0 Views

บทที่ 47

_____“งั้นคุณเสแสร้งเช่นนั้นกับผมสักครู่ไม่ได้หรือ?” ฉีหนานยังคงไม่พอใจในความอยุติธรรมนี้

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะขบขัน “จะให้ข้าเปลืองแรงเสแสร้งก็ต้องจ่ายสิ่งแลกเปลี่ยนด้วย… เมื่อสักครู่ข้าใช้เวลาสั้นมากกับโรแลนด์ผู้นั้น ฉะนั้นข้าจึงล้วงข้อมูลบางส่วนเท่านั้น ส่วนเจ้า…” เขามองฉีหนานตั้งแต่หัวจรดเท้าหนึ่งรอบอย่างประเมิน เมื่อเห็นอีกฝ่ายขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัวปนระแวงแล้ว จึงเอ่ยเป็นนัยว่า “บัดนี้ร่างกายทุกส่วนของเจ้าเป็นของข้า เจ้ายังมีสิ่งใดที่สามารถมอบให้ข้าอีกหรือ?”

 

_____ฉีหนาน “…” พลันนึกขึ้นได้ถึงเรื่องที่ลั่วซิวเจ๋อมอบของล้ำค่าให้กับตัวเขาแล้ว… ก็ได้ เขายอมแล้ว

 

_____บัดนี้ฉีหนานยอมรับผิดแล้ว แม้จะไม่พอใจมากที่ลั่วซิวเจ๋อทำตัวสนิทสนมและอ่อนโยนกับคนอื่น แต่หากได้รับค่าตอบแทนที่คุ้มค่าจากคนผู้นั้น เขาจะยอมอดทนก็ได้!

 

_____เช้าตรู่วันถัดมา  หลังจากที่ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานจองห้องพักหนึ่งคืนในโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เดินทางไปเยี่ยมเยียนยังบ้านของอดีตสหายร่วมรบของหัวหน้าหลิว…

 

_____“เจ้าแน่ใจว่าเป็นที่แห่งนี้หรือ?” ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ

 

_____ฉีหนานจ้องมองแผ่นป้ายบ้านเลขที่ที่ติดอยู่บนประตูบานใหญ่ ก่อนจะก้มลงมองที่อยู่ซึ่งหัวหน้าหลิวส่งมาให้เขาครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยความลังเลว่า “น่าจะ…ใช่กระมัง”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อมองสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างเงียบงัน… แนวรั้วโทรมๆเรียงกันอย่างเอียงกระเท่เร่เหล่านี้ถูกเลื้อยพันด้วยเถาวัลย์สีซีดแห้งเหี่ยว และภายในเป็นสนามหญ้าเหี่ยวเฉาอันกว้างใหญ่นับพันเมตร นานครั้งถึงจะมีหนูชราร่างผอมโซพิการตัวหนึ่งวิ่งผ่านไป…

 

_____หากไม่เห็นกับตาของตัวเองคงไม่มีทางเชื่ออย่างเด็ดขาดว่า ในเมืองหลวงอันเจริญรุ่งเรืองจะยังมีคฤหาสน์ร้างเช่นนี้อยู่อีก!

 

_____ด้านหลังของคฤหาสน์นี้ไกลออกไปมีภูเขาลูกใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่และไม่ไกลจากตีนเขาลูกนั้นยังมีปราสาทที่แผ่ออร่าดำทะมึนน่าขนลุกออกมา… ที่ดินทุกตารางนิ้วในเมืองหลวงล้ำค่าดั่งทองคำ การที่สามารถซื้อคฤหาสน์และที่ดินผืนนี้ได้สำเร็จทว่ากลับปล่อยให้รกร้างมาแสนนานเช่นนี้… มันจะต้องมีเหตุผลแน่นอน

 

_____“เคาะประตูสิ” ลั่วซิวเจ๋อแผ่พลังจิตออกไปสำรวจครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มมีเลศนัยอย่างรวดเร็ว ข้างใต้ของคฤหาสน์หลังนี้และปราสาทที่ตั้งอยู่ไม่ไกลหลังนั้นล้วนถูกปกคลุมด้วยพลังมหาศาลสายหนึ่ง ซึ่งแม้แต่พลังจิตของเขาก็ไม่สามารถเล็ดรอดเข้าไปได้ ทว่าการที่คฤหาสน์ร้างมีบาเรียพลังจิตคอยคุ้มกันอยู่เช่นนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก…

 

