0 Views

บทที่ 6

______ฉีหนานเผลอจับปกเสื้อโดยไม่รู้ตัว ในฐานะร้อยตรีตัวเล็กๆคนหนึ่งนั้นการที่ต้องมายืนอยู่ท่ามกลางพวกยศระดับนายพันเช่นนี้ เขาย่อมรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล… แค่อยากจะมาหาเงือกน้อยแสนน่ารักและอ่อนโยน เขาก็ต้องมาเสี่ยงชีวิตเสียแล้ว! อย่างไรก็ตามเขาก็ยังมีสิ่งที่เหนือกว่าคือ อายุน้อยที่สุดไม่ใช่เหรอ!

 

______ถึงเขาจะโชคดีได้รับความดีความชอบอย่างมาก แต่ทว่า… ในนี้ใครรู้บ้างเล่า? การแอบพานางเงือกกลับบ้านก็สมเหตุสมผล แต่หลังจากที่เขาตัดสินใจจะดูแลปกป้องเงือกน้อยอย่างดีแล้ว อะไรก็ไม่อาจทำให้เขารู้สึกแย่ได้!

 

______เมื่อตั้งมั่นในใจแล้ว ฉีหนานย่อมเมินสายตาหยั่งเชิงของทหารเหล่านั้นไปได้โดยง่าย…

 

______ในสายตาของเขาเหลือเพียงเงือกน้อยในท้องทะเลเท่านั้น… หัวหน้าเหรอ? แล้วยังไง… เขาทำให้เราแต่งงานกับภรรยาได้หรือไง?

 

______“เอ๋… ร้อยตรีสามารถเข้ามาในนี้ได้ด้วยหรือ? เด็กคนนี้คงจะมีฝีมือกระมัง” เสียงหัวเราะที่น่าลุ่มหลงอย่างร้ายกาจดังขึ้นจากทหารพันตรีคนหนึ่งที่กำลังอุ้มนางเงือกหางสีเงินอยู่… เขาพูดคุยเสียงต่ำกับผู้ช่วยคนสนิทที่อยู่ข้างกาย…

 

______ทหารผู้ช่วยที่ดูจริงจังคนนั้นเหลือบมองฉีหนานแว่บหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “คุณชายซ่างกวาน โปรดอย่าสนใจคนไร้ค่าพรรค์นั้นเลยขอรับ… คุณท่านได้บอกแล้วว่า หากคุณยังหานางเงือกที่เหมาะสมกับคุณไม่ได้ ท่านอาจจะใช้อำนาจจัดการให้คุณนะขอรับ…”

 

______ใบหน้าของพันตรีที่ถูกเรียกว่า ‘คุณชายซ่างกวาน’ ก็บึ้งตึงทันที… “ฉันบอกว่ายังไง อ้ายเซิน! นายเป็นคนสนิทของฉันหรือพ่อฉันกันแน่?”

 

______เขายังพูดด้วยใบหน้าจริงจังอย่างเรียบเฉยว่า “แน่นอนว่า ผมเป็นคนสนิทของคุณ และในฐานะที่เป็นคนสนิทของคุณ ผมจึงมีหน้าที่คอยเตือนสติคุณว่า การสืบทอดวงศ์ตระกูลเป็นหน้าที่ของคุณ… คุณชายซ่างกวาน… กรุณาอย่าหาข้ออ้างใดๆเลยนะขอรับ”

 

______คุณชายซ่างกวานคลี่ยิ้มโหดร้ายพลางออกแรงบีบต้นแขนของนางเงือกในอ้อมอกเล็กน้อย… “นายดูสิ นี่ก็ไม่ใช่ความผิดฉันนะ… เงือกน้อยน่ารักพวกนี้ไม่ชอบฉัน ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงดี… ทั้งๆที่ฉันก็ออกจะหล่อเหลาไม่ใช่เหรอ?” พูดไป เขาก็จงใจเชยคางของนางเงือกในอ้อมแขนขึ้นมา…

