0 Views

   บทที่ 46

_____“เมื่อก่อนข้าเคยได้ยินคำพูดประโยคหนึ่ง…”

 

_____“อะไรหรือ?” ฉีหนานถามกลับอย่างได้จังหวะมาก

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะน้อยๆ “หากไม่หาเรื่องตายย่อมไม่ตาย”

 

_____ฉีหนานถึงกับหางตากระตุก ไม่อาจรู้ได้ว่า ใครดวงซวยโดนลั่วซิวเจ๋อเล่นงานกลับไป ดูจากท่าทีพึงพอใจของอีกฝ่ายในตอนนี้ อีกฝ่ายคงบาดเจ็บไม่น้อยเลย…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเหลือบสายตามองไปยังชายวัยกลางคนเจ้าของเส้นผมสีขาวโพลนที่กำลังมองกราดผู้คนโดยรอบด้วยสายตาดุดัน… บางทีสีหน้าของลั่วซิวเจ๋อคงผ่อนคลายและสงบนิ่งมากเกินไป ทำให้ชายผู้นั้นนึกไม่ถึงว่า คู่ต่อสู้ของตนเป็นชายหนุ่มรูปงามผู้นี้… สายตาของเขามองกราดไปทั่วร่างของคนเหล่านี้ น่าเสียดายที่ไม่พบเบาะแสใดเลย…

 

_____“คุณอากู่ คุณกำลังทำอะไรหรือ?” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทมององค์รักษ์ของตนด้วยความฉงนสงสัย

 

_____ชายวัยกลางคนผู้นั้นส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่มีอะไรขอรับ คุณชาย… พวกเราไปกันเถิด”

 

_____ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีดำยักไหล่ขึ้นน้อยๆ ก่อนจะเดินไปทักทายสหายของตนโดยมีคุณอากู่เดินตามหลังอยู่ไม่ห่าง ทว่าสหายผู้นั้นของเขากลับจ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสายตาสนอกสนใจปนทึ่งเล็กน้อย

 

_____“ไง…” เดิมทีชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลตั้งใจจะเรียกขานลั่วซิวเจ๋อว่า ‘คนสวย’ ทว่าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ทันทีที่เขาสบตาเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าครามราวกับท้องทะเลลึกคู่นั้น กลับเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างฉับพลันจนต้องกลืนคำว่า คนสวย กลับลงคอไปอย่างยากลำบาก “สวัสดี…”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ พลางมองชายตรงหน้าหัวจรดเท้ารอบหนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มอบอุ่นให้อีกฝ่าย “สวัสดี”

 

_____ฉีหนานลอบเบ้ปากในใจ เจ้าเงือกบ้านี่จะหลอกคนอีกแล้ว… ไม่รู้ว่า เจ้าโง่ดวงซวยจะรู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังขายตัวเองอยู่!

 

_____รอยยิ้มอันสว่างไสวของลั่วซิวเจ๋อ ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลรู้สึกร้อนวูบไปทั้งหน้าจนแทบจะหน้ามืดเป็นลม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าคล้ายกำลังเกี้ยวพาราสีหนุ่มน้อยสักคนตามปกติ “ไม่เคยมีใครบอกคุณว่า รอยยิ้มของคุณช่างเจิดจรัสมากจนทำให้ทุกคนที่ได้เห็นต้องหยุดนิ่งเพื่อเชยชมหรือ?”

 

_____ฉีหนาน “…” เหอะๆ เห็นแก่ความซวยของแก… ขอให้ตายอย่างสงบเถิด!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกระตุกมุมปากเล็กน้อย ทว่าสีหน้ากลับไร้ซึ่งวี่แววความขุ่นเคือง หนำซ้ำยังเปล่งเสียงหัวเราะอย่างนุ่มนวล “คุณช่างเป็นคนมีอารมณ์ขันเสียจริง ทว่า… น่าเสียดายนักที่คุณไม่ใช่คนแรกที่พูดเช่นนี้”

 

_____ดวงตาคู่นั้นของชายหนุ่มพลันเปล่งประกายวิบวับพลางย่างก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มมากขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ฮ่าฮ่า… มีใครตัดหน้าผมด้วยหรือ? บอกผมหน่อยเถิด ผมอยากชื่นชมในสายตาอันเฉียบแหลมของคนผู้นั้นสักครั้ง”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเบนสายตามายังฉีหนานพลางคลี่ยิ้มบาง “เขาคือคนที่เอ่ยปากชมผมเป็นคนแรก ถ้าคุณต้องการจีบผมก็ต้องต่อแถวนะ”