_____ดูท่าสหายเก่าของหัวหน้าหลิวผู้นี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว… โอ้ นี่คงไม่เกี่ยวกับการก่อกบฏกระมัง? ลั่วซิวเจ๋อครุ่นคิดในใจ…

 

_____“เคาะประตู…” ฉีหนานมองสำรวจบริเวณโดยรอบชั่วครู่ ไม่ง่ายเลยที่จะมองผ่านร่องประตูรั้วเหล็กพังๆบานนี้จนพบสิ่งที่ ‘น่าจะ’ เป็นกริ่งประตู…

 

_____เขายื่นมือออกไปกดค้างไว้ครู่หนึ่ง ทว่าก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจึงกดค้างอีกครั้ง ครู่ใหญ่ถึงมีเสียงยานคางคล้ายคนเกียจคร้านเสียงหนึ่งดังขึ้น “นายท่านไม่อยู่บ้าน ไม่ว่าคุณจะต้องการขายของหรือทำอะไรก็ตาม อย่ามาก่อกวนผม!”

 

_____ฉีหนาน “….”

 

_____“สวัสดี” แววตาของลั่วซิวเจ๋อเปล่งประกายวาววับครู่หนึ่งพลางก้าวขึ้นมาข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อบดบังร่างของฉีหนาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรว่า “หลิวเฟิงไหว้วานให้พวกเรามา” หลิวเฟิงคือชื่อของหัวหน้าหน่วยผู้นั้นของฉีหนาน อีกทั้งสาเหตุที่พวกเขาเดินทางมาที่นี่ในครั้งนี้ก็เพื่อเยี่ยมเยือนสหายเก่าแทนหัวหน้าหน่วยคนนั้น…

 

_____“หืม? หลิวเฟิง? ใครคือหลิวเฟิง?” คนผู้นั้นส่งเสียงหาวออกมาครั้งหนึ่ง “ไม่รู้จัก!”

 

_____สีหน้าของฉีหนานพลันบึ้งตึงเล็กน้อย… จากข้อความที่หัวหน้าหลิวส่งมาให้เขาได้บอกว่า สหายผู้นั้นของเขาเป็นคนที่ไฟแรงมาก ทว่าชายผู้ตรงหน้าเขานั้น… น้ำเสียงกลับฉายชัดถึงความรำคาญและเบื่อหน่ายอย่างชัดเจน…

 

_____“ในเมื่อไม่รู้จักก็ไม่เป็นไร พวกเรามาผิดที่เอง” ลั่วซิวเจ๋อหยุดความขุ่นเคืองในใจของฉีหนานทันทีพลางหันกลับไปด้านหลังด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะบดบังร่างของฉีหนานอีกครั้ง

 

_____“เอ๋? เด็กของแกน่าสนใจไม่เบา เจ้าหนุ่มที่อยู่ข้างหลังแกเป็นคนของที่ใด? ทำไมแกคอยปกป้องเขามากถึงเพียงนี้?”  น้ำเสียงนั้นดูจะสนอกสนใจไม่น้อยกับสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ไม่น้อย จนแทบจะกลายเป็นความตื่นเต้นยินดีโดยไม่ทันรู้ตัว…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพลันขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางหันร่างกลับมาอีกครั้ง “เขาเป็นใครย่อมไม่เกี่ยวกับคุณ ในเมื่อที่นี่ไม่มีคนรู้จักหลิวเฟิง เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน…”

 

_____“หึหึ… แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกแกนึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไปได้หรอก!” บุคคลที่ซ่อนตัวอยู่ช่างเป็นคนไร้เหตุผลเสียจริง นึกจะเปลี่ยนใจก็เปลี่ยนฉับพลันจนแม้แต่ลั่วซิวเจ๋อก็ไม่คิดว่า อีกฝ่ายจะเผยไต๋ออกมารวดเร็วเช่นนี้

 

_____“เช่นนั้นคุณคิดจะทำอย่างไร?” ดูท่าธุระในวันนี้ไม่อาจนับว่า เป็นเรื่องดีได้อีกแล้ว ลั่วซิวเจ๋อเองก็ไม่คิดจะสร้างความประทับใจที่ดีให้กับอีกฝ่ายอีกต่อไป… พวกของเล่นที่อีกฝ่ายติดตั้งไว้หน้าประตูบานใหญ่ล้วนไม่อยู่ในสายตาของเขามาตั้งแต่แรกแล้ว ทว่าเขากังวลที่คฤหาสน์ของอีกฝ่ายใหญ่โตถึงเพียงนี้ หาก ‘ของเล่น’เหล่านั้นมีจำนวนมหาศาลเช่นกันล่ะก็ ตัวเขาย่อมไม่เป็นไรอยู่แล้ว แต่กลัวว่าจะไม่อาจคุ้มครองความปลอดภัยของฉีหนานได้…

