิวเจ๋อเชื่อมั่นในตัวเขาก็เปรียบเสมือนการให้กำลังใจเขา… และหากลั่วซิวเจ๋อคอยให้กำลังใจฉีหนานเช่นนี้อยู่เสมอ ความมั่นใจในตัวเองที่ครั้งหนึ่งเคยถูกทำลายจนแตกสลายไปของฉีหนานก็จะค่อยๆก่อตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

 

_____“ใต้ดิน แล้วเราจะไปหาแผนผังระบบระบายน้ำได้จากที่ใด?” หลี่ซือเฉิงจ้องมองฉีหนานขณะเอ่ยถามข้อสงสัยของตน

 

_____ฉีหนานลอบจิกฝ่ามือของตน เพื่อเรียกความกล้าขึ้นมาอีกครั้ง “ที่นี่เป็นเมืองร้าง ฉะนั้นจึงไม่น่าจะมีแผนผังระบบระบายน้ำเหลืออยู่ อีกทั้งพวกเรายังจำเป็นต้องมีแผนที่ของเมืองร้างโดยละเอียดอีก ทว่าตราบใดที่มีทางเข้าท่อระบายน้ำอยู่ใกล้กับศูนย์การค้าและเรามุ่งหน้าไปทางศูนย์การค้า ก็คงพบกับทางเชื่อมของท่อระบายน้ำที่อยู่ข้างใต้ของศูนย์การค้าได้ไม่ยาก”

 

_____หลี่ซือเฉิงกับสมาชิกคนอื่นต่างจ้องมองภาพสแกนแผนที่คร่าวๆของเมืองนี้ ก่อนจะพบว่า ในซอยตันเล็กๆแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากด้านหลังของศูนย์การค้าแห่งนี้มีทางเข้าท่อระบายน้ำจุดหนึ่ง แถมยังเป็นมุมอับที่สามารถหลีกเลี่ยงการสังเกตการณ์จากอาคารโดยรอบได้อย่างยอดเยี่ยม… หรือก็คือ หากสามารถหลบหลีกการสังเกตการณ์ของพวกโจรสลัดอวกาศจนเข้าไปในซอยเปลี่ยวแห่งนั้นได้สำเร็จ การเข้าไปในท่อระบายน้ำก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก

 

_____หลี่ซือเฉิงพยักหน้ารับพลางคิดจะหันไปปรึกษากับสมาชิกคนอื่นถึงแผนการนี้ ทว่าทันใดนั้นเขาก็หยุดชะงักลง ก่อนจะหันกลับมามองลั่วซิวเจ๋ออีกครั้งพลางเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจังว่า “หัวหน้า คุณคิดเช่นไรหรือ?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาไม่นึกว่า ท่าทีของหลี่ซือเฉิงผู้นี้จะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ ทั้งที่เขายังไม่ได้แสดงฝีมือให้ประจักษ์ อีกฝ่ายกลับมีท่าทีเป็นมิตรต่อเขาก่อนเสียได้

 

_____รุ่นพี่คนอื่นจ้องมองท่าทีของหลี่ซือเฉิงด้วยความประหลาดใจปนผิดคาดไม่น้อย ทว่าพวกเขาเพียงหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่กโดยไม่พูดอะไร… อันที่จริงมีแค่หลี่ซือเฉิงเท่านั้นที่เป็นรุ่นพี่ปีสี่ในหน่วยนี้ ถ้าหากอีกฝ่ายคิดว่า ลั่วซิวเจ๋อมีคุณสมบัติมากพอที่จะเป็นผู้นำของหน่วยแล้วรุ่นพี่ปีสองกับสามเช่นพวกเขายังพูดอะไรได้อีกเล่า?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบางเบา “แผนการของพวกพี่ยอดเยี่ยมมาก”

 

_____หลี่ซือเฉิงถึงกับหนังตากระตุก เขาเองก็คิดว่าแผนการนี้ไม่เลวเลย ทว่าพอได้ยินลั่วซิวเจ๋อพูดเช่นนี้ เขากลับรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายน่าจะมีคำว่า ‘แต่’ ต่อท้ายออกมาอีกคำหนึ่ง…

 

_____“แต่…” ลั่วซิวเจ๋อพูดแทรกขึ้นมา

 

_____เป็นอย่างที่หลี่ซือเฉิงคิดไว้ไม่มีผิด…

 

