0 Views

บทที่ 44

 

_____ตระกูลฉีแห่งเมืองหลวง… หึ ฟังดูดีเสียจริง น่าเสียดายที่เนื้อในนั้นช่างสกปรกโสมมนัก… ในเมื่อฉีหนานออกมาจากที่นั่นได้แล้ว ย่อมไม่โง่พอที่จะกลับเข้าไปอีกครั้งอย่างแน่นอน… อีกอย่างไอ้พ่อไร้น้ำยานั้นก็ปกป้องเด็กนั่นไม่ได้ ถึงตอนนั้นคงได้ตายทั้งเป็นอีกแน่!

 

_____เขานิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเปิดวิทยุสื่อสารอีกครั้ง เพื่อต่อสายไปยังอดีตสหายร่วมรบที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง… หลังจากไหว้วานอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว เขาก็ส่งข้อความสั้นๆไปให้ฉีหนาน เพื่อให้ฉีหนานแวะไปเยี่ยมอดีตสหายร่วมรบของตนตามที่อยู่ในเมืองหลวงที่ตนแนบไปด้วย…

 

_____เมื่อฉีหนานเห็นข้อความจากหัวหน้าหลิว เขาพลันรู้สึกซาบซึ้งใจมากเหลือเกิน… เขาย่อมทราบดีว่า การไปเยี่ยมอดีตสหายร่วมรบเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น อันที่จริงหัวหน้าหลิวต้องการให้อดีตสหายร่วมรบผู้นั้นช่วยดูแลตน…

 

_____ฉีหนานยอมรับเจตนาดีของหัวหน้าหลิวในครั้งนี้อย่างเงียบงัน ถึงอย่างไรเขาก็ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับตระกูลฉีในช่วงที่เขาไปอยู่ที่เมืองหลวงอีกแน่นอน… หากทำตามที่หัวหน้าหลิวแนะนำ ไม่แน่ว่า อาจจะสะดวกมากกว่าก็เป็นได้…

 

_____เนื่องจากพวกเขาได้รับจดหมายแนะนำเป็นกรณีพิเศษของพลตรีเฉิงอย่างผิดคาด ทำให้ฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อต้องเดินทางออกจากโลกไปรายงานตัวที่เมืองหลวงเร็วกว่ากำหนด…

 

_____ทว่าจดหมายแนะนำของพลตรีเฉิงไม่ใช่ทุกสิ่ง… พลตรีเฉิงอธิบายเรื่องนี้ หลังจากให้จดหมายแนะนำกับพวกเขาแล้ว แทนที่จะบอกว่าพลตรีเฉิงให้จดหมายแนะนำ… ไม่สู้บอกว่า ให้กุญแจปลดล็อคประตูของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งหรือ…

 

_____แม้จะมีกุญแจที่ปลดล็อคประตูหลักของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งได้ ทว่าจะสามารถเดินเข้าไปได้หรือไม่ ก็ต้องดูว่า คุณจะสามารถทำให้ผู้เฝ้าประตูยอมรับคุณได้หรือไม่…

 

_____พลตรีเฉิงอธิบายคร่าวๆเพียงเท่านี้ ทว่าลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานไม่รู้แม้แต่น้อยว่า ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปในโรงเรียน จดหมายแนะนำตัวฉบับนั้นเสมือนเป็นป้าย ‘ตัวเก็ง’ ติดไว้บนศีรษะของพวกเขาและดึงดูดความสนใจของทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

 

_____ทว่าเรื่องเหล่านี้ยังไกลตัวลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานมากเกินไป ในฐานะเด็กใหม่สองคนที่ยังไม่เคยพบผู้เฝ้าประตูสักครั้ง สิ่งที่พวกเขาต้องทำเป็นอันดับแรกคือ… หาเงิน!

 

_____“เดี๋ยวๆ! ทำไมพวกเรายังต้องหาเงินอีก?” ฉีหนานเอ่ยถามพลางขยุ้มศีรษะด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวคล้ายกับโลกจะถล่มก็ไม่ปาน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเหลือบตามองเขา “ห้องของเจ้าเป็นสวัสดิการของกองทัพ ถ้าเจ้าย้ายออกไปก็ต้องส่งคืนกลับไป เงินในบัญชีของเจ้าก็หมดแล้ว เงินที่ได้จากการล่าสัตว์ในป่าแห่งหมอกครั้งก่อนก็หมดแล้วเช่นกัน หากไม่หาเงิน เจ้าคิดจะกินอากาศประทังชีวิตหรือไร?”

