0 Views

บทที่ 62

 

_____วันเวลาภายในรั้วโรงเรียนช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วยิ่งนัก รู้สึกตัวอีกที ฉีหนานก็พบว่า ตัวเองเข้ามาอยู่ในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งนานกว่าสองเดือนแล้ว

 

_____ในช่วงระยะเวลาสองเดือนนี้ เขายุ่งอยู่กับการฝึกฝนทั้งด้านร่างกายและพลังจิตระดับA อีกทั้งยังเจอกับบทเรียนอันหนักหน่วงแสนสาหัสจนแทบจะไม่รู้วันเวลาเลยทีเดียว…

 

_____“เอาล่ะ พรุ่งนี้จะเป็นวันสอบกลางภาคแล้ว ขอให้พวกนายทุกคนสอบผ่านไปได้ด้วยดี” คลาวด์ อาจารย์ที่ปรึกษารูปงามส่งเสียงหัวเราะเบาๆพลางส่งจูบมาให้นักเรียนทุกคน จนพวกเขาพากันสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจและจ้องมองคลาวด์ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกราวกับไก่ตื่นก็ไม่ปาน

 

_____ใช่ว่าไม่มีใครคิดจะไปจีบอาจารย์ที่ปรึกษาผู้ทรงเสน่ห์คนนี้ ทว่าหลังจากเหล่าผู้ที่พยายามตามจีบได้ออกเดทกับอีกฝ่ายเพียงครั้งเดียว ต่างก็พากันล้มเลิกความคิดนี้ทันที… แม้จะถามพวกเขาก็ไม่มีใครยอมพูดอะไรเลย ส่วนอาจารย์ผู้ทรงเสน่ห์และทำร้ายจิตใจของชายหนุ่มจำนวนนับไม่ถ้วน กลับยังคงให้ความรู้สึกลึกลับอย่างมีเสน่ห์เช่นเคย

 

_____บัดนี้อาจารย์ที่มักจะมีท่าทีเย็นชาและสูงศักดิ์กลับหัวเราะให้กับพวกเขา… นี่มันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าฟ้าถล่มดินทลายเสียอีก…

 

_____นักเรียนส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกสิ้นหวังกับการสอบในวันนี้เสียแล้ว หากการสอบไม่ยากมากล่ะก็ มีหรือที่อาจารย์ผู้นี้จะดูมีความสุขมากถึงเพียงนี้ได้?

 

_____“จบสิ้นแล้ว… การสอบในวันพรุ่งนี้จะต้องยากสุดโหดแน่เลย… ฉันชักรู้สึกอยากตายแล้ว…” นักเรียนร่างสูงคนหนึ่งนอนฟุบลงไปบนโต๊ะด้วยสีหน้าซีดเผือดราวกับศพก็ไม่ปาน

 

_____ฉีหนานหันไปมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ เจ้าหมอนี่เองก็เป็นหนึ่งในคนที่เคยออกเดทกับอาจารย์คลาวด์มาก่อน เขาเองก็ไม่รู้ว่า ตอนนั้นเจ้าหมอนี่ไปเจอกับอะไรมา ถึงได้ฝังใจและหวาดกลัวอาจารย์คลาวด์มากถึงขนาดนี้…

 

_____“ฉีหนาน!” ที่ประตูห้องเรียนของเขาบัดนี้มีร่างของบุรุษรูปงามหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่งยืนรออยู่…

 

_____ฉีหนานถึงกับตัวแข็งทื่อพลางนึกอยากยกมือขึ้นมาปิดหน้าอย่างฉับพลัน

 

_____“มาสิ เสี่ยวหนานหนาน… พวกเราไปฝึกกันเถิด!” บุรุษรูปหล่อจ้องมองฉีหนานด้วยสายตาพราวระยับพลางโบกมือเรียกเขาไม่หยุด ราวกับกลัวว่าตนจะถูกเขาเมินเหลือเกิน…

 

_____“ฮิ้ววว…”

 

_____ภายในห้องเรียนพลันดังกึกก้องไปด้วยเสียงโห่ร้องแซวและเสียงหัวเราะร่าไม่หยุด ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่ต่างหันมามองฉีหนานด้วยสายตาล้อเลียน…

 

_____สีหน้าของฉีหนานพลันฉายแววเคร่งเครียด… ในฐานะนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง พลังของฉีหนานนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว แม้จะไม่ใช่อันดับหนึ่งของชั้นปี แต่ก็อยู่ในอันดับที่ห้าหรือหกได้ไม่ยาก… ยิ่งเขามีนิสัยร่าเริงและเป็นกันเองจึงสามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนทุกคนได้อย่างง่ายดาย อาจกล่าวว่า เขาเป็นที่รักของเพื่อนร่วมห้องเลยก็ว่าได้…

 

_____แต่น่าเสียดายที่ความเป็นที่รักนี้ทำให้เขาต้องพบกับปัญหาเล็กน้อยบางอย่าง นั่นก็คือ มีเจ้าพวกชอบแซวเขาเยอะมาก… จน… ให้ตายเถิด เจ้าพวกงั่งตะโกนเสียงดังขนาดนี้อยากให้เพดานห้องถล่มลงมาหรือไร!