 

_____ฉีหนาน “…”

 

_____บัดซบ! ทำไมต้องโยนขี้มาให้เหล่าจื่อด้วย…

 

_____ทันทีที่ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็ต้องหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างอดไม่ได้ “ฮ่าฮ่า ได้! ผมชักจะถูกใจคุณแล้ว น่าสนใจอย่างที่คิด…” เขายื่นมือออกมาตรงหน้าลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าเบิกบาน “ผมชื่อ โรแลนด์ คลิฟฟอร์ด… ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะยอมยกมือขึ้นมาจับมือของอีกฝ่าย “ลั่วซิวเจ๋อ และฉีหนานที่ตามจีบผมอยู่… ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

_____“ซี๊ด…” โรแลนด์พลันอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ก่อนจะส่งเสียงลอดไรฟันพลางสะบัดมือข้างนั้นไปมาอย่างรุนแรง “ซิวเจ๋อ ผมว่าคุณช่างเหี้ยมโหดเสียจริง… ถ้าผมไม่รีบสะบัดมือออกล่ะก็ กระดูกนิ้วมือของผมคงโดนคุณป่นละเอียดไปหมดแล้ว”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพลันแสยะยิ้มออกมา “แค่บทเรียนเล็กน้อย อย่าคิดว่า ผมหน้าตาดีแล้วจะไร้ฝีมือสิ หากไม่ระวังล่ะก็ ย่อมกลายเป็นศพแน่นอน”

 

_____โรแลนด์เบิกตากว้างอ้าปากค้างอย่างตื่นตระหนกพลางจ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสายตาเหม่อลอย

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะร่า “ล้อเล่นน่า ไยต้องจริงจังขนาดนี้ด้วย? คุณชอบหยอกล้อกับคนอื่นที่สุดมิใช่หรือ?”

 

_____“ฮะฮะ…” โรแลนด์หัวเราะเสียงแห้งๆออกมาสองคำ… จริงอยู่ที่เขาชอบหยอกล้อ แต่เขาไม่เห็นรู้สึกเลยว่า ลั่วซิวเจ๋อพูดเล่นแม้แต่น้อย… อย่ามองว่า เขาชอบผูกมิตรกับคนอื่นไปเรื่อยเพราะเป็นคุณชายเจ้าสำราญ ทว่าอันที่จริง… หากเขามีนิสัยเสเพลอย่างนั้นจริงๆ ไม่ต้องให้ท่านพ่อลงมือหรอก พี่ใหญ่คงตีเขาจนตายแน่นอน…

 

_____นึกถึงพี่ใหญ่แล้ว โรแลนด์ก็อดรู้สึกเย็นยะเยือกไม่ได้… เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทำให้เขาคิดว่า ลั่วซิวเจ๋อให้ความรู้สึกที่เหมือนกับพี่ใหญ่ของเขามาก  เขาไม่อยากเจอกับประสบการณ์อันน่าสยดสยองนั้นอีกครั้งแน่นอน

 

_____ฉีหนานผู้ยืนมองอยู่ด้านข้างอย่างเงียบงันมาตลอดจนกระทั่งเห็นลั่วซิวเจ๋อฉวยโอกาสตอนจับมือในการสั่งสอนเจ้าโรแลนด์คนนั้น เขาอดหัวเราะอย่างเยียบเย็นอยู่ในใจไม่ได้… นึกถึงช่วงแรกที่ตัวเขาถูกลั่วซิวเจ๋อเล่นงานอย่างน่าอนาถ ไม่ง่ายเลยกว่าพวกเขาจะมาถึงขั้นนี้ได้ บัดนี้จะยอมปล่อยให้คนผู้หนึ่งบังอาจเรียกลั่วซิวเจ๋อว่า คนสวย ตามใจชอบได้หรือ… ดูสิ กรรมตามสนองแล้ว!