_____“แต่…” ลั่วซิวเจ๋อแย้มยิ้มบางๆ “พวกพี่ดูถูกพลังของพวกเราเกินไป”

 

_____ฉีหนานลอบตึงเครียดอยู่ในใจ ยิ่งเมื่อได้ยินคำพูดสุดท้ายของลั่วซิวเจ๋อ หัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะกระเด้งออกมาจากลำคอ…

 

_____“พลัง? นายหมายถึง….?” หลี่ซือเฉิงถามต่ออย่างรู้จังหวะเหลือเกิน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกระตุกยิ้มมุมปาก “พวกพี่ดูถูกผมผู้ครอบครองพลังระดับ S คู่มากเกินไป หน้าที่ลอบเข้าไปปล่อยให้ผมจัดการเองคนเดียวก็ได้… วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้แนบเนียนมากขึ้น ผมยังมีเวลาช่วยพวกพี่จัดการกับหน่วยลาดตระเวนพวกนั้นให้หมดก่อนด้วยซ้ำ”

 

_____หลี่ซือเฉิงกับรุ่นพี่คนอื่น “…” แม้จะทราบว่า เจ้าหมอนี่เป็นผู้ครอบครองพลังระดับ S คู่ ทว่าพอได้ยินคำพูดชวนกระทืบเช่นนี้ควรทำเช่นไรดี? มันช่างอวดเก่งเสียจริง!

 

_____ฉีหนานลอบเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ ลั่วซิวเจ๋อยังคงเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองมากเช่นเคย… อืม แม้ว่าอีกฝ่ายที่เปล่งประกายเช่นนี้จะดูมีเสน่ห์มากก็ตาม!

 

_____“นายเป็น… ระดับ S คู่?” หลี่ซือเฉิงถามพลางขมวดคิ้วมุ่น… เขาเคยได้ยินว่า สาขาบัญชาการกองทัพมีน้องใหม่คนหนึ่งที่มีพลังระดับS คู่ แต่เขาคิดว่ามันเป็นแค่ข่าวลือเท่านั้น เพราะพลังระดับ S คู่ไม่ใช่ผักกะหล่ำปลีที่จะพบเห็นได้โดยง่าย ต่อให้เป็นโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งก็มียอดฝีมือระดับ S คู่เพียงเจ็ดหรือแปดคนในรอบหลายปีมานี้… หากลองเฉลี่ยดูแล้ว เกือบหลายสิบปีถึงจะปรากฏตัวออกมาสักคนหนึ่งด้วยซ้ำไป!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม… หลังจากที่เขาประมาทเผยพลังที่แท้จริงของตนในวันที่ก้าวเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้ เขาก็ไม่คิดจะปิดบังหรือเสแสร้งทำตัวเป็นคนธรรมดาอีกต่อไป

 

_____โชคดีที่แม้เขาจะอดสนุกในการเล่นห่มหนังแกะ ทว่านานๆทีได้ใช้พลังของตนกลั่นแกล้งพวกรุ่นพี่ก็สนุกไม่เลวเหมือนกัน…

 

_____“เฮ้อ…” หลี่ซือเฉิงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมดีเจย์ถึงมอบหมายให้รุ่นน้องอย่างลั่วซิวเจ๋อเป็นหัวหน้าหน่วยช่วยเหลือตัวประกันเช่นนี้ ถ้าหากอีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือระดับ S คู่จริงๆล่ะก็ ทุกอย่างย่อมสมเหตุสมผลแน่นอน

 

_____เมื่อไตร่ตรองดีแล้ว ดวงตาของหลี่ซือเฉิงพลันฉายแววลึกล้ำ… ก่อนหน้านี้เขานึกระแวงสงสัยมาตลอด สภาพของดีเจย์ในวันนี้ดูอ่อนแรงไม่น้อย อีกทั้งอากัปกิริยาที่เอามือกุมหน้าอกก็ดูไม่เหมือนการเสแสร้งนัก… แม้ว่าเจ้าหมอนี่จะชอบแกล้งทำเป็นบาดเจ็บเพื่อหลอกให้พวกเขาติดกับอยู่บ่อยครั้ง… แต่วันนี้ดูไม่เหมือนการเสแสร้งจริงๆ หนำซ้ำยังมีรอยช้ำสีดำปี๋บริเวณเบ้าตาบนใบหน้าหล่อเหลานั้นอีก หรือว่า…

 

_____สิ่งที่หลี่ซือเฉิงคิดออก… รุ่นพี่บางคนย่อมคิดออกเช่นกัน ยิ่งเมื่อรวมเข้ากับท่าทีของดีเจย์ที่มีต่อลั่วซิวเจ๋อและการส่งอีกฝ่ายเข้ามาเป็นหัวหน้าหน่วยที่มีแต่รุ่นพี่อย่างพวกเขาโดยไร้ซึ่งคำอธิบายใดๆแล้ว… เหอะๆ เจ้างั่งนั่นคิดจะให้พวกเขายั่วโมโหลั่วซิวเจ๋อแล้วโดนอีกฝ่ายอัดสักยกนี่เอง!

