0 Views

บทที่ 48

_____ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม… เส้นทางนี้มีกับดักหรือไม่? มี!

 

_____ทว่าคนอย่างซิเรียสจะหน้าด้านใช้ลูกเล่นที่เพิ่งใช้ไปอีกครั้งหรือ?

 

_____แม้ไม่อาจรู้ว่าผู้อื่นคิดเช่นไร แต่ตัวซิเรียสนั้นอับอายเกินกว่าจะใช้ลูกไม้เดิมซ้ำอีกครั้งแน่นอน…

 

_____ดังนั้นลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานจึงเดินผ่านเส้นทางสายนี้ไปอย่างปลอดภัยและราบรื่นโดยไร้ซึ่งกับดักใดๆมาเล่นงานพวกเขา…

 

_____ปลายทางของเส้นทางสายนี้คือ ห้องโถงใหญ่แสนใหญ่โตโอ่อ่าห้องหนึ่ง มองออกไปคล้ายเห็นเงาเลือนรางของกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยอยู่ไกลๆ

 

_____ลั่วซิวเจ่อเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ เขาพอจะคาดเดานิสัยของซิเรียสผู้นี้ออกบ้างแล้ว ฉะนั้น… ความจริงแล้วเส้นทางเข้ามายังปราสาทหลังนี้คือ บททดสอบอย่างหนึ่งหรอกหรือ?

 

_____ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ก็โดนเหล่าชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำล่ำสันกลุ่มใหญ่รุมล้อมไว้ พวกเขาแต่ละคนดูกระเหี้ยนกระหือรือนัก มองยังไงก็ไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน… แม้ฉีหนานจะมีสมรรถภาพร่างกายระดับB ทว่าหากต้องต่อสู้กับคนจำนวนมากถึงเพียงนี้ล่ะก็… เขาไม่กังวลแม้แต่น้อย!

 

_____มีอาวุธสังหารอย่างลั่วซิวเจ๋ออยู่ทั้งคน เขายังต้องกลัวสิ่งใดอีกเล่า!

 

_____ยอดฝีมือระดับ S ที่สามารถกำจัดศัตรูทุกคนได้อย่างง่ายดาย แม้คนกลุ่มนี้รุมโจมตีเข้ามาพร้อมกัน ก็แค่ช่วยประหยัดเวลาเท่านั้น…

 

_____น่าเสียดาย… ที่ลั่วซิวเจ๋อกลับไม่คิดจะให้ความร่วมมือในแผนการอันสวยหรูของฉีหนานเลย… เขาตบไหล่ของฉีหนานอย่างแผ่วเบาสองสามครั้ง “ที่เหลือข้ายกให้เจ้า!”

 

_____พูดจบประโยค เจ้าตัวก็เดินไปยืนอยู่ข้างกำแพง ก่อนจะเอ่ยกับชายร่างใหญ่เหล่านั้นว่า “คู่ต่อสู้ของพวกนายคือเขา”

 

_____ชายเหล่านั้นจ้องมองเขาด้วยสายตาเยียบเย็น ทำให้ลั่วซิวเจ๋อพลันคลี่ยิ้มบางๆพลางใช้กำปั้นต่อยไปที่กำแพงข้างตัวอย่างรวดเร็ว จนกำแพงโลหะถึงกับยุบตัวลงไปและเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ราวกับใยแมงมุมก็ไม่ปาน…

 

_____ชายฉกรรจ์เหล่านั้น “…!!!” บัดซบ! เจ้าคนพลังช้างสารนี้เข้ามาในคฤหาสน์นี้เพื่ออะไรกัน? เขายังต้องฝึกหนักอีกหรือ!!

 

_____“ดีมาก…” ลั่วซิวเจ๋อคลี่รอยยิ้มอ่อนโยนจับใจออกมา “ดูท่าทุกคนจะเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดแล้ว แต่ถ้าพวกนายสามารถจัดการเขาได้… วางใจเถิด ฉันไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยแน่นอน”

 

_____เมื่อพูดจบประโยค เขาก็ส่งจูบไปให้ฉีหนานพลางแสร้งเอ่ยคำพูดแสนน่ารักอ่อนหวาน “ที่รัก ผมรอให้คุณอัดพวกเขาให้หมอบอยู่นะ”

 

_____ฉีหนาน “…” บิดาเจ้าเถิด! คุณยังลากให้ผมเสี่ยงต่อการโดนอัดไม่พอหรือไร! ถึงต้องขีดเส้นใต้เน้นย้ำใส่หัวผมเพิ่มแบบนี้อีก!

