0 Views

บทที่ 63

 

_____แอนดี้พลันตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ “เอ่อ… เมื่อครู่คุณบอกว่า… ฉีหนานเป็น…”

 

_____“คู่หมั้น… ถูกต้องแล้ว นายน่าจะเคยได้ยินเรื่องของฉันมาก่อน” ลั่วซิวเจ๋อไม่ชื่นชอบการเล่นกับความรู้สึกของผู้อื่นนัก ฉะนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะทำลายความรักครั้งแรกอันแสนบริสุทธิ์ที่เพิ่งเบ่งบานของเด็กหนุ่มคนนี้เสียตั้งแต่เนิ่นๆ

 

_____แอนดี้พยักหน้ารับด้วยสีหน้าสิ้นหวัง “ใช่ ผมเคยได้ยินเรื่องของคุณ… ไม่สิ พวกเราทุกคนเคยได้ยินว่า ฉีหนานมีคู่หมั้นแล้ว แต่ไม่รู้ว่า… ช้าก่อน คุณพูดว่าคุณชื่ออะไรนะ?”

 

_____แอนดี้ถึงกับเบิกตาโพลงทันที  เขาได้ยินไม่ผิดสินะ ลั่วซิวเจ๋อ? จำได้ว่า คนผู้นั้นคือยอดฝีมือที่สามารถต่อกรกับรุ่นพี่ของสาขาบัญชาการกองทัพด้วยตัวคนเดียวในงานต้อนรับนักเรียนใหม่มิใช่หรือ? เป็นเขานั่นเอง!!!

 

_____ลั่วซิวเจ๋ออมยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ความคิดของแอนดี้ฉายชัดออกมาทางแววตาของเจ้าตัวจนเขาสามารถรับรู้ได้อย่างง่ายดาย…

 

_____แม้บุปผาแห่งรักแรกจะร่วงโรยไปแล้ว ทว่าความรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาที่เขามีต่ออีกฝ่ายกลับทำให้แอนดี้ตื่นเต้นยินดีสุดขีดจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก

 

_____“ที่แท้คุณก็คือลั่วซิวเจ๋อ… ช่างวิเศษเหลือเกิน! ผมพยายามหาโอกาสไปทำความรู้จักกับคุณสักครั้งมาโดยตลอด… ผมชื่อ แอนดี้ เวสทอร์ เป็นเพื่อนสนิทของฉีหนาน… คุณคงไม่รู้ว่า ฉีหนานถูกรุ่นพี่ดีเจย์พาตัวออกไปแล้ว น่าจะไปที่ห้องฝึกซ้อม ผมจะเป็นคนพาคุณไปเอง”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นแอนดี้เข้าโหมดแฟนคลับภายในวินาทีเดียว… เขาทราบดีว่า ผลการต่อสู้ในงานต้อนรับนักเรียนใหม่ในครั้งนั้นของเขาสร้างความประทับใจให้กับเพื่อนนักเรียนไม่น้อย แต่ก็ไม่นึกว่าเขาจะมีแฟนคลับเช่นกัน แถมยังเป็นแฟนคลับที่คลั่งไคล้ในตัวเขามากเสียด้วย…

 

_____“เอ่อ… นั่น…” เมื่อแอนดี้มองเห็นรอยยิ้มของลั่วซิวเจ๋อ เขาพลันรู้สึกตัวทันทีว่า เมื่อครู่ตนพูดอะไรออกไปบ้าง เขารีบอธิบายด้วยใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างร้อนรนว่า “โปรดอย่าเข้าใจผิด… ฉีหนานกับรุ่นพี่ดีเจย์ไม่ได้เป็นอะไรกัน แม้รุ่นพี่ดีเจย์จะพยายามตามจีบเขา แต่ฉีหนานก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ มีคนกำลังตามจีบฉีหนาน?

 

_____เขาโค้งมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงนัยน์ตาของเขา… ฉีหนานเป็นว่าที่คู่ชีวิตที่เขาหมายตาเอาไว้ การกระทำใดๆที่เจตนาจะช่วงชิงคนของเขาไปล้วนเป็นการท้าทายและหยามเกียรติของเขาทั้งสิ้น!

 

_____ศัตรูที่จะต้องกำจัดให้สิ้นซาก!

 

_____ใบหน้าของลั่วซิวเจ๋อประดับด้วยรอยยิ้มเบาบาง ขณะนึกหมายมาดอยู่ในใจ “ขอบคุณที่ช่วยบอกข่าวกับฉัน รบกวนนายช่วยพาฉันไปที่ห้องฝึกซ้อมของพวกนายได้หรือไม่?”

