0 Views

บทที่ 65

 

_____“หัวหน้า?” แอนดี้ผู้กำลังจ้องมองดีเจย์อยู่ บังเอิญเห็นอีกฝ่ายแสยะยิ้มแปลกๆจนเขาถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง

 

_____“หือ? ไม่มีอะไร” ดีเจย์หันมายักคิ้วหลิ่วตาให้เขาด้วยแววตาพราวระยับ

 

_____แอนดี้กลับตื่นตระหนกสุดขีดจนเผลอก้าวถอยหลังหลายก้าว เพื่อถอยห่างจากอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วราวกับได้มองเห็นสัตว์ประหลาดอันแสนน่าสะพรึงกลัวปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าก็ไม่ปาน

 

_____ดีเจย์ “…”

 

_____เขาถึงกับกลอกตาด้วยความเซ็ง ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นเพียงน้องใหม่ปีหนึ่งเท่านั้น เจ้าเด็กแอนดี้คนนี้ช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง… น่าเสียดายนักที่ลูกแมวป่าตัวนั้นมีเจ้าของแล้ว มิเช่นนั้นเขาคงหยอกอีกฝ่ายเล่นจนมีสุขภาพกายและจิตที่ดีอย่างแน่นอน!

 

_____“ฮัดชิ้ว!”  ฉีหนานผู้กำลังเร่งเดินทาง อยู่ๆก็จามออกมาเสียงดังลั่น เขาถูจมูกของตนเล็กน้อยพลางพึมพำว่า “มีใครกำลังบ่นถึงเราอยู่หรือไร”

 

_____“แล้วเจ้าอยากให้ใครพูดถึงเจ้าหรือ?” ทันใดนั้นเสียงเรียบของลั่วซิวเจ๋อพลันดังขึ้นจากด้านหลังของเขาจนทำให้ฉีหนานสะดุ้งสุดตัว

 

_____ตั้งแต่การจูบแสนประหลาดในครั้งนั้น ฉีหนานก็ไม่กล้ามองหน้าลั่วซิวเจ๋ออีกเลย

 

_____เมื่อหวนนึกถึงการจูบที่ไม่ยั้งคิดของตนในครั้งนั้น… จุมพิตของลั่วซิวเจ๋อที่ประทับลงบนปลายจมูกของเขา และสีหน้าอ่อนหวานลึกซึ้งถึงเพียงนั้น… ช่างคล้ายกับอีกฝ่ายโดนอะไรบางอย่างเข้าสิงก็ไม่ปาน รอยยิ้มของลั่วซิวเจ๋อในตอนนั้นช่างอ่อนหวานนุ่มนวลและแตกต่างจากรอยยิ้มจอมปลอมที่เขาเคยเห็นโดยสิ้นเชิง

 

_____“เอ่อ…” ฉีหนานกะพริบตาปริบๆ เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่า ตอนนี้ตนยังคงหลบสายตาอีกฝ่ายอยู่ ราวกับว่าขอเพียงเขาไม่มองหน้าลั่วซิวเจ๋อ เขาจะสามารถลบเรื่องจูบก่อนหน้านี้ออกไปจากหัวได้

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาลงพลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขาจงใจใช้เสียงแหบต่ำกระซิบถามที่ข้างหูของฉีหนาน “หรือว่า… เจ้ากำลังคิดถึงรสจูบในตอนนั้นอยู่?”

 

_____เมื่อฉีหนานได้ยินคำพูดนี้ พวงแก้มพลันขึ้นสีแดงก่ำอย่างเด่นชัด เขาตั้งใจจะเถียงอีกฝ่ายกลับ ทว่าทันใดนั้นกลับพบว่า… เขาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว

 

_____เขาเลือกที่จะเดินหนีไปอีกทางด้วยความอับอาย… ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่าทีของลั่วซิวเจ๋อหรือความรู้สึกของตัวเขาก่อนหน้านี้ เขาไม่คิดจะปรึกษาปัญหานี้กับอีกฝ่ายแน่นอน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะในลำคอเล็กน้อย แต่ก็ไม่คิดจะคาดคั้นถามอีกฝ่ายต่อ ตอนนี้คงต้องปล่อยฉีหนานไปก่อน… แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะลืมเรื่องที่ฉีหนานออกไปห้องฝึกซ้อมกับดีเจย์สองต่อสองอย่างแน่นอน แถมยังโดนอีกฝ่ายกลั่นแกล้งเช่นนั้นอีก เพียงแค่ยืดเวลาออกไป รอให้การซ้อมรบในวันนี้จบลงก่อนค่อยว่ากันอีกที…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหันกลับมาใช้มือกดลงบนควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตน เพื่อเรียกดูรายละเอียดสภาพภูมิประเทศของตำแหน่งที่เจ็ดซึ่งหน่วยสำรวจทั้งสามคนส่งมาให้ที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์ของเขา เขากำลังเดินเข้าไปในเขตตำแหน่งที่เจ็ดแล้ว อย่างน้อยก็ควรจะวางแผนคร่าวๆเสียก่อน

