0 Views

บทที่ 45

_____“อะไร? มีปัญหาอะไรหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อสังเกตเห็นสีหน้าผิดปกติของฉีหนานจึงเอ่ยถามออกมา…

 

_____ฉีหนานลังเลอยู่ครู่ใหญ่ สุดท้ายก็ตัดสินใจเอ่ยถามกลับอย่างทนไม่ไหว “ทำไมคุณถึงไม่บอกผมก่อน? ยังไงผมก็ร่วมมือกับคุณอยู่แล้ว!”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ “เจ้าโกรธที่ข้าไม่บอกเจ้าหรือ?”

 

_____ฉีหนานพลันรู้สึกอัดอั้นตันใจมาก… เขาคิดว่า เขาเข้ากับลั่วซิวเจ๋อได้แล้วเสียอีก อันที่จริง… แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่มีใครอยากร่วมมือกับเขาเลยหรือ?

 

_____เขาอดกำหมัดแน่นไม่ได้ ตัวเขา… ตัวเขาแข็งแกร่งขึ้นมากแล้วมิใช่หรือ? เขาฝึกฝนตนเองอย่างขยันขันแข็งถึงเพียงนี้ก็เพื่อ…

 

_____เพื่ออะไรหรือ?

 

_____อยู่ๆฉีหนานก็รู้สึกสับสนงุนงงไม่น้อย… จริงๆแล้วเขาพยายามมากถึงเพียงนี้เพื่ออะไรกัน?

 

_____พลังหรือ?

 

_____น่าจะใช่กระมัง… แต่รู้สึกเหมือนจะไม่ใช่แค่พลังเท่านั้น

 

_____เขาค่อยๆเหลือบสายตาที่ยังคงฉายแววสับสนขึ้นมาจ้องมองลั่วซิวเจ๋อและสบสายตาเข้ากับดวงตาสีฟ้าครามราวกับท้องทะเลอันกว้างใหญ่และสงบนิ่ง ทว่าเปล่งประกายด้วยดวงดาวสีเงินนับพันที่ส่องแสงระยิบระยับอยู่ภายใน…

 

_____เขาเหมือนเห็นแววตาคาดหวังบางอย่างในดวงตาของลั่วซิวเจ๋อ แต่เขาไม่เข้าใจว่า อีกฝ่ายกำลังคาดหวังอะไรกับตนหรือ? ลั่วซิวเจ๋อคงไม่รอให้เขาโกรธอีกฝ่ายกระมัง?

 

_____ฉีหนานรู้สึกสับสนไม่น้อย ทว่าพลันผุดความคิดหนึ่งขึ้นมาในสมอง… ทำไมเขาต้องสนใจลั่วซิวเจ๋อมากถึงเพียงนี้ด้วย? อันที่จริงจะบอกเรื่องนี้กับเขาหรือไม่ก็ไม่แตกต่างกันนัก… ลั่วซิวเจ๋อแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น จะต้องจัดการทุกอย่างได้อย่างเรียบร้อยแน่นอน เขายังต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของอีกฝ่ายอีกหรือ?

 

_____แม้เขาจะพยายามปลอบใจตัวเอง ทว่าอยู่ๆในใจกลับปรากฏฉีหนานตัวเล็กขึ้นมาตนหนึ่ง… ‘อย่าโง่ไปหน่อยเลย! แกพยายามมากขนาดนี้ก็เพื่อพลังและความแข็งแกร่ง อีกอย่างแกอยากให้ลั่วซิวเจ๋อหันมามองแกใหม่มิใช่หรือ? โดนเล่นงานในคืนเข้าหอแล้วยังไม่เข็ดหรือไร… ตื่นได้แล้ว! แกไม่อยากถูกลั่วซิวเจ๋อทอดทิ้งไว้เบื้องหลังไม่ใช่หรือ! แน่นอนว่า หากเป็นฉีหนานเมื่อก่อน แกคงไม่มีความคิดที่จะไล่ตามลั่วซิวเจ๋อแน่ แต่ตอนนี้แกมีพลังพอที่จะไล่ตามอีกฝ่ายแล้ว ก็ต้องนึกอยากแข็งแกร่งกว่าอีกฝ่ายแน่นอน…’

 

