0 Views

      บทที่ 56

_____“อ้าว” อีกมุมหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปมีบุรุษผู้ดูสุภาพอ่อนโยนและสง่างามผู้หนึ่งที่รับรู้ได้ถึงพลังจิตของอีกฝ่ายที่ถูกสะบั้นทิ้งอย่างน่าแปลกใจ ก่อนจะแสดงสีหน้ากล้ำกลืนปนลำบากใจ “บ้าจริง เผลอทำร้ายเขาเสียได้”

 

_____เดิมทีเขาแค่แปลกใจที่ยังมีคนอื่นนอกจากตัวเขาที่สามารถใช้เทคนิคแผ่พลังจิตออกจากร่างได้ ฉะนั้นจึงอยากทำความรู้จักกับอีกฝ่ายสักครั้ง ไหนเลยจะคาดคิดว่า อีกฝ่ายจะใจเด็ดถึงเพียงนี้ เพื่อไม่ให้เขาตรวจพบตำแหน่งของอีกฝ่าย ถึงกับหักใจสะบั้นพลังจิตของตนโดยตรงเช่นนี้

 

_____ไม่ว่าเมื่อใดอาการบาดเจ็บด้านพลังจิตมักสร้างความเสียหายอย่างแสนสาหัสต่อร่างกาย และเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เป็นเพราะเขาบีบบังคับอีกฝ่ายมากเกินไป แม้ตัวเขาจะไม่มีเจตนาให้เป็นเช่นนั้น แต่สุดท้ายก็ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น…

 

_____นักเรียนที่สามารถสอบเข้าโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งได้มักเป็นระดับอัจฉริยะ ทว่าหากมีใครภายในกลุ่มอัจฉริยะเหล่านี้สามารถใช้เทคนิคแผ่พลังจิตได้อีก ก็ต้องยกย่องว่า ช่างเป็นที่รักของพระเจ้าเสียเหลือเกิน… แต่คนผู้นั้นกลับถูกเขาบีบบังคับให้ลงมือสะบั้นพลังจิตของตนเช่นนี้ หรือก็คือ ผลจากการเข้าใจผิดครั้งนี้นับว่าสาหัสอยู่ไม่น้อย…

 

_____“เฮ้อ…” ชายหนุ่มร่างสูงสง่าถอนหายใจออกมาอย่างเงียบๆพลางหันไปใช้กุญแจดอกเล็กในมือของตนไขประตูลับบานหนึ่งออกไปทันที เรื่องที่เผลอทำร้ายยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งทัดเทียมกับตัวเอง… อืม คงไม่ต้องรายงานต่อตระกูลกระมัง ถึงอย่างไรคนผู้นั้นก็ไม่ทราบว่า เขาเป็นใครอยู่แล้ว…

 

_____ชายหนุ่มร่างสูงสง่าคนนั้นหายตัวไปจากหอประชุมแห่งนี้อย่างเงียบงัน ทว่าผลกระทบที่เขาก่อเรื่องเอาไว้กลับไม่สลายหายไปด้วย

 

_____การสะบั้นพลังจิตของตนอย่างกะทันหัน ทำให้ร่างกายของฉีหนานได้รับบาดเจ็บสาหัส หากไม่ใช่เพราะพลังจิตกับพลังแฝงของเขาไม่สมดุลกันล่ะก็ เขาคงต้องนอนพักฟื้นนานถึงครึ่งปีเลยทีเดียว

 

_____ฉีหนานพยายามเดินเกาะผนังกลับไปยังห้องแต่งตัวอย่างทุลักทุเลด้วยสีหน้าซีดขาวราวกับคนตายก็ไม่ปาน…

 

_____ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้อง ตัวเขาพลันถูกลั่วซิวเจ๋อกระชากร่างเข้าไปกระแทกกับกำแพงห้องเสียงดังลั่นอย่างหนักหน่วงทันที

 

_____“เออ…” ฉีหนานเบิกตากว้างอ้าปากค้างพลางจ้องมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุดของลั่วซิวเจ๋อ ก่อนจะรีบนึกทบทวนด้วยความเร็วแสงทันทีว่า เมื่อครู่ตนได้ก่อเรื่องอะไรไว้หรือไม่…

 

_____ทว่านึกเท่าไหร่ก็… ดูเหมือนว่า… น่าจะ… เขาไม่ได้ทำอะไรเลยมิใช่หรือ??

 

_____ฉีหนานไม่รู้ว่า สาเหตุที่ลั่วซิวเจ๋อโกรธจัดคือ การที่เขาไม่ได้ทำนั่นแหละ!

 

