0 Views

บทที่ 50

_____กิ้งก่าทะเลทรายเป็นสัตว์กินเนื้อที่ดุร้ายชนิดหนึ่ง มีรูปร่างใหญ่โตและความกระหายในการเข่นฆ่าสัตว์อื่นที่สูงมาก… แม้ว่า คู่ต่อสู้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวมันเองเกือบเท่าตัวก็ตาม

 

_____หนำซ้ำพวกมันยังฉลาดหลักแหลมและเจ้าเล่ห์มาก การที่พวกกิ้งก่าทะเลทรายอยู่รวมกันและล่าสัตว์เป็นกลุ่ม ทำให้พวกมันเป็นหนึ่งในสัตว์ที่รับมือยากที่สุดบนผืนทะเลทรายแห่งนี้

 

_____เมื่อต้องเจอกับสิ่งมีชีวิตร่างใหญ่ถึงเพียงนี้ ลั่วซิวเจ๋อจะต้องต่อสู้อย่างเต็มที่ มิเช่นนั้นฉีหนานคงรับมือพวกมันไม่ไหวแน่นอน…

 

_____“ทำอย่างไรดี?” เพราะมีลั่วซิวเจ๋อยืนอยู่ข้างกาย สีหน้าของฉีหนานจึงมั่นคงและสงบนิ่งมาก

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเหลือบสายตามองเขา “ยังทำเช่นไรได้ ก็ต้องเผ่นสิ!” พูดยังไม่ทันจบประโยคก็ลากฉีหนานวิ่งจนตัวปลิวตามแรงดึงเรียบร้อย

 

_____ฉีหนานวิ่งตามอย่างไม่ยากเย็นนักพลางเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ “คุณจัดการพวกมันได้ไม่ใช่หรือ? ทำไมต้องหนีด้วย?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อนิ่งเงียบครู่หนึ่ง “เป็นไปไม่ได้ที่นักเรียนซึ่งเพิ่งสอบเข้าทุกคนจะมีพลังระดับข้า… เห็นได้ชัดว่า พวกเขาต้องการให้นักเรียนวิ่งหนี หากต้องการฆ่าพวกมันจริงๆย่อมสามารถทำได้ แต่ต้องเผยพลังที่แท้จริงของข้าออกมา ซึ่งข้าไม่คิดจะถูกพวกเขาเพ่งเล็งแน่นอน มันเหนื่อยมาก!”

 

_____ฉีหนาน “…”

 

_____ในเมื่อเจ้าหมอนี่ขี้เกียจเช่นนี้ เขาก็ได้แต่สงบปากเท่านั้น…

 

_____ด้วยคำแนะนำของลั่วซิวเจ๋อ พวกเขาทั้งสองคนจึงไม่ต่อสู้กับกิ้งก่าทะเลทราย ทว่าพวกมันก็ยังตามมาส่งพวกเขาอย่างอบอุ่น ทำให้พวกเขาต้องวิ่งหนีเตลิดตลอดทาง

 

_____กิ้งก่าทะเลทรายเหล่านี้เคลื่อนไหวไม่รวดเร็วนัก อีกทั้งฉีหนานยังสังเกตเห็นว่า ทุกครั้งที่พวกมันจะพุ่งโจมตีเข้าใส่ ตัวที่วิ่งนำหน้าอยู่จะหยุดชะงักหลายวินาที ก่อนจะลดความเร็วลง

 

_____เขาคิดว่า น่าจะมีคนของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งติดบางอย่างไว้บนตัวของกิ้งก่าทะเลทรายเหล่านี้… ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเพียงการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งไม่คิดจะเอาชีวิตของนักเรียนเหล่านี้จริงๆ

 

_____ตลอดทางที่วิ่งหนีการไล่ล่าของพวกกิ้งก่าทะเลทรายนั้น ความเร็วของทั้งสองคนไม่ตกลงแม้แต่น้อย หลังจากใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง กิ้งก่าทะเลทรายกลุ่มนั้นก็ตัดสินใจยอมแพ้และตวัดหางกลับรังของพวกมันไป…

 

_____ทันทีที่กิ้งก่าทะเลทรายเหล่านั้นจากไปแล้ว ลั่วซิวเจ๋อรีบแผ่พลังจิตออกไปรอบบริเวณ การตัดใจยอมแพ้ของกิ้งก่าทะเลทรายเหล่านั้นเป็นไปได้มากว่า หัวข้อการทดสอบขั้นต่อไปจะเริ่มขึ้นแล้ว… การไล่ล่าเป็นระยะเวลายาวนานเกือบหนึ่งชั่วโมงเมื่อครู่น่าจะเป็นการทดสอบสมรรถภาพร่างกายของพวกเขา ฉะนั้นขั้นต่อไปย่อมเป็นการทดสอบความสามารถในด้านอื่นแน่นอน