_____ท่าทีของเจ้าตัวน้อยนี้ดูพึงพอใจมาก ราวกับการที่ตนสามารถมองออกถึงความในใจของฉีหนานเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นยินดีมาก ‘ลูกผู้ชายหรือไม่! ใครจะไม่มีใจสู้และอยากเอาชนะเล่า เมื่อก่อนแกไม่สนใจนักเพราะเคยชินกับความพ่ายแพ้ บัดนี้มีโอกาสเอาคืนย่อมพลาดไม่ได้เด็ดขาด… แกลองคิดดูสิว่า เมื่อวันก่อนแกเพิ่งเล่นงานพวกเพื่อนได้ภายในพริบตาเดียวเลย มันคือหลักฐานที่ดีที่สุดมิใช่หรือ!’

 

_____ฉีหนานตบเจ้าตัวน้อยออกไปด้วยสีหน้าดำทะมึน ก่อนจะรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาอย่างฉับพลัน ต่อให้เขาทราบดีว่า ลั่วซิวเจ๋อไม่มีทางรู้ถึงความในใจอันสับสนของตน ทว่าหากความคิดเช่นนี้ถูกเปิดเผยออกมาล่ะก็ เขาคงรู้สึกอับอายไม่น้อย…

 

_____ใช่… เขานับถือลั่วซิวเจ๋อจริงๆ… อะแฮ่ม ได้พบกับยอดฝีมือระดับ S เช่นนี้ หากไม่รู้สึกเคารพนับถือคงเป็นไปไม่ได้กระมัง?

 

_____เพียงแต่ความคิดเล็กๆที่ถูกซ่อนเร้นอยู่ภายในส่วนลึกของหัวใจมาตลอดนั้น แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันรู้ตัวเลยว่า เมื่อถูกเปิดเผยออกมาในวันนี้ เขา… เขาจะรู้สึกกระดากใจมากถึงเพียงนี้!

 

_____การที่รู้สึกเคารพนับถือเจ้าเงือกบ้าจิตวิปริตตนนี้ช่างเป็นเรื่องที่น่าอับอายยิ่งนัก…

 

_____“เป็นอะไร? เข้าใจแล้วหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อลุกขึ้นยืนและย่างก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉีหนาน

 

_____เมื่อเผชิญหน้ากับลั่วซิวเจ๋อในระยะประชิดขนาดนี้ ฉีหนานรู้สึกเหมือนตัวเองแทบจะหยุดหายใจ ร่างกายแข็งเกร็งไปทั้งตัว โพรงปากกับลิ้นแห้งผากและริมฝีปากสั่นระริกไปหมด… เขายอมรับว่า ตัวเองอยากได้รับความสนใจจากลั่วซิวเจ๋อมากขึ้น แต่ก็กระดากปากเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยออกมา…

 

_____ใบหน้าของลั่วซิวเจ๋อประดับด้วยรอยยิ้มน้อยๆและท่าทีผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด ชุดนอนหลวมโครกขยับตามการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเผยให้เห็นผิวขาวนวลดุจไข่มุกที่ซ่อนอยู่ภายใน ฉีหนานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แปลกจริง… ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนอากาศภายในห้องมีไม่พอเล่า?

 

_____“อะไร…” ฉีหนานเพิ่งรู้สึกตัวว่า น้ำเสียงของตนนั้นแหบพร่ามากขนาดไหน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อค่อยๆยกมือขึ้นมาสัมผัสไหล่ของฉีหนานอย่างแผ่วเบา ก่อนจะขยับกายเข้าไปใกล้ใบหูของอีกฝ่าย “ข้าถามว่า… เจ้าคิดถึงสถานะของตนเองแล้วหรือไม่? จะเป็นลูกน้องของข้า หรือว่า…” นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายวิบวับ ขณะเอื้อนเอ่ยคำพูดอยู่ข้างใบหูแดงก่ำของฉีหนาน “หรือว่า… จะเป็นของข้า…”

 

_____“อะไรของคุณ…” ฉีหนานรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะเด้งทะลุออกมาจากอกของตนในวินาทีถัดมาก็ไม่ปาน

 

_____“คู่หู…ของข้า?”

 

_____อะไรนะ!? What the f**k!!

 

_____อุตส่าห์ลุ้นแทบตาย ดันมาถามแบบนี้???

 