 

_____“ผมเคยบอกกับพี่แล้วไม่ใช่หรือ” ฉีหนานมองรุ่นพี่รูปหล่อคนนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า ดีเจย์ คลิฟฟอร์ดจอมแปรปรวนของโรงเรียนจะมีนิสัยดื้อรั้นและช่างตื้อขนาดนี้…

 

_____ดีเจย์คลี่ยิ้มน้อยๆพลางจงใจใช้คำพูดและน้ำเสียงแฝงความนัยบางอย่าง “แน่นอนว่า มันยังไม่จบ ก็พี่อยากจะ… นายก็น่าจะรู้นะ”

 

_____“ฮิ้ววว…” เพื่อนร่วมห้องต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องแซวอีกครั้ง ในสายตาของพวกเขา รุ่นพี่ดีเจย์ผู้นี้กำลังตามจีบเพื่อนร่วมห้องของพวกเขาอยู่… แม้คนที่สามารถสอบเข้าโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งมักจะเป็นคนที่ได้รับสิทธิ์ในการเลือกชาวเงือกมาเป็นของตนกันทั้งนั้น ทว่ามักจะมีคนบางกลุ่มที่ชื่นชอบบุรุษมากกว่าชาวเงือก ดูท่าว่า รุ่นพี่ดีเจย์ผู้นี้เองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน…

 

_____ฉีหนานลอบเบ้หน้าแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่าย… เขาทราบดีว่า ตนกับรุ่นพี่ดีเจย์คนนี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งใดๆต่อกันเลย และรู้ถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายคอยตามราวีเขาอยู่เช่นนี้ ก็เป็นเพราะต้องการตีสนิทกับลั่วซิวเจ๋อ

 

_____ข่าวคราวของยอดฝีมือระดับSคู่ยังถูกเก็บเป็นความลับสำหรับนักเรียนธรรมดา ทว่ากับพวกตระกูลใหญ่ที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงนั้น มันไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด…

 

_____ทว่าเพราะการปกป้องนักเรียนของทางโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง ทำให้ไม่มีตระกูลใดกล้าสอดมือเข้ามาวุ่นวายภายในโรงเรียนได้ ฉะนั้นพวกเขาจึงได้แต่พึ่งพาลูกหลานของตนเข้าไปตีสนิทกับอีกฝ่ายอย่างแนบเนียนเท่านั้น…

 

_____เขาทราบดีว่า ก่อนหน้านี้ลั่วซิวเจ๋อเพิ่งจะปฏิเสธคำเชิญของเหล่าตระกูลใหญ่อย่างน้อยยี่สิบตระกูลไป เพียงแต่เขานึกไม่ถึงว่า รุ่นพี่ดีเจย์เองก็ปรากฏตัวมาตรงหน้าเขาเช่นกัน อีกทั้งยังคิดจะตีสนิทกับลั่วซิวเจ๋อผ่านทางเขาอีก…

 

_____ในสายตาของเขา ตระกูลคลิฟฟอร์ดเองก็มีลูกหลานที่เก่งกาจไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่นพลตรีเฉิง หรือตัวดีเจย์เอง….  ทั้งสองคนล้วนมีพรสวรรค์อันโดดเด่นเหนือมนุษย์ ขอเพียงมีพวกเขาทั้งสองคนอยู่ ภายในห้าสิบปีนี้ ตระกูลคลิฟฟอร์ดไม่จำเป็นต้องเชื้อเชิญใครเข้ามาอีกอย่างแน่นอน…

 

_____อีกทั้งทรัพยากรภายในตระกูลย่อมมีขีดจำกัด หากพวกเขาเชื้อเชิญลั่วซิวเจ๋อเข้ามาในตระกูลล่ะก็ ทรัพยากรเหล่านั้นย่อมต้องมอบให้กับลั่วซิวเจ๋อผู้เป็นยอดฝีมือระดับSคู่มากกว่าผู้อื่น ซึ่งไม่ใช่ข่าวดีสำหรับดีเจย์อย่างแน่นอน…