 

_____“ระวัง!” ลั่วซิวเจ๋อพลันร้องลั่นพลางตวัดเท้าถีบฉีหนานที่นั่งพักบนเนินทรายจนกลิ้งลงไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

 

_____ทันใดนั้นตำแหน่งที่ฉีหนานนั่งพักเมื่อครู่กลับปรากฏหลุมทรายขนาดใหญ่ กระทั่งเม็ดทรายสีเหลืองนวลละเอียดยังกลายเป็นกระแสน้ำวนเล็กๆซึ่งหมุนวนและดูดทุกสิ่งทุกอย่างลงไปในหลุมดำด้านล่าง…

 

_____“แหวะ!” ฉีหนานซึ่งกลิ้งลงไปตามเนินทรายอย่างทุลักทุเล กำลังคายทรายออกมาจากปากหลายครั้ง  การเคลื่อนไหวเมื่อครู่ของลั่วซิวเจ๋อรวดเร็วเกินไปจนเขากลิ้งลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว… แต่โชคดีที่ลั่วซิวเจ๋อมีประสาทสัมผัสอันเฉียบคม มิเช่นนั้นเขาคงร่วงลงไปในหลุมดำนั้นไปแล้ว…

 

_____“กางม่านพลังจิต!” ลั่วซิวเจ๋อที่เพิ่งกระโดดลงมาจากเนินทรายนั้น รีบเตือนให้ฉีหนานระวังตัว… การทดสอบในครั้งนี้คงไม่ง่ายดายแน่นอน ดูจากการไล่ล่าตลอดหนึ่งชั่วโมงของกลุ่มกิ้งก่าทะเลทรายกลุ่มนั้นก็ตระหนักได้แล้ว

 

_____ฉีหนานแผ่คลื่นพลังจิตระดับ F อันน่าอนาถของตนออกมา… เดิมทีพลังจิตระดับนี้ยังไม่อาจแผ่ออกมาภายนอกร่างกายได้ แม้จะยังสามารถใช้ควบคุมหุ่นยนต์โดยต้องใช้วิธีเชื่อมต่อระบบประสาทเข้ากับหุ่นยนต์จากภายในโดยตรงก็ตาม

 

_____โชคดีที่ลั่วซิวเจ๋อฝึกหนักเรื่องพลังจิตให้กับเขาระหว่างการเดินทางมายังเมืองหลวงด้วยยานอวกาศลำนั้น ทำให้บัดนี้เขาสามารถแผ่พลังจิตออกมาจากร่างกายได้ถึง… แค่กๆ ห้าสิบเซนติเมตร…

 

_____หลุมทรายที่ปรากฏอยู่บนยอดของเนินทรายนั้นปิดลงอย่างรวดเร็ว ลั่วซิวเจ๋อใช้พลังจิตกางออกเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่อีกครั้ง เพื่อสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด…

 

_____“ปี๊บๆๆ!” สัญญาณเตือนภายในห้องสังเกตการณ์ดังลั่นแสบแก้วหู ทำให้อาจารย์สองท่านที่รับผิดชอบในการจับตามองฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อหันมามองหน้ากันทันที ก่อนจะเผยสีหน้าตื่นเต้นยินดีสุดขีดออกมาพร้อมกัน

 

_____ชายวัยกลางคนที่ยังดูหนุ่มราวอายุสามสิบกว่าปีคนหนึ่งถูมือไปมาอย่างหมายมั่นปั้นมือ “หึหึ โชคดีจริงๆที่ฉันเจอต้นอ่อนชั้นยอดเช่นนี้”

 

_____ชายร่างใหญ่ล่ำสันแข็งแรงที่นั่งอยู่ด้านข้างพลันตบโต๊ะอย่างไม่พอใจ “ระวังปากหน่อย ไม่ใช่แกเจอ… แต่เป็นพวกเราเจอต่างหาก แกไม่เคยได้ยินคำกล่าว ‘ใครเจอคนนั้นได้’ หรือไง!”

 

_____ชายวัยกลางคนอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองอีกฝ่ายทางหางตา “ฉันจะพูดยังไงก็ไม่เกี่ยวกับนายซะหน่อย… ท่านอาจารย์ที่ปรึกษาแห่งสาขาค้นคว้าและพัฒนาหุ่นยนต์อย่างนายจะมาแย่งทหารรบใหม่กับฉันทำไมกัน!”