 

_____หลี่ซือเฉิงถึงกับหางตากระตุก เมื่อหันไปมองลั่วซิวเจ๋ออีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นหาได้มีความหงุดหงิดไม่พอใจใดๆหลงเหลืออยู่อีก… การเอาชนะดีเจย์เป็นการยืนยันถึงความสามารถของลั่วซิวเจ๋อได้เป็นอย่างดี อีกทั้งแผนการเมื่อสักครู่ แม้จะออกมาจากปากของฉีหนาน ทว่าเขาย่อมมองออกจากท่าทีของฉีหนานที่มีต่อลั่วซิวเจ๋อ… ในด้านยุทธศาสตร์ ฉีหนานแค่คล้อยตามคำพูดของลั่วซิวเจ๋อเท่านั้น ต่อให้บอกว่า ฉีหนานเป็นคนคิดแผนการนี้ขึ้นมาเอง และลั่วซิวเจ๋อต่างหากที่เป็นฝ่ายห่วยแตกในด้านนี้… แต่ใครจะไปเชื่อ?

 

_____“เอาเถิด” ลั่วซิวเจ๋อตบมือเพื่อดึงสติทุกคนกลับมาอีกครั้ง “อย่าเสียเวลาอีกเลย ภารกิจของพวกเราคือช่วยเหลือตัวประกัน ถ้าหากปล่อยให้รุ่นพี่ดีเจย์ลงมือก่อนล่ะก็ อาจทำให้พวกโจรสลัดอวกาศเริ่มลงมือฆ่าตัวประกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพวกเราแม้แต่น้อย… อันที่จริง…” ทันใดนั้นเขาก็แสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาต่อหน้าสายตาของทุกคน “ถ้าพวกเราสามารถบุกไปกำจัดพวกโจรสลัดอวกาศทั้งหมดตัดหน้ารุ่นพี่ดีเจย์ได้ล่ะก็ จะต้องเป็นเรื่องสนุกอย่างแน่นอน”

 

_____เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ แววตาที่หลี่ซือเฉิงและเหล่ารุ่นพี่จ้องมองลั่วซิวเจ๋อพลันแปรเปลี่ยนอีกครั้ง…

 

_____ให้ตายเถิด… ดีเจย์ไปสร้างความโกรธแค้นแสนสาหัสอันใดให้กับลั่วซิวเจ๋อผู้นี้หรือ? แผนกำจัดโจรสลัดอวกาศทั้งหมดมันช่างอันตรายเกินไป…

 

_____ไม่ได้หมายความว่า แผนการที่ลั่วซิวเจ๋อเสนอมาไม่ดีแต่อย่างใด หนำซ้ำ… การซ้อมรบในครั้งนี้เป็นการประเมินคะแนนจากการกระทำของทุกคน หรือก็คือเวทีการแสดงขนาดมหึมานั่นเอง… ซึ่งการซ้อมรบในแต่ละครั้งล้วนเป็นบททดสอบในการเก็บคะแนนของนักเรียน อีกทั้งหากมีโอกาสงามที่ได้แสดงผลงานโดดเด่นในการซ้อมรบครั้งนี้ ยังอาจจะได้รับคำชื่นชมจากคนใหญ่คนโตของกองทัพด้วย

 

_____ถ้าหากลั่วซิวเจ๋อสามารถช่วยให้พวกเขากำจัดโจรสลัดอวกาศทั้งหมดจริงๆล่ะก็ ช่างเป็นกลยุทธ์ ‘ถอนฟืนใต้กระทะ’ ต่อหน่วยที่ดีเจย์เป็นผู้นำโดยแท้ เหตุผลช่างง่ายดายนัก…  ศัตรูถูกกำจัดไปจนหมดแล้ว คุณยังทำสิ่งใดได้?