_____ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่นาที ลั่วซิวเจ๋อผู้กำลังรออยู่ในห้องแต่งตัวได้พบกับนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาภายในห้องโดยบังเอิญ… เดิมทีลั่วซิวเจ๋อไม่เคยคิดจะสนใจคนกลุ่มนี้อยู่แล้ว อีกทั้งประตูลับที่ซ่อนอยู่ในห้องแต่งตัวก็ใช่ว่าจะสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว… เขาไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกับคนเหล่านี้เลย ไม่ว่าเมื่อใดเขาก็ไม่คิดจะหาเรื่องวุ่นวายใส่ตัว ทว่าเรื่องวุ่นวายกลับชอบเป็นฝ่ายวิ่งมาชนตัวเขาเองเสียได้…

 

_____เพราะเขาเป็นผู้ได้รับจดหมายเชิญจากทางโรงเรียน แถมศาสตราจารย์หมิ่นยังรีบร้อนแย่งตัวอีกฝ่ายมาเข้าสาขาบัญชาการกองทัพของตนในฐานะนักเรียนอัจฉริยะอีก… ลั่วซิวเจ๋อไม่สะกิดใจแม้แต่น้อยว่า ตนโดดเด่นและเป็นที่เลื่องลือในกลุ่มนักเรียนใหม่อย่างมากราวกับจรวดที่พุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศก็ไม่ปาน ทว่าเมื่อมีชื่อเสียงและโด่งดัง ย่อมมีผู้คนจำนวนไม่น้อยลอบอาฆาตแค้นเขาอยู่ในใจ…

 

_____“โอ้ นี่มันลั่วซิวเจ๋อ…ในตำนานมิใช่หรือ?” เสียงหนึ่งที่เอ่ยเน้นหนักตรงคำว่า ‘ในตำนาน’ ดังขึ้นและแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์

 

_____ลั่วซิวเจ๋อชายตามองผู้มาใหม่ทางหางตาเล็กน้อย

 

_____ผู้ที่ก้าวเข้ามาภายในห้องแต่งตัวนี้มีทั้งหมดสามคน โดยคนที่เป็นหัวโจกของกลุ่มเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำผู้หนึ่ง ซึ่งนับว่า มีรูปร่างที่ไม่เลวเลยทีเดียว ทั้งจมูกโด่งและนัยน์ตาคมที่ทอประกายลึกล้ำอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะมองเช่นไรก็นับว่า ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง… น่าเสียดายที่นัยน์ตาคู่นั้นฉายชัดถึงความมุ่งร้ายต่อตัวเขา ทำให้ดูย่ำแย่ลงถึงสามส่วน

 

_____ส่วนผู้ติดตามอีกสองคนที่ลั่วซิวเจ๋อรับรู้ทันทีว่า เป็นเพียงลูกสมุนนั้น เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองอีกฝ่ายสักวินาทีเดียว…

 

_____คนที่เอ่ยปากพูดเมื่อครู่คือ ลูกสมุนคนหนึ่ง ในขณะที่ผู้เป็นหัวหน้ายังไม่เอ่ยปากพูดสิ่งใด เพียงจ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยแววตาอันแปลกประหลาดเท่านั้น

 

_____ลั่วซิวเจ๋อยังคงนั่งนิ่งเงียบโดยไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่สีหน้าและแววตาราวกับขุนเขาก็ไม่ปาน… ใช่ว่า เขาจะไม่เคยเจอเจ้าพวกหมาบ้าเช่นนี้ หากต้องเสียแรงและเวลาตอบโต้พวกมันล่ะก็ ไม่สู้นำไปออกแรงกับร่างกายของฟักทองน้อยของเขางั้นหรือ…

 

_____ทันทีที่ฉีหนานก้าวเดินออกไปจากห้องแต่งตัว เขาก็ใช้พลังจิตคอยสะกดรอยตามอีกฝ่ายอยู่ตลอด และภาพที่เขาเห็นก็ช่วยยืนยันว่า ฟักทองน้อยของเขาไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ แม้จะยังอ่อนหัดอยู่บ้าง ทว่าสำหรับ ‘นักเรียนใหม่’ ที่เพิ่งเข้าเรียนในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งแล้ว นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว

 

_____“เฮ้ย! แกหูหนวกหรือไง?” เมื่อลูกสมุนเห็นว่า อีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาใดๆกับคำพูดชวนหาเรื่องของตน พลันรู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรงจึงตะคอกใส่ลั่วซิวเจ่อด้วยความโกรธจัด

 

_____ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วมุ่นพลางเอ่ยกับชายหนุ่มผู้มีท่าทีมุ่งร้ายต่อตน “ดูแลสุนัขของนายหน่อย”

 

_____ลูกสมุนผู้นั้นถึงกับโมโหสุดขีดจนแทบจะพุ่งไปสั่งสอนลั่วซิวเจ๋อสักรอบ ทว่านึกไม่ถึงว่า จะถูกชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มยื่นมือออกมาขวางไว้เสียก่อน…

 

_____“นายคือลั่วซิวเจ๋อ?” ชายผู้นั้นจ้องเขม็งมายังลั่วซิวเจ๋อพลางเปิดปากเอ่ยถามอีกฝ่าย…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับอีกฝ่ายอยู่แล้ว จึงนั่งหลับตานิ่งอยู่บนเก้าอี้ เพื่อแอบมองฟักทองน้อยของตนผู้กำลังเดินกลับมาหา…

 

_____“เฮ้ย! พี่ฉีของพวกเรากำลังพูดกับแกอยู่ แกหูหนวกหรือไง?” ลูกสมุนหมายเลข 2 ตะคอกอย่างไม่สบอารมณ์

 

_____เมื่อลั่วซิวเจ๋อได้ยินคำว่า ‘พี่ฉี’ ของอีกฝ่าย เขาจึงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย… ฉี? โอ้… อย่าบอกนะว่า เขาคือคนในตระกูลฉีที่มีพลังแฝงระดับAคู่อะไรนั่น?

 

_____ในรัฐบาลพลังแฝงระดับAคู่นับว่า ไม่ธรรมดาจริงๆ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าลั่วซิวเจ๋อผู้มีพลังระดับSคู่แล้ว… หึหึ ช่างไม่ต่างจากเจ้าห่วยตัวหนึ่งเสียจริง

 

_____ผู้แข็งแกร่งย่อมเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจอยู่แล้ว!

 

_____ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับAคู่อย่างแท้จริง ลั่วซิวเจ๋อก็ไม่กลัว แล้วนับประสาอะไรกับคนที่มีพลังแฝงระดับAคู่เล่า?

 

_____“หนวกหูเสียจริง” ลั่วซิวเจ๋อใช้นิ้วมือเคาะโต๊ะอย่างหงุดหงิด บนโลกใบนี้ยังมีเจ้าโง่ตาบอดไร้สมองถึงเพียงนี้อีกหรือ?

 

_____ต่อให้เรื่องที่เขาเป็นผู้ครอบครองพลังระดับSจะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่เรื่องที่เขาคือนักเรียนที่ศาสตราจารย์หมิ่นแห่งสาขาบัญชาการกองทัพแย่งชิงและชักชวนเป็นการส่วนตัวนั้น ต่อให้ใช้นิ้วหัวแม่เท้าคิดก็น่าจะทราบว่า ผู้ที่สามารถทำให้ศาสตราจารย์หมิ่นใส่ใจมากถึงเพียงนี้ได้ ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่คนอ่อนหัดที่จะถูกข่มเหงได้โดยง่าย… แล้วเจ้า… ฉีอะไรสักอย่างกลับเอาความมั่นใจมากมายมาจากไหน ถึงปล่อยให้หมาบ้านสองตัวมาเห่าหอนใส่หน้าเขากัน?

 

_____“ดีมาก ฉันจำแกได้แล้ว” ฉีซ่างจ้องมองใบหน้าของลั่วซิวเจ๋อพลางพูดคล้ายแฝงเลศนัยบางอย่าง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อรู้สึกเอือมระอาเป็นที่สุด เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบอดทนอยู่แล้ว ฉีซ่างนับเป็นกระไรได้? มาทำท่าวางอำนาจบาตรใหญ่เช่นนี้ อยากเป็นที่รังเกียจของคนอื่นนักหรือไร?

 

_____แล้วยังไง… อีกฝ่ายคิดว่า ตัวเองเอ่ยเพียงประโยคเดียวแล้วเขาจะคุกเข่าร้องขอความเมตตาหรือไร? ต่อให้เป็นผู้นำตระกูลฉีก็ไม่กล้าพูดจาอวดเก่งเช่นนี้ต่อหน้ายอดฝีมือระดับSอย่างเขาเด็ดขาด… อา เวลานี้เขาเข้าใจแล้วว่า ตอนที่พวกเขาอยู่ในท่าอากาศยานอวกาศนั้น ทำไมโรแลนด์ถึงบอกว่าเจ้าหมอนี่สมองไม่โตตามร่างกาย… แค่ดูก็รู้ได้ทันทีว่า ไอคิวของเจ้าหมอนี่มีปัญหานิดหน่อย…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อขี้เกียจเกินกว่าจะพูดคุยกับพวกมันให้มากความอีก จึงสะกิดปลายเท้าพุ่งออกไปคว้าศีรษะของฉีซ่างอัดกระแทกใส่กำแพงเต็มแรงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

 

_____ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังโครมสองครั้งติดกัน ลูกน้องทั้งสองคนของฉีซ่างโดนลั่วซิวเจ๋อเตะกระเด็นไปไกลโดยไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย

 

_____ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการจบการต่อสู้ครั้งนี้ ลั่วซิวเจ๋อใช้เท้าทั้งเขี่ยและเตะร่างของคนทั้งสามไปกองรวมกับอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องแต่งตัว เดิมทีภายในห้องนี้ก็ไม่กว้างมากนัก ยิ่งมีเศษขยะร่างยักษ์สามตัวอยู่ด้วยเช่นนี้ ลั่วซิวเจ๋อพบว่า ตนเองเริ่มอารมณ์เสียมากยิ่งขึ้น

 

_____ช่างน่าโมโหยิ่งนัก เป็นเพราะเขาคลาดสายตาไปเพียงไม่กี่วินาที ทันทีที่เขาหันกลับไปแอบมองฉีหนานอีกครั้งกลับพบใบหน้าซีดเผือดของฟักทองน้อยของตน แถมยังได้รับบาดเจ็บไม่น้อยอีกด้วย…

 

_____เป็นไปไม่ได้! ใครมันบังอาจรังแกของคนของเขาทั้งที่อยู่ใต้เปลือกตาของเขากัน?!

 

_____เขาแทบจะพุ่งร่างออกไปสั่งสอนคนที่กล้ารังแกฉีหนานตามสัญชาตญาณทันที ทว่าปฏิกิริยาของฉีหนานกลับหยุดฝีเท้าของเขาเสียก่อน

 

_____ฉีหนานกำลังยิ้ม

 

_____แม้จะมีสีหน้าซีดเผือดและได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ทว่าใบหน้าของเขากลับประดับด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ

 

_____มันเป็นรอยยิ้มของผู้ชนะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ในการเผชิญหน้าเมื่อสักครู่ ฉีหนานน่าจะเป็นฝ่ายชนะ

 

_____โอ้ อย่าบอกนะว่า อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บหนักกว่าฉีหนานอีกหรือ?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อรู้สึกประหลาดใจมาก พื้นฐานของฉีหนานนั้นยังอ่อนหัดมาก ด้านพลังจิตเองก็ยังไม่อาจฝึกฝนจนถึงระดับมาตรฐานได้ ถ้าไม่มีเทคนิคแผ่พลังจิตระยะห้าสิบเซนติเมตรอันน่าสังเวชล่ะก็ เกรงว่า เขาคงไม่มีโอกาสตามหากุญแจของตนท่ามกลางผู้คนมากมายได้อย่างแน่นอน

 

_____การเอาชนะนักเรียนของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งแบบซึ่งๆหน้า ย่อมสร้างขวัญกำลังใจให้กับฉีหนานได้อย่างมหาศาล แม้ตนจะได้รับบาดเจ็บก็คงไม่อาจปกปิดความภาคภูมิใจนี้…

 

_____ความเกรี้ยวกราดที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างของลั่วซิวเจ๋อค่อยๆสงบลงอย่างช้าๆ  ทว่าเมื่อเขาแผ่พลังจิตออกไปสำรวจรอบบริเวณ สีหน้าของเขากลับเคร่งขรึมลงไปอีก

 

_____ผู้คนรอบตัวของฉีหนานไม่มีนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลย… ลั่วซิวเจ๋อคิดว่า ในเมื่อฉีหนานได้รับบาดเจ็บจนใบหน้าซีดเผือด คู่กรณีของอีกฝ่ายย่อมไปได้ไม่ไกลมิใช่หรือ? แต่จากการที่เขาใช้พลังจิตสำรวจทั่วทุกมุมห้องแล้ว กลับไม่พบคนที่มีลักษณะเช่นนั้นอยู่เลย หรือก็คือ… ฉีหนานเจ็บตัวฟรีงั้นหรือ???

 

_____ลั่วซิวเจ๋อถึงกับโมโหสุดขีด ซึ่งที่มาของความโกรธในครั้งนี้มาจากเรื่องที่ฉีหนานไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากเขาทันที… เขาไม่รู้ว่า ใครกันที่ทำให้ฉีหนานเจ็บตัวเช่นนี้ ทว่าหากฉีหนานคิดจะขอความช่วยเหลือจากเขา ทันทีที่อีกฝ่ายตกอยู่ในอันตรายล่ะก็ เรื่องย่อมไม่บานปลายมาถึงขั้นนี้แน่นอน

 

_____อาการบาดเจ็บด้านพลังจิตของฉีหนานนั้นช่างสาหัสนัก ลั่วซิวเจ๋อพอจะเตรียมใจไว้ในกรณีที่ฉีหนานได้รับบาดเจ็บทางร่างกายบ้าง แต่ในส่วนของพลังจิตนั้นไม่อยู่ในการคาดการณ์ของเขา!

 

_____ทันทีที่นึกได้ว่า เป็นเพราะเศษขยะสามตัวที่กองอยู่มุมห้องทำให้เขาหันมาสนใจฉีหนานไม่ทันเวลาแล้ว ลั่วซิวเจ๋อชักอยากจะวิ่งไปกระทืบลงบนร่างของคนทั้งสามอย่างหนักหน่วงอีกรอบจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ยิ่งกับฉีซ่างที่เป็นหัวโจกของกลุ่มนั้น ยิ่งต้องดูแลให้หนัก อย่างน้อยก็ต้องหักซี่โครงสักสามซี่…

 

_____“ทำไมถึงไม่เรียกให้ข้าช่วย?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามด้วยสีหน้าดำทะมึนเป็นสัญญาณอันตราย…

 

_____ฉีหนานพลันสะดุ้งเฮือกและนิ่งตะลึงงัน… จะบอกว่า ที่เจ้าเงือกบ้าตนนี้พุ่งมากระแทกตัวเขากับกำแพงอย่างดุดันถึงเพียงนี้ เป็นเพราะเขาไม่ได้ร้องเรียกให้อีกฝ่ายช่วยงั้นหรือ?

 

_____ริมฝีปากของฉีหนานขยับเล็กน้อยราวกับไม่รู้ว่า ควรจะอธิบายเช่นไรดี… ลั่วซิวเจ๋อเองก็แทบจะไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่น้อยและยังคงกดร่างของเขาไว้กับกำแพง

 

_____“นั่นมัน…” ครู่ใหญ่กว่าฉีหนานจะเรียบเรียงคำพูดของตนได้ “ผมเข้าใจดีว่า ผมไม่สามารถพึ่งพาคุณตลอดเวลาได้… เมื่อครู่ที่คุณบอกให้ผมรีบออกไปก็เพื่อให้ผมได้ฝึกฝนด้วยตัวเองมิใช่หรือ… อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น… ไม่ใช่ว่าผมกลัวว่าจะเผยอะไรให้ใครรู้หรอกนะ…”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อถึงกับหัวใจกระตุกวูบ หรือว่า… เพื่อปกป้องตัวเขา ฉีหนานถึงกับตัดสินใจสะบั้นพลังจิตของตนเองอย่างฉับพลันงั้นหรือ?

 

_____ความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวใจของลั่วซิวเจ๋อ ทำให้ปรากฏประกายแสงสีเงินสว่างวาบขึ้นภายในนัยน์ตาสีครามของเจ้าตัว ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

 

_____ฉีหนานที่สบสายตากับอีกฝ่ายในระยะประชิดขนาดนี้ย่อมมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของดวงตาคู่นั้นอย่างชัดเจน จึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจทันทีว่า “ดวงตาของคุณเปลี่ยนสีได้ด้วยหรือ?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อ “….”

 

_____“เจ้าดูผิดไปแล้ว”

 

_____“ใกล้ขนาดนี้ผมจะ…” ฉีหนานกำลังจะอ้าปากเถียง ทว่ากลับถูกสีหน้าดำทะมึนราวกับก้นหม้อของลั่วซิวเจ๋อข่มขู่จนต้องหุบปากสนิททันที

 

_____แม้จะไม่พูดออกมา แต่ฉีหนานก็อดพึมพำอยู่ในใจไม่ได้ว่า หากมิใช่ดวงตาเปลี่ยนสีเอง… แล้วจะยังมีสิ่งใดอีกเล่า หรือวันหลังจะให้เขาใส่แว่นตาเลนส์เปลี่ยนสีมาให้อีกฝ่ายดูกัน…

—————————