 

_____เดิมทีเจ้าเงือกบ้าตนนี้ก็ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น… เพราะเขาจะเอาคืนตอนนั้นเลย ส่วนเจ้าพวกที่เขายังเอาคืนตอนนั้นไม่ได้… เหอะๆ พวกนั้นต้องระวังตัวแล้ว ดอกเบี้ยแห่งความแค้นของเจ้าหมอนี่นับว่าขูดเลือดขูดเนื้อมาก ยิ่งยื้อเวลาไว้นาน การล้างแค้นของเขายิ่งหนักหนาสาหัสมากขึ้นเช่นกัน…

 

_____อืม… ดูเหมือนว่า เจ้าเงือกตนนี้จะประทับใจในตัวชายหนุ่มผู้นี้ไม่น้อย มิฉะนั้นคงไม่ปล่อยอีกฝ่ายอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้แน่นอน… นึกถึงชายร่างใหญ่ที่พูดจาไม่เข้าหูในห้องโถงของกองพันธมิตรกองทหารรับจ้างผู้นั้นแล้ว… อา ตอนที่พวกเขาออกเดินทางไปจากโลก รู้สึกว่าเจ้าหมอนั่นยังนอนอยู่ในโรงพยาบาลเลย…

 

_____โรแลนด์หัวเราะเจื่อนๆอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ลั่วซิวเจ๋อจะเป็นฝ่ายเปลี่ยนเรื่องอย่างนุ่มนวล “นามสกุลของคุณคือ คลิฟฟอร์ด? เช่นนั้นพลตรีเฉิงแห่งกองทหารที่สิบหก…?”

 

_____“ถูกต้อง เขาคือท่านอาของผมเอง ผมรู้ว่า พวกคุณอยากถามอะไรอีก” โรแลนด์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจราวกับเคยชินกับสิ่งที่นามสกุลคลิฟฟอร์ดนี้มอบให้เขา ทั้งเกียรติยศ…และปัญหายุ่งยาก

 

_____“นอกจากพลตรีเฉิงจะเป็นท่านอาของผมแล้ว ยังมีจอมวายร้ายแห่งโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งที่ชอบทำให้ทุกคนเดือดร้อนอย่างดีเจย์ คลิฟฟอร์ดก็เป็นพี่ชายของผมเช่นกัน” โรแลนด์บอกด้วยท่าทีเหมือนหมูไม่กลัวน้ำร้อนก็ไม่ปาน…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อ “…” ความจริงแล้วเขายังไม่รู้เลยว่า ดีเจย์ผู้นั้นคือใครด้วยซ้ำ…

 

_____“อะไร? พวกคุณไม่ใช่พวกที่ถูกพี่ชายผมเล่นงานจนหมดท่าแล้วอยากมาลงกับน้องชายไร้ประโยชน์อย่างผมหรือ?” โรแลนด์ตื่นตกใจเป็นอย่างมาก

 

_____ฉีหนานพลันกระตุกมุมปากข้างหนึ่ง ไม่รู้ว่า ดีเจย์คนนั้นมีผู้คนเกลียดแค้นมากเพียงใด ถึงทำให้น้องชายของเขาคุ้นชินกับการถูกผู้คนระบายความโกรธใส่เช่นนี้ได้…

 

_____“ไม่ใช่…” รอยยิ้มบนใบหน้าของลั่วซิวเจ๋อแข็งเกร็งเล็กน้อย… พูดเป็นเล่นน่า ตัวเขา…ลั่วซิวเจ๋อโตมาจนปานนี้ล้วนเอาคืนเจ้าพวกที่มารังแกกลับไปตรงๆมาโดยตลอด… จะให้ระบายความโกรธแค้นใส่คนในครอบครัวของอีกฝ่ายหรือ? เขาจะทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!

 

_____“เฮ้อ งั้นก็ดี” โรแลนด์ตบหน้าอกของตนเบาๆพลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้ว่า เจ้าพวกที่ต้องการเอาคืนพี่ชายของเขาส่วนใหญ่จะใช้คำพูดถากถาง เพราะไม่กล้าลงมือกับเขาโดยตรง แต่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจทนรับคำพูดว่าร้ายโจมตีอยู่ตลอดเวลาได้… โดยเฉพาะในกรณีที่ตัวเขามีท่านอาและพี่ชายที่แข็งแกร่งโดดเด่นทั้งสองคนที่สามารถข่มให้คนธรรมดาจมลงไปใต้ผืนพสุธาได้…

 

_____ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่โดนแรงกดดันอันหนักหน่วงนี้บดขยี้ ก็ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจมากแล้ว!