_____ไม่สิ… เขาแอบหวังอะไรกันแน่เนี่ย!

 

_____ฉีหนานอดตบหน้าผากตัวเองไม่ได้ เห็นได้ชัดว่า ตอนนี้ลั่วซิวเจ๋อต้องการจะตกลงถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาใหม่อีกครั้ง ถึงจะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่หูที่จะต่อสู้ร่วมกันในทุกสมรภูมิรบ แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกผิดหวังนัก? อืม… จะต้องเป็นเพราะเมื่อครู่ตกใจมากจนตอนนี้ยังดึงสติกลับมาไม่ได้กระมัง! ต้องเป็นเช่นนี้แน่นอน!

 

_____“อะแฮ่ม… เป็นคู่หูแน่นอน!” ฉีหนานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น เลือกที่จะไม่สนใจความผิดหวังในใจของตน

 

_____“ดีมาก…” ลั่วซิวเจ๋อกระตุกยิ้มมุมปาก “หวังว่า เจ้าจะจดจำสิ่งที่เจ้าเลือกในวันนี้ให้ดี… ลูกน้องกับคู่หูนั้นไม่เหมือนกัน ลูกน้องแค่จงรักภักดี แต่คู่หูจะต้องร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน!”

 

_____ฉีหนาน “….”

 

_____รู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้องนัก… เดี๋ยวก่อน เจ้าเงือกบ้าตนนี้เข้ามาใกล้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แล้วยังจะมาพูดอยู่ข้างหูเขาอีก!!! มิน่าเล่าเขาถึงรู้สึกเหมือนใบหูร้อนผ่าวตลอดเวลา!

 

_____เขารีบก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างกับลั่วซิวเจ๋อ ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าอึดอัดว่า “มีเรื่องอะไรก็พูด… ทำไมต้องเข้ามาใกล้ถึงขนาดนี้ด้วยเล่า?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อคว้าหัวไหล่ของเขาไว้ พลางพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ในเมื่อหลังจากนี้พวกเราจะต้องร่วมเป็นร่วมตายไปด้วยกันในฐานะ…คู่หู เจ้าไม่คิดว่า พวกเราควรใกล้ชิดสนิทสนมกันหรือ? มิเช่นนั้นพวกเราจะเข้าขากันในสนามรบได้อย่างไร? ตอนที่เจ้าอยู่ในกองทัพก็กินข้าวหม้อเดียวกับเพื่อนๆในกองทัพจนสนิทสนมกันมิใช่หรือ ข้าเองก็ใช้วิธีผูกมิตรนี้เพื่อให้สนิทสนมกันมากขึ้นเช่นกัน”

 

_____ฉีหนานจ้องมองเขาด้วยแววตาฉงนสงสัยปนจับผิด “ถึงผมจะไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ก็อย่ามาหลอกกัน จะมีวิธีผูกมิตรเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “หากเจ้าไม่เชื่อก็ลองหาดูเถิด… ในฐานข้อมูลมีกล่าวถึงเรื่องนี้อยู่มาก แต่ช่วงนี้ข้าอ่านหนังสือเยอะมากจนจำไม่ได้ว่า อยู่เล่มใดแล้ว… ถ้าเจ้าอยากตามหาหนังสือเล่มนั้น ข้าจะให้ใบรายการหนังสือของข้าไปไล่หาดูล่ะกัน”

 

_____ฉีหนานผู้ไม่ถูกโฉลกกับหนังสือนัก “…ไม่เป็นไร ผมเชื่อคุณ… ผมขอตัวไปทำอาหารเย็นนะ” พูดจบก็หันหลังเดินเข้าไปในห้องครัวอย่างรวดเร็ว

 

_____ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบางๆขณะมองแผ่นหลังของอีกฝ่าย… เขาไม่มีทางบอกฉีหนานเด็ดขาดว่า วิธีผูกมิตรเพื่อให้ใกล้ชิดสนิทสนมแบบเมื่อสักครู่นั้นเป็นวิธีสำหรับคู่รัก ไม่เกี่ยวกับคู่หูเลยแม้แต่นิดเดียว…

 

_____หลังจาก ‘การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ’ ของเงือกน้อยลั่วซิวเจ๋อหนึ่งสัปดาห์นั้น ฉีหนานผู้สีหน้าเศร้าโศกเสียใจกำลังเดินเข้าไปในยานอวกาศที่จะมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง ท่ามกลางสายตาเห็นอกเห็นใจของเพื่อนพ้องในหน่วยที่มาส่งเขา..