 

_____“สถานที่ที่คาดว่าจะเป็นที่คุมขังตัวประกันมีอยู่ทั้งหมดสามจุด พวกเราจะมุ่งหน้าไปยังจุดที่หนึ่งก่อน… ที่นั่นเป็นศูนย์การค้า แถมยังมีหน่วยลาดตระเวนคอยเฝ้าอยู่รอบบริเวณตลอดเวลา หน่วยสำรวจจึงไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ ฉะนั้นพวกเราคงต้องเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ด้วยตัวเองแล้ว”

 

_____ตำแหน่งที่เจ็ดในแผนที่คือเมืองร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งศูนย์การค้าแห่งนั้นเรียกได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในเมืองแห่งนี้เลยก็ว่าได้

 

_____ทว่าเหตุผลที่มันกลายเป็นเป้าหมายแรกของเขา ก็เพราะศัตรูสามารถมองเห็นสถานการณ์ทุกอย่างภายในเมืองจากบนดาดฟ้าของศูนย์การค้าแห่งนั้นได้อย่างชัดเจน… ถ้าหากพวกเขาเลือกที่จะลอบโจมตีที่อื่นก่อนล่ะก็ ย่อมถูกพบเห็นและเกิดการปะทะขึ้นทันที ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะทำให้พวกโจรสลัดอวกาศตัดสินใจสังหารตัวประกันทั้งหมด

 

_____ผู้คุมเอ่ยเน้นย้ำเป็นพิเศษว่า ให้ยึดความปลอดภัยของตัวประกันเป็นหลัก และให้การกำจัดพวกโจรสลัดอวกาศเป็นรอง… ฉะนั้นการที่ลั่วซิวเจ๋อเลือกให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดแรก ก็แสดงถึงความฉลาดหลักแหลมของเขาได้เป็นอย่างดี

 

_____ขอแค่เป็นคนที่ใช้สมองคิดเป็นย่อมไม่โต้แย้งการตัดสินใจของลั่วซิวเจ๋อในครั้งนี้อย่างแน่นอน แท้ที่จริงแม้จะไม่ใช่นักเรียนของสาขาบัญชาการกองทัพ แต่รุ่นพี่หลายคนย่อมเคยเรียนกลุ่มวิชายุทธศาสตร์มาก่อนอย่างแน่นอน… ผู้บัญชาการสูงสุดย่อมออกคำสั่งกระจายกำลังของตนออกเป็นหน่วยๆ เพื่อให้แต่ละหน่วยแยกย้ายกันออกไปทำภารกิจของตนในสนามรบ อย่างไรก็ตามการที่จะทำภารกิจของตนให้สำเร็จลุล่วงได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยการสั่งการของหัวหน้าหน่วยในการปฏิบัติภารกิจเช่นกัน

 

_____“ถ้าเช่นนั้น…” ลั่วซิวเจ๋อคลี่รอยยิ้มแฝงเลศนัยบางอย่าง “ผมตัดสินใจแล้วว่า ตัวผมจะลอบเข้าไปในศูนย์การค้าด้วยตัวเอง ส่วนพวกพี่คอยจัดการพวกที่เดินลาดตระเวนอยู่รอบนอก มีปัญหาอะไรหรือไม่?”

 

_____สมาชิกทุกคนนอกจากฉีหนานล้วนมีสีหน้าตะลึงงัน เพียงไม่นานแววตาของพวกเขาก็ฉายชัดถึงความรู้สึกอันหลากหลาย ทั้งดูถูกเหยียดหยาม เย้ยหยันและไม่เห็นด้วย…

 

