0 Views

บทที่ 64

_____“รุ่นพี่ดีเจย์… พี่… พี่ไม่เป็นไรนะ?” แอนดี้ผู้เพิ่งได้สติจากอาการช็อค สังเกตเห็นสีหน้าแปลกๆของรุ่นพี่ดีเจย์จึงเดินเข้าไปถามอีกฝ่ายด้วยท่าทีระมัดระวัง

 

_____“ไม่เป็นไร” ดีเจย์เงยหน้าขึ้นมามองพลางส่งยิ้มพราวระยับให้กับเด็กหนุ่มพร้อมกับพยายามอดกลั้นความเจ็บปวดที่แผงอกอย่างสุดความสามารถ

 

_____แอนดี้กระตุกมุมปากเล็กน้อย “รุ่นพี่ ถ้ารู้สึกเจ็บก็ร้องออกมาเถิด ผมไม่หัวเราะเยาะพี่แน่นอน”

 

_____ดีเจย์เผลอชะงักงันไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้งอย่างรวดเร็ว… เขาจ้องมองแอนดี้ด้วยรอยยิ้มพริ้มพราย “งั้นรบกวนนายด้วย น้องชาย… นายช่วยพาพี่ไปที่จุดรวมพลที กระดูกซี่โครงของพี่น่าจะร้าวไปแล้ว”

 

_____แอนดี้ถึงกับหนังตากระตุกวูบพลางรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที… เขาเองก็มองออกว่า ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานผูกพันกันอย่างลึกซึ้งมากเพียงใด เพราะทันทีที่เห็นฉีหนานถูกดีเจย์กลั่นแกล้ง ลั่วซิวเจ๋อก็จัดการเอาคืนภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ นับว่าเป็นการเอาคืนที่รวดเร็วที่สุดเสียจริง…

 

_____แต่เห็นได้ชัดว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่รุ่นน้องคนหนึ่งควรจะพูดออกมา เขาถูจมูกของตนแรงๆ ก่อนจะช่วยพยุงร่างของดีเจย์ให้ลุกขึ้นมาจากพื้นอย่างเงียบงัน

 

_____ทว่าดีเจย์กลับทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนร่างของแอนดี้อย่างเกียจคร้าน

 

_____แอนดี้อยู่ๆก็รู้สึกถึงน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นบริเวณบ่า… เขานึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทิ้งน้ำหนักตัวลงมาเช่นนี้ ทำเอาเขาเกือบสะดุดล้มหน้าคะม่ำเลย

 

_____เขาหันหน้าไปมองดีเจย์ซึ่งกำลังฉีกยิ้มกว้างเผยให้เห็นแนวฟันสีขาวสะอาดเรียงตัวสวยอย่างน่าหมั่นไส้…

 

_____แอนดี้นึกหงุดหงิดไม่น้อย… หากรู้ตั้งแต่แรก เขาคงไม่มีทางเป็นห่วงรุ่นพี่ดีเจย์แน่ ถึงอย่างไรเรื่องที่รุ่นพี่คนนี้เป็นที่เกลียดชังของทุกคนก็เป็นความจริงอย่างแน่นอน…

 

_____แอนดี้กัดฟันกรอดพลางใช้เรี่ยวแรงมหาศาลในการพยุงกึ่งลากร่างกายอันหนักอึ้งของรุ่นพี่ดีเจย์มาตลอดทางจนในที่สุดก็มาถึงจุดรวมพลได้ทันเวลา

 

_____หลังจากที่มาถึงจุดรวมพลแล้ว นักเรียนทุกคนล้วนยืนเข้าแถวโดยอัตโนมัติ ซึ่งฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อเองก็กำลังยืนอยู่บริเวณต้นแถวของกองกำลังนี้ โดยฉีหนานส่งยิ้มให้กับแอนดี้ทันทีที่เห็นอีกฝ่ายมาถึง…

 

_____แอนดี้พยักหน้าตอบรับรอยยิ้มนั้นเล็กน้อย ก่อนจะประคองรุ่นพี่ดีเจย์ผู้บาดเจ็บสาหัสเดินเข้าไปรวมกลุ่มและรอจนมั่นใจว่า อีกฝ่ายสามารถยืนนิ่งได้อย่างมั่นคงแล้ว ถึงจะอ้าปากหอบหายใจอย่างหนักหน่วง…

 

_____“น้องชาย วันนี้ขอบใจนายมากจริงๆ!” ดีเจย์เอ่ยด้วยรอยยิ้มเริงร่าอย่างมีความสุข…

 