 

_____“ไม่มีเงินเบี้ยเลี้ยงของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งหรือ?” ฉีหนานอ้าปากค้าง… เงินที่เขาใช้ก่อนอายุครบสิบแปดมาจากตระกูลฉี… จะว่าไปเขาไม่เคยคิดเรื่องการหาเงินจริงจังเลย หลังจากเกณฑ์ทหาร เงินเบี้ยเลี้ยงที่เขาได้รับก็เพียงพอที่จะจับจ่ายใช้สอย ฉะนั้นจึงเผลอลืมเลือนไปว่า ค่าครองชีพในเมืองหลวงไม่อาจเทียบกับดาวโลกได้เลย… เขาเคยคิดว่า เบี้ยเลี้ยงที่ได้จากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งน่าจะพอใช้จ่ายได้ บัดนี้เมื่อนึกถึงค่าครองชีพในเมืองหลวงเมื่อหลายปีก่อนแล้ว… ก็รู้ทันทีว่า ตัวเองกลายเป็นปีศาจยาจกไปเสียแล้ว

 

_____เมื่อเห็นสีหน้าเข้าใจอย่างกระจ่างชัดของฉีหนานแล้ว ลั่วซิวเจ๋อจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยว่า “ตอนนี้คงเข้าใจแล้ว พวกเราไม่มีเงินติดตัวอยู่เลยแม้แต่เหรียญเดียวจริงๆ”

 

_____“ช้าก่อน… ไม่ถูกสิ ผมจำได้ว่า ก่อนหน้านี้คุณยังเหลือเงินอีกก้อนหนึ่งไม่ใช่หรือ” ฉีหนานนึกขึ้นได้ว่า ตอนที่ตนตรวจสอบยอดเงินในบัญชีธนาคารของตนนั้น รู้สึกจะยังมีเงินอีกก้อนหนึ่งอยู่เลย…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพลันพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อ๋อ ถ้าเจ้าอยากโดนยัดข้อหา ‘ฆาตกรรมชาวเงือกคู่ชีวิต’ ล่ะก็ ข้าย่อมไม่ใช้เงินก้อนนั้นแน่นอน”

 

_____ฉีหนาน “…”

 

_____เนื่องจากช่วงนี้ลั่วซิวเจ๋ออยู่ในร่างมนุษย์ตลอดเวลา ทำให้เขาเผลอลืมไปว่า เจ้าเงือกบ้านี่มีสถานะเป็นเงือกคู่ชีวิตของตนอยู่…

 

_____การลงทัณฑ์ในข้อหาฆาตกรรมชาวเงือกคู่ชีวิตนั้นร้ายแรงมาก ถ้าเงือกของตนหายตัวไปอย่างลึกลับ เขากล้าฟันธงเลยว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสถานดูแลเงือกจะต้องมาพรากชีวิตน้อยๆของตนถึงหน้าประตูบ้านแน่นอน!

 

_____“งั้นคุณทำอะไร?” ฉีหนานถาม

 

_____“ทำอะไรหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อมองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด “ก็หาแฮ็กเกอร์ของพันธมิตรกองทหารรับจ้าง… เออใช่… อีกสองวันให้เจ้าเชิญเหล่าสหายร่วมรบของเจ้ามาร่วมทานอาหารสักมื้อ ข้าอยากพบกับพวกเขา…”

 

_____“คุณคิดจะทำอะไร?” ฉีหนานจ้องมองเขาด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย รู้สึกอยากวิ่งหนีออกไปและไม่กลับมาอีกเลยตลอดชีวิต เขาไม่คิดว่า ลั่วซิวเจ๋อจะนึกอยากผูกมิตรกับคนเหล่านั้นอย่างแน่นอน

 