_____รุ่นพี่ที่เคยคัดค้านตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มของลั่วซิวเจ๋อก่อนหน้านี้เอ่ยค้านด้วยสีหน้าไม่พอใจทันทีว่า “ลั่วซิวเจ๋อ นายคิดว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์หรือไร? จากข้อมูลที่พวกเขาส่งมาให้ก็ระบุว่า หน่วยลาดตระเวนของอีกฝ่ายมีอยู่ประมาณสิบกว่าคน ฉะนั้นจำนวนของพวกโจรสลัดอวกาศที่คอยเฝ้าระวังอยู่ข้างในย่อมมีมากกว่าแน่นอน… พวกพี่ลอบโจมตีพวกโจรสลัดที่เดินลาดตระเวนได้สบายอยู่แล้ว แต่นายสามารถจัดการกับศัตรูจำนวนมากขนาดนั้นได้หรือ? อย่าลืมว่า สิ่งสำคัญที่สุดของภารกิจในครั้งนี้คือ การช่วยเหลือตัวประกัน ถ้านายถูกพบเข้าล่ะก็ มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้ศัตรูฆ่าตัวประกันทุกคนนะ”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบางเบา แต่ไม่อธิบายใดๆเพิ่มเติมนอกจากพูดทิ้งท้ายว่า “เดี๋ยวพวกพี่ก็จะรู้เอง”

 

_____เมื่อเอ่ยจบ เขาก็ออกวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แม้รุ่นพี่ที่เหลือจะไม่พอใจมาก แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา นอกจากนึกหมายมาดในใจว่า อีกสักครู่แผนนี้จะต้องล้มเหลวอย่างแน่นอน… เนื่องจากหน่วยนี้มีสมาชิกประมาณสิบกว่าคน ถ้าหากลั่วซิวเจ๋อก่อความวุ่นวายตามใจชอบจนทำให้ภารกิจล้มเหลวล่ะก็ พวกเขาทุกคนย่อมถูกหักคะแนนไปด้วย

 

_____“ระวัง พวกเราเข้ามาในเขตลาดตระเวนของศัตรูแล้ว” ลั่วซิวเจ๋อกระซิบเตือนเสียงแผ่วพร้อมกับรีบหมอบลงไปกับพื้นและขยับเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังป้ายโฆษณาโทรมๆแผ่นหนึ่งอย่างรวดเร็ว

 

_____เหล่ารุ่นพี่เองก็รีบแยกย้ายกันไปหลบตามซากสิ่งก่อสร้างที่กระจายอยู่โดยรอบอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลที่พวกเขาได้รับมา หน่วยลาดตระเวนของอีกฝ่ายจะเดินวนมาถึงที่นี่ทุกสามนาที หากถูกพบตัวและเกิดการปะทะขึ้นจนทำให้พวกโจรสลัดอวกาศที่เฝ้าระวังอยู่ในศูนย์การค้ารู้ตัวล่ะก็ ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน

 

_____“อีกห้าสิบวินาทีจะมีสามคนปรากฏตัวที่ทางแยกข้างหน้า” จู่ๆลั่วซิวเจ๋อก็เอ่ยปากพูดบางอย่าง

 

_____รุ่นพี่ทุกคนต่างขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับหันขวับมามองผู้พูดทันที  การซ้อมรบในครั้งนี้พวกเขาจะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆจากดาวเทียมในอวกาศอย่างเด็ดขาด หรือก็คือ พวกเขาไม่อาจเรียกใช้ระบบเรดาร์ได้โดยสิ้นเชิง… พวกเขาไม่เข้าใจว่า ลั่วซิวเจ๋อรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวอย่างละเอียดของอีกฝ่ายมาจากที่ใด ทว่ารุ่นพี่คนหนึ่งในกลุ่มผู้มีพลังจิตอยู่ในระดับสูงดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันขวับไปมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

 

_____“อีกสิบห้าวินาที ทุกคนเตรียมตัว” แม้ลั่วซิวเจ๋อไม่พูดขยายความว่า ให้เตรียมตัวสำหรับสิ่งใด สมาชิกทุกคนกลับเข้าใจและเตรียมอาวุธของตนพร้อมเรียบร้อยแล้ว

 

_____ลั่วซิวเจ๋อยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจเมื่อเห็นคนเหล่านั้นชักมีดสั้นออกมากำไว้ในมือ… ดีมาก… ไม่เสียทีที่เป็นถึงนักเรียนแห่งโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง แม้จะอ่อนแอกว่าตนอยู่หลายส่วน แต่สัญชาตญาณในการต่อสู้นั้นเป็นสิ่งล้ำค่าที่หาที่เปรียบมิได้

 

_____ในสถานการณ์เช่นนี้ หากมีใครกล้าหยิบปืนเลเซอร์ออกมาล่ะก็ ลั่วซิวเจ๋อไม่ลังเลที่จะถีบเจ้าโง่ตัวนั้นออกจากกลุ่มทันที… ภารกิจของพวกเขาไม่ใช่การฆ่าล้างพวกโจรสลัด แต่เป็นการลอบเข้าไปช่วยเหลือตัวประกันต่างหาก ฉะนั้นการใช้อาวุธที่อาจเปิดเผยตำแหน่งที่อยู่ของตนจึงเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างเด็ดขาด!