 

______เงือกหางสีเงินตัวนั้นก้มหน้าตลอด พอโดนบังคับเชยคางขึ้นมาก็ต้องกลืนน้ำลายและยอมเผยใบหน้าที่ค่อนข้างหวานหยดย้อย… น่าเสียดายที่ดวงตากลมโตของนางเงือกเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แถมฟันยังกระตุกสั่นไม่ยอมหยุดจนเกิดเสียง… เมื่อโดนซ่างกวานเห็นหน้า ดวงตาคู่นั้นก็พลันเหลือกขึ้นหมดสติไปทันที…

 

______ซ่างกวานจ้ง “…”

 

______อ้ายเซิน “…”

 

______“นายดูสิ มันไม่เกี่ยวกับฉันจริงๆ… ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย” ซ่างกวานจ้งทำหน้าซื่อพลางโบกมือไปมาราวกับเป็นผู้บริสุทธิ์…

 

______ใบหน้าของอ้ายเซินกระตุกเล็กน้อยพลางหันไปใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของสถานดูแลเงือกอย่างเงียบงัน เพียงครู่เดียวก็มีเจ้าหน้าที่สวมชุดพนักงานสีฟ้าสองนายเดินมายังข้างกายของซ่างกวานจ้ง และอุ้มนางเงือกหางสีเงินไปวางบนเปลอย่างระมัดระวัง… ก่อนจะเดินจากไป มีพนักงานคนหนึ่งหันมามองซ่างกวานจ้งด้วยสายตาโกรธแค้นแว่บหนึ่งและเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างว่า “พันตรีซ่างกวาน นี่เป็นนางเงือกตนที่4แล้วที่หมดสติในอ้อมแขนของท่าน ถ้าหากยังมีอีกครั้งเดียว ท่านจะถูกยกเลิกสิทธิ์การเข้ามายังสถานดูแลเงือกแห่งนี้! พวกเงือกนั้นอ่อนแอและเปราะบางมาก ถ้าท่านไม่สามารถรักษาให้ดี ก็ควรให้คนที่เข้าแถวรออยู่ได้หาคู่ของพวกเขา!”

 

______พูดจบก็เดินจากไปอย่างไม่พอใจ ทิ้งให้ซ่างกวานจ้งทำหน้าหดหู่…  ‘ไอ้คนหลอกลวง… ก็เห็นๆอยู่ว่า เขาไม่ได้ทำอะไรเลย  เขาเองก็ไม่รู้ว่า ทำไมพอนางเงือกพวกนั้นเห็นหน้าเขาแล้วถึงทำหน้าเหมือนเห็นผีกัน!’

 

______อ้ายเซินอดยกมือขึ้นนวดขมับไม่ได้… “คุณชายซ่างกวาน ผมคงต้องรายงานเรื่องวันนี้ไปตามความจริง หวังว่าท่านจะสามารถอธิบายกับคุณท่านได้นะขอรับ…” เอ่ยจบก็หมุนตัวเดินจากไปทันที…

 

______“เฮ้ยๆ อ้ายเซิน นายทำแบบนี้ไม่ได้นะ! ฉันเป็นผู้บริสุทธิ์ นายก็เห็นไม่ใช่เหรอว่า ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!” ซ่างกวานจ้งรีบวิ่งไล่ตามไป เพื่อเกลี้ยกล่อมคนสนิทของตนไม่ให้รายงานเรื่องในวันนี้ออกไป…

 

______ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปล้วนสนใจเหตุการณ์ภายในนี้ รวมถึงฉีหนานด้วย แต่ก็ไม่มีใครใส่ใจนักเพราะไม่ใช่เรื่องของตนเอง… แท้จริงแล้ว เงือกภายในสถานดูแลเงือกนั้นมีจำกัด… ถ้ามีเวลาไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ไม่สู้เอาเวลามาคิดวิธีตามหานางเงือกที่ตนชื่นชอบดีกว่าหรือ…