_____“ทำอะไรหรือ ก็จัดการกับเรื่องยุ่งยากนี้น่ะสิ” ลั่วซิวเจ๋อเคาะโต๊ะเบาๆด้วยความหงุดหงิด… การเปลี่ยนสถานะของตนจากชาวเงือกเป็นมนุษย์นั้นช่างเป็นเรื่องที่ยากลำบากเสียจริง โดยเฉพาะในสังคมมนุษย์ที่ให้การ ‘ปกป้อง’ ชาวเงือกเป็นอย่างดีจนแทบจะเฝ้าระวังตลอดเวลา ตัวเขาเองก็ไม่อาจเสแสร้งเป็นชาวเงือกแสนไร้เดียงสาของสถานดูแลเงือกได้นานนัก… แทนที่จะเสียเวลาทำเช่นนั้น ไม่สู้ฉวยโอกาสกำจัดชาวเงือกที่ชื่อ ลั่วซิวเจ๋อเสียตั้งแต่ตอนนี้หรือ…

 

_____ฉีหนานไม่เข้าใจว่า ลั่วซิวเจ๋อคิดจะทำอะไร แต่ก็ไม่คิดจะขัดคำสั่งของอีกฝ่ายเช่นกัน… เขาจึงชวนเหล่าเพื่อนสนิทในหน่วยของตนไปทานอาหารที่ร้านอาหารด้วยกัน

 

_____อีกไม่นานพวกเขาจะต้องพรากจากกันแล้ว มันทำให้เพื่อนเหล่านี้อดที่จะรู้สึกเศร้าเสียใจไม่ได้ แม้ในครั้งนี้ฉีหนานจะเชิดชูเกียรติของหน่วย… ไม่ใช่แค่ส่งผลดีต่อหัวหน้าหลิวเท่านั้น ยังทำให้สมาชิกคนอื่นในหน่วยพูดคุยโอ้อวดได้ไม่น้อย…

 

_____บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเสียงแก้วก้องกังวานไปทั้งห้องช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้แต่ฉีหนานยังดื่มเข้าไปมากด้วยความผ่อนคลาย จนใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ…

 

_____หลังจากที่ลั่วซิวเจ๋อทักทายกับพวกเพื่อนของฉีหนานแล้วก็หลบอยู่ในห้องนั่งเล่นส่วนตัว แสดงบทบาทเป็นเงือกน้อยผู้อ่อนแอเปราะบางได้อย่างสมบูรณ์แบบ เหล่าทหารเองก็ไม่เอะใจเลยแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาเข้าใจว่า เงือกทุกตนล้วนมีกิริยาท่าทางเช่นนี้กันหมด หากเงือกตนนี้ต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่นและมีชีวิตชีวาต่างหาก ถึงจะทำให้พวกเขาตกใจแทบช็อกได้!

 

_____“ฉีหนาน มาช่วยผมหน่อย” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยเรียก ทำให้ฉีหนานรีบลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปยังห้องนั่งเล่นอย่างเร่งรีบ…

 

_____ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวพลันได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ประตูห้องนั่งเล่นที่มีเปลวไฟลุกโชนพร้อมกับความร้อนและแรงอัดมหาศาล… ฉีหนานได้แต่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนที่อยู่ข้างกายดึงตัวเขาออกมาได้ทันเวลาล่ะก็ เขาคงได้ลิ้มรสชาติการโดนประตูโลหะบานนั้นกระแทกเข้าใส่เต็มแรงไปแล้ว…

 

_____ทันทีที่เกิดระเบิดในห้องนั่งเล่นขึ้น นายทหารเหล่านี้พลันสร่างเมาและต่างหาที่กำบังของตนเองอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชายหนุ่มผู้อยู่ใกล้ฉีหนานที่สุดเองก็ดึงเขาหลบไปด้วยกันอย่างปลอดภัย… เขาโล่งใจมากที่ฉีหนานไม่อยู่ในวิถีที่ประตูโลหะกระเด็นออกมาแล้ว… หากพลาดแม้แต่น้อย ต่อให้เขาเอื้อมไปคว้ามาก็ไม่แน่ว่าจะช่วยเอาไว้ได้…

 

_____พวกเขาล้วนเป็นทหารที่เคยผ่านเปลวไฟแห่งสงครามมาอย่างโชกโชน ต่อให้เป็นเพียงทหารหน่วยลาดตระเวนเองก็มีสายตาเฉียบแหลมพอ…

 