 

_____ชายร่างใหญ่ตบฝ่ามือลงบนโต๊ะเต็มแรงจนเกิดเสียงดังปัง “เฮ้ย! หมายความว่ายังไง แกกล้าดูถูกสาขาค้นคว้าและพัฒนาหุ่นยนต์ของฉันรึ? ไม่อยากจะออกไปฝึกแล้วหรือไร?”

 

_____ชายวัยกลางคนถึงกับมุมปากกระตุกและได้แต่ปิดปากกล้ำกลืนความอัปยศนี้… บ้าฉิบ เจ้าพวกสาขาค้นคว้าและพัฒนาหุ่นยนต์ในสถาบันวิจัยนั้นก็เหมือนกับนกแก้วที่ถูกเลี้ยงอย่างหยิ่งผยอง พวกแกเอาแต่มุดหัวอยู่ในห้องวิจัยของแกก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ ไม่เห็นต้องมาแย่งนักเรียนกับสาขาศาสตร์การต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์ของเราเลย!

 

_____ชายร่างกำยำเหลือบสายตามองชายวัยกลางคนแว่บหนึ่ง “อย่าโกรธเคืองกันเลย แกก็รู้ว่า ทฤษฏีใหม่ล่าสุดของสาขาค้นคว้าและพัฒนาหุ่นยนต์ของฉันคือ การใช้พลังจิตระดับS ‘หล่อเลี้ยง’ ไบโอโรบอทรุ่นใหม่ ถ้าดึงตัวเขาเข้าสาขาฉันได้ล่ะก็ ย่อมใช้ความสามารถของเขาได้อย่างคุ้มค่าแน่นอน”

 

_____“แหวะ!” ชายวัยกลางคนแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน “แล้วยังไง? ความหมายของนายคือ ถ้าเขาเข้าสาขาศาสตร์การต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์ของฉันแล้วจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายความสามารถของเขารึ?”

 

_____“หึ!” ชายร่างใหญ่หัวเราะขึ้นจมูกเล็กน้อย แม้จะไม่พูดออกมา แต่ก็รับรู้ได้จากท่าทางของเขาที่แสดงออกอย่างชัดเจน

 

_____ชายวัยกลางคนฟาดฝ่ามือตบลงบนโต๊ะด้วยความฉุนเฉียว “อย่าคิดว่า แกแข็งแกร่งแล้วฉันจะกลัวนะ สาขาศาสตร์การต่อสู้ของพวกเราน่ะ…”

 

_____“สาขาศาสตร์การต่อสู้ของพวกแกมีพลทหารระดับA มากขนาดนั้นแล้ว ทำไมต้องแย่งเจ้าหมอนี่กับพวกเราอีกเล่า?” ชายร่างใหญ่เอ่ยขัดคำพูดของเขา

 

_____ชายวัยกลางคนถลึงตาใส่ทันที “ไร้สาระ ระดับA กับระดับ Sจะเหมือนกันได้อย่างไร? ไม่อย่างนั้นฉันจะกลับไปบอกเจ้าพวกระดับA บางคนให้ย้ายไปเข้าสาขาค้นคว้าและพัฒนาหุ่นยนต์ของพวกนายดีหรือไม่?”

 

_____อีกฝ่ายพลันหัวเราะเย็นเยียบ “คิดว่าฉันโง่หรือไร? เจ้าลูกหมีเลือดร้อนพวกนั้น แต่ละคนมันบ้าการต่อสู้จะตาย พวกมันรู้ถึงความล้ำค่าของหุ่นยนต์หรือ? รู้ว่าหุ่นยนต์ถูกสร้างและพัฒนาขึ้นมาอย่างไรหรือ? เจ้าพวกโตแต่ร่างกาย สมองไม่พัฒนาพวกนั้น ฉันจะเอาพวกมันมาทำอะไร เอามาตั้งไว้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตหรือไง?”

 

_____ชายวัยกลางคนพลันมีสีหน้าดำทะมึนด้วยความโกรธเกรี้ยว แกคิดดีแล้วหรือที่ดูถูกสาขาศาสตร์การต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์ของพวกเราถึงเพียงนี้? อย่าคิดว่า แกเป็นลูกชายของอธิการบดีแล้วฉันจะไม่กล้าอัดแก… บ้าฉิบ ถ้ากระทืบได้ ฉันอัดแกตายแน่!