 

_____เขามองตามหลังเพื่อนพ้องที่กำลังเดินจากไปผ่านทางหน้าต่างของยานอวกาศ สีหน้าเจ็บปวดทรมานของเขาค่อยๆจางหายไป ก่อนจะหันหน้ามามองและพูดคุยกับผู้ที่นั่งอยู่ข้างกายว่า “ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเลยที่หลอกพวกเขาแบบนี้”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อถอดหมวกที่สวมอยู่บนศีรษะออกพลางเอ่ยด้วยสีหน้าไม่เห็นด้วย “ช่วยไม่ได้ แต่เจ้าวางใจเถอะ ขอเพียงไม่ใช่คนใกล้ชิดของตนเองที่เจ็บปวด พวกเขาย่อมลืมเลือนเรื่องนี้ไปอย่างรวดเร็วและใช้ชีวิตของตนต่อไปตามปกติ”

 

_____“…คุณปลอบใจผมแบบนี้ผมไม่รู้สึกดีใจเลย รู้หรือเปล่า?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองเขาด้วยความแปลกใจ “ข้ากำลังพูดถึงความเป็นจริงอยู่ ไม่คิดจะปลอบใจเจ้าเสียหน่อย”

 

_____ฉีหนานรู้สึกชาดิกไปทั้งหน้า “ขอบคุณ ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นพลางหยิบควอนตัมคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเชื่อมต่อเครือข่ายอวกาศเพื่อเริ่มเรียนหลักสูตรใหม่อีกครั้ง…

 

_____มุมปากของฉีหนานโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเลศนัย… ดูเหมือนตั้งแต่วันนั้นที่ทั้งคู่เริ่มความสัมพันธ์ใหม่ขึ้น… เขาไม่คิดว่า นี่จะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคู่หูเลย ไม่เหมือนแม้แต่นิดเดียว! ทัศนคติของลั่วซิวเจ๋อที่มีต่อเขาเปลี่ยนไปมาก น้อยครั้งนักที่อีกฝ่ายจะทำร้ายเขาอย่างไร้เหตุผลเหมือนเมื่อก่อนอีก…

 

_____พลั่ก!

 

_____บัดนี้ยังมีเหตุผลที่เล่นงานเขาได้อยู่!

 

_____เจ้าเงือกบ้าตนนี้มักใช้เหตุผลที่เขาฝึกฝนไม่ถึงขั้นในการฟาดบั้นท้ายของเขาด้วยหางเงือกอย่างสนุกสนาน แม้จะไม่เจ็บมากนัก แต่เขาเกลียดชังสิ่งนี้ยิ่งกว่าอะไร! น่าอับอายเกินไปแล้ว!

 

_____หลังจากการเดินทางอันยาวนานถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มๆและข้ามผ่านรูหนอนถึงสี่ครั้ง ในที่สุดยานอวกาศโดยสารลำนี้ก็สามารถลงจอด ณ ท่าอากาศยานอวกาศที่เก้าอย่างปลอดภัย

 

_____ทันทีที่ยานอวกาศจอดนิ่งแล้ว ฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อก็เดินตามฝูงชนไปยังทางออกของยานอวกาศลำนี้

 

_____เพิ่งเดินพ้นประตูของยานอวกาศออกมาได้ไม่นาน ลั่วซิวเจ๋อก็ต้องขมวดคิ้วแน่น… ห่างออกไปจากยานอวกาศไม่ไกลนักมีรถยนต์ลอยฟ้าหรูหราสะดุดตาคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่ตรงนั้น… แน่นอนว่า รถยนต์ลอยฟ้าไม่ใช่เรื่องแปลก ที่สำคัญคือ มันจอดอยู่ไม่ไกลจากยานอวกาศนักต่างหาก… ที่นี่คือ ท่าอากาศยานอวกาศของเมืองหลวง แม้จะไม่ใช่ท่าอากาศที่ติดห้าอันดับแรก แต่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะขับรถยนต์ลอยฟ้าเข้ามาจอดทิ้งไว้ได้

