0 Views

บทที่ 43

_____เอ๋? ไม่ถูก! ตอนนี้เราเป็นยอดฝีมือสมรรถภาพร่างกายระดับ B แล้ว การกลั่นแกล้งเจ้าพวกนั้นย่อมเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งนัก!

 

_____หึหึหึ… ฉีหนานเปล่งเสียงหัวเราะแสนร้ายกาจออกมาอย่างเยือกเย็น… ครั้งนี้เขาจะมอบ ‘เซอร์ไพรส์’ ให้กับพวกเพื่อนในหน่วยอย่างหนักหน่วงแน่!

 

_____เช้าวันถัดมา ฉีหนานตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่และหยิบปลาทะเลสดใหม่ที่เมื่อวานเตรียมไว้อย่างดีออกมาทำโจ๊กปลา… พูดถึงโจ๊กปลาแล้ว ฉีหนานอดปาดน้ำตาด้วยความขมขื่นไม่ได้ เมื่อนึกถึงช่วงแรกที่กว่าเขาจะฝึกต้มโจ๊กปลาให้ได้อุณหภูมิที่ลั่วซิวเจ๋อชอบมากที่สุด เขาก็โดนหางเงือกฟาดไปไม่น้อย… มาตอนนี้ผ่านไป 1 เดือนกลายเป็นว่า เขาสามารถทำโจ๊กปลาได้แม้จะหลับตาก็ตามเป็นเพราะโดนอีกฝ่ายบังคับทั้งนั้น…

 

_____“วันนี้เจ้ามีความสุขมากหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อซึ่งล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยแล้ว ออกมานั่งที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะเห็นสีหน้าเปี่ยมสุขของฉีหนานแล้วอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้…

 

_____“เอ๋? ชัดเจนมากหรือ?” ฉีหนานเผลอยกมือขึ้นมาลูบแก้มของตนไปมา เพื่อปรับสีหน้าให้เรียบเฉยดังเดิม… “แบบนี้เป็นอย่างไร? ดูไม่ออกแล้วกระมัง?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพลันมีสีหน้าดำทะมึน เขาไม่คิดจะตอบคำถามโง่ๆเช่นนี้แน่…

 

_____ฉีหนานเห็นดังนั้นก็ยักไหล่เบาๆ ขอเพียงดูไม่ออกว่า เขากำลังมีความสุขก็พอแล้ว มิเช่นนั้นเจ้าพวกนั้นคงไม่ติดกับโดยง่ายแน่นอน…

 

_____แมวราตรีที่บัดนี้ขนงอกยาวออกมาเล็กน้อยกำลังคาบชามข้าวของตนไปยังมุมห้องอย่างเงียบเชียบ… มันจำได้ถึงคำพูดของใครบางคนว่า หากอยู่ด้วยกันกับคนโง่ ย่อมทำให้ไอคิวของตัวเองลดลงตามไปด้วยอย่างแน่นอน…

 

_____ทันทีที่กินอาหารเช้าพลางฮัมเพลงอย่างสุขใจเสร็จเรียบร้อย ฉีหนานก็บอกลากับลั่วซิวเจ๋อและรีบมายังฐานทัพของหน่วยที่ 23 อย่างรวดเร็ว

 

_____ตามระเบียบการแล้ว เขาควรจะไปรายงานตัวกับหัวหน้าหน่วยก่อน แต่ฉีหนานกลับไม่คิดจะเผยระดับสมรรถภาพร่างกายของตนเร็วนัก เขาตัดสินใจไปยังหอพักของตนก่อนเพื่อลากเพื่อนพ้องในหน่วยให้ลุกขึ้นมาจากเตียงได้แล้ว

 

_____เดิมทีกลุ่มคนโสดนี้ต้องกล้ำกลืนฝืนทนความโกรธเคืองที่ฉีหนานแยกตัวออกไป ไม่นึกว่าเจ้าหมอนี่ยังกล้ามาท้าทายพวกเขาด้วยตัวเองถึงที่นี่ ทันทีที่วันหยุดช่วงแต่งงานของอีกฝ่ายหมดลง… ถ้าไม่สงเคราะห์อีกฝ่าย ก็คงเสียน้ำใจแย่!