_____“ไม่เป็นไร…” แอนดี้ถึงกับหางตากระตุกยิกๆ ทั้งๆที่เมื่อครู่อีกฝ่ายทำหน้าเจ็บปวดจะเป็นจะตายแท้ๆ บัดนี้กลับมีสีหน้าแจ่มใสปกติได้อย่างรวดเร็ว… รุ่นพี่ดีเจย์ผู้นี้ช่าง… ทันใดนั้นเขาตระหนักได้ในทันทีว่า ทำไมทุกครั้งที่พูดถึงดีเจย์ อาเล็กของเขาถึงกัดฟันกรอดอย่างหัวเสียถึงขนาดนั้น

 

_____ผู้คุมจ้องมองนักเรียนกลุ่มนี้ด้วยสีหน้าเย็นชา และทันทีที่เสียงสัญญาณเตือนภัยหยุดลง เขาก็กันนักเรียนสองคนที่วิ่งเข้าไปในจุดรวมพลไม่ทันเวลาให้ออกไปยืนอยู่วงนอกอย่างโหดเหี้ยม…

 

_____นักเรียนสองคนนั้นอ้าปากราวกับต้องการจะโต้เถียงอะไรบางอย่าง ทว่าทันทีที่เห็นสีหน้าเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งของผู้คุมคนนั้นแล้วก็ถึงกับหุบปากฉับพูดอะไรไม่ออกอีกเลย…

 

_____หลังจากที่ผู้คุมคนนั้นจัดการไล่นักเรียนทั้งสองคนออกไปแล้ว เขาก็เปิดควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตน เพื่อ… กรอกข้อมูลของนักเรียนทุกคนในที่นี้ และเมื่อยืนยันสถานะของทุกคนเรียบร้อยแล้วจึงหันมามองพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “การรวมพลฉุกเฉินในวันนี้ยังไม่จบ! ฟังให้ดี!”

 

_____ทันใดนั้นเหล่านักเรียนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดพลางจ้องเขม็งไปทางผู้คุมคนนั้นด้วยสายตาวาววับ…

 

_____ผู้คุมเผลอขยับหมวกทหารของตนเล็กน้อยตามนิสัยของเจ้าตัว “ขณะนี้โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งถูกกลุ่มโจรสลัดอวกาศโจมตี อีกทั้งยังมี…” เขาก้มหน้าลงมองข้อมูลที่ได้รับมาทางควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพูดต่อไปว่า “มีนักเรียนประมาณสี่สิบห้าคนถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ที่ตำแหน่งที่หนึ่ง , ห้า , เจ็ด , สิบเอ็ด และสิบสี่บนแผนที่… ภารกิจของพวกนายคือ ช่วยเหลือตัวประกันทั้งสิบหกคนที่ถูกคุมตัวอยู่ในตำแหน่งที่เจ็ด โดยให้ยึดความปลอดภัยของตัวประกันเป็นหลัก และกำจัดพวกโจรสลัดอวกาศให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้… ย้ำอีกครั้ง ให้ยึดความปลอดภัยของตัวประกันเป็นหลัก อีกทั้งกำลังเสริมของพวกโจรสลัดอวกาศจะมาถึงในอีกสองชั่วโมง ฉะนั้นหากพวกนายไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จภายในสองชั่วโมงล่ะก็ พวกนายย่อมถูกจับเป็นตัวประกันแน่ จากนั้นพวกมันอาจฆ่าตัวประกันทั้งหมดและหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย”

 

_____เมื่อพูดจบประโยค ผู้คุมพลันโบกมือเล็กน้อย ก่อนจะมีสารวัตรทหารสองนายนำหีบขนาดใหญ่หลายใบเข้ามาและเปิดออกเผยให้เห็นอุปกรณ์และอาวุธหลากหลายชนิดอัดแน่นอยู่ภายในหีบ

 

_____ผู้คุมคนนั้นยักคิ้วขึ้นพลางปรายตามองอุปกรณ์เหล่านั้น ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “นี่คืออาวุธของพวกนาย เอาไปแบ่งกันเองซะ… จำเอาไว้ให้ดี ตอนนี้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ของพวกนายทุกคนเปิดใช้ระบบถ่ายทอดสดอยู่ ฉะนั้นทุกการกระทำของพวกนายจะถูกเฝ้ามองและบันทึกเอาไว้ เพื่อนำไปให้เหล่าคณาจารย์ใช้พิจารณาประกอบการประเมินคะแนน”