 

_____ชายร่างสูงกำยำเหล่านั้นต่างจ้องมองฉีหนานด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจนพลางพร้อมใจกันสบถด่าทออีกฝ่ายในใจ… เจ้าหนุ่มนี่เป็นใครกัน รูปร่างหน้าตาก็ธรรมดามิใช่หรือ? ผู้ชายหน้าสวยนั่นกลับเรียกไอ้หนุ่มคนนี้ว่า ที่รัก… พวกเขาสู้ผู้ชายคนนั้นไม่ไหว แต่ยังไงก็ขออัดไอ้เปี๊ยกอัปลักษณ์คนนี้ก่อนเถิด!

 

_____อัดมัน! กระทืบมัน! ถึงอย่างไรครูฝึกก็บอกแล้วว่า ถ้าเล่นงานเจ้าเปี๊ยกคนนี้จนหมอบได้ ครูฝึกจะฝึกสอนให้พวกเขาฟรีหนึ่งครั้ง!

 

_____ควรทราบก่อนว่า กว่าพวกเขาจะเข้ามาฝึกในคฤหาสน์ร้างหลังนี้ได้ต้องเสียเงินไปไม่น้อย หากมีวิธีที่จะได้ฝึกฟรีล่ะก็ พวกเขาย่อมสุขใจมากเหลือเกิน!

 

_____“ลุย!” ชายร่างกำยำผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มคำรามเสียงดังลั่นพร้อมกับชายฉกรรจ์กว่าสิบคนกระโจนเข้าใส่ฉีหนานอย่างดุดัน

 

_____ฉีหนานลอบก่นด่าความไร้เหตุผลของลั่วซิวเจ๋อในใจพลาง… ขยับกายหลบอุปกรณ์ช่วยฝึกอันหลากหลายนี้… พูดเป็นเล่นน่า นี่มันเยอะกว่าสิบคนอีก… จะให้สู้กับกลุ่มคนมากถึงขนาดนี้ รอเก็บศพยังดีเสียกว่า!

 

_____โชคดีมากที่ห้องโถงนี้ใหญ่โตโอ่อ่ามาก นอกจากจะมีพื้นที่ว่างบริเวณกลางห้องแล้ว รอบห้องยังเต็มไปด้วยอุปกรณ์สำหรับการฝึกซ้อมแทบทุกประเภทซึ่งล้วนมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ซับซ้อนวางเรียงกันอย่างมีระเบียบ…. ฉีหนานโยกตัวหลบการโจมตีไปรอบห้องอย่างคล่องแคล่วว่องไวไม่หยุด ทำให้ยังไม่มีใครสามารถจัดการเขาได้

 

_____เพียงไม่นาน ฉีหนานพลันรู้สึกถึงเรื่องประหลาด… ตอนที่ชายฉกรรจ์เหล่านี้กำลังไล่ล่าเขานั้น เห็นได้ชัดว่า มีท่าทีพะว้าพะวงไม่กล้าลงมือมาก… มีหลายครั้งที่เขาเกือบจะโดนอีกฝ่ายจับกุม ทว่าอีกฝ่ายกลับหยุดการโจมตีอย่างฉับพลัน ทำให้เขาหลบหนีไปได้อย่างปลอดภัย

 

_____เมื่อสังเกตและไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว ฉีหนานพลันค้นพบสาเหตุของเรื่องประหลาดนี้ทันทีคือ ชายฉกรรจ์เหล่านี้ดูจะระวังไม่ให้อุปกรณ์สำหรับการฝึกซ้อมภายในห้องนี้ได้รับความเสียหายอย่างเด็ดขาด… ก่อนหน้านี้พวกเขาหยุดการโจมตีหลายครั้งเพราะอุปกรณ์เหล่านี้อาจโดนลูกหลงจากการโจมตีของพวกเขาได้ ฉะนั้นจึงยั้งมือไว้… หากเป็นเช่นนี้จริงๆล่ะก็…

 

_____ฉีหนานแสยะยิ้มกว้าง เผยให้เห็นแนวฟันสีขาวที่เรียงตัวสวย… ถ้าไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์ล่ะก็ จะตอบแทนการต้อนรับอันแสน ‘อบอุ่น’ ของพวกคุณได้อย่างไร!!