 

______มีเพียงเงือกเจ้าของหางสีครามที่แอบพิงอยู่ที่แผ่นไม้กระดานจับจ้องมองแผ่นหลังที่จากไปของซ่างกวานจ้ง สีหน้าฉายชัดถึงความอยากได้จนน้ำลายไหลพลางขบฟันเบาๆ… “รสชาติของปลาหมึกใต้ทะเลลึก… จุ๊จุ๊ ไม่ได้กินมานานเลย  อา… คิดถึงเหลือเกิน…”

 

______เขาบ่นกับตัวเองแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองฉีหนานที่กำลังเดินตรงเข้ามา มุมปากกระตุกรอยยิ้มเล็กน้อย… “ในที่สุดก็มาแล้ว”

 

______ความคิดของฉีหนานเหมือนกับทหารส่วนใหญ่ ในเมื่อชาวเงือกแห่งสถานดูแลเงือกสามารถเลือกที่จะเป็นอิสระได้ ดังนั้นควรจะเลือกนางเงือกตนที่มีความชอบตรงกับเรามากที่สุด…

 

______ไม่รู้ว่า ตอนเลือกแผ่นยีนที่ไม่สมบูรณ์นั้นนักวิทยาศาสตร์พวกนั้นใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรหรือไม่… หน้าตาของชาวเงือกในสถานดูแลเงือกถึงดูดีเกินมาตรฐานทุกตน… แม้จะเป็นชาวเงือกที่ไม่โดดเด่นที่สุด อย่างน้อยก็ยังเหมาะสมกับคำว่า ‘งามหยดย้อย’ อยู่ดี…

 

______ในเมื่อรูปร่างภายนอกไม่ต่างกันมาก ดังนั้นความเข้มข้นของเลือดจึงเป็นมาตรฐานที่สำคัญที่สุดในการเลือกชาวเงือกมาเป็นคู่ชีวิตของตน… และความจริงที่ว่า ยิ่งความเข้มข้นสูง ทายาทก็ยิ่งแข็งแกร่งนั้น เป็นเรื่องที่ผ่านการศึกษาวิจัยแล้ว…

 

______เพียงแต่ฉีหนานกลับไม่มีความคิดเช่นนั้นเลย… เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับระดับความเข้มข้นของเลือด หวังเพียงได้พบกับเงือกน้อยสักตนที่น่ารัก อบอุ่นอ่อนโยนและนิสัยเข้ากับเขาได้…

 

______เขามองไปรอบๆภายในสถานดูแลเงือก ชาวเงือกส่วนใหญ่ที่อยู่บริเวณโดยรอบล้วนมีทหาร 3-4 นายอยู่ด้วย และกับเงือกที่งดงามโดดเด่น ระดับความเข้มข้นสูง ยิ่งมีมากกว่าสิบคนรายล้อมเลยทีเดียว…

 

______มีเพียงเงือกส่วนน้อยที่จะไม่มีใครแม้แต่คนเดียวมาอยู่ข้างๆ… จากที่ฉีหนานคาดการณ์นั้น เงือกเหล่านี้จะต้องมีระดับความเข้มข้นของเลือดไม่สูงนัก ดังนั้นจึงไม่มีใครอยากจะไปหาพวกเขา…

 

______เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว เงือกเหล่านี้จะถูกจัดอันดับและส่งมอบให้คนที่ได้รับความดีความชอบจากการทำงานรับใช้สังคมพวกนั้น… ถือว่า เป็นทางออกทางหนึ่งสำหรับชาวเงือก… แท้จริงแล้ว เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุที่เริ่มมีฤดูผสมพันธุ์ของชาวเงือกนั้น หากไม่มีคู่ชีวิตเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับสุขภาพของชาวเงือกได้…

 

______ฉีหนานมองไปรอบๆ พยายามมองหานางเงือกที่เหมาะกับตนเอง… แต่มองหาตั้งนานก็ยังไม่เจอใครดูดีสะดุดตาเลย…

 