 

_____“ได้อยู่แล้ว!” แอนดี้ตื่นเต้นยินดีสุดขีดจนแทบจะหัวใจวายพลางรีบโกยข้าวของของตนยัดลงไปในกระเป๋าเป้ของตน ก่อนจะเหวี่ยงขึ้นไปสะพายบนบ่าและรีบเดินออกไปจากห้องเรียนทันที

 

_____ห้องฝึกซ้อมอยู่ไม่ไกลจากห้องเรียนนัก แอนดี้พาลั่วซิวเจ๋อเดินไปเพียงไม่กี่นาทีก็มองเห็นประตูหลักของห้องฝึกซ้อมแห่งสาขาการต่อสู้แล้ว

 

_____ขณะใช้อุปกรณ์ตรวจสอบการใช้ห้องฝึกซ้อมที่ประตูทางเข้านั้น แอนดี้หาเลขห้องฝึกซ้อมที่ฉีหนานเปิดใช้ไม่พบ เมื่อลองนิ่งคิดครู่หนึ่ง จึงกรอกชื่อของรุ่นพี่ดีเจย์ลงไป…

 

_____“เอ่อ… พวกเขาอยู่ที่ห้องฝึกซ้อมหมายเลข 1365” แอนดี้รู้สึกลังเลใจขึ้นมาอย่างประหลาด ทั้งๆที่เขาแค่พาคู่หมั้นของฉีหนานมาหาฉีหนาน แต่เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองพาลั่วซิวเจ๋อบุกมาจับตัวชู้รักก็ไม่ปาน

 

_____“ลำบากนายแล้ว” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “ขอบคุณที่นายพาฉันมาถึงที่นี่”

 

_____แอนดี้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก… หมายความว่า เขาออกไปได้แล้วหรือ? ใช่ไหม? ใช่ไหม?

 

_____แต่… จะให้ทอดทิ้งฉีหนานเช่นนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจเลย… เพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมแห่งความรักที่อาจเกิดขึ้น เขาตามอีกฝ่ายไปด้วยน่าจะดีกว่า…

 

_____“ไม่ต้องเกรงใจหรอก… เอ่อ ผมพาคุณเข้าไปดีกว่า” แอนดี้พูดด้วยสีหน้าจืดเจื่อน…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อส่งยิ้มให้ราวกับตอบรับความปรารถนาดีของอีกฝ่าย ทำให้แอนดี้ขยับขึ้นมาเดินนำทางให้อีกฝ่ายอีกครั้ง…

 

_____“คือว่า…” ขณะที่พวกเขาอยู่ในลิฟต์ แอนดี้นึกอยากเอ่ยแก้ต่างให้ฉีหนาน ทว่าเมื่อลองคิดดูอีกครั้ง อันที่จริงเป็นเพราะรุ่นพี่ดีเจย์พยายามตามจีบฉีหนาน แต่ตัวฉีหนานเองก็ไม่ได้มีท่าทียินดีกับสิ่งนั้นเลย… อีกทั้งถ้าหากคำพูดแก้ต่างของเขาไปทำให้ลั่วซิวเจ๋อเข้าใจฉีหนานผิดขึ้นมาล่ะก็ จะทำเช่นไรเล่า?

 

_____เขาเองก็เป็นคนมีมโนธรรม… ต่อให้ชอบลั่วซิวเจ๋อมากแค่ไหนแต่เขาก็ไม่อาจทำเรื่องที่เป็นการแทงข้างหลังฉีหนานได้อย่างเด็ดขาด… แน่นอนว่า หากฉีหนานแยกทางกับลั่วซิวเจ๋อขึ้นมาจริงๆล่ะก็ เขาคงต้องไปตามจีบอีกฝ่ายอยู่แล้ว…

 

_____“เอ่อ…” แอนดี้ถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้างกับภาพเหตุการณ์ภายในห้องฝึกซ้อมที่เขามองเห็นผ่านหน้าต่างบานนี้ เขาเคยคาดเดาถึงวิธีการที่รุ่นพี่ดีเจย์ใช้จีบฉีหนานไว้หลายรูปแบบ แต่… การซ้อมคนที่ตัวเองหลงรักราวกับกระสอบทรายเช่นนี้มันไม่แปลกเกินไปหรือ? พี่ต้องการจีบฉีหนานจริงๆหรือ?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาลงส่อแววอันตราย ขณะจ้องมองฉีหนานกำลังถูกดีเจย์กลั่นแกล้งจนตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด

 