 

_____“เฮ้ย!” ขณะที่ฉีหนานกำลังก้มตัวหลบนั้นเผลอสะดุดจนล้มหน้าคว่ำลงไปกับพื้น

 

_____พวกคนที่วิ่งตามมาด้านหลังพลันรู้สึกดีใจเหลือเกินพร้อมกับดีดตัวกระโจนเข้าใส่อีกฝ่าย ก่อนจะพยายามกดร่างของเจ้าหนุ่มนี้ไว้ใต้ร่าง…

 

_____ช่วยไม่ได้ เจ้าหนุ่มนี่มันเร็วเกินไปจริงๆ ขนาดคนของพวกเขาเยอะกว่ากลับยังไม่สามารถจับอีกฝ่ายได้ทั้งที่ใช้เวลานานถึงเพียงนี้ ช่างน่าขายหน้าเสียจริง!

 

_____“มาเลย!” ฉีหนานตะโกนเสียงดังลั่นพลางกลิ้งหลบออกไปจากใต้ร่างของชายร่างสูงใหญ่คนนั้น มือคว้าแขนจักรกลของอุปกรณ์ข้างกายและฟาดออกไปเต็มแรง…

 

_____ชายร่างใหญ่เพียงเห็นเงาสีดำตวัดใส่ใบหน้า จึงเผลอเหวี่ยงกำปั้นออกไปตามสัญชาตญาณโดยไม่ทันคิดไตร่ตรองให้ดีก่อน…

 

_____เกิดเสียงปึงดังสนั่น แขนจักรกลโดนกระแทกจนกลายเป็นรอยบุบ อีกทั้งชายผู้นั้นเองก็กุมมือข้างนั้นแน่นด้วยความเจ็บปวดเช่นกัน… ทำร้ายตัวเอง

 

_____“หนิว… ไอ้หนิว! แกไม่รู้ว่า อุปกรณ์ที่แกเพิ่งพังไปต้องจ่ายเงินถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นเหรียญกว่าจะซื้อมาได้สักเครื่องหรือ? ไม่ต้องห่วง ฉันส่งใบเสร็จไปให้หัวหน้าของพวกแกแน่” ทันใดนั้นก็มีเสียงยานคางที่คุ้นเคยเสียงหนึ่งดังขึ้นในห้องโถงใหญ่แห่งนี้

 

_____ชายร่างใหญ่ที่กุมมือของตนอยู่พลันหน้าซีดขาวทันที… บัดซบ ไอ้ขี้เหนียว! เห็นชัดๆว่า มันยังสามารถซ่อมใหม่ได้ แกยังจะไถเงินของหัวหน้าเราอีกแสนห้าหมื่นอีก  น่าแค้นใจนัก!

 

_____ซิเรียสอ้าปากหาวหวอดใหญ่ “อุปกรณ์ฝึกซ้อมในห้องฝึกนี้ล้วนมีราคาแพงมาก และยังมีบางส่วนที่ฉันดัดแปลงใหม่ด้วย ถ้ามันเสียหายล่ะก็ ค่าบำรุงรักษาอาจถึงหลักล้านเลยทีเดียว”

 

_____ทันทีที่ได้ยินคำพูดประโยคนี้ ทุกคนในห้องโถงใหญ่พลันยืนนิ่งอยู่กับที่ บางคนก็หันไปมองชายร่างสูงใหญ่หัวล้านที่เป็นหัวหน้ากลุ่มอย่างทำอะไรไม่ถูก

 

_____ชายผู้นั้นถึงกับหางตากระตุกยิกๆ… เจ้าหนุ่มคนนี้เคลื่อนไหวรวดเร็วและว่องไวมากจนยากที่จะจับตัวได้ อีกคนก็มีพลังอันแข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อย่าว่าแต่จะได้ฝึกซ้อมฟรีเลย ลำพังแค่ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์พวกนี้ก็แพงกว่าค่าฝึกซ้อมหลายเท่าตัวแล้ว!