 

_____“มาแล้ว!” ลั่วซิวเจ๋อคำรามเสียงต่ำพร้อมกับพุ่งกระโจนออกไปอย่างรวดเร็วประดุจลูกธนูที่ถูกยิงออกไปก็ไม่ปาน

 

_____หลังจากเสียงคำรามของลั่วซิวเจ๋อเพียงวินาทีเดียว ที่ทางแยกนั้นได้ปรากฏเงาร่างของคนผู้หนึ่งกำลังเดินมา ขณะที่ทุกคนมัวแต่ตื่นตะลึงกับสายตาอันเฉียบแหลมและความรวดเร็วของอีกฝ่าย ลั่วซิวเจ๋อก็จัดการอัดทั้งสามคนจนหมดสติเรียบร้อยแล้ว…

 

_____อืม… ไม่ได้หมดสติทุกคน… มีคนหนึ่งที่ดวงซวยถูกลั่วซิวเจ๋อใช้มีดสั้นจ่อคออย่างน่าหวาดเสียว ใบหน้าธรรมดาของคนผู้นั้นฉายชัดถึงความตื่นตระหนกราวกับนึกไม่ถึงว่า พวกตนทั้งสามคนจะถูกอีกฝ่ายเล่นงานอย่างหมดท่าถึงเพียงนี้ได้…

 

_____“…เอาเถิด พวกนายอยากรู้อะไร?” ไป๋หลานนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นพร้อมกับถูกจับมัดมือไพล่หลังด้วยสีหน้าเรียบเฉย อีกฝ่ายไม่เปิดช่องว่างให้เขาต่อสู้ขัดขืนแม้แต่น้อย

 

_____“ฮ่าๆ นายมันไป๋หลานนี่นา” รุ่นพี่คนหนึ่งดูจะสนิทสนมกับ ‘โจรสลัดอวกาศ’ ผู้อาภัพผู้นี้มาก จนขยับมานั่งยองๆอยู่ด้านข้างและยกแขนขึ้นกอดคออีกฝ่ายพลางทักทายด้วยน้ำเสียงเริงร่า

 

_____ไป๋หลานอดกลอกตาใส่อีกฝ่ายไม่ได้ “อย่าล้อเล่นน่า นายจะมาต่อรองกับฉันที่เป็นโจรสลัดอวกาศผู้ ‘ยอมตายแต่มิยอมจำนน’ ได้ที่ไหนเล่า”

 

_____รุ่นพี่คนนั้นตบไหล่ของไป๋หลานเสียงดัง “อย่าทำเช่นนี้สิ ถึงอย่างไรเราก็เป็นเพื่อนร่วมห้องกัน แม้ตอนนี้นายจะเป็น… หึ… โจรสลัดอวกาศ แต่ยังไงนายก็ควรจะถนอมน้ำใจเพื่อนร่วมห้องอย่างฉันบ้างนะ”

 

_____ไป๋หลานแค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบอย่างเย่อหยิ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

 

_____รุ่นพี่คนนั้นหันไปยักไหล่ให้ลั่วซิวเจ๋ออย่างจนปัญญาราวกับไม่รู้จะทำเช่นไรต่อแล้ว…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเดินมายังด้านข้างของไป๋หลาน ก่อนจะก้มตัวลงหยิบท่อโลหะขึ้นมาจากพื้น มือเรียวบางออกแรงบีบและบิดเบาๆ… จนท่อโลหะถูกบิดเป็นเกลียวอย่างง่ายดาย

 

_____ไป๋หลานเบิกตากว้างอ้าปากค้างพลางเหม่อมองท่อโลหะด้วยสีหน้าเหม่อลอย… การที่จะบิดท่อโลหะเช่นนั้น อย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้มีสมรรถภาพร่างกายระดับBเท่านั้นถึงจะสามารถทำได้ แต่… บิดจนเป็นเกลียว? มันยากยิ่งกว่าการบิดธรรมดาหลายเท่านัก

 

_____“ว่าอย่างไร? อยากกลับคำพูดที่ว่า ‘ยอมตายแต่มิยอมจำนน’ หรือไม่?” ลั่วซิวเจ๋อถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

 