 

_____“มีอะไรหรือ?” ฉีหนานเองก็ไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของอีกฝ่าย… ตอนที่ลั่วซิวเจ๋อพยายามซ่อนตัวเขาไว้ด้านหลังของตนหลายครั้งนั้น เขายังรู้สึกแปลกใจมาก บัดนี้ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย จึงรู้ทันทีว่า เมื่อครู่ลั่วซิวเจ๋อกำลังปกป้องเขาอยู่อย่างแน่นอน…

 

_____เขาไม่วู่วามพุ่งออกไปเด็ดขาด ในเมื่อลั่วซิวเจ๋อใช้ร่างของตนเองปกป้องเขา ฉะนั้นการโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้นย่อมต้องสังหารเขาได้ ทว่าไม่อาจทำร้ายลั่วซิวเจ๋อ ถ้าหากตอนนี้เขาออกไปล่ะก็ นอกจากจะสร้างปัญหาให้กับลั่วซิวเจ๋อแล้วก็ไม่อาจทำอะไรได้อีก…

 

_____ทว่าการหลบอยู่ด้านหลังของลั่วซิวเจ๋อเองก็ไม่ใช่นิสัยของเขา เขานึกถึงตำแหน่งที่ลั่วซิวเจ๋อยืนอยู่เมื่อสักครู่ ก่อนจะทอดมองออกไปตามสายตาของอีกฝ่าย… พบกับรูขนาดเล็กจำนวนมากดูไม่สะดุดตานัก…

 

_____หากคนธรรมดาเห็นคฤหาสน์ร้างและประตูรั้วเหล็กขึ้นสนิมตรงหน้านี้ ย่อมไม่มีทางสนใจหลุมบนกำแพงพวกนี้แน่นอน ทว่าฉีหนานอยู่ในกองทัพมาหลายปี แม้จะมีขีดจำกัดด้านร่างกาย ทำให้ไม่มีโอกาสพัฒนาตัวเอง แต่สายตาย่อมไม่ฝ้าฟาง… มองปราดเดียวก็ทราบทันทีว่า มันคือช่องกำแพงสำหรับยิงปืนเลเซอร์…

 

_____ด้วยระยะห่างเพียงเท่านี้ พลังทำลายล้างของปืนเลเซอร์ย่อมน่าสะพรึงยิ่งนัก อีกทั้งการยิงปืนเลเซอร์ยังรวดเร็วมาก ถ้าอีกฝ่ายลอบโจมตีล่ะก็ ต่อให้เป็นลั่วซิวเจ๋อก็ไม่แน่ว่าจะหลบพ้น…

 

_____ฉีหนานพลันมีสีหน้าดำทมิฬด้วยความเคร่งเครียด เดิมทีเขาคิดว่า สมรรถภาพร่างกายระดับB ของตนนั้นไม่เลวเลยทีเดียว แต่ตอนนี้… เมื่อเผชิญหน้ากับอาวุธทันสมัยเหล่านั้น ย่อมไม่อาจต้านทานได้ ต้องใช้หุ่นยนต์เท่านั้นถึงจะปลอดภัยที่สุด

 

_____ผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในคฤหาสน์ไม่รู้ถึงความคิดภายในใจของฉีหนาน ขณะนี้พวกเขากำลังให้ความสนใจกับลั่วซิวเจ๋อผู้นี้มาก

 

_____แม้การพบช่องกำแพงสำหรับยิงปืนเลเซอร์จะไม่ใช่เรื่องยาก  ขอเพียงเป็นคนช่างสังเกตย่อมสามารถพบได้โดยง่าย แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายของพวกเขาก็คือ ลั่วซิวเจ๋อไม่เพียงพบช่องกำแพงพวกนั้น ยังรู้ว่า กระสุนเลเซอร์ของช่องกำแพงช่องไหนที่เข้าโหมดเปิดการใช้งานแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเขาคาดไม่ถึงมาก่อน…

 