 

_____“เอาล่ะ เริ่มเลย… จำเอาไว้ หากถูกโจมตีด้วยอาวุธของอีกฝ่าย พวกนายจะต้องถอนตัวออกมาจากการซ้อมรบในครั้งนี้ มิเช่นนั้นจะถูกปรับให้สอบตกทันที” ทันทีที่พูดจบประโยค ผู้คุมคนนี้ก็เดินออกไปยืนมองอยู่ด้านข้างและไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการซ้อมรบอีก

 

_____เหล่านักเรียนที่กำลังยืนเข้าแถวอยู่ต่างหันมามองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนจะพร้อมใจกันเบนสายตาไปทางรุ่นพี่ดีเจย์โดยอัตโนมัติ

 

_____แม้เจ้าหมอนี่จะเป็นที่เกลียดชังของทุกคนมาก ทว่าการที่อีกฝ่ายสามารถอยู่รอดจากการโดนรุมกระทืบมาจนถึงบัดนี้ได้ก็เป็นเพราะอีกฝ่ายแข็งแกร่งมากเช่นกัน ซึ่งในฐานะสหายร่วมรบแล้วนับว่า ดีเจย์เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย ฉะนั้นทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นี้จึงยอมรับให้ดีเจย์เป็นผู้บัญชาการของตน

 

_____ดีเจย์เกาจมูกของตนเล็กน้อย ก่อนจะเผลอเหลือบมองไปทางลั่วซิวเจ๋อ…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อสบสายตามองเขาด้วยรอยยิ้มจางๆบนใบหน้า อยู่ๆดีเจย์ก็รู้สึกเหมือนรอยแผลบนแผ่นอกของตนเจ็บแปลบขึ้นมาเสียอย่างนั้น…

 

_____รุ่นพี่ปีสี่คนหนึ่งเอ่ยปากเสนอให้ดีเจย์เป็นผู้บัญชาการของกองกำลังนี้ ซึ่งดีเจย์ก็ยังคงจ้องมองไปทางลั่วซิวเจ๋อครู่ใหญ่ และเมื่อรับรู้ว่า อีกฝ่ายไม่มีเจตนาที่จะแย่งชิงตำแหน่งนี้กับตนอย่างแน่นอน ดวงตาพลันทอประกายพราวระยับ ก่อนจะกลับมานิ่งสงบดังเดิม

 

_____แม้ทุกคนจะชิงชังในตัวดีเจย์มาก ทว่าในการทำภารกิจนั้น อีกฝ่ายก็ได้รับความไว้วางใจจากทุกคนมากเช่นกัน เพราะมีเขาอยู่ที่นี่ ทุกคนในที่นี้จึงเกิดความสามัคคีมากกว่ากองกำลังอื่นถึงหนึ่งส่วน

 

_____กองกำลังของเหล่านักเรียนที่อยู่ในจุดรวมพลอื่นนั้น เนื่องจากไม่มียอดฝีมืออย่างดีเจย์อยู่ จึงเกิดการโต้เถียงต่อสู้กันอย่างดุเดือด กว่าจะสามารถเลือกผู้บัญชาการของตนได้…

 

_____หลังจากส่งนักเรียนสามคนออกไปสำรวจภูมิประเทศของตำแหน่งที่เจ็ดแล้ว ดีเจย์ก็แบ่งคนที่เหลือออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกเขาจะเป็นผู้นำทัพด้วยตัวเองและรับหน้าที่กำจัดพวกโจรสลัดอวกาศที่ลาดตระเวนอยู่รอบนอกของตำแหน่งที่เจ็ด ในขณะที่อีกกลุ่มจะรับหน้าที่ช่วยเหลือตัวประกันและพาหลบหนีออกมาให้เร็วที่สุด

 

_____“ฉันไม่เห็นด้วย” รุ่นพี่ปีสี่คนหนึ่งค้านเสียงแข็งพลางจ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างรุนแรง

 

_____“หือ?” ดีเจย์เพียงเหลือบสายตามองอีกฝ่ายเล็กน้อยด้วยสีหน้าเย็นชา “ฉันไม่ได้กำลังขอความคิดเห็นจากแก พลทหาร! จำเอาไว้ ฉันเป็นผู้บัญชาการในศึกครั้งนี้ พวกแกมีหน้าที่ทำตามคำสั่งของฉันเท่านั้น เข้าใจหรือไม่!”