 

_____“เฮ้ย… พวกนายสองคนดูจะเดินทางมาไกลสินะ เป็นครั้งแรกที่มายังเมืองหลวงหรือ?” โรแลนด์ผู้นี้ดูจะเป็นคนมีอัธยาศัยไม่น้อย เพียงไม่นานก็พูดคุยแบบสนิทสนมกับลั่วซิวเจ๋อเสียแล้ว…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับพลางเจตนาทำท่านึกบางอย่างขึ้นมาได้ “พวกเรามารายงานตัวกับโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งตามจดหมายแนะนำที่พลตรีเฉิงมอบให้กับเรา… จะว่าไปก็ต้องขอบคุณพลตรีเฉิงมากจริงๆ”

 

_____“เอ๋? พวกนายคือต้นอ่อนชั้นยอดที่ท่านอาของฉันพบในการทดสอบครั้งก่อนหรือ? อา… ใช่แล้ว ฉันจำได้ว่า ท่านอาเคยพูดอะไรสักอย่าง… เจ๋อกระมัง น่าเสียดายที่ตอนนั้นฉันไม่ใส่ใจนัก ฮ่าฮ่า!” โรแลนด์หัวเราะร่าเพราะรู้สึกเหมือนได้ใกล้ชิดกับลั่วซิวเจ่อมากขึ้น

 

_____ฉีหนานลอบเบ้ปากในใจ… แกตีสนิทกับลั่วซิวเจ๋อถึงเพียงนี้ ระวังจะโดนเขาหลอกใช้! เจ้าหมอนี่เป็นปลาปิรันย่ากินคนชนิดที่ไม่เหลือซากเชียวนะ แกอย่าหัวเราะโง่ๆแบบนั้นสิ!

 

_____ทั้งคู่เดินออกไปจากลานจอดรถพลางพูดคุยปนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งพูดคุยเกี่ยวกับพลตรีเฉิงกับโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งแทบจะตลอดการสนทนานี้

 

_____หากจำเป็น ลั่วซิวเจ๋อก็สามารถวางตัวให้เป็นมิตรได้อย่างง่ายดาย และด้วยการชักจูงปนหว่านล้อมของเขา ทำให้โรแลนด์เผยข้อมูลทั้งภายในและภายนอกของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งออกมาไม่น้อย เพื่อให้ลั่วซิวเจ๋อวางรากฐานที่มั่นคงในอนาคตได้…

 

_____“นี่ เจ้าเงือกบ้า! ทำไมคุณต้องสนิทสนมกับโรแลนด์คนนั้นถึงขนาดนั้นด้วย?” ทันทีที่วางสัมภาระลงบนเตียงแล้ว ฉีหนานก็จ้องเขม็งไปทางลั่วซิวเจ๋ออย่างไม่พอใจ

 

_____นึกถึงก่อนหน้านี้ที่เขาต้องทุ่มเทฝึกฝนตนอย่างหนักหนาสาหัสมากถึงขนาดไหนกว่าจะมาถึงระดับเดียวกับลั่วซิวเจ๋อได้กัน? แล้วเหตุใดเจ้าโรแลนด์ผู้นี้ถึงได้รับท่าทีเป็นมิตรของลั่วซิวเจ๋อได้อย่างง่ายดายเช่นนี้เล่า?

 

_____“อะไร? เจ้าหึงหวงหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อเริ่มศึกษาข้อมูลบนหน้าจอของควอนตัมคอมพิวเตอร์ต่อไปโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา… ยังมีข้อมูลและความรู้ที่เขาต้องศึกษาค้นคว้าอีกมากนัก จะต้องใช้เวลาทั้งหมดที่มีให้คุ้มค่า…

 

_____“ผมหะ… หึงอะไรเล่า!” ใบหน้าของฉีหนานพลันขึ้นสีแดงก่ำ “ผมแค่ไม่พอใจ จำได้หรือไม่ว่า เมื่อก่อนคุณทำอะไรกับผมบ้าง? แล้วบัดนี้คุณทำเช่นไรกับโรแลนด์? แม้ผมจะเป็นคู่หูของคุณ แต่คุณใช้อะไรเป็นมาตรฐานกัน?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากน้อยๆ “ยังไม่ยอมรับว่า เจ้าหึงหวงหรือ? เจ้าไม่พอใจที่ข้ากระทำต่อพวกเจ้าสองคนไม่เหมือนกันมิใช่หรือ? ไม่เรียกว่าหึงหวงแล้วจะเรียกว่าอะไรเล่า?”