_____ช่องกำแพงสำหรับยิงปืนเลเซอร์ที่ติดตั้งไว้บนกำแพงด้านนอกของคฤหาสน์มีจำนวนมหาศาลนัก ฉะนั้นจึงเปิดใช้งานปืนทุกกระบอกในตอนที่คฤหาสน์ถูกบุกรุกหรือโจมตีเท่านั้น และมักปิดการใช้งานในสถานการณ์ปกติ ทว่าเมื่อครู่นี้ซิเรียส หรือเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้บันดาลโทสะจนเปิดใช้งานปืนกระบอกหนึ่ง ก่อนจะเล็งไปยังบุคคลที่ยืนอยู่ด้านนอก…

 

_____ใครจะรู้ว่า เจ้าหนุ่มรูปงามคนนั้นกลับยืนขวางอยู่ด้านหน้าของช่องกำแพงนั้น  ทำให้ซิเรียสประหลาดใจมาก… เขาไม่รู้ว่า มันเป็นเรื่องบังเอิญหรืออะไร หากเจ้าหมอนี่… เอ๋? ไม่ถูกสิ คนที่สหายเก่าของเขาแนะนำมาเป็นเจ้าหนุ่มที่หลบอยู่ด้านหลังคนนั้นอย่างแน่นอน แล้วเจ้าคนที่อยู่ข้างหน้านี้เป็นใครกัน?

 

_____ซิเรียสจ้องมองลั่วซิวเจ่อในจอภาพด้วยความแปลกใจ เจ้าหนุ่มคนนี้มีรูปร่างสูงโปร่งและใบหน้างดงามสะกดสายตาของผู้คนยิ่งนัก แม้พละกำลังและความแข็งแกร่งจะยังคงเป็นปริศนาอยู่… กระทั่งซิเรียสผู้พบเจอผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน ทว่ากลับไม่พบข้อบกพร่องใดๆบนร่างของเจ้าหนุ่มคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว…

 

_____นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!

 

_____ซิเรียสทราบถึงเรื่องราวและอดีตของฉีหนานมาก่อนหน้านี้แล้ว แม้หลิวเฟิงจะแนะนำคนผู้นี้มา แต่เขาก็มีเกณฑ์ในการคัดเลือกคนของตัวเขาเองเช่นกัน ซึ่งควรตรวจสอบพลังแฝงของคนผู้นี้ก่อน เขาถึงจะสามารถวางตัวให้เหมาะสมกับอีกฝ่ายได้

 

_____ทว่าหลังจากที่เจ้าเด็กฉีหนานอายุหกขวบก็เติบโตอยู่บนดาวโลกมาโดยตลอด เพื่อนที่เขาคอยติดต่อด้วยก็ล้วนเป็นชาวโลกเช่นกัน แต่เขาไม่คิดว่า ตระกูลบ้านนอกแห่งดาวโลกพวกนั้นจะสามารถสั่งสอนเลี้ยงดูลั่วซิวเจ๋อให้มีออร่าแห่งเชื้อพระวงศ์เช่นนี้ได้อย่างแน่นอน…

 

_____ทันใดนั้นซิเรียสพลันรู้สึกสนใจในตัวของลั่วซิวเจ่อมากยิ่งขึ้นไปอีก…

 

_____“พวกแกบอกว่า พวกแกเป็นคนที่หลิวเฟิงไหว้วานมางั้นหรือ?”

 

_____ฉีหนาน “…” เหอะๆ เมื่อครู่ตาแก่นี่เกิดหูหนวกขึ้นมาหรือไร?

 

_____“ใช่” ลั่วซิวเจ๋อยังคงรักษาสีหน้าที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มบางๆไว้

 

_____“อ้อ… ฉันจำได้แล้ว ไอ้แก่สารเลวหลิวเฟิงนั่นเอง!”

 

_____ฉีหนาน “…” หึหึ… ผมจะจำคำพูดนี้ของคุณไปบอกหัวหน้าหลิวแน่นอน!

 

_____“ในเมื่อหลิวเฟิงบอกให้พวกเจ้ามา งั้นก็เข้ามาเถอะ”

 

_____ทันทีที่เอ่ยจบประโยค ประตูเหล็กบานใหญ่ซึ่งขึ้นสนิมไปทั้งบานพลันเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดชวนให้เสียวฟันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง…

 

_____ทว่าลั่วซิวเจ๋อไม่ขยับเท้าแม้แต่น้อย รอยยิ้มบนใบหน้ากลับยิ่งแพรวพราวและสว่างไสวมากขึ้น “ยังไม่ทราบชื่อของคุณเลย เราควรเรียกท่านเช่นไรหรือ?”