_____ไป๋หลานกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน เมื่อลองกวาดสายตาไปมองเหล่ารุ่นพี่ที่ยืนดูอยู่ด้านข้างและมองเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของพวกเขาแล้ว เขารู้สึกเหมือนความพ่ายแพ้ของตนเมื่อสักครู่นี้ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายแต่อย่างใด…

 

_____“ก็ได้ นายอยากรู้อะไร?” ไป๋หลานยอมแพ้แล้ว… กฎของการซ้อมรบระบุว่า โจรสลัดอวกาศเช่นพวกเขาสามารถ ‘เผย’ ข้อมูลบางส่วนที่ตนรู้หากถูกข่มขู่ได้ แน่นอนว่า ข้อมูลเหล่านั้นจะแตกต่างออกไปตามระดับความสำคัญของตัวโจรสลัดผู้นั้น… หรือก็คือ ไป๋หลานเป็นเพียงโจรสลัดหน่วยลาดตระเวนคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีความสำคัญต่อกลุ่มโจรสลัดในการซ้อมรบครั้งนี้นัก ฉะนั้นข้อมูลที่ออกมาจากปากของเขาจึงไม่ใช่ข้อมูลสำคัญแต่อย่างใด

 

_____ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มให้ไป๋หลานที่มีท่าทียอมจำนนแต่โดยดี ก่อนจะมอบหมายหน้าที่รีดข้อมูลให้กับรุ่นพี่อีกคนหนึ่ง

 

_____ด้วยความช่วยเหลือจากไป๋หลาน รุ่นพี่ผู้นี้จึงได้ข้อมูลรายละเอียดการเดินลาดตระเวนไปจนถึงการเฝ้าระวังภายในศูนย์การค้าของศัตรูแบบคร่าวๆอย่างรวดเร็ว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นข้อมูลที่หน่วยสำรวจไม่มีทางสืบหามาได้อย่างเด็ดขาด  และอาจมีแต่ลั่วซิวเจ๋อที่สามารถใช้วิธีจับเชลยมารีดข้อมูลเช่นนี้สำเร็จ

 

_____“อืม หมายความว่า พวกมันวางกำลังป้องกันแน่นหนาที่ชั้นสามกับชั้นห้าเป็นพิเศษ และปล่อยให้การป้องกันที่ชั้นหกขึ้นไปหละหลวมมากหรือ… เพราะอะไร?” จู่ๆลั่วซิวเจ๋อก็เงยหน้าขึ้นมากวาดสายตามองเหล่ารุ่นพี่ที่กำลังยืนรายล้อมรอบหนึ่ง

 

_____“เอ่อ?” รุ่นพี่ผู้รับหน้าที่รีดข้อมูลมีสีหน้างุนงงปนสงสัย ราวกับเขาไม่เข้าใจความหมายของคำถามนี้

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะขยิบตาให้กับฉีหนานซึ่งรู้ทันทีว่า ลั่วซิวเจ๋อกำลังมอบโอกาสให้เขาได้แสดงฝีมือ ขณะเดียวกันก็เป็นบททดสอบของเขาด้วย… เขาก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวและชี้ไปยังแผนที่ตั้งแต่ชั้นหกขึ้นไปของอาคารหลังนี้พลางพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ทุกคนคงรู้ดีว่า นี่เป็นอาคารสูงสิบชั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ศัตรูจะไม่เตรียมการป้องกันการโจมตีทางอากาศของพวกเราเอาไว้ แม้ศัตรูจะมั่นใจว่า พวกเราไม่สามารถใช้อาวุธที่โจมตีทางอากาศซึ่งส่งเสียงดังมากเกินไปได้ แต่พวกเขาน่าจะคาดเดาได้ว่า ระดับความสูงห้าชั้นไม่ใช่เรื่องที่เกินกำลังของพวกเราแม้แต่น้อย… แค่เสียเวลาจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการปีนเพียงครู่เดียว ไม่ว่าใครในที่นี้ก็สามารถปีนขึ้นไปถึงชั้นหกได้อย่างสบาย”

 

_____เมื่อพวกรุ่นพี่ได้ฟังสิ่งที่ฉีหนานพูด ทุกคนต่างเริ่มครุ่นคิดถึงเหตุผลที่พวกโจรสลัดทำเช่นนี้

 

_____ฉีหนานชี้ไปยังแผนที่ของศูนย์การค้านี้ “ตรงนี้กับตรงนี้… ไม่ว่าพวกเราจะปีนขึ้นมาจากเส้นทางไหน ก็ต้องผ่านจุดนี้ไปเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าไปในตัวอาคารได้สำเร็จ ในทางตรงกันข้าม บริเวณโดยรอบของอาคารนี้…”