 

_____“คุณ… คุณพูดจาไร้สาระสิ้นดี!” ฉีหนานรู้สึกใบหูร้อนผ่าวขึ้นมาทันที “พวกเราไม่ใช่คนรักกัน จะหึงหวงได้อย่างไร!”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเงยหน้าขึ้นมาสบตามองเขาด้วยสายตาลึกล้ำ “เป็นเพื่อนพ้องย่อมหึงหวงได้อยู่แล้ว เจ้าไม่รู้หรือ?”

 

_____ฉีหนาน “…ถึงผมจะไม่ค่อยอ่านหนังสือ แต่คุณก็อย่ามาหลอกผมซะให้ยาก!”

 

_____“หากเจ้าไม่เชื่อก็ลองหาข้อมูลในเครือข่ายอวกาศดูสิ  มิตรภาพเองก็ทำให้คนหึงหวงได้เช่นกัน” ลั่วซิวเจ๋อหันกลับมาสนใจข้อมูลตรงหน้าอีกครั้ง

 

_____ฉีหนานจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความฉงนสงสัย อดไม่ได้ที่จะเปิดควอนตัมคอมพิวเตอร์เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการหึงหวงในหมู่ผองเพื่อน ก่อนจะต้องประหลาดใจอย่างมากที่มีเรื่องเช่นนี้อยู่จริงๆ…

 

_____“ไม่สิ! ผมคุยเรื่องที่คุณลำเอียงกับโรแลนด์คนนั้นอยู่ต่างหาก ทำไมถึงเปลี่ยนเป็นคุยเรื่องหึงหวงได้เล่า!” ฉีหนานพลันตบฝ่ามือลงบนควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่เปิดอยู่ของลั่วซิวเจ๋อพลางจ้องมองเขาอย่างขุ่นเคือง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อถอนหายใจอย่างจนปัญญาพลางครุ่นคิดว่า หากไม่ใช่เพราะเจ้าแตกต่างจากคนอื่นล่ะก็ สิ่งที่เจ้ากระทำเมื่อครู่ย่อมทำให้ข้าตบเจ้ากระเด็นไปแล้ว…

 

_____ฉีหนานเป็นว่าที่คู่ชีวิตของเขา แม้อีกฝ่ายจะยังไม่ผ่านเงื่อนไขในเรื่องของพละกำลังความแข็งแกร่ง ทว่าในเมื่อลั่วซิวเจ๋อตัดสินใจด้วยความรู้สึกที่มีเช่นนี้ ย่อมไม่อาจปล่อยให้มีสิ่งใดมาทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องบาดหมางกันได้อย่างเด็ดขาด

 

_____เขาตบลงที่นั่งข้างกายของตนเบาๆ ทำให้ฉีหนานจ้องมองเขาอย่างเงียบงันครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมนั่งลงข้างกาย…

 

_____ลั่วซิวเจ๋ออดไม่ได้ที่จะโค้งมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม… เขารู้สึกว่า เขายิ่งชอบฉีหนานที่มีนิสัยปรับตัวง่ายเช่นนี้มากขึ้นเรื่อยๆ… จากมุมมองของเขา  พลังไหนเลยจะสู้ตัวบุคคลได้ อ่อนแอทว่าไม่ขี้ขลาด หนำซ้ำยังมีไหวพริบและมองการณ์ไกล หากฉีหนานมีนิสัยดีแต่ปากล่ะก็ อาจจะโดนเขาฆ่าตายตั้งแต่รู้จักกันไม่นานแล้ว…

 

_____“เจ้าเป็น… คู่หูของข้า” ลั่วซิวเจ๋ออธิบายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงใจ “เจ้าควรรู้ว่า คนทั่วไปยามพบกับคนแปลกหน้าย่อมวางตัวให้สุภาพเรียบร้อยก่อนเสมอ เช่นกรณีนี้ ข้าไม่เคยรู้จักกับโรแลนด์ผู้นั้นมาก่อน ทว่าแค่เสแสร้งให้สุภาพเล็กน้อยก็สามารถล้วงข้อมูลสำคัญมาได้มากมายเช่นนี้ เจ้าไม่คิดว่า มันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากหรือ?”