 

_____“อ้อ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของตาแก่หลิวเฟิงคนนั้นชื่อ ซิเรียส” ซิเรียสแคะหูเล่นพลางแสยะยิ้มร้ายกาจออกมา ขณะตั้งตารอให้พวกเขาเดินผ่านเข้ามาในประตูบานใหญ่นี้…

 

_____“คุณซิเรียส…” แววตาของลั่วซิวเจ๋อเปล่งประกายแวววาวเล็กน้อย “การไม่ยอมเปิดประตูต้อนรับแขกเป็นเรื่องที่ไร้มารยาทมากนะ”

 

_____ซิเรียส “…” บัดซบ เจ้าหมอนี่กลับรู้กระทั่งเรื่องที่ยังมีประตูบานที่สองด้วยหรือ??? เวรแล้ว ไอ้แก่หลิวเฟิงจะต้องหักหลังเราแน่นอน!

 

_____“ฮ่าฮ่าฮ่า… อายุมากแล้วความจำจึงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พวกแกสองคนก็อย่าถือสาเลย!” ทันทีที่ซิเรียสพูดจบประโยค กำแพงด้านหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลพลันลอยขึ้นไปด้านบนอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเส้นทางที่ทอดยาวลงไปยังชั้นใต้ดิน…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อดึงฉีหนานเดินตรงไปยังเส้นทางนั้น โดยไม่ลืมที่จะโยนก้อนหินขนาดเล็กก้อนหนึ่งเข้าไปในเส้นทางที่ซ่อนอยู่ด้านหลังประตูสนิมบานใหญ่ก่อน…

 

_____ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นกลิ้งลงไปตามเส้นทางแคบๆ ซึ่งการกลิ้งแต่ละครั้งยังทำให้กลไกของกับดักจำนวนนับไม่ถ้วนทำงานแทบจะทุกครั้งเลยทีเดียว… ตั้งแต่สาดน้ำยันระเบิดไฟ มีกระทั่งกับดักแขวนคน… แม้กับดักเหล่านี้จะไม่มีพลังทำลายล้างมากนัก ทว่าหากเดินลงไปตามเส้นทางนี้จริงๆล่ะก็ กว่าพวกเขาจะไปถึงปราสาทหลังนั้นคงอยู่ในสภาพดูไม่จืดแน่นอน…

 

_____ฉีหนานจ้องมองเส้นทางแห่งความตายที่เต็มไปด้วยกับดักนับร้อยด้วยสีหน้าอึมครึมพลางสบถด่าทอหัวหน้าหลิวในใจด้วยความเคืองแค้น… บ้าเอ้ย นี่น่ะหรือสหายเก่าที่สนิทสนมกันมาหลายสิบปีของคุณ? มองยังไงก็เป็นศัตรูคู่แค้นชัดๆ! แน่ใจนะว่า คุณไม่ได้ฆ่าบิดามารดาหรือขุดหลุมฝังศพบรรพบุรุษในตระกูลอีกฝ่าย?

 

_____(ฮัดชิ้ว! หัวหน้าหลิวที่กำลังฝึกสอนอยู่จามออกมาเสียงดังลั่น ก่อนจะเผลอสะดุดแท่นยืนของตนจนร่วงลงมาล้มคว่ำเอาหน้าจูบธรณี… ผู้คนมากมายที่รุมล้อมอยู่ล้วนอยู่ในสภาพอยากหัวเราะแต่ก็ไม่กล้าเปล่งเสียงออกมา หัวหน้าหลิวโกรธสุดขีด “ไอ้บ้าที่ไหนกำลังสบถด่าข้าลับหลัง!”)

 

_____หลังจากก้าวเข้าไปในเส้นทางใต้ดินแล้ว ลั่วซิวเจ๋อพลันจับมือของฉีหนานมากอบกุมไว้ทันที

 

_____ฉีหนานพลันรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา ตั้งใจจะสะบัดมือออกตามสัญชาตญาณ…

 

_____“ชู่… จับมือข้าไว้ให้แน่น ที่นี่ไม่ปลอดภัยนัก” เสียงลมหายใจอันร้อนผ่าวของลั่วซิวเจ๋อดังขึ้นอยู่ข้างหูของเขา แม้ฉีหนานจะมองรอบด้านด้วยความระแวดระวัง ทว่าใบ,หูแดงก่ำนี้กลับบ่งชี้ว่า ในใจของเขาหาได้สงบนิ่งอย่างที่แสดงออกไม่…