0 Views

บทที่ 49

_____ฉีหนานพลันหน้าขึ้นสีแดงก่ำพลางนึกโอดครวญในใจ… เขารู้อยู่แก่ใจดีว่า ลั่วซิวเจ๋อกำลังพูดพล่ามไร้สาระอยู่ แต่ปัญหาคือ… เขาไม่สามารถอธิบายสถานะที่แท้จริงของลั่วซิวเจ๋อออกมาได้!

 

_____มาคิดดูแล้ว ตอนที่อยู่ในโรงเตี๊ยมก่อนหน้านี้น่าจะให้ลั่วซิวเจ๋อกับแมวราตรีออกไปข้างนอกด้วยกัน ต้องโทษที่ช่วงนี้พวกเขาสองคนออกไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด จนเขาลืมสนิทว่า หัวหน้าหลิวไม่รู้เรื่องลั่วซิวเจ๋อเลยแม้แต่น้อย ฉะนั้นย่อมไม่ได้ฝากฝังอีกฝ่ายกับซิเรียสแน่นอน…

 

_____ทำให้พวกเขาต้องแต่งเรื่องบ้าๆนี้ขึ้นมา เพื่อไม่ให้ถูกซิเรียสมองออก…

 

_____ทว่า… ฉีหนานแอบเหลือบสายตามองซิเรียสที่ดูฉุนเฉียวมากแล้วเผลอกระตุกมุมปาก ดูเหมือนว่า… จะปิดไม่มิดกระมัง?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกลับไม่กังวลใจแม้แต่น้อย เขามองปราดเดียวก็เข้าใจความคิดของซิเรียสผู้นี้ทันที… ในสถานการณ์ที่พละกำลังไม่สำคัญเท่าตัวคนเช่นนี้ ขอเพียงเขาไม่แสดงท่าทีมุ่งร้ายต่อฉีหนาน อีกฝ่ายย่อมไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามแน่นอน…

 

_____ส่วนเรื่องที่เขาจะทำร้ายฉีหนานหรือไม่นั้น… หึหึ เกรงว่า ซิเรียสคงไม่มีโอกาสที่จะเห็นวันนั้นอย่างแน่นอน!

 

_____เมื่อเป็นเช่นนี้ การพบกันครั้งแรกอันแสนสนิทสนมปรองดองของทั้งสองฝ่ายจึงผ่านไปด้วยดี

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานเองก็ไม่คิดจะรั้งรออยู่ในคฤหาสน์แสนไม่ธรรมดาหลังนี้อีก… หลังจาก ‘เยี่ยมเยียน’ ซิเรียสเสร็จแล้วพวกเขาก็รีบขอตัวกลับไปยังโรงเตี๊ยมที่พักอาศัยอยู่

 

_____เมื่อพวกเขาคล้อยหลังจากไปเพียงไม่นาน ซิเรียสก็รีบทะยานร่างไปยังวิทยุสื่อสารเพื่อต่อสายไปหาหลิวเฟิง ซึ่งเขาตวาดเสียงดังทันทีที่อีกฝ่ายรับสายว่า “ไอ้แก่! สมัยอยู่กองทัพเจ้าหลอกต้มข้า บัดนี้ข้าเกษียณแล้ว เจ้ายังจะหลอกข้าอีกเรอะ!”

 

_____หลิวเฟิงพลันมีสีหน้าประหลาดใจ “มีเรื่องอะไรหรือ?”

 

_____ซิเรียสหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “เจ้าหนุ่มที่ชื่อฉีหนานคนนั้นไยต้องให้ข้าดูแลอีกเล่า! ข้าว่า เขาจะมาดูแลข้าแทนต่างหาก!”

 

_____หลิวเฟิงนิ่งตะลึงงันชั่วครู่ ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นทันที “พูดภาษาคนสิวะ!”

 

_____ซิเรียสบ่นพึมพำอีกสองประโยค ก่อนจะพูดเข้าเรื่องด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจัง “ข้าพูดความจริง… ข้างกายของเจ้าหนุ่มนั่นมีคนที่แม้แต่ข้าก็ไม่อาจหยั่งถึงได้อยู่ เจ้ารีบบอกมาว่า เจ้าหมอนี่โผล่มาจากที่ใดกันแน่?”

 

_____หลิวเฟิงถึงกับริมฝีปากสั่น เมื่อเห็นรูปที่ซิเรียสส่งมาให้เขา… เขาเองก็สับสนงงงวยเช่นกัน ใครจะรู้เล่าว่า เจ้าหนุ่มรูปงามผู้นี้โผล่มาจากที่ใด…

 

_____แต่เขาไม่เคยได้ยินว่า ฉีหนานรู้จักบุคคลเช่นนี้มาก่อน…

 

_____“บอกมา จะให้ทำเช่นไรต่อไป?” ซิเรียสถามพลางคาบไม้จิ้มฟันแท่งหนึ่งที่ไม่รู้ว่าเอามาจากไหนไว้ในปาก

 

_____“อะไรคือทำเช่นไรหรือ?” หลิวเฟิงถามกลับ

 

_____ซิเรียสนิ่งอึ้งครู่หนึ่ง “เจ้าขอให้ข้าดูแลเจ้าหนุ่มนี่ไม่ใช่หรือ?”

 

_____หลิวเฟิงเปล่งเสียงหัวเราะออกมา “ใช่ แต่ปัญหาคือ… ฉันไม่เคยขอให้นายเป็นพี่เลี้ยงของเขามิใช่หรือ? ฉันแค่เป็นห่วงว่า เจ้าเด็กฉีหนานจะไม่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในเมืองหลวงและไม่มีคนคอยดูแลเขา ในเมื่อตอนนี้เขามีคู่หมั้นคนนั้นแล้ว ฉันยังต้องห่วงอะไรอีกหรือ?”

 

_____ซิเรียสขมวดคิ้วแน่น “อย่าบอกนะว่า เจ้าดูไม่ออกว่าประวัติของเจ้าหนุ่มหน้าสวยคนนั้นมีปัญหา”

 

_____หลิวเฟิงคลึงใบหูเล่นด้วยความผ่อนคลาย “ฉันรู้อยู่แล้ว แต่คนที่มีประวัติเช่นนี้บนดาวโลกมีถมเถไป… ไม่ต้องมองไกลตัวเลย ฉีหนานเองก็เป็นหนึ่งในนั้นไม่ใช่หรือ? ในเมื่อพวกเขาทั้งสองคนเต็มใจที่จะอยู่ด้วยกันก็ดีแล้ว นายเองก็ไม่ใช่บิดามารดาของพวกเขา ทำไมต้องใส่ใจให้มากความด้วยเล่า”

 

_____ซิเรียสลูบคางไปมา ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมา “จะว่าไปก็ถูก” ทันทีที่พูดจบประโยคก็ตัดสายไปโดยไม่คิดจะร่ำลาอีกฝ่ายสักประโยค…

 

_____อีกด้าน ตาแก่หลิวที่อยู่บนโลกกำลังหัวเราะหึในลำคอ… จากภาพในคลิปวีดีโอที่ซิเรียสส่งมาให้เขาดูนั้น เจ้าหนุ่มหน้าสวยคนนั้นแข็งแกร่งไม่เบาเลยทีเดียว อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีสมรรถภาพร่างกายระดับ A… ไม่ว่าคนที่ครอบครองพลังระดับนี้จะขอพึ่งพิงกับตระกูลใดย่อมได้รับการต้อนรับและดูแลเป็นอย่างดี… สิ่งที่ฉีหนานสามารถมอบให้อีกฝ่ายล้วนเป็นสิ่งที่ทุกตระกูลสามารถมอบให้ได้เช่นกัน อีกทั้งยังมากมายยิ่งกว่า หรือก็คือ… เขาไม่จำเป็นต้องหลอกลวงฉีหนานเลย!

 

_____ส่วนเรื่องที่อีกฝ่ายจะเป็นคนที่ตระกูลฉีส่งมาหรือไม่นั้น…. หลิวเฟิงคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ตั้งแต่ที่แม่นมของตระกูลฉีลากลับเมืองหลวงไปเมื่อห้าปีก่อนนั้น ฉีหนานก็ตัดขาดจากตระกูลฉีโดยสมบูรณ์ เว้นแต่ผู้นำตระกูลฉีคนปัจจุบันจะออกคำสั่งให้รับตัวเขากลับเข้าไปอยู่ในตระกูลฉีอีกครั้งแล้ว เขาไม่มีทางยุ่งเกี่ยวกับตระกูลฉีอย่างเด็ดขาด

 

_____ต่อให้เป็นแผนตีสนิทเพื่อสาวไปถึงตระกูลฉีก็คงไม่มีใครเลือกปลาที่ถูกฝูงทอดทิ้งอย่างแน่นอน แทนที่จะเสียเวลากับฉีหนาน ไม่สู้ไปตีสนิทกับพวกคนตระกูลฉีเหล่านั้นโดยตรงหรือ

 

_____เมื่อตัดตัวเลือกของพวกสิบแปดมงกุฎออกไป คำพูดที่กล่าวว่า ‘เป็นรักแรกพบ’ ของลั่วซิวเจ๋อกลับเป็นคำตอบที่น่าเชื่อถือมากที่สุด

 

_____ส่วนเรื่องที่ทั้งสองคนจะเป็นรักแท้ของกันและกันจริงหรือไม่… หลิวเฟิงรู้สึกว่า นี่เป็นเรื่องของคนหนุ่มสาว ตาแก่อย่างเขาไม่ต้องกังวลให้มากนักหรอก

 

_____***

 

_____หลังจากออกมาจากคฤหาสน์ร้างหลังนั้น ฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อที่กลับมายังโรงเตี๊ยมก็รับประทานอาหารเย็นและพักผ่อนทันที

 

_____ค่ำคืนอันเงียบสงบผ่านพ้นไปพร้อมกับเช้าวันใหม่ที่เริ่มต้นขึ้น ทั้งสองคนตื่นขึ้นมาและเก็บสัมภาระทั้งหมด ก่อนจะเดินออกไปจากโรงเตี๊ยมแห่งนี้

 

_____โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งตั้งอยู่ที่ชานเมืองของเมืองเทียนซู… และเพื่อให้นักเรียนทุกคนคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมทุกรูปแบบอย่างเต็มที่ พื้นที่ทั้งหมดของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งจึงกว้างใหญ่พอๆกับเมืองทั้งเมืองเลยทีเดียว

 

_____มีเพียงบริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองนี้เท่านั้นที่จะเต็มไปด้วยตึกอาคารอันทันสมัยมากมาย ทว่าในส่วนอื่นนั้นจะถูกจัดสรรให้กลายเป็นภูมิประเทศหลากหลายแบบและทุกสภาพแวดล้อม ตั้งแต่แม็กม่าภูเขาไฟไปจนถึงทะเลทราย…

 

_____ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนทำความคุ้นเคยกับทุกสภาพแวดล้อมภายในที่นี้อย่างเชี่ยวชาญ และเมื่อพวกเขาเข้าร่วมสงครามในอนาคต จะช่วยทำให้ลดระดับความเสียหายที่เกี่ยวเนื่องจากสภาพแวดล้อมต่อพวกเขาได้

 

_____บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเป็นโซนที่จัดการเรียนการสอนของโรงเรียนนี้ ซึ่งนักเรียนทุกคนจะต้องเรียนวิชาภาคทฤษฏีทุกรายวิชาที่นี่… นักเรียนทุกคนจะถูกจำกัดบริเวณราวกับอยู่ในค่ายทหารปิดก็ไม่ปาน นอกจากประตูหลักไม่กี่จุดแล้ว บริเวณอื่นล้วนถูกจับตามองด้วยมาตรการป้องกันแสนเข้มงวดและซับซ้อน ฉะนั้นผู้ใดที่บุกรุกหรือลอบเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจะต้องพบกับการโจมตีอันรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานเดินทางมายังประตูทางเข้าหลักของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งด้วยรถยนต์ลอยฟ้าสาธารณะอันสะดวกสบาย… มองผิวเผินอาจคิดว่า ประตูทางเข้าของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งนี้มีการป้องกันที่หละหลวมที่สุด… อันที่จริงแนวป้องกันในส่วนอื่นมักใช้ป้อมปืนเลเซอร์หรือบาเรียหลากชนิด ทว่าประตูหลักแห่งนี้กลับมีเพียงทหารหน่วยหุ่นยนต์ระดับหัวกะทิสองหน่วยคอยรักษาการณ์อยู่

 

_____หากพูดถึงพละกำลังในการป้องกันแล้ว นับว่าไม่ด้อยไปกว่าส่วนอื่นเลย

 

_____หลังจากก้าวลงมาจากรถยนต์ลอยฟ้า ฉีหนานก็จ้องมองธงสีเลือดประจำโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งที่โบกสะบัดอยู่ด้านหน้าโรงเรียน พลันรู้สึกตื่นเต้นยินดีมากจนระงับอาการไม่อยู่

 

_____ในอดีตเขาเคยได้ยินเรื่องของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งเช่นกัน ทว่าแม้จะเป็นทายาทตระกูลฉีก็ไม่แน่ว่าจะมีคุณสมบัติที่จะเข้าโรงเรียนแห่งนี้ได้!

 

_____ที่แห่งนี้คือโรงเรียนการทหารที่โด่งดังที่สุดของรัฐบาล ฉะนั้นนักเรียนย่อมเป็นทหารชั้นยอดของรัฐบาลทั้งสิ้น!

 

_____ฉีหนานไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่า ตัวเขาที่ถูกเรียกว่า ‘เด็กไร้ค่า’ จะมีโอกาสเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาอันโด่งดังเช่นนี้ได้ เรื่องใหญ่เกินตัวมากถึงเพียงนี้ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังฝันไปมากกว่า!

 

_____“อย่ามัวแต่เหม่อ รีบเดินไปได้แล้ว!” ลั่วซิวเจ๋อมองฉีหนานที่เอาแต่จ้องประตูทางเข้าด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจจนแทบอยากจะเป็นลมเสียให้ได้…

 

_____“อา? อืม!” ฉีหนานที่ได้ลั่วซิวเจ๋อเรียกสติกลับมา รีบพยักหน้ารับทันที… ถูกต้อง ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะยืนเหม่อลอย จดหมายเชิญของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งที่พวกเขามีนั้นเป็นแค่จดหมายเชิญสอบสัมภาษณ์เท่านั้น ต้องผ่านการสัมภาษณ์ให้ได้ก่อนถึงจะได้รับการยอมรับสถานะอย่างแท้จริง… หากท่าทางเอ๋อๆของเขาเมื่อครู่ถูกอาจารย์ผู้คุมการสอบสัมภาษณ์เห็นเข้าล่ะก็คงน่าอับอายยิ่งนัก…

 

_____พวกเขาทั้งสองคนเดินไปหาพนักงานที่เฝ้าอยู่หน้าประตูทางเข้า ก่อนจะแสดงจดหมายเชิญของตนให้อีกฝ่ายเห็น…

 

_____ผู้ที่รับผิดชอบยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูทางเข้าหลักคือ ชายแก่ผู้มีเส้นผมสีขาวโพลนทั้งศีรษะคนหนึ่ง… เขามองจดหมายเชิญพลางเปิดควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตนเพื่อเปรียบเทียบครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ายืนยัน “ถูกต้อง ฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อสินะ พวกเจ้าเข้าไปในประตูหมายเลขสิบหกเถิด”

 

_____ชายชราทำท่าบุ้ยใบ้ให้พวกเขาเลือกรถยนต์ลอยฟ้าที่จอดด้านข้างอยู่หนึ่งคันเพื่อใช้ในการเดินทาง เพราะโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งกว้างใหญ่มากนัก ระยะทางระหว่างสนามฝึกแต่ละแห่งจึงห่างไกลกันมาก ถ้าเดินไปล่ะก็ คงมีคนเป็นลมล้มพับไปแน่นอน…

 

_____ฉะนั้นในแต่ละเขตของโรงเรียนแห่งนี้จึงมีจุดจอดรถของรถยนต์ลอยฟ้าหลายร้อยแห่ง นอกจากนักเรียนที่มีรถยนต์ลอยฟ้าส่วนตัวแล้ว นักเรียนคนอื่นย่อมสามารถเลือกใช้รถยนต์ลอยฟ้าของโรงเรียนได้

 

_____ต้องขอบคุณใบหน้ายิ้มแย้มดุจแสงตะวันของลั่วซิวเจ๋อ ทำให้ฉีหนานได้รับแผนที่ฉบับหนึ่งจากชายชราผู้นั้นอย่างง่ายดาย… หากดูในแผนที่ จากตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ในปัจจุบันต้องใช้เวลาขับไปประมาณสิบนาทีกว่าจะถึงประตูหมายเลขสิบหก ทั้งคู่ขับรถยนต์ลอยฟ้ามุ่งหน้าไปยังประตูหมายเลขสิบหกอย่างรวดเร็ว

 

_____เมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้ว ฉีหนานที่แบกสัมภาระไว้บนหลังก็ก้าวยาวๆเตรียมเดินเข้าไปประตู ทว่าเขาเพิ่งก้าวมาถึงหน้าประตู กลับถูกลั่วซิวเจ๋อหยุดเอาไว้เสียก่อน

 

_____“มีอะไรหรือ?” ฉีหนานที่คุ้นชินกับปฏิกิริยาผิดปกติอันน่าตะลึงหลายครั้งของลั่วซิวเจ๋อแล้ว เข้าโหมดพร้อมสู้ทันที ทว่าท่าทีตอนนี้ของลั่วซิวเจ๋อกลับไม่ตึงเครียดถึงเพียงนั้น แค่หยุดเขาเอาไว้เท่านั้น…

 

_____“ไม่มีอะไร การสัมภาษณ์จะเริ่มขึ้นแล้ว เจ้าพร้อมแล้วหรือไม่?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถาม

 

_____“จะเริ่มขึ้นแล้ว?” ฉีหนานนิ่งตะลึงครู่หนึ่ง แต่เขาฉลาดพอที่จะรู้ตัวทันที ถ้าพวกเขาเข้ารับการสอบสัมภาษณ์แบบปกติควรจะไปยังโซนที่ใช้เรียนภาคทฤษฏีถึงจะถูก ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะให้พวกเขามายังประตูหมายเลขสิบหก ย่อมหมายความว่า การสัมภาษณ์ของพวกเขาจะเริ่มขึ้นทันทีที่เหยียบเข้าไปในประตูบานนั้น…

 

_____“ผมเข้าใจแล้ว” ฉีหนานพยักหน้ารับ จากนั้นพวกเขาจึงค่อยๆก้าวย่างเข้าไปในประตูหมายเลขสิบหกนี้

 

_____ยามเฝ้าหน้าประตูแค่กวาดสายตามองเขารอบหนึ่ง ก่อนจะถอนสายตากลับไปสนใจธุระของตนต่ออย่างไม่ใส่ใจ… ดูเหมือนว่า ชายชราที่เฝ้าอยู่หน้าประตูหลักคนนั้นคงบอกอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว

 

_____รอจนลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานเดินเข้าไปในประตูบานนั้นแล้ว ยามคนนั้นพลันกระโดดลุกขึ้นยืน และรีบเปิดห้องสนทนาด้วยความตื่นเต้นทันที “เรียบร้อยแล้ว พวกเขาเข้าไปแล้ว รีบเริ่มเลยเถิด!”

 

_____“เฮ้ย สองคนวันนี้เป็นอย่างไรหรือ?”

 

_____“ใช้ได้? ผมรู้สึกว่า ใช้ได้อยู่… ถึงอย่างไรก็มีจดหมายแนะนำของพลตรีเฉิงเชียว น่าจะไม่ห่วยเท่าไอ้งั่งสามตัวเมื่อวานนี้กระมัง?”

 

_____“อืม… งั้นก็ดี เราว่า พวกเขาจะผ่านไปได้อย่างราบรื่น”

 

_____“ไม่หรอก พลตรีเฉิงแล้วอย่างไร? ตัวพลตรีเฉิงแข็งแกร่งมาก ไม่ได้หมายความว่า คนที่เขาเลือกจะแข็งแกร่งมากเช่นกัน… อีกอย่างฉันได้ยินมาว่า พวกเขาคัดเลือกจากทางเครือข่ายอวกาศ ซึ่งการต่อสู้ในเครือข่ายอวกาศกับของจริงนั้นแตกต่างกันมาก ฉันลงว่า พวกเขาไม่ผ่าน!”

 

_____“อืม พูดมีเหตุผลอยู่ แต่เราเชื่อในตัวพลตรีเฉิง เราว่า พวกเขาผ่าน”

 

_____“เฮ้ยเฮ้ย! อย่าพนันว่า ผ่านหรือไม่ผ่านเลย… เดิมพันอย่างอื่นดีกว่า… ทายเวลากันเถิด!”

 

_____“อืม เจ้างั่งสามตัวเมื่อวานนี้ก็ทุลักทุเลใช้เวลาไปห้าชั่วโมง… เจ้าสองคนนี้เป็นคนที่พลตรีเฉิงแนะนำมา ข้าว่าสองชั่วโมง!”

 

_____“ได้ ผมลงสามชั่วโมง!”

 

_____“เราว่าไม่ผ่าน!”

 

_____ขณะที่ยามคนนั้นกำลังเดิมพันแก้เบื่ออย่างดุเดือดอยู่นั้น ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานก็พบกับความท้าทายอย่างแรกเสียแล้ว

 

_____ในฐานะนักเรียนที่กำลังสอบเข้าโรงเรียนการทหารอันดันหนึ่ง ระดับความยากในการทดสอบของพวกเขาย่อมไม่สูงมากนัก… เมื่อเดินเข้าไปในโซนทะเลทรายไม่ไกลนัก ก็ต้องพบกับ… กิ้งก่าทะเลทรายหลายตัว

 

_____ฉีหนาน “…”

——————–