 

_____“โอ้ ครึกครื้นดีจริงๆ” ขณะที่ชายวัยกลางคนกับชายร่างกำยำกำลังโต้เถียงเรื่องสาขาของลั่วซิวเจ๋อกันอย่างดุเดือด ชายชราผู้มีเส้นผมและเคราสีขาวโพลนผู้หนึ่งเดินถือแก้วน้ำชาหนึ่งแก้วเข้ามาในห้องสังเกตการณ์พร้อมรอยยิ้มกว้างจนตาแทบปิดบนใบหน้า

 

_____ชายทั้งสองคน: บัดซบ! เฒ่าจิ้งจอกตัวนี้เข้ามาได้อย่างไรกัน!

 

_____ทั้งสองคนหันมาสบสายตา ก่อนจะพร้อมใจกันหยุดการทะเลาะวิวาทชั่วคราวทันที… หากต้นอ่อนชั้นดีเช่นนี้อยู่ในสาขาใดก็ตาม สาขานั้นเหมือนมีมันสมองชั้นยอดก็ไม่ปาน ทั้งสองคนที่ได้รับโอกาสก่อนย่อมไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันผู้อื่นอย่างแน่นอน

 

_____“หึๆ ศาสตราจารย์หมิ่นก็มาด้วยรึ” ชายวัยกลางคนจงใจส่งเสียงหัวเราะขึ้นจมูกก่อนจะเอ่ยทักทายอีกฝ่าย

 

_____ชายร่างกำยำเองก็คลี่ยิ้มต้อนรับอย่างเป็นมิตร เพื่อหยุดสายตาของชายชราผู้นี้อย่างแยบยล

 

_____ชายชราพลันเปล่งเสียงหัวเราะออกมา ก่อนจะวางแก้วชาที่ตนถือมาบนโต๊ะ “พวกคุณสองคนเกรงใจเกินไปแล้ว เพียงแต่…” เอ่ยยังไม่ทันจบประโยค ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง “ขืนปล่อยให้ต้นอ่อนชั้นยอดเช่นนี้อยู่กับพวกคุณสองคนคงน่าเสียดายแย่ มิสู้ให้มาอยู่กับสาขาบัญชาการกองทัพของผมจะเหมาะสมกว่าหรือ”

 

_____ชายทั้งสองคน : กะแล้วเชียวว่า ไอ้แก่นี่จะต้องมาขวางแน่!

 

_____ไม่ว่าคนในห้องสังเกตการณ์จะถกเถียงแย่งชิงลั่วซิวเจ๋อแค่ไหน ทว่าลั่วซิวเจ๋อกลับไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่า ตนกลายเป็นของหวานเลิศรสไปเสียแล้ว

 

_____อันที่จริงเพราะเขาประมาทเอง เขาไม่นึกว่า โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งจะอวดรวยถึงเพียงนี้ ภายในเขตโรงเรียนทั้งหมดล้วนติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับพลังจิตไว้ทั่วบริเวณ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้มีราคาไม่น้อยเลย หนำซ้ำยังซื้อมาติดไว้ในปริมาณมากเพื่อครอบคลุมการตรวจจับพลังจิตนี้ไปทั่วทุกเขต ฉะนั้นย่อมจ่ายไปในราคาสูงมากพอที่จะสามารถซื้อดาวเคราะห์แร่ธาตุสักดวงเลยทีเดียว

 

_____ในสถานการณ์ที่เผลอใช้พลังจิตโดยไม่ปิดบังเช่นนี้ ทำให้พลังจิตระดับS ของเขาถูกตรวจพบทันที อีกทั้งไม่กี่นาทีต่อมา ข้อมูลของเขายังถูกส่งไปยังควอนตัมคอมพิวเตอร์ของอธิการบดีอีกด้วย

 

_____“โอ้… ชาวโลกที่พลตรีเฉิงแนะนำมาหรือ…” ชายชราร่างเล็กผู้เปี่ยมไปด้วยอำนาจและเก่งกาจทั้งด้านร่างกายและพลังจิต… ปกติท่านดูเป็นคนมีเมตตา อัธยาศัยดี ทว่าทุกคนในรัฐบาลไม่มีใครกล้าดูถูกผู้อาวุโสที่กุมบังเหียนของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งไว้ในมือผู้นี้แม้แต่คนเดียว… ช่วงแรก เขาตกเป็นเหยื่อแห่งความโลภของตระกูลใหญ่มากมายที่จ้องจะยึดอำนาจในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งแห่งนี้ อีกทั้งยังมีพวกที่กล้าลงมือกับนักเรียนของเขาเพื่อกำจัดชายชราผู้นี้ให้พ้นทาง