 

_____พวกเพื่อนในหน่วยต่างแสยะยิ้มมุ่งร้ายออกมาพลางเริ่มตีวงโอบล้อมฉีหนานที่ยืนอยู่กลางลานฝึกซ้อมพลางโบกมือทักทายพวกเขาอย่างอวดดี…

 

_____เหล่าเพื่อนร่วมหน่วย : เวรเอ้ย! ไอ้นี่มันอยากตายมากหรือ!

 

_____“กระทืบมัน!”

 

_____“ไอ้งั่งนี่มันกล้ามาหาเรื่องพวกเรา!”

 

_____“ฮ่าฮ่า ไอ้เปี๊ยกนี่มันวอนหาเรื่องแล้ว!”

 

_____ทุกคนหัวเราะร่าเสียงดังกันอย่างครึกครื้น ก่อนจะกระโจนเข้าใส่เจ้าบ้าที่กกอยู่กับชาวเงือกแสนงดงามนานถึงเดือนครึ่ง พวกเขาเหม็นขี้หน้ามานานแล้ว!

 

_____ผัวะ!  อ๊าก!

 

_____พลั่ก!  โอ๊ย!

 

_____ปัง!  บ้าเอ้ย…

 

_____หลังจากการตะลุมบอนกันอย่างหนักหน่วงจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ชายร่างใหญ่กว่าสิบคนต่างโดนซัดออกมาจากวงต่อสู้อย่างต่อเนื่อง

 

_____แต่ละคนเริ่มส่งเสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด… เจ้าบ้าฉีหนานเลือดเย็นเกินไปแล้ว พวกเขาเป็นสหายร่วมรบแท้ๆ แต่เจ้านี่กลับลงมือโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน? เล่นงานในจุดที่… ไม่ทำให้เกิดบาดแผล แต่ปัญหาคือ ความเจ็บปวดแสนสาหัสต่างหาก!

 

_____“เรา… ฉีหนาน แกโด๊ปยามาหรือไง!” ชายหนุ่มผู้ที่กำลังกุมท้องตัวเองโวยวายด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว เพราะความเจ็บปวด

 

_____ฉีหนานจงใจเก๊กท่าเสยผมด้วยความภูมิใจ “ไม่ต้องอิจฉาพี่หรอก มันเป็นความสามารถส่วนบุคคล พวกแกอิจฉาไปก็เท่านั้น!”

 

_____“เวรเอ้ย! แก… ไอ้หลงตัวเอง!” ชายร่างใหญ่อีกคนเผลอกรอกตาไปมา ก่อนจะ… ชูนิ้วกลางใส่ฉีหนานด้วยความแค้นใจ

 

_____ฉีหนานโต้กลับทันทีด้วยสีหน้าสุขุมเยือกเย็น “รู้ซึ้งแล้วหรือยัง! ตอนนี้พี่ไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว!”

 

_____“เออ รู้ซึ้งแล้ว” ชายที่กุมท้องคนนั้นเองก็กรอกตารอบหนึ่งอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะชูนิ้วกลางใส่ฉีหนานอย่างหยาบคายเช่นกัน “เจ้าเด็กนี้แต่งงานไปหนึ่งเดือนน่าจะโดนเงือกน้อยตนนั้นรีดน้ำออกไปเยอะแล้วทำไมยังมีเรี่ยวแรงมากขนาดนี้ได้เล่า? หรือว่าแกดันเหี่ยวบนเตียงเลยโดนเงือกน้อยที่บ้านถีบตกเตียงกัน!”

 

_____ฉีหนานจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มผู้นั้นด้วยสีหน้าดำทะมึน ทราบดีว่าเจ้าหมอนี่ไม่รู้ความจริงแน่นอน แต่เรื่องที่โดนถีบตกเตียงกลับเป็นจริงอย่างน่าประหลาด…

 

_____ถูกเตะตกเตียงในคืนเข้าหอ ช่างเป็นประสบการณ์ที่น่าอับอายโดยแท้… โชคดีที่ไม่ใช่เพราะเขาไร้ความสามารถ ต้องโทษที่เจ้าเงือกบ้าตนนั้นแข็งแกร่งเกินไปต่างหาก!

 

_____เดี๋ยวก่อน… ทำไมรู้สึกเหมือนคำพูดนี้มีอะไรแปลกประหลาดกัน?

 

_____ฉีหนานเกาหัวด้วยความสับสน…รู้สึกเหมือนความคิดเมื่อครู่ของตนมีบางอย่างไม่ถูกต้องนัก…