_____แรงระเบิดที่ถึงกับทำให้ประตูโลหะของห้องนั่งเล่นหลุดออกมาจากบานพับได้ คนที่อยู่ภายในห้องย่อมไม่มีทางรอดชีวิตอย่างแน่นอน… ถ้าไม่ใช่เพราะภายในห้องพักส่วนตัวนี้มีมาตรการป้องกันอันสมบูรณ์แบบ เมื่อครู่พวกเขาต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแรงระเบิดนั้นแน่นอน…

 

_____“ลั่ว… ลั่วซิวเจ๋อยังอยู่ข้างใน…” ริมฝีปากของฉีหนานสั่นระริกขณะเอื้อนเอ่ยคำพูดประโยคนี้ออกมาอย่างยากลำบาก…

 

_____เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างกายของเขากำลังมองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง เพื่อยืนยันให้แน่ใจว่า จะไม่มีการโจมตีใดๆเกิดขึ้นหลังจากการระเบิดเมื่อครู่อีก ก่อนจะหันมาตบไหล่ของเขาด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ

 

_____ห้องนั่งเล่นส่วนตัวแห่งนี้เสมือนเป็นห้องปิดตายแห่งหนึ่ง แรงระเบิดมหาศาลขนาดนั้น… อย่าว่าแต่เงือกตนหนึ่งเลย ต่อให้เป็นยอดฝีมือสมรรถภาพร่างกายระดับ Aก็ไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึง…

 

_____เขาเบือนหน้าหนีอย่างเงียบงัน… ข้างหลังของฉีหนานห่างออกไปไม่ไกลนัก มีเศษซากของครีบหางปลาวางอยู่ตรงนั้น เขาทราบดีว่า ฉีหนานในตอนนี้ช่างเปราะบางนัก จึงทำใจไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยตอกย้ำความจริงกับเขาอีก…

 

_____ฉีหนานรู้สึกเหมือนภายในสมองของตนมันว่างเปล่าขาวโพลนไปหมด… ระเบิดอะไร… อันตรายหรือ… เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะคิดอะไรอย่างอื่นอีกแล้ว ตอนนี้ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความคิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น “ลั่วซิวเจ๋อตายแล้วหรือ? เป็นไปได้อย่างไร!”

 

_____เสียงไซเรนแสบแก้วหูดังขึ้นอยู่ไม่ไกลนัก พวกเพื่อนของเขาต่างเดินออกมาจากที่กำบังของตน เมื่อแน่ใจว่า เหตุการณ์สงบลงและปลอดภัยแล้ว ทุกคนมองฉีหนานด้วยแววตาที่ฉายชัดถึงความเศร้าโศกเสียใจ

 

_____“ฟักทองน้อย…” ชายคนหนึ่งที่ค่อนข้างมีอายุถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะประคองฉีหนานที่อยู่ในสภาพเหม่อลอยลุกขึ้นมาจากพื้น

 

_____เมื่อสบสายตาเข้ากับนัยน์ตาเลื่อนลอยไร้ประกายของอีกฝ่ายแล้วก็ได้แต่ปลอบใจอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ

 

_____“อะไรกัน…” ฉีหนานรู้สึกเหมือนความคิดของตนตีรวนไปมาอยู่ในหัว ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างที่ตนมองข้ามไป

 

_____ทว่าเขาพลันมองเห็นเศษซากของครีบหางเงือกกับตาของตัวเอง… มันตกอยู่บนพื้นไม่ไกลนัก ทำให้ความเชื่อมั่นภายในจิตใจของเขาสั่นคลอนอย่างรุนแรง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไร้เทียมทานมิใช่หรือ? นี่มันเป็นไปได้ยังไง? ยอดฝีมือระดับSกลับโดนระเบิดจนแหลกเป็นชิ้นๆ… เอ๊ะ… ช้าก่อน! ยอดฝีมือระดับ S!!!

 

_____ทันใดนั้นในหัวของฉีหนานพลันบังเกิดแสงสว่างส่องประกายขึ้นมา… คนอื่นอาจคิดว่า ลั่วซิวเจ๋อเป็นเพียงเงือกน้อยขี้อายตนหนึ่งเท่านั้น ฉะนั้นจึงไม่มีใครสงสัยต่อการเสียชีวิตในห้องนั่งเล่นของเขา แม้จะเหลือเพียงครีบหางที่ไม่ครบส่วนก็ตาม แต่ฉีหนานไม่เหมือนกัน! เขาทราบดีว่า เจ้าเงือกบ้าที่แข็งแกร่งและวิปริตตนนั้นจะมาตายง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไรกัน!