______ในความคิดของฉีหนานนั้น ถ้าหากคนรุ่นหลังไม่มีกฏเกณฑ์ใดๆแล้ว ทุกคนอาจจะเลือกมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่งมาเป็นคู่ชีวิตของตนได้ เพราะพอพวกเขาบรรลุนิติภาวะ ก็จะเข้าเกณฑ์ทหาร แล้วจะทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อทุกวันจะต้องพูดคุยกับผู้ชายหยาบเถื่อนในกองทัพเป็นส่วนใหญ่…

 

______ให้อ่อนโยนด้วยงั้นหรือ ไม่ใช่พวกเขาเลยสักนิด!

 

______ฉีหนานเองก็เคยห่วงถึงผู้คนที่ทำงานรับใช้สังคมทั่วไปที่แทบไม่มีโอกาสได้รับนางเงือก ส่วนเขาก็ได้รับปูนบำเหน็จมหาศาลอย่างไม่คาดคิด… จากนั้นก็รอตามหานางเงือก เมื่อมีนางเงือกแล้วใครเล่าจะสนใจคนธรรมดาอีก… ฉีหนานครุ่นคิดโดยละเอียด ชาวเงือกต้องพึ่งพาคู่ชีวิตมากกว่าคนทั่วไปมาก ฉีหนานอยากได้คนที่อยากให้ตนดูแลและปกป้องทั้งใจ เท่านี้ก็ทำให้เขาพอใจมากแล้ว…

 

______มองไปรอบสระว่ายน้ำในร่มแห่งนี้ได้ 2 รอบ… ฉีหนานก็เห็นเงือกน้อยตนหนึ่งที่น่าจะเข้ากับตัวเองได้ดี…

 

______เงือกหางสีแดงตนนั้นยังอายุไม่มาก รูปร่างดูอ้อนแอ้นบอบบาง…

 

______ฉีหนานเดินตรงไปลองพูดคุยกับเงือกน้อยน่ารักตนนั้นที่ไม่มีใครรายล้อม แสดงว่าระดับความเข้มข้นของเลือดไม่สูงมาก… ฉีหนานรู้สึกว่า หากตนเลือกใช้คำพูดดีๆหว่านล้อม โอกาสที่จะสำเร็จนั้นค่อนข้างสูงทีเดียว…

 

______เขาเดินไปบนทางแคบๆนั้นอย่างเชื่องช้า พยักหน้าไปทางเงือกน้อยหางสีแดงด้วยรอยยิ้มน้อยๆ…

 

______เงือกน้อยตนนั้นดูตกใจและเขินอายไม่น้อย ราวกับนึกไม่ถึงว่า จะมีคนเลือกตนได้…

 

______เขาถูหางเงือกของตนไปมาอย่างเขินอาย อยากขึ้นไปพูดคุยทหารรูปหล่อคนนั้นมาก แต่อีกใจก็กังวลว่า อีกฝ่ายมองมาที่ตนเองจริงๆใช่หรือไม่… ถ้าหากผิดคนล่ะก็ คงเสียหน้าแย่เลย…

 

______“หลีกไป!” ทันใดนั้นก็มีพลังเสียงกึกก้องที่ทำเอาหูแทบหนวกดังลั่นอยู่ในสมองของเขา… เงือกหนุ่มน้อยหางสีแดงแข็งทื่อไปทั้งตัว…

 

______เขาสั่นไปทั้งตัวขณะหันหน้ามองไปยังเงือกหนุ่มหางสีครามที่กำลังถูกทหาร 4-5 นายรุมล้อมอยู่ไม่ไกล ประกายตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาอย่างมุ่งร้าย…

 

