0 Views

  บทที่ 54

_____มีเพียงผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเท่านั้นถึงจะเป็นผู้ทรงอำนาจ ทว่าบัดนี้หลัวเสวียนแปลกใจที่เขารู้สึกถึงออร่าแห่งเชื้อพระวงศ์จากร่างกายของลั่วซิวเจ๋ออย่างเลือนราง

 

_____อย่าคิดว่า เขากำลังพูดเหลวไหล… ตระกูลเก่าแก่ที่มีประวัติอันยาวนานหลายพันปีไม่ใช่เศษขยะไร้ค่าแม้แต่น้อย… ข่าวสารบางอย่างจะถูกเล่าขานภายในสังคมชั้นสูงเท่านั้น ฉะนั้นฉีหนานที่ถูกตระกูลทอดทิ้งหรือลั่วซิวเจ๋อผู้หลับใหลมานานนับพันปีย่อมไม่มีทางรับรู้ถึงข่าวสารระดับสูงเช่นนี้…

 

_____แน่นอนว่า พลังอันมหัศจรรย์ของตระกูลหลัวไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถครอบครอง… ด้วยเหตุนี้การที่หลัวเสวียนสามารถเอาชนะบรรดาลูกพี่ลูกน้องของเขาและครอบครองตำแหน่งผู้สืบทอดอย่างขาวสะอาดด้วยอายุเพียงแค่นี้ก็เพราะพลังอันมหัศจรรย์ของตระกูลหลัวนั่นเอง

 

_____ไม่ใช่เพราะหลัวเสวียนกำจัดบรรดาลูกพี่ลูกน้องของเขาอย่างเฉียบขาด ทว่าเป็นเพราะเหล่าลูกพี่ลูกน้องของเขาล้วนทราบแก่ใจดีว่า หลัวเสวียนเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลหลัวที่เหมาะสมที่สุด…

 

_____จะว่าไปก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเหลือเชื่อ… แต่ผู้คนในตระกูลหลัวล้วนสืบทอดลางสังหรณ์อันมหัศจรรย์นี้มานานนับพันปี ซึ่งทำให้พวกเขารอดพ้นจากภัยพิบัติมานับครั้งไม่ถ้วน ฉะนั้นทุกคนในตระกูลหลัวจึงเชื่อมั่นในลางสังหรณ์นี้อย่างไร้ข้อกังขา และเป็นเหตุผลที่ทำให้หลัวเสวียนกลายเป็นผู้สืบทอดโดยชอบธรรม

 

_____“ตระกูลลับหรือ…” โม่เฟยลูบคางของตนไปมา มาลองคิดดูอีกที ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าตระกูลลับมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่… การเคารพยกย่องตระกูลของอีกฝ่ายก็ไม่ใช่นิสัยของโม่เฟยสักเท่าไหร่

 

_____“เอาล่ะ ลองดูเถิด… ถึงอย่างไรฉันก็คิดว่า ลั่วซิวเจ๋อไม่ธรรมดาเลยทีเดียว  แต่เรื่องนี้…” โม่เฟยกลั้วหัวเราะเล็กน้อย “ไม่ใช่เรื่องที่สามารถจัดการได้ง่ายๆ ฉันอาจต้องเดิมพันด้วยชีวิตของฉัน ถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ ผลลัพธ์คง…”

 

_____เขาหันไปจ้องมองหลัวเสวียนพลางถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง “ถ้าฉันพลาดล่ะก็ นายจะยอมให้ภรรยาของฉันใช้แซ่หลัวและรับเธอเข้าตระกูลของนายหรือไม่?”

 

_____หลัวเสวียน “…” เหอะๆ อุตส่าห์หลงคิดว่า โม่เฟยจะสามารถเข้าโหมดจริงจังได้นานเกินสิบนาที ช่างมองอีกฝ่ายในแง่ดีเสียจริง!

 

_____เขาถึงกับยกมือขึ้นตบศีรษะของตนเองทันที… หลัวเสวียนคงต้องพิจารณาเรื่องตัดเพื่อนกับเจ้าหมอนี่อย่างจริงจังเสียแล้ว!

 

_____***

 

_____หลังจากที่ฉีหนานถูกเจ้าเงือกบ้าลากกลับมายังห้องนอนแล้ว เขาไม่อาจปิดบังความรู้สึกปลื้มปิติยินดีของตนได้… ไม่รู้ว่า เป็นเพราะการมีคนคอยมองพวกเขาอยู่  ทำให้ยางอายบนใบหน้าของเขามีปัญหา หรือเพราะร่างกายของเขาเคยชินกับความโหดร้ายของลั่วซิวเจ๋อจากการฝึกนรกแตกอันยาวนานหลายวันกันแน่ ทันทีที่การฝึกฝนในวันนี้สิ้นสุดลง ตัวเขากลับยังไม่หมดสภาพ แถมยังรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายตีบั้นท้ายของลั่วซิวเจ๋อได้สำเร็จ… ช่างรู้สึกดีเหลือเกิน!

 

_____แม้จะตีเพียงครั้งเดียว ก่อนจะหมดแรงโดยสิ้นเชิง แต่ก็เป็นความก้าวหน้าอย่างหนึ่งมิใช่หรือ! นับว่า โชคดีที่ตัวเขาเองก็เป็นคนที่มีพลังแฝงอันแข็งแกร่ง ฉะนั้นไม่มีทางโดนลั่วซิวเจ๋อดูถูกไปตลอดอย่างแน่นอน!

 

_____“เหอะๆๆ…” ฉีหนานกำลังนอนอยู่ภายในแคปซูลฟื้นฟูร่างกายพลางส่งเสียงหัวเราะราวกับคนสติไม่ดีออกมา ทำให้ลั่วซิวเจ๋อที่กำลังปรับน้ำยาสำหรับฟื้นฟูร่างกายให้เขาอยู่หลุดหัวเราะออกมาเช่นกัน ทว่าไม่ใช่การหัวเราะเยาะเย้ยสภาพน่าอนาถของอีกฝ่าย

 

_____ฉีหนานผู้นี้จะว่ากระไรดี… ลั่วซิวเจ๋อเองก็ไม่รู้ว่า ควรกล่าวเช่นไรกับว่าที่คู่ชีวิตของตน…

 

_____คนผู้นี้เป็นคนที่ไม่มีความคิดซับซ้อนใดๆเลย… ด้านนิสัยคงพอจะใช้คำว่า ‘เรียบง่าย’ ให้ฟังดูดี หรือควรใช้คำว่า ‘ไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน’ กันแน่… ทั้งๆที่เจ้าหมอนี่เป็นคนที่แทบจะแสดงความคิดและความรู้สึกทุกอย่างออกมาทางสีหน้าอย่างซื่อตรงและชัดเจน กลับชอบทำเรื่องเกินคาดให้เขาแปลกใจอยู่หลายครั้ง… ยกตัวอย่างเช่น การตีบั้นท้ายของเขาในวันนี้

 

_____ไม่ใช่ว่า บั้นท้ายของลั่วซิวเจ๋อเป็นสิ่งที่ไม่อาจถูกสัมผัส เพียงแต่…. คิดดีแล้วหรือที่ใช้เรื่องพรรค์นี้มาเป็นรางวัลจากการฝึกฝนสำเร็จของตน? นี่มันน่าขำเกินไปหรือไม่?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อยกมือขึ้นลูบขมับของตนเล็กน้อย ก่อนจะปิดฝาแคปซูลฟื้นฟูร่างกายเสียงดังปัง… เขาทราบดีว่า ตัวเขาในตอนนี้ค่อนข้างพาลไม่น้อย ทว่าเมื่อนึกถึงเจ้าหมอนี่ที่พยายามฝึกฝนอย่างหนักเพื่อตีบั้นท้ายของตนสักครั้งแล้ว เขาพลันรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก… ช่วยสร้างสรรค์กว่านี้ไม่ได้หรือ!

 

_____หากฉีหนานได้ยินเสียงร้องในใจของเขา ย่อมตะโกนกลับด้วยเสียงที่ดังยิ่งกว่าว่า ‘แน่นอน! บนโลกนี้ยังจะมีใครกล้าตีก้นยอดฝีมือระดับSอีกเล่า! หนำซ้ำยังเป็นของจริง ไม่ใช่แค่พลังแฝงด้วย! นับว่า เขาใจกล้ามากมิใช่หรือ!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อ “…”

 

_____“เอาเถิด ถือเสียว่า เป็นกำลังใจอย่างหนึ่งล่ะกัน” เขาได้แต่จนปัญญากับความคิดอันน่าพิศวงของฉีหนาน ในเมื่อฉีหนานมีเป้าหมายส่วนตัว ลั่วซิวเจ๋อเองย่อมไม่โกรธเคืองเขามากนัก

 

_____ในฐานะชาวเงือกตนหนึ่ง เขาย่อมเอาใจใส่และอ่อนโยนต่อคู่ชีวิตของตนมาก เพียงแต่… นึกถึงท่าทางซื่อบื้อของฉีหนานแล้ว… อืม ว่าที่คู่ชีวิตแล้วอย่างไร! ควรตีหรือถูกตีก้นกันแน่!

 

_____แคปซูลฟื้นฟูร่างกายของฉีหนานเป็นสิ่งที่อาจารย์ที่ปรึกษาฉวีซื่ออนุมัติให้ฉีหนานเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากนักเรียนธรรมดาอย่างเขาไม่มีสิทธิ์นำแคปซูลฟื้นฟูร่างกายมาใช้ในห้องพักได้ ทว่าฉวีซื่อเห็นเขาถูกลั่วซิวเจ๋อลากกลับห้องพักอย่างสะบักสะบอมอยู่หลายครั้ง จึงขอเรียกดูภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดในห้องฝึกซ้อมเป็นกรณีพิเศษ

 

_____หลังจากดูคลิปเหล่านั้นแล้ว ฉวีซื่อถึงกับนิ่งเงียบไปชั่วขณะ จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาตบบ่าของฉีหนานสองสามครั้งอย่างเงียบงัน “คู่หมั้นของเธอไม่เลวเลย” ก่อนจะอนุมัติแคปซูลฟื้นฟูร่างกายหนึ่งเครื่องให้กับเขา เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บโดยเฉพาะ

 

_____ฉีหนาน “…” ช้าก่อน… อย่าบอกนะว่า คุณไม่คิดจะตำหนิเจ้าเงือกบ้าซาดิสม์ตนนั้นเลย ทำไมถึงชื่นชมเขาเล่า ไหนยังจะ… คู่หมั้นอะไรกัน หรือว่าคำพูดพล่อยๆของลั่วซิวเจ๋อจะถูกนำไปเล่าต่อจนรู้กันหมดทั้งโรงเรียนแล้ว!!!

 

_____ซึ่งลั่วซิวเจ๋อก็ตอบกลับด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นมาก “ตัวเจ้าในตอนนี้สนใจแค่เรื่องเรียนกับฝึกซ้อมให้มากก็พอ ความรักมีแต่จะถ่วงแข้งถ่วงขาเจ้าเท่านั้น หากใช้ฐานะคู่หมั้นล่ะก็ จะช่วยไล่พวกน่ารำคาญไม่ให้มาก่อกวนเราสองคนได้ ทำไม? หรือว่าเจ้าคิดจะหาโอกาสจีบรุ่นพี่รูปหล่อสักคนในโรงเรียนแห่งนี้หรือไร?”

 

_____ทันทีที่พูดถึงรุ่นพี่รูปหล่อ ฉีหนานพลันรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมา… เขาจึงต้องยอมรับสถานะนี้ เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆของตนเอง…

 

_____แต่เขาไม่รู้ว่า เส้นประสาทในสมองเส้นไหนขาดหายไปหรือไร… หลังจากที่เขายอมรับสถานะคู่หมั้นของลั่วซิวเจ๋อแล้ว เขากลับรู้สึกเหมือนกลายเป็นคู่หมั้นของลั่วซิวเจ๋อจริงๆ! คงต้องคิดไปเองแน่ๆ!

 

_____พิธีปฐมนิเทศของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งนั้นไม่มีการพูดปราศรัยยืดยาวของอธิการบดีหรือตัวแทนนักเรียนเช่นสมัยก่อน นักเรียนใหม่ทุกคนจะถูกเรียกให้มาอยู่รวมกันในหอประชุม จากนั้นก็มีชายชราร่างผอมบางสวมเครื่องแบบทหารยศพลโทคนหนึ่งเดินมาหยุดอยู่บนเวทีพลางหัวเราะขบขันราวกับสนุกสนาน

 

_____เขาจ้องมองกลุ่มชายหนุ่มผู้ตื่นเต้นและกระตือรือร้นตามประสาหนุ่มเลือดร้อนด้านล่างเวทีครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมือให้ด้วยความเต็มใจ

 

_____ปัง! ปัง! ปัง!

 

_____ประตูทางเข้าออกและหน้าต่างทุกบานในหอประชุมพลันถูกแผ่นโลหะปิดทับทันที แม้แต่แสงไฟในหอประชุมก็ถูกปิดลงมากกว่าครึ่ง เหลือเพียงโคมไฟติดผนังสีทะมึนที่ฉายแสงสลัวๆเท่านั้น

 

_____เหล่านักเรียนใหม่ในหอประชุมล้วนตื่นตกใจกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ชายชราผู้นั้นหยิบหน้ากากป้องกันแก๊สขึ้นมาสวมบนใบหน้า ยิ่งทำให้ทุกคนตื่นตระหนกมากขึ้น

 

_____“หึหึ ไม่ต้องตื่นเต้นหรอก” เสียงของชายชราดังลอดออกมาจากหน้ากากป้องกันแก๊สนั้นแหบพร่าอย่างประหลาด เมื่อรวมเข้ากับแสงไฟสลัวจากโคมไฟติดผนัง ยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในบ้านผีสิงก็ไม่ปาน…

 

_____ไม่ตื่นเต้นก็แปลกแล้ว!

 

_____บรรดานักเรียนทุกคนอดสบถด่าทอในใจไม่ได้ ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดประโยคนี้ออกมาต่อหน้าชายชราร่างผอมผู้นี้แม้แต่คนเดียว… พูดเป็นเล่นน่า ชายชราผู้นี้คืออธิการบดีของโรงเรียนแห่งนี้ ผู้เอ่ยแค่ประโยคเดียวก็สามารถไล่คุณออกจากโรงเรียนได้ทุกเมื่อ…

 

_____โอ้ ไม่สิ… ไม่ควรเรียกว่า ‘ไล่ออกไป’ น่าจะเป็นถีบหัวส่งมากกว่า! มีนักเรียนจำนวนนับไม่ถ้วนในโรงเรียนที่ตั้งตนเป็นแฟนคลับของชายชราเพราะชื่นชอบความดุดันเด็ดขาดของอีกฝ่าย จะว่าไป การที่ชายชราผู้นี้มีเหล่านักเรียนรวมตัวกันเป็นแฟนคลับนับว่าเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้อื่นประหลาดใจมาก ทว่าหากมีใครเปิดอ่านวีรกรรมในสนามรบของชายชราผู้นี้อย่างละเอียดสักครั้งล่ะก็ ย่อมเข้าใจอย่างแน่นอน… ในโรงเรียนการทหารแห่งนี้ ไม่มีใครที่ควรค่าแก่การยกย่องเท่าชายชราที่ได้ชื่อว่า ‘ไร้พ่าย’ ผู้นี้อีก!

 

_____“ทุกคนแปลกใจมากหรือ?” ชายชราถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

 

_____เหล่านักเรียนยังตกอยู่ในอาการตกตะลึงพรึงเพริดจึงไม่มีใครเอ่ยตอบ…

 

_____แน่นอนว่า ชายชราเองก็ไม่คาดหวังให้ทุกคนตอบรับเช่นกัน “อันที่จริงนี่เป็นประเพณีของโรงเรียนของพวกเรา”

 

_____ทันทีที่คำว่า ‘ประเพณี’ หลุดออกมาจากปาก นักเรียนทุกคนถึงกับมีสีหน้าแตกตื่นราวกับถูกส่งเข้าสู่สนามรบก็ไม่ปาน… แท้ที่จริง ‘ประเพณี’ ของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งแทบจะไม่ต่างจากสมรภูมิรบเลย ประเพณีที่แตกต่างในแต่ละครั้งส่วนมากมักใช้รูปแบบในการต่อสู้ที่ต่างออกไปเช่นกัน ทว่าท้ายที่สุดก็ยังคงใช้กำลังในการแก้ปัญหาอยู่ดี

 

_____“ตอนนี้ทุกคนยังไม่เริ่มเรียนอย่างเป็นทางการ ย่อมไม่รู้ว่า ควรรับมือกับประเพณีของที่นี่อย่างไร” ชายชราหัวเราะอย่างมีเลศนัย “แต่ทุกคนไม่ต้องร้อนใจไป ประเพณีในวันนี้ไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง”

 

_____เขาแบมือออกมา เผยให้เห็นกุญแจสีทองหนึ่งดอกในมือ “ตั้งแต่ที่ทุกคนเข้ามาในหอประชุม พวกเธออยู่ในห้องนี้ประมาณสิบห้านาทีแล้ว พวกเธอน่าจะทราบดีว่า ทหารที่ดีต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมรอบตัวอยู่เสมอ ฉะนั้นพวกเธอน่าจะรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในหอประชุมแห่งนี้สินะ?”

 

_____นักเรียนทุกคนยังคงมีสีหน้างุนงงไม่หาย

 

_____อธิการบดีเองก็ไม่สนใจที่จะรอคำตอบเช่นกัน เขาแกว่งกุญแจในมือไปมาเล็กน้อย “ประตูหน้าต่างทุกบานถูกปิดหมดแล้ว ซึ่งภายในหอประชุมนี้มีทางออกลับมากกว่ายี่สิบแห่งถูกซ่อนและ ล็อคเอาไว้อยู่ พวกเธอต้องตามหากุญแจเหล่านี้ให้พบถึงจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้ ส่วนกุญแจนั้น… หึหึ  ถูกซ่อนไว้ในหอประชุมแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีทั้งหมดสามร้อยดอก หรือก็คือ มีแค่สามร้อยคนเท่านั้นที่สามารถหนีออกไปได้… แน่นอนว่า ทางโรงเรียนเองก็ไม่ได้โหดร้ายถึงขนาดทำร้ายพวกเธอถึงชีวิตตั้งแต่เริ่มเรียนหรอก ก็แค่… คนที่หลบหนีออกไปไม่ได้จะถูกตัดสิทธิ์ในการสอบกลางภาค ขอเพียงพวกเธอพยายามให้มากก็ยังมีโอกาสเลื่อนชั้นจากการสอบปลายภาคอยู่ดี” ทันทีที่พูดจบประโยค เขาก็รีบกำกุญแจในมือแน่นและโยกตัวหลบการโจมตีของนักเรียนคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว

 

_____“ไม่เลว รู้จักโจมตีแย่งกุญแจของฉันโดยตรง แต่น่าเสียดายที่เธอไม่รู้จักประเมินพลังของอีกฝ่ายให้ดีเสียก่อน… สำหรับการโจมตีใส่คณาจารย์ของโรงเรียน หักไป 3 หน่วยกิต” ชายชราคลี่ยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน ทว่ากลับเอ่ยหักหน่วยกิตอย่างเลือดเย็น

 

_____ทุกคนล้วนทราบดีว่า อัตราการถูกไล่ออกจากโรงเรียนนี้มีสูงมาก ไม่ใช่แค่จากตอนสอบเข้าเท่านั้น ยังตัดสินจากผลการสอบปลายภาคอีกด้วย…

 

_____สอบปลายภาคไม่ผ่าน? คุณยังมีโอกาสสอบซ่อมอีกหนึ่งครั้ง ทว่าหากสอบซ่อมไม่ผ่านอีกเล่า? เสียใจด้วย โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งไม่ต้อนรับเจ้างั่งที่ไอคิวมีปัญหา!

 

_____นอกจากนักเรียนอาจถูกไล่ออกในการสอบปลายภาคแล้ว หากนักเรียนมีหน่วยกิตไม่พอล่ะก็ ย่อมไม่อาจจบการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ได้ ฉะนั้นการหักหน่วยกิตของชายชราเมื่อสักครู่ ทำให้นักเรียนคนนั้นต้องเข้าเรียนเพิ่มอีกหนึ่งหลักสูตรเพื่อเพิ่มหน่วยกิตให้ครบอีกครั้ง ทว่าราวกับเป็นบทลงโทษแสนเลวร้าย… ที่ทางโรงเรียนไม่มีสาขาวิชาใดยอมปล่อยให้นักเรียนเก็บหน่วยกิตไปโดยง่ายเลย!

—————————–