 

_____ดีเจย์ขยิบตาส่งให้เขาอย่างมีเลศนัย “ทำไมนายถึงไม่เชื่อว่า พี่สนใจนายจริงๆเล่า?” เขาจงใจเอียงศีรษะน้อยๆด้วยท่าทางน่ารัก

 

_____ฉีหนานจ้องมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก เพราะเขาเคยชินกับการแสดงระดับนักแสดงนำยอดเยี่ยมของลั่วซิวเจ๋อ… คุ้นเคยกับท่าทีเขินอาย มีเสน่ห์หรือสง่างามทุกรูปแบบ… (ล้วนเป็นมารยาที่ลั่วซิวเจ๋อใช้เพียงผู้เดียว!) ฉะนั้นเมื่อเห็นรุ่นพี่ดีเจย์ผู้มีทักษะด้านการแสดงอยู่ในระดับดีเท่านั้น จึงยากนักที่จะคล้อยตามอีกฝ่าย…

 

_____“เฮ้อ เอาเถิด” ดีเจย์ถอนหายใจออกมาราวกับจนใจ ทว่าสีหน้ายังคงฉายแววอ่อนโยนด้วยความรัก “ที่นี่คงไม่เหมาะที่จะพูดคุยนัก พวกเราออกไปคุยกันที่อื่นดีหรือไม่?”

 

_____ฉีหนานพยักหน้ารับ ก่อนจะแบกกระเป๋าเป้ขึ้นหลังและยอมเดินตามออกไป… คล้อยหลังที่พวกเขาเดินจากไป ทั้งห้องพลันระเบิดไปด้วยเสียงพูดคุยดังกระหึ่มทันที… ทุกคนต่างพากันจับกลุ่มพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่รุ่นพี่ดีเจย์จะจีบฉีหนานสำเร็จ ซึ่งเมื่อเพื่อนร่วมห้องส่วนใหญ่พิจารณาจากความแข็งแกร่งและตระกูลของรุ่นพี่ดีเจย์แล้ว การที่ฉีหนานจะเสร็จอีกฝ่ายหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น ทว่ามีเพื่อนบางส่วนเคยได้ยินข่าวลือเรื่อง ‘คู่หมั้น’ ของฉีหนานมาบ้าง จึงไม่คิดเช่นนั้น…

 

_____“ว่าตามตรงฉีหนานมีคู่หมั้นแล้วหรือยัง? ฉันเคยได้ยินข่าวลือ แต่ยังไม่เคยเจอเขาเลย” นักเรียนคนหนึ่งเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ

 

_____“เราก็ไม่รู้เหมือนกัน… แต่ตอนที่เราเพิ่งเข้ามาในโรงเรียนได้ไม่นานก็เคยได้ยินข่าวลือนี้เหมือนกัน… ได้ยินว่าเป็นนักเรียนระดับหัวกะทิของสาขาบัญชาการกองทัพนะ”

 

_____“ไม่เอาน่า นักเรียนระดับหัวกะทิของสาขาบัญชาการกองทัพจะไม่สนใจเงือกสวยๆและหันมามองฉีหนานได้อย่างไรเล่า?” เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่ไม่ค่อยชอบใจฉีหนานแย้งกลับอย่างไม่เห็นด้วยทันที

 

_____“ฉีหนานแล้วยังไงเล่า? เขามีอะไรไม่ดีหรือไร? ในเมื่อรุ่นพี่ดีเจย์เองก็ชอบเขา ฉะนั้นการที่คู่หมั้นของเขาจะรักเขามากเช่นกันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ?” เพื่อนร่วมห้องที่เข้าข้างฉีหนานโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

 

_____“พวกแกพอได้แล้ว! ถึงจะซุบซิบนินทากันแล้วจะมีประโยชน์อันใด? เอาเวลานี้ไปฝึกหนักที่ลานฝึกซ้อมไม่ดีกว่าหรือไร” เพื่อนที่บ้าการต่อสู้เอ่ยขัดขึ้นมา

 

_____“ฉันว่า… ถึงพวกเราจะเถียงกันอย่างดุเดือดขนาดนี้ แต่สุดท้ายแล้ว… คู่หมั้นของฉีหนานผู้นี้มีอยู่จริงหรือไม่นะ? แล้วทำไมทุกคนถึงเคยได้ยินเรื่องของเขา แต่กลับไม่มีใครเคยเจอเขาเลย?”