 

_____รุ่นพี่ผู้นี้ถึงกับเปลี่ยนสีหน้าทันที การถูกดีเจย์ด่าทออย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้ย่อมทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก

 

_____น่าเสียดายที่ดีเจย์ไม่ใช่คนที่สนใจสีหน้าของผู้อื่นอยู่แล้ว มิเช่นนั้นเขาคงไม่ถูกผู้อื่นเกลียดชังถึงเพียงนี้แน่… เขาไม่แยแสต่อสายตาที่จ้องเขม็งมาแม้แต่น้อย แถมยังกวาดสายตามองกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้า “จำเอาไว้ ฉันเป็นผู้บัญชาการที่พวกแกเลือกขึ้นมา ฉะนั้นเมื่อฉันรับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการ พวกแกก็ต้องทำตามคำสั่งของฉัน… ในสนามรบไม่ต้องการทหารที่ไม่เชื่อฟังคำสั่ง พวกแกสามารถเสนอความคิดเห็นได้ แต่ถ้าฉันตัดสินใจแล้ว พวกแกก็ต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น”

 

_____หลายคนถึงกับตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ… คำพูดของดีเจย์คือกฏหลักเพียงหนึ่งเดียวในกองทัพ ก่อนเข้าสู่สนามรบ คุณอาจพูดคุยหรือแนะนำสิ่งใดได้ ทว่าเมื่อหัวหน้าออกคำสั่ง คุณก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น มันคือหน้าที่ของทหาร!

 

_____รุ่นพี่คนนั้นกัดฟันกรอดพลางพยายามระงับโทสะของตนเอาไว้… เขายอมรับว่า เขาเอาชนะดีเจย์ไม่ได้ แต่ก็นึกไม่ถึงว่า ดีเจย์จะออกคำสั่งให้รุ่นน้องปีหนึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มของเขา นี่มันต้องการฉีกหน้าเขาชัดๆ

 

_____แต่ก็ถูกอย่างที่ดีเจย์พูด… ในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่ออีกฝ่ายกลายเป็นผู้บัญชาการ เขาก็ต้องทำตามคำสั่งของอีกฝ่าย มันเป็นกฎที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นหากเขามีความคิดเห็นเช่นไรต่อเรื่องนี้ ก็สามารถรายงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษาในภายหลังได้ ทว่าตอนนี้ ลั่วซิวเจ๋อคือผู้บัญชาการของกลุ่มเขา!

 

_____“ไปเถิด” ลั่วซิวเจ๋อทราบดีว่า ดีเจย์ไม่มีเจตนาที่ดีต่อตัวเขาอย่างแน่นอน อีกทั้งการใช้แผนมุ่งร้ายซึ่งๆหน้าเช่นนี้ก็ไม่ทำให้ลั่วซิวเจ๋อหวาดกลัวต่อแรงกดดันนี้เลยแม้แต่น้อย

 

_____นอกจากตัวเขากับฉีหนานแล้ว สมาชิกในกลุ่มของเขาล้วนเป็นรุ่นพี่ปีสองขึ้นไปทั้งสิ้น การออกคำสั่งให้รุ่นน้องปีหนึ่งเช่นเขาขึ้นเป็นหัวหน้าของกลุ่มรุ่นพี่เช่นนี้ย่อมทำให้พวกเขาไม่พอใจมากแน่นอน

 

_____ทว่าแผนการนี้ของดีเจย์นับว่าชาญฉลาดมาก… การช่วยเหลือตัวประกันคือภารกิจหลัก ฉะนั้นเขาจึงสามารถอ้างว่า รุ่นน้องอ่อนแอเกินไปจึงส่งรุ่นพี่ผู้เก่งกาจมาให้กับเขา อีกทั้งลั่วซิวเจ๋อเองก็เป็นยอดฝีมือระดับSคู่  ฉะนั้นเรื่องรับผิดชอบต่อหน้าที่ในฐานะหัวหน้ากลุ่มจึงไม่มีทางผิดพลาดอย่างแน่นอน

 

_____เมื่อทุกคนทราบถึงเหตุผล เขาก็ได้รับการชมเชยถึงการจัดกลุ่มอันชาญฉลาดและยังหลีกเลี่ยงการเสียกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่เคยหวาดกลัวต่อการถูกท้าทายใดๆแม้แต่น้อย แม้รุ่นพี่เหล่านี้จะไม่พอใจ ทว่าพวกเขาก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเขาตามกฏของกองทัพ นอกเสียจาก… เขาจะทำความผิดร้ายแรงบางอย่าง จนถูกถอดถอนออกจากการเป็นหัวหน้า ทว่า… ลั่วซิวเจ๋อจะพลาดท่าง่ายๆได้อย่างไรกัน?