_____“เรื่องนี้…” แอนดี้ถึงกับยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อเย็นเยียบบนหน้าผากของตน เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะพูดเช่นไรดี… ใจหนึ่งก็อยากปลีกตัวจากไป ทว่าจิตวิญญาณแห่งเจ้าพ่อข่าวซุบซิบที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจของเขากลับร้องตะโกนกู่ก้องอย่างหนัก ทำให้ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อาจก้าวขาเดินจากไปได้…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตนเปิดประตูห้องฝึกซ้อมด้วยสีหน้าเย็นเยียบ ขณะเดียวกันฉีหนานก็กำลังโดนหมัดตรงของดีเจย์พุ่งเข้าใส่ขากรรไกรล่าง ซึ่งฉีหนานได้แต่เบี่ยงหน้าหลบอย่างจนมุมเท่านั้น ทว่าถึงอย่างไรกำปั้นของอีกฝ่ายก็น่าจะยังคงทิ้งรอยแผลเอาไว้บนขากรรไกรล่างของเขาหนึ่งรอยเป็นแน่…

 

_____“ปึง!”

 

_____การโจมตีของดีเจย์ถูกเรียวแขนขาวผ่องข้างหนึ่งหยุดเอาไว้… ดีเจย์ค่อยๆเลื่อนสายตามองไปตามเรียวแขนขาวขึ้นไปด้วยความสนใจ จนกระทั่งใบหน้าอันงดงามสมบูรณ์แบบของลั่วซิวเจ๋อขยับเข้ามาอยู่ในสายตาของเขา…

 

_____เขาดึงมือกลับมาพลางฉีกยิ้มกลบเกลื่อนความสับสนวุ่นวายที่วิ่งอยู่ในหัว… เขาย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงอันโด่งดังของลั่วซิวเจ๋อแน่นอน… ยอดฝีมือระดับSคู่… ลูกศิษย์คนโปรดของศาสตราจารย์หมิ่น… เพียงแค่ครึ่งเทอม ชื่อเสียงของลั่วซิวเจ๋อผู้นี้ก็โด่งดังไม่ด้อยกว่าเขาเลย และอาจจะมีโอกาสเหนือกว่าเขาอีกด้วย…

 

_____เพียงแต่ลั่วซิวเจ๋อผู้นี้มีนิสัยเก็บตัวไม่น้อย นอกจากการโชว์ความสามารถอันเหนือล้ำให้เป็นที่ประจักษ์ในงานต้อนรับนักเรียนใหม่ในครั้งนั้นแล้ว อีกฝ่ายแทบจะไม่สุงสิงกับเพื่อนร่วมห้องคนอื่นเลย

 

_____“ได้รับบาดเจ็บหรือไม่?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

 

_____ฉีหนานรู้สึกเหมือนใบหน้าร้อนวูบด้วยความเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะรีบส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว

 

_____แววตาของลั่วซิวเจ๋อพลันขุ่นมัวมากขึ้นพลางยื่นมือออกไปเชยปลายคางของอีกฝ่ายขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะใช้ปลายนิ้วสัมผัสที่ปากแผลบริเวณคางของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา “ไม่ได้รับบาดเจ็บ? งั้นนี่คืออะไร?”

 

_____ริมฝีปากของฉีหนานขยับเล็กน้อย เขาอยากบอกเหลือเกินว่า บาดแผลเล็กน้อยแค่นี้ไม่ถือว่าบาดเจ็บ… ทว่าเมื่อสบสายตาเข้ากับดวงตาสีครามอันลึกล้ำทว่าขุ่นมัวของลั่วซิวเจ๋อ เขาก็พูดอะไรไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว

 

_____“ข้าจำได้ว่า เคยบอกเจ้าแล้ว… ทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้า… รวมถึงร่างกายของตัวเจ้าเองล้วนเป็นของข้า ไม่ว่าใครก็ไม่อาจทำร้ายเจ้าได้” นิ้วเรียวของลั่วซิวเจ๋อเริ่มออกแรงบีบมากขึ้นจนคางของฉีหนานซีดขาวลง

 

_____ฉีหนานจ้องมองดวงหน้าของลั่วซิวเจ๋อครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกลำคอแห้งผากขึ้นมา จึงตวัดลิ้นเลียริมฝีปากของตน ทว่ากลับเผลอโดนบาดแผลที่มุมปากจนหลุดเสียงร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

_____ฉิบหายแล้ว…

 