 

_____ทว่าด้วยการปกป้องของเขา ทำให้โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งหลุดพ้นจากการต่อสู้ทางการเมืองโดยสมบูรณ์… มาจากตระกูลเหล่านั้นก็ดี หรือเป็นลูกหลานพลเรือนทั่วไปก็ช่าง… ขอเพียงก้าวเข้าสู่โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียนแห่งนี้  ในที่แห่งนี้นักเรียนคือนักเรียน และหน้าที่หลักของนักเรียนคือ การเล่าเรียนไม่ใช่การต่อสู้ทางการเมือง…

 

_____หลายปีมานี้ ชายชราผู้นี้ยึดหลักแนวคิดนี้มาโดยตลอด ใครก็ไม่อาจใช้วิธีไหนมาทำร้ายนักเรียนของเขาได้!

 

_____“เป็นนักเรียนที่ไม่เลวเลย ไม่รู้ว่าจะถูกใครคว้าตัวไป” ชายร่างเล็กจ้องมองจอภาพตรงหน้าพลางอมยิ้มที่มุมปาก

 

_____เขาทราบเรื่องการแย่งชิงนักเรียนที่เกิดขึ้นในสาขาต่างๆดี แต่ก็ไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปแทรกแซงเรื่องนี้

 

_____ที่นี่คือที่ใด? ที่นี่คือโรงเรียนการทหาร… ในเมื่อเป็นโรงเรียนการทหาร ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรืออาจารย์ล้วนต้องมีใจสู้เป็นสิ่งแรก… หากแย่งชิงนักเรียนมาไม่ได้ก็มีแต่ต้องยอมรับว่า ตัวเองอ่อนหัด… ‘ผู้แข็งแกร่งคือเหตุผล’ เป็นกฏที่สามารถใช้ได้ในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งแห่งนี้

 

_____ชายชราร่างเล็กจิ้มลงไปดูภาพบนจอภาพ ก่อนจะมีท่าทีประหลาดใจสุดขีด เมื่อพบว่า มุมหนึ่งของจอภาพกลับมีร่างของคนมากกว่าสองคนในนั้น

 

_____“โอ้…” ชายชราขยับเข้าไปใกล้จอภาพพลางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ถึงรู้ว่า เงาร่างของคนที่เข้าไปในเขตสิบหกอย่างเงียบงันคือใคร “จุ๊ๆ ผู้อาวุโสหมิ่นช่างลงมือรวดเร็วเสียจริง…”

 

_____ภายในห้องสังเกตการณ์ ศาสตราจารย์หมิ่นยังคงโต้เถียงกับชายวัยกลางคนและชายร่างใหญ่อย่างดุเดือด พวกเขาพยายามต่อสู้แย่งชิงตัวลั่วซิวเจ๋อมาอยู่ในความดูแลของตนกันหน้าดำหน้าแดง ทว่าขณะที่ศาสตราจารย์หมิ่นพูดถกเถียงกับพวกเขา หลายครั้งที่เหลือบมองภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทันทีที่เห็นคนที่ตัวเองส่งไปรับตัวนักเรียนทั้งสองคนนั้นเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องฉีกยิ้มด้วยความสะใจอย่างอดไม่ได้

 

_____ชายทั้งสองคน: บัดซบ! จิ้งจอกเฒ่ายิ้มออกมาแบบนี้ ซวยแล้ว! จะต้องเกิดเรื่องอะไรที่เราไม่รู้แน่!

 

_____ทั้งสองหันมาสบสายตากัน ชั่วพริบตานั้นพวกเขารู้ตัวทันทีว่า มีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง… น่าเสียดายที่พอพวกเขาหันกลับไปสนใจภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้ง ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานก็ถูกนักเรียนสองคนพาขึ้นรถยนต์ลอยฟ้า เพื่อไปรายงานตัวที่ตึกของสาขาบัญชาการกองทัพเสียแล้ว…

 

_____ชายทั้งสองคน “…”

 

_____“อา ผมแก่แล้วจริงๆ” ศาสตราจารย์หมิ่นนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งพลางยกแก้วชาขึ้นมาจิบอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะจ้องมองชายวัยกลางคนกับชายร่างใหญ่ด้วยรอยยิ้มสว่างไสว “พูดไม่กี่ประโยคก็รู้สึกเหนื่อยเสียแล้ว ไม่อาจเทียบกับคนหนุ่มๆอย่างพวกคุณได้จริงๆ”

 

_____ทั้งคู่ : = =

—————————