 

_____“คุณซิเรียส พวกเราขอยกเลิกภารกิจนี้ดีกว่า คุณจะว่าอย่างไร?” ชายร่างสูงใหญ่พูดพลางมองไปยังตำแหน่งของกล้องวงจรปิด…

 

_____“ได้แน่นอน! อ่อนหัดเสียจริง!” ซิเรียสบ่นเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงดุดันเข้มงวดว่า “ในเมื่อพวกแกปฏิเสธที่จะทำภารกิจของฉัน ฉะนั้น… จะเพิ่มการฝึกซ้อมในวันนี้อีกสองเท่า! ส่วนแก… หนิว… หนิวอะไรสักอย่าง แกรีบรักษามือให้หายซะ อย่าคิดว่าได้รับบาดเจ็บแล้วจะโดดการฝึกซ้อมในวันนี้ได้”

 

_____ทันทีที่เอ่ยจบประโยค ประตูบานหนึ่งภายในห้องโถงใหญ่จึงเปิดออก ชายร่างสูงใหญ่ผู้ได้รับบาดเจ็บที่มือพลันเบ้ปากและมีสีหน้าหดหู่อย่างเห็นได้ชัดพลางเดินเข้าไปในประตูใหญ่บานนั้น ก่อนที่ประตูบานนั้นจะปิดลงดังเดิม…

 

_____จากนั้นซิเรียสก็เปิดประตูอีกบานเพื่อนำทางให้ลั่วซิวเจ๋อและฉีหนานเข้าไปยังสถานที่ที่คล้ายห้องรับแขก…

 

_____กำแพงทั้งสี่ด้านของห้องรับแขกนี้เป็นกำแพงโลหะ ซึ่งทันทีที่ประตูที่พวกเขาเดินเข้ามาปิดลง ประตูบานนั้นก็เชื่อมต่อเข้าด้วยกันกับกำแพงโลหะอย่างสมบูรณ์แบบไร้ร่องรอยใดๆเหลืออยู่…

 

_____“ชิ พวกเด็กน้อยช่างยุ่งยากเสียจริง” หลังจากพวกเขาก้าวเข้าไปในห้องได้ไม่นาน กำแพงโลหะอีกด้านหนึ่งของห้องรับแขกพลันเปิดออก พร้อมกับร่างของบุคคลเจ้าของทรงผมยุ่งเหยิงคล้ายรังนกเดินออกมา

 

_____“คุณซิเรียส?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง

 

_____“ฉันเอง” ซิเรียสมีเรือนผมหยักศกธรรมชาติและยาวมาก ทว่ากลับยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงราวกับไม่ได้หวีผมมาเป็นเวลานาน อีกทั้งยังมีหนวดเคราขึ้นเต็มใบหน้าจนมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากดวงตาคู่นั้น…

 

_____“เสี่ยวหนานได้รับการไหว้วานจากหัวหน้าหลิวให้มาเยี่ยมเยียนคุณ” ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน ถ้าเขาไม่รู้ซึ้งถึงนิสัยโหดเหี้ยมของอีกฝ่ายมาก่อนล่ะก็ ฉีหนานคงเข้าใจผิดคิดว่า อีกฝ่ายเป็นเด็กดีอ่อนโยนที่มีความอดทนเป็นเลิศแน่นอน!

 

_____“รู้แล้ว เจ้าแก่นั่นหาเรื่องมาให้ฉันเสียจริง” ซิเรียสโบกมืออย่างไม่ใส่ใจพลางหยิบบุหรี่มวนหนึ่งออกมาจากที่ไหนไม่รู้ขึ้นมาจุดให้ตัวเอง

 

_____“เอาด้วย?” เขาหันมาถามลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนาน

 

_____ทั้งคู่ส่ายหน้าพร้อมกัน ทำให้ซิเรียสหัวเราะอย่างหยามหยัน “แค่บุหรี่ก็ไม่สูบ เป็นลูกผู้ชายหรือไม่?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อถึงกับคิ้วกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายเสียงเรียบว่า “ผมคิดว่า มีแต่คนที่ร่างกายไม่สมเป็นบุรุษเท่านั้นที่จะพยายามอย่างหนักในการแสดงความเป็นบุรุษของตนออกมา”

 

_____ซิเรียส “….”

 

_____ฉีหนานถึงกับต้องออกแรงหยิกต้นขาของตนเต็มแรง แม้บุคคลตรงหน้าจะน่ารังเกียจมาก ทว่าถึงอย่างไรก็เป็นสหายของหัวหน้าหลิว… เห็นแก่หน้าของหัวหน้าหลิว เขาจะหัวเราะไม่ได้เด็ดขาด!