_____แววตาของลั่วซิวเจ๋อพลันทอประกายเย็นยะเยือกมากขึ้นอีกหลายระดับ ฉีหนานถึงกับร้องลั่นในใจเพราะสังหรณ์ไม่ดี… ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ อยู่ๆก็รู้สึกเหมือนในหัวร้อนวูบและขยับเข้าไปจูบลั่วซิวเจ๋อทันที

 

_____ลั่วซิวเจ๋อ “…”

 

_____อันที่จริงก็ไม่อาจเรียกว่าจูบได้ ควรเรียกว่า ริมฝีปากของทั้งสองคนประกบเข้าหากันมากกว่า ทว่าสัมผัสอันอ่อนนุ่มชุ่มชื้นนี้ทำให้ฉีหนานลุ่มหลงจนเผลอใช้เรียวลิ้นไล้เลียริมฝีปากของอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณ

 

_____นัยน์ตาของลั่วซิวเจ๋อพลันปรากฏแสงสีเงินส่องสว่างขึ้นมาวูบหนึ่ง น่าเสียดายที่ครั้งนี้ฉีหนานมองไม่เห็นสิ่งนี้…

 

_____ดีเจย์ผู้กำลังยืนมองคู่รัก ‘ในตำนาน’ อยู่ด้านข้างด้วยความสนใจ เขาถึงกับมุมปากกระตุกราวกับอยากยิ้มแต่ยิ้มไม่ออกก็ไม่ปาน

 

_____“คือ…” หลังจากไล้เลียริมฝีปากของอีกฝ่ายอยู่ครู่ใหญ่ ฉีหนานถึงเพิ่งได้สติกลับมา… เขาพลันตัวแข็งทื่อไปทั้งร่างและรู้สึกเหมือนใบหน้าร้อนจัดจนแทบจะระเบิดได้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่า ทำไมถึงกล้าทำเรื่องเช่นนี้ได้…

 

_____“หืม?” แววตาอำมหิตที่เคยฉายชัดอยู่ในดวงตาของลั่วซิวเจ๋อเบาบางลงไปมาก แถมยังตวัดลิ้นเลียริมฝีปากของตนอย่างพึงพอใจอีกด้วย

 

_____เมื่อเห็นท่าทางนี้ของอีกฝ่าย ฉีหนานก็ยิ่งรู้สึกประหม่ามากขึ้นจนวางตัวไม่ถูกเลยทีเดียว

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกลับเป็นฝ่ายขยับเข้ามาใกล้และจุมพิตลงบนปลายจมูกของเขาอย่างแผ่วเบา “อย่าคิดว่า เรื่องนี้จะจบลงเพียงเท่านี้” พูดจบประโยคก็ดันร่างของฉีหนานไปอีกทาง ก่อนจะหันไปจ้องเขม็งใส่ดีเจย์ด้วยสายตาเย็นยะเยือก

 

_____ฉีหนานมัวแต่ช็อคตะลึงงันกับจุมพิตในครั้งนี้ของลั่วซิวเจ๋อราวกับยังไม่แน่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น… ก่อนจะโดนผลักไปอีกมุมหนึ่งด้วยสภาพเหม่อลอย เขามองเห็นลั่วซิวเจ๋อพูดคุยอะไรบางอย่างกับดีเจย์ หลังจากนั้น…

 

_____หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เปิดฉากการต่อสู้ทันที

 

_____ฉีหนานถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจระคนแปลกใจ เพราะขณะนี้ลั่วซิวเจ๋อได้จำลองสภาพการต่อสู้เมื่อครู่นี้ขึ้นมาอีกครั้ง… แน่นอนว่า ครั้งนี้ดีเจย์กลายเป็นหนูตัวน้อยที่ถูกแมวตัวนั้นกลั่นแกล้ง เมื่อเห็นเบ้าตาสีดำปี๋ขนาดใหญ่บนใบหน้าของอีกฝ่ายราวกับหมีแพนด้าแล้ว ฉีหนานถึงกับมุมปากสั่นระริก อืม… เขาไม่อยากยอมรับเลยว่า ตอนนี้เขารู้สึกสะใจมาก!