 

_____หน่วยสำรวจสามคนที่ถูกส่งออกไปก่อนหน้านี้ได้เดินทางกลับมาพร้อมกับภาพสแกนแผนที่ของตำแหน่งที่เจ็ด ซึ่งนอกจากบางส่วนที่มีบาเรียระดับสูงปกคลุมอยู่แล้ว บริเวณโดยรอบล้วนถูกเปิดเผยออกมาสู่สายตาของพวกเขาทั้งหมด

 

_____“ลั่วซิวเจ๋อ พวกนายล่วงหน้าไปยังจุดที่หนึ่ง, สาม และสองก่อน… คอยลอบสังเกตการณ์พร้อมกับค้นหาสถานที่ที่ใช้คุมขังตัวประกันเอาไว้ ถ้ามีโอกาสก็สามารถดำเนินการช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้เลย ทว่าหากการเฝ้าระวังของอีกฝ่ายรัดกุมและแน่นหนามากเกินไป นายจะรอพวกฉันที่จะจัดการทางฝั่งนี้ให้เสร็จก่อนแล้วจะตามไปสมทบทีหลังก็ได้”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินนำสมาชิกคนอื่นออกไป เพื่อมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่เจ็ดทันที

 

_____ดีเจย์จ้องมองเขาครู่ใหญ่ ก่อนจะหันกลับมาตั้งสมาธิกับแผนที่ตรงหน้าอีกครั้ง เวลานี้เขามีสมาชิกอยู่ในมือเกือบหนึ่งร้อยคน… หลังจากแบ่งออกไปสิบกว่าคน ก็ยังมีกำลังคนเหลืออยู่ประมาณแปดสิบคน การที่จะลอบพากำลังคนมากขนาดนี้เข้าไปยังตำแหน่งที่เจ็ดอย่างไร้ร่องรอยช่างเป็นเรื่องที่ยากเสียจริง… หากแบ่งกำลังคนออกไปอีก ก็เกรงว่าจะถูกศัตรูโจมตีได้

 

_____อันที่จริงพวกโจรสลัดอวกาศทั้งหมดคงเป็นคนที่พวกอาจารย์ที่ปรึกษาส่งมาอย่างแน่นอน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกจิ้งจอกเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์พวกนั้น หากเขาปล่อยให้รุ่นน้องบุกโจมตีสุ่มสี่สุ่มห้าล่ะก็ ย่อมพังพินาศย่อยยับทั้งกลุ่มแน่นอน

 

_____โดยเฉพาะพวกน้องใหม่พวกนั้นที่มีเวลาฝึกฝนเพียงสองเดือนและยังไม่เคยได้สัมผัสกับบทเรียนที่แท้จริงเลย… ไม่จำเป็นต้องมองไกลตัว ยกตัวอย่างเช่นอุปกรณ์และอาวุธที่ผู้คุมคนนั้นนำมาให้เมื่อสักครู่นี้ รุ่นน้องส่วนใหญ่ยังใช้อาวุธเหล่านั้นไม่เป็นด้วยซ้ำ ฉะนั้นรุ่นน้องปีหนึ่ง… นอกจากลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานแล้ว… ส่วนใหญ่จะรับหน้าที่เป็นแค่พลทหารราบธรรมดา มีเพียงรุ่นพี่ชั้นปีสูงเท่านั้นที่จะได้รับหน้าที่สำคัญในสงครามครั้งนี้

 

_____ดีเจย์พยายามครุ่นคิดอย่างหนักถึงวิธีกำจัดพวกโจรสลัดอวกาศที่เดินเตร่ลาดตระเวนอยู่รอบนอกให้เร็วที่สุด เขาไม่เป็นห่วงลั่วซิวเจ๋อแม้แต่น้อย ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นยอดฝีมือผู้เล่นงานรุ่นพี่ในสาขาซะอยู่หมัด… ถ้าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังทำไม่ได้ ไม่สู้รีบกลับบ้านไปให้กำเนิดทายาทหรือ อย่างน้อยก็ยังถ่ายทอดยีนอันแสนสมบูรณ์แบบนั้นให้สืบต่อไปยังคนรุ่นหลังได้…