______เงือกหนุ่มหางสีแดงกัดริมฝีปากล่าง… เห็นชัดๆว่า อีกฝ่ายมีคนมาสนใจมากขนาดนั้นแล้วแท้ๆ เหตุใดยังมาแย่งอีก… เขารวบรวมความกล้า นึกอยากโต้เถียงอีกฝ่าย ทว่าไม่นึกว่า เพียงสายตาเดียวของอีกฝ่ายกลับทำให้เขาตัวแข็งค้างอย่างไร้ทางขัดขืน…

 

______มันเป็นความหวาดกลัวที่ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ… ทั้งๆที่อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรเลยแท้ๆ เพียงแค่ท่าทางอันสูงส่งที่แฝงไปด้วยอำนาจก็มากพอที่จะทำให้เงือกหนุ่มหางสีแดงอยากกราบไหว้อีกฝ่าย…

 

______ถ้าหากว่า… อีกฝ่ายเป็นเชื้อพระวงศ์ของเผ่าเงือกล่ะก็ พวกเขาอยากคุกเข่ากราบต่อการดำรงอยู่นี้…

 

______เงือกหนุ่มหางสีแดงตัวสั่นอย่างรุนแรงพลางจ้องมองเงือกหางสีครามด้วยสีหน้าเจื่อนๆ… ประกายตาของอีกฝ่ายยังคงนิ่งเรียบเช่นเดิม แต่เงือกน้อยกลับรู้สึกกระวนกระวายเมื่อมองเห็นการคุกคามที่แฝงอยู่ในแววตาเรียบเฉยนั้น…

 

______หากยังไม่หลีกอีกก็ไปตายซะ!

 

______เขาครางในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะรีบสะบัดหางว่ายหนีอย่างบ้าคลั่ง ทิ้งให้ฉีหนานที่เพิ่งเดินเข้ามาใกล้ทำหน้าเหมือนเหยียบอึหมา…

 

______บัดซบ! ฉันทำให้เงือกน้อยตัวนั้นตกใจจนหนีไปแล้ว…

 

______ฉีหนานเศร้าใจสุดขีด… เขาไม่เข้าใจว่า เงือกน้อยตนนั้นเพิ่งจะเขินอายกับรอยยิ้มของเขาไม่ใช่หรือ… แล้วเหตุใดเพียงพริบตาเดียว อีกฝ่ายก็ว่ายหนีไปเสียแล้วเล่า?

 

______เขาได้แต่ถามตัวเอง ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไรที่เสียมารยาท เหตุใดถึงหนีไปเล่า…

 

______ฉีหนานคิดกี่รอบก็ไม่อาจเข้าใจได้…

 

______ไม่ว่าอะไรทำให้เงือกน้อยหางสีแดงหนีไป ฉีหนานก็ได้แต่เลือกนางเงือกตนอื่น… อันที่จริงชาวเงือกภายในสระว่ายน้ำในร่มแห่งนี้ก็มีเพียงยี่สิบกว่าตัวเท่านั้น นอกจากเงือกน้อยหางสีแดงแล้ว เขายังมีตัวเลือกอีกมาก…

 

______“สวัสดี” ขณะที่ฉีหนานกำลังมองหาเป้าหมายใหม่ของตนนั้น ในทะเลด้านล่างได้ปรากฏเงือกหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีครามดุจท้องทะเล…

 

______เงือกตนนี้มีเส้นผมและหางสีคราม รูปร่างหน้าตาช่างงดงาม ทว่ากลับไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่างดงามดั่งอิสตรี…

 

______ฉีหนานจ้องมองเงือกหนุ่มเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายตนก่อน ในใจก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับว่าเขาเคยพบเงือกตนนี้ที่ไหนสักแห่ง… เพียงไม่นานเขาก็ลบความคิดนี้ออกไปจากหัว ล้อเล่นน่า ตั้งแต่เด็กจนโต เขาเคยเห็นชาวเงือกแค่ในโทรทัศน์เท่านั้น จะไปเคยเจอชาวเงือกตัวจริงได้อย่างไรกัน นอกจากฝันไปเท่านั้นแหละ…

————-

เจอกันแล้ว 🙂