 

_____ซิเรียสจ้องมองลั่วซิวเจ๋อเขม็ง ซึ่งลั่วซิวเจ๋อก็สบสายตามองกลับด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ… ทั้งสองสบสายตากันเนิ่นนาน นานจนฉีหนานทนมองต่อไปไม่ได้ จึงเป็นฝ่ายขยับตัวก่อน…

 

_____ซิเรียสพ่นควันออกมาพลางเดินตรงไปนั่งบนโซฟาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยักพเยิดไปทางฉีหนาน “เขาคือคนที่หลิวเฟิงไหว้วานมาสินะ แล้วแกเป็นใคร? จากที่เห็นดูเหมือนว่าแกจะเป็นคนออกหน้ามาตลอดสินะ? แกกับเขาเกี่ยวข้องกันอย่างไร?”

 

_____ฉีหนานกำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่ก็โดนซิเรียสตัดบทพลางใช้มือเคาะโต๊ะแรงๆอย่างรวดเร็ว “อย่ามาทำเป็นไขสือกับฉัน… ในรายงานบอกว่า พวกแกสองคนเดินทางมาจากยานอวกาศของโลกลำเดียวกัน ทั้งๆที่น่าจะไม่รู้จักกันมาก่อนอย่างแน่นอน… ทว่าพอมาถึงเมืองหลวงกลับดูสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? ขนาดพาเขามาหาฉันถึงที่นี่เลย?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะก้มศีรษะลงพลางแสร้งทำท่าเขินอายเล็กน้อย “อย่าหัวเราะเยาะผมนะ อันที่จริงเสี่ยวหนานเป็นรักแรกพบของผมในตอนที่อยู่บนยานอวกาศ และเสี่ยวหนานก็ยอมรับความรักของผมเช่นกัน ฉะนั้น… บัดนี้พวกเราสองคนจึงเป็นว่าที่คู่หมั้นกัน”

 

_____ฉีหนาน “…”

 

_____ซิเรียสเองก็มีสีหน้าเหมือนโดนสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะ หางตากระตุกยิกๆ “ฉันจำได้ว่า… เจ้าหนุ่มนี่เพิ่งจะเป็นม่ายมิใช่หรือ?”

 

_____“เรื่องเป็นเช่นนี้” ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบางๆ “ขณะที่เสี่ยวหนานจมอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ ทว่าความเศร้าของเสี่ยวหนานกลับสะกดสายตาของผมนัก จนกลายเป็นรักแรกพบ…  ถึงจะบอกว่า ผมฉวยโอกาส แต่ผมก็ไม่นึกเสียใจแม้แต่น้อย” เขากุมมือของฉีหนานพลางสบสายตามองเขาด้วยแววตาลึกซึ้ง “ความรักที่ผมมีต่อเสี่ยวหนานนั้นทั้งเร่าร้อนและอบอุ่น… เสี่ยวหนานอาจจะแค่สงสารเห็นใจผมจึงไม่กล้าปฏิเสธความรักนี้ ตัวเขาเองยังไม่อาจลืมคนรักของตนได้… แต่ทว่า คนรักของเขาได้จากไปแล้ว คนที่จะก้าวไปสู่อนาคตร่วมกับเขาก็คือผม!”

 

_____เขาเบนสายตากลับไปมองซิเรียสด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ “ได้โปรดอย่าตำหนิเสี่ยวหนานเลย หากต้องการจะตำหนิก็ตำหนิผมเถิด… เพราะผมไม่หักห้ามใจตัวเอง…”

 

_____“พอ! พอ! พอได้แล้ว!” ซิเรียสพลันตัวสั่นสะท้านและขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เพราะโดนคำพูดอันเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกของลั่วซิวเจ๋อเล่นงานจนต้องลุกขึ้นมาโวยวาย

 

_____เขาทำหน้าเหมือนเหยียบอึหมาก็ไม่ปาน “พอแล้ว ฉันไม่สนว่า แกจะเจอรักแรกพบหรือมีจุดประสงค์อื่น แค่พวกแกมีความสุขก็ดีแล้ว” เมื่อพูดจบประโยค นัยน์ตาที่ยังคงฉายแววพรั่นพรึงของเขาก็หันไปมองฉีหนานที่กำลังตกตะลึงงันกับคำพูดของลั่วซิวเจ๋อ จนใบหน้าซีดขาวและสติหลุดลอยไปไกลแล้ว พลันเหยียดมุมปากออกเล็กน้อย “เจ้านี่โง่เง่าเช่นนี้ คงไม่ถูกใครหลอกลวงกระมัง?”

—————————————