 

_____ทุกคนต่างหันมามองหน้ากันเองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม แม้พวกเขาจะเคยได้ยินเรื่องนี้มานาน ทว่าตั้งแต่เปิดเรียนมา พวกเขาก็ยังไม่เคยเจอคู่หมั้นของฉีหนานมาก่อนจริงๆ… อืม ถ้าหากมีคู่หมั้นคนนั้นอยู่จริงๆล่ะก็ หมายความว่าพวกเขาไม่ได้พบหน้ากันมานานกว่าสองเดือนเลยหรือ? ความรักและความผูกพันไม่จืดจางลงหรือไร?

 

_____“นี่… พวกนายลืมกันไปหมดแล้วหรือไงว่า รุ่นพี่ดีเจย์ไม่เคยพูดออกมาว่า อยากจีบฉีหนานเลยสักครั้ง ทุกอย่างเป็นเรื่องที่พวกนายคิดกันไปเองทั้งนั้น” นักเรียนเจ้าของชื่อ ‘อีวาน’ ผู้นี้จ้องเขม็งไปยังพวกเพื่อนที่จับกลุ่มกันพูดคุยด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก เขามีเรือนร่างสูงโปร่งดูอรชรบอบบางไม่แพ้ชาวเงือกเหล่านั้นเลย ทว่าด้านพละกำลังนั้นนับว่าแข็งแกร่งและอาจหาญมาก มิเช่นนั้นคงไม่มีสิทธิ์ที่จะนั่งอยู่ในห้องเรียนแห่งนี้ได้…

 

_____“เฮ้ย… คิดว่าฉันเป็นใครกัน… นายคืออีวานไม่ใช่หรือ?” บุรุษร่างสูงคนหนึ่งแค่นเสียงหัวเราะเยียบเย็น… “เพราะพวกเรามีตาเลยมองปราดเดียวก็ดูออกแล้วว่า รุ่นพี่ดีเจย์กำลังตามจีบฉีหนานอยู่หรือไม่… อีกอย่างเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับนายเล่า? อ้อใช่… ฉันได้ยินมาว่า มีใครบางคนแอบชอบรุ่นพี่ดีเจย์มานาน ถึงขนาดพร่ำเพ้อขอแต่งงานกับอีกฝ่ายครั้งแล้วครั้งเล่า แต่น่าเสียดาย… ที่อีกฝ่ายรูปงามหน้าตาหล่อเหลาแถมยังมีฝีมือเก่งกาจเลยเมินใครบางคนมาโดยตลอด ฉะนั้นใครบางคนก็เลยรู้สึกอิจฉาริษยาฉีหนานจนตัวสั่นหรือไร?”

 

_____“แก!” อีวานถึงกับตบฝ่ามือลงบนโต๊ะเต็มแรงพลางจ้องเขม็งไปยังร่างของเพื่อนร่วมห้องคนนั้นด้วยสายตาดุดันและโกรธจัด “แอนดี้ เวสทอร์!”

 

_____“ฉันเอง” แอนดี้ทำท่าแคะขี้หูราวกับต้องการกวนประสาทอีกฝ่าย “ฉันไม่ได้หูหนวก นายไม่ต้องเรียกชื่อฉันเสียงดังขนาดนั้นก็ได้”

 

_____“แก!” อีวานกัดริมฝีปากล่างพลางส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นให้กับแอนดี้…

 

_____แอนดี้แค่เหลือบสายตามองเขาอย่างไม่ใส่ใจ อันที่จริงตระกูลโลตรองของอีวานนับว่ารุ่งโรจน์ไม่น้อย น่าเสียดายที่อีวานเป็นคนในตระกูลสาขา… แม้ตระกูลเวสทอร์ของพวกเขาจะด้อยกว่าตระกูลโลตรองอยู่บ้าง แต่เขาเป็นทายาททื่สืบสายเลือดตระกูลหลัก อีกทั้งตัวเขายังแข็งแกร่งกว่าอีวานหลายขั้น ฉะนั้นเขาจึงไม่กลัวท่าทีมุ่งร้ายของอีวานแม้แต่น้อย

 

_____“ชิ!” อีวานจึงได้แต่เดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากห้องเรียนด้วยความโกรธจัด ซึ่งเพื่อนร่วมห้องบางคนมีท่าทีกังวลปนกระสับกระส่าย บางคนก็ไม่คิดจะสนใจแม้แต่น้อย… แม้ว่าภายในรั้วโรงเรียนแห่งนี้ทุกคนจะมีฐานะเท่าเทียมกัน ทว่าความยิ่งใหญ่ของตระกูลเหล่านั้นยังคงมีผลต่อทัศนคติของนักเรียนอยู่ดี…

 

_____ยกตัวอย่างเช่นการที่แอนดี้ไม่ลังเลที่จะพูดจากวนโทสะใส่อีวานแม้แต่น้อย แต่พวกคนในตระกูลที่ด้อยกว่าอีวานนั้นกลับต้องระวังคำพูดและท่าทีของตนมากเป็นพิเศษ ถ้าหากเผลอล่วงเกินอีกฝ่ายล่ะก็ แม้จะไม่ถึงแก่ชีวิตของตน แต่ก็ไม่อาจรับรองได้ว่าตระกูลของตนที่อยู่นอกโรงเรียนจะไม่ถูกเล่นงานจนย่อยยับ…

 

_____“ช่างเถิด อย่าไปสนใจเจ้าคนน่าเบื่อนั่นเลย พวกเรามาคุยเรื่องรุ่นพี่ดีเจย์กับฉีหนานกันต่อเถิด… อา ใช่… ยังมีคู่หมั้นในตำนานคนนั้นอีก…” แอนดี้ยังคงให้ความสนใจกับเรื่องข่าวซุบซิบนี้มากกว่า

 

_____น่าเสียดายที่การทะเลาะวิวาทเล็กๆเมื่อครู่ ทำให้เพื่อนคนอื่นหมดความสนใจต่อเรื่องของฉีหนาน จึงเอ่ยบอกลาเล็กน้อยและเริ่มแยกย้ายกันเดินออกไป…

 

_____“น่าเบื่อชะมัด” แอนดี้ถึงกับเบ้ปากด้วยความเซ็ง แต่เขาก็ไม่นึกตำหนิเพื่อนร่วมห้องเหล่านี้ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะกล้าต่อกรกับตระกูลอันยิ่งใหญ่ของอีวานเหมือนเขา  เพื่อนคนอื่นล้วนมีตระกูลที่ต้องรับผิดชอบและดูแล ฉะนั้นการระวังตัวให้ดีจึงเป็นสิ่งที่พึงกระทำ…

 

_____หลังจากเพื่อนทุกคนแยกย้ายกันออกไป ห้องเรียนแห่งนี้พลันว่างเปล่าจนน่าวังเวงอย่างเห็นได้ชัด แอนดี้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางค่อยๆเก็บข้าวของของตนอย่างเกียจคร้าน

 

_____“สวัสดี… ขอถามหน่อย นายพอจะรู้หรือไม่ว่า ฉีหนานออกไปไหนแล้ว?” ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มนุ่มแสนอ่อนโยนดังขึ้นจากด้านหลังของเขา

 

_____ทันทีที่แอนดี้ได้ยินคำว่า ‘ฉีหนาน’ เพียงสองคำก็ถึงกับรีบหันขวับมามองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบกับชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหมดจดงดงามชวนให้ผู้คนตะลึงลานผู้หนึ่งยืนอยู่ที่ประตูห้องและกำลังส่งยิ้มหวานมาทางเขา

 

_____แอนดี้เผลออ้าปากค้างอย่างตะลึงงันกับภาพที่เห็น รู้สึกได้ถึงจังหวะของหัวใจที่เต้นระรัว รวมถึงความรู้สึกร้อนวูบบริเวณแก้มของตน… เขารีบสงบสติอารมณ์และเอ่ยถามด้วยเสียงเบาหวิวว่า “ไม่ทราบว่า คุณมาหาใครหรือ?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า… โอ้ หรือควรจะเรียกว่ากึ่งเด็กหนุ่มกึ่งชายหนุ่มดี? นักเรียนของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว แม้จะเพิ่งอายุสิบแปดปีก็ตาม… น่าเสียดายที่คำจำกัดความของวัยผู้ใหญ่ในเผ่ามนุษย์ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่อายุเพียงเท่านี้จะมีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่จริงๆ อย่างน้อยเจ้าเด็กที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ช่างน่ารักและไร้เดียงสาในสายตาของเขาเสียจริง

 

_____เขาคลี่ยิ้มบางเบา “ฉันมาหาฉีหนาน… ฉันเป็นคู่หมั้นของเขา ลั่วซิวเจ๋อ”

 

_____เพล้ง!

 

_____แอนดี้รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของตนแหลกสลายก็ไม่ปาน

 

_____ดอกไม้แห่งรักแรกพบที่กำลังเบ่งบานสะพรั่งอยู่ในใจพลันเหี่ยวเฉาลงภายในวินาทีเดียว….

—————————————