 

_____แอนดี้ผู้ยืนมองเหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ที่ประตูและถูกเมินอย่างสมบูรณ์แบบเองก็ไม่รู้ว่า ควรจะทำเช่นไรเหมือนกัน…

 

_____เขาเคยเลื่อมใสศรัทธารุ่นพี่ดีเจย์มากในฐานะรุ่นน้องปีหนึ่งคนหนึ่ง ทว่าผู้ที่กำลังถูกกลั่นแกล้งในขณะนี้กลับเป็นตัวรุ่นพี่ดีเจย์เองเสียได้…

 

_____แอนดี้เข้าใจผิดมาตลอดว่า ลั่วซิวเจ๋อเก่งกาจแค่ด้านกลยุทธ์ในการต่อสู้และการบัญชาการกองทัพเท่านั้น ทว่าตอนนี้ข่าวลือที่ว่า เขาเป็นยอดฝีมือระดับSคู่นั้น… ดูท่าจะเป็นเรื่องจริงเสียแล้ว อันที่จริงรุ่นพี่ดีเจย์เองก็เป็นยอดฝีมือระดับAคู่ ฉะนั้นการที่สามารถเล่นงานรุ่นพี่ดีเจย์ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ ย่อมมีแต่ยอดฝีมือระดับS คู่เท่านั้นที่จะทำได้มิใช่หรือ?

 

_____พลั่ก!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อตวัดเท้าถีบร่างของดีเจย์จนอีกฝ่ายกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับผนังห้องฝึกซ้อมเต็มแรง

 

_____ติ๊ด!

 

_____ทันใดนั้นสัญญาณเตือนภัยพลันส่งเสียงแหลมแสบแก้วหูไปทั่วบริเวณ ลั่วซิวเจ๋อมุ่นหัวคิ้วลงเล็กน้อย ก่อนจะยอมล้มเลิกความคิดที่จะสั่งสอนดีเจย์ต่ออีกสักรอบและรีบลากฉีหนานวิ่งออกไปจากตึกด้วยกัน

 

_____โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งมักจะมีการจำลองเหตุการณ์ซ้อมรบอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทุกครั้งขณะที่สัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ปฏิกิริยาของทุกคนจะถูกบันทึกเอาไว้เพื่อเพิ่มคะแนนให้กับนักเรียนทุกคน…

 

_____ทันทีที่สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในครั้งแรก ไม่ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่จะต้องรีบมายังจุดรวมพลที่กำหนดไว้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าใครมายังจุดรวมพลไม่ทันเวลา คนผู้นั้นจะถูกตัดสินให้เสียชีวิตทันที หาก ‘เสียชีวิต’ เกินสามครั้งล่ะก็… น่าเศร้านัก คุณอย่าได้คาดหวังถึงคะแนนในส่วนการซ้อมรบนี้อีกเลย…

 

_____“รีบไปเถิด” ก่อนจากไป ลั่วซิวเจ๋อไม่ลืมที่จะเอ่ยเรียกสติแอนดี้ผู้มีสีหน้าเหม่อลอยราวกับจมอยู่ในภวังค์โดยสมบูรณ์

 

_____“อา? โอ้… ใช่… ใช่ ต้องไปรวมตัว…” ท่าทางของแอนดี้ยังดูเหมือนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนัก

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่มีเวลามาสนใจอาการผิดปกติของแอนดี้อีก จึงรีบลากฉีหนานวิ่งสุดฝีเท้าไปยังจุดรวมพลทันที

 

_____ดีเจย์ที่ถูกลั่วซิวเจ๋อเตะกระเด็นเองก็พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นพลางจับแผงอกของตนแน่นด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว

 

_____เดิมทีเขาแค่สนใจเจ้าเด็กที่สามารถลอบโจมตีตัวเขาสำเร็จ แถมยังเกือบจะเอาชนะเขาได้ ก็เลยตั้งใจจะแหย่เล่น ใครจะไปรู้ว่า ด้านหลังของลูกแมวป่าตัวนั้นจะมีสัตว์ประหลาดกินคนตัวหนึ่งยืนเฝ้าอยู่เล่า… เขากดคลึงลงบนกระดูกซี่โครงอย่างแผ่วเบา “ซี๊ด…” ดีเจย์ถึงกับสูดลมหายใจเข้าด้วยความหนาวเหน็บ ลั่วซิวเจ๋อผู้นี้ลงมือได้อย่างเฉียบขาดและร้ายกาจยิ่งนัก ตอนที่ประมือกันเมื่อครู่ อีกฝ่ายน่าจะหัก… ไม่สิ ไม่ได้หัก…

 

_____แม้ดีเจย์จะรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน แต่เขาก็อดเผยรอยยิ้มฝืดเฝื่อนออกมาไม่ได้… เจ้าหมอนี่ขี้หวงเกินไปแล้ว เขาแค่แหย่ลูกแมวป่าของอีกฝ่ายเล่น ถึงกับทำซี่โครงของเขาร้าวไปสามซี่… แม้จะไม่หัก แต่ก็ไม่แตกต่างนัก…