 

_____ความแข็งแกร่งของเขาทำให้ผู้คนมากมายตกตะลึงมานักต่อนัก แม้ประตูโลหะของห้องนั่งเล่นนี้จะโดนแรงอัดมหาศาลจนหลุดออกมาจากบานพับ แต่ร่างกายของลั่วซิวเจ๋อแข็งแกร่งราวกับโลหะหนักก็ไม่ปาน… เขาอาจจะบาดเจ็บภายในจากการโจมตีครั้งนี้ได้ แต่โดนระเบิดจนร่างแหลกเป็นชิ้นๆนั้น… ฝันไปเถอะ!

 

_____“ฟักทองน้อย… หักห้ามใจซะเถอะ…” เพื่อนผู้ค่อนข้างมีอายุคนนั้นตบไหล่ของเขาเบาๆ พยายามปลอบโยนเขาอย่างสุดกำลัง น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่คนช่างพูด… หากฉีหนานเศร้าโศกเสียใจจริงๆ เกรงว่าคำพูดแสนจืดชืดนี้คงไม่ได้ผลแน่นอน

 

_____โชคดีที่ฉีหนานเข้าใจแล้ว เขารู้ว่า ลั่วซิวเจ๋อมีพลังจิตที่แข็งแกร่ง และเพื่อนกลุ่มนี้ของเขาก็ยืนยันหนักแน่นว่า เงือกคู่ชีวิตของเขาเสียชีวิตจากการระเบิดครั้งนี้แล้ว… ไม่แน่ว่า นี่อาจจะคำใบ้ของลั่วซิวเจ่อก็เป็นได้

 

_____เขาค่อยๆก้มหัวลงพลางสั่นไหล่น้อยๆ… ทราบดีว่า เจ้าเงือกบ้าตนนั้นอาจจะแอบดูอยู่ไม่ไกล เขาปั้นหน้าเศร้าเสียใจไม่เป็น ได้แต่พยายามปิดบังใบหน้าของตนเองอย่างเต็มที่…

 

_____โชคดีที่เขาค่อนข้างจะสนิทสนมกับเพื่อนกลุ่มนี้และคิดว่า เขายังทำใจไม่ได้ ฉะนั้นพวกเขาจึงออกไปอธิบายกับคนของร้านอาหารแห่งนี้แทนเขา…

 

_____ข่าวร้านอาหารเกิดระเบิดขึ้นถูกแจ้งไปยังตำรวจในเมืองอย่างรวดเร็ว หลังจากตรวจสอบตามขั้นตอนเสร็จสิ้นแล้ว พวกเขาก็สรุปสาเหตุของการระเบิดในครั้งนี้ว่า เพราะชาวเงือกที่เสียชีวิตอย่างน่าอนาถนั้นใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องนั่งเล่นอย่างผิดวิธี…

 

_____เมื่อตำรวจสรุปรายงานการสอบสวนของคดีเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ฉีหนานจึงนำรายงานนี้ไปยื่นต่อสถานดูแลเงือก เพื่อลงบันทึกและเปลี่ยนสถานะกลับมาเป็นโสดอีกครั้ง

 

_____เพราะเห็นฉีหนานเหม่อลอยด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนคนอื่นย่อมไม่วางใจที่จะปล่อยให้เขากลับไปยังที่พักตามลำพัง พวกเขายังตั้งใจจะส่งคนไปดูแลฉีหนาน ทว่าฉีหนานพลันคัดค้านอย่างดื้อดึง ก่อนจะเดินจากไป

 

_____“กลับมาแล้วหรือ? ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่?” เมื่อฉีหนานผลักประตูห้องนอนเข้าไป ก็มองเห็นเจ้าเงือกบ้ากำลังนอนอยู่บนเตียงพลางเล่นควอนตัมคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าผ่อนคลายอย่างที่คิด…

 

_____เขากระตุกมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน… เขารู้ว่า นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับสถานะเงือกของลั่วซิวเจ๋อ แต่เขากลับรู้สึกไม่พอใจมาก ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่คิดจะบอกเขาเลยแม้แต่น้อย

———————–