 

_____ยิ่งไม่ต้องพูดถึง… รถยนต์ลอยฟ้าอันหรูหราสะดุดตาที่มองปราดเดียวก็รู้ว่า เป็นของพวกลูกหลานตระกูลใหญ่แน่นอน แต่การใช้รถยนต์หรูหราเช่นนี้ออกจะทำเกินไปอยู่บ้าง

 

_____ดูเหมือนรถยนต์ลอยฟ้าคันนี้จะรับคนที่รอคอยเรียบร้อยแล้ว จึงเคลื่อนออกไปจากลานจอดแห่งนี้อย่างรวดเร็วราวกับสายลมก็ไม่ปาน… ลั่วซิวเจ๋อสังเกตเห็นเด็กวัยรุ่นสองคนที่กำลังพูดคุยถึงรถยนต์ลอยฟ้าคันนั้นอยู่ไม่ไกลนัก จึงใช้พลังจิตดักฟังบทสนทนานั้นอย่างเงียบงัน…

 

_____“คนของตระกูลฉีช่างหยิ่งยโสเสียจริง!” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทพูดพลางเหยียดรอยยิ้มเย้ยหยันปนรังเกียจ…

 

_____“หึ… เจ้างั่งแห่งตระกูลฉีนั่นก็มีดีแต่ใช้กำลังเท่านั้นแหละ!” เพื่อนของเขาเองก็ตอบโต้อย่างเห็นด้วยเช่นกัน

 

_____“ช่างเถอะ จะสนใจพวกมันทำไม… ที่เจ้างั่งนี่ยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ได้ก็เพราะมีพลังแฝงระดับ A ทั้งสองแบบอยู่ น่าเสียดายนัก… ฟ้าประทานพรสวรรค์อันเลิศล้ำให้แก่มัน แต่กลับไม่มอบสมองให้เสียได้”

 

_____“พรืด… แกนี่มันปากเสียจริงๆ แต่เราชอบว่ะ! ฮ่าฮ่า…”

 

_____บทสนทนาต่อมาเริ่มน่าเบื่อและไร้สาระมาก… ลั่วซิวเจ๋อเห็นว่า ไม่มีข้อมูลสำคัญให้สอดแนมอีกจึงตัดสินใจถอนพลังจิตของตนกลับมา

 

_____“หืม?” ขณะถอนพลังจิตของตนกลับมา เขากลับรู้สึกถึงคลื่นพลังจิตอีกสายหนึ่ง… ทั้งสองฝ่ายแทบจะสัมผัสถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้ในเวลาเดียวกัน… ลั่วซิวเจ๋อเพ่งจิตสังหารเข้าใส่พลังจิตที่พยายามต่อสู้ขัดขืนสายนั้นจนได้ยินเสียงหอบหายใจอย่างรุนแรงดังอยู่ไม่ไกล ทันทีที่หันไปมองก็พบกับชายวัยกลางคนผู้มีเส้นผมสีขาวโพลนทั้งหัวกำลังยืนหน้าซีดเผือดอยู่

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกระตุกมุมปากขึ้นน้อยๆ เขาแค่มอบบทเรียนแสนเล็กน้อยให้กับอีกฝ่าย… การปะทะกันของพลังจิตโดยบังเอิญนั้นเป็นเรื่องธรรมดามาก ทว่าอีกฝ่ายกลับคิดจะตามหาตัวเขาโดยสืบสาวผ่านทางพลังจิตของตัวเขาเอง… เห็นได้ชัดว่า มีเจตนาท้าทายหาเรื่องเขา หากอีกฝ่ายถูกฆ่าตายเพราะพลังจิตของเขาก็เป็นเพราะเจ้าตัวหาเรื่องตายเอง

 

_____“มีอะไรหรือ?” ฉีหนานไม่รู้ถึงการปะทะพลังจิตในครั้งนี้ ทว่าเขาสังเกตเห็นสีหน้าที่ดูมีความสุขและพึงพอใจมากของลั่วซิวเจ๋อ…

 

_____เพิ่งเดินลงมาจากยานอวกาศเพียงครู่เดียว มีอะไรน่าดีใจหรือ? จะต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้อย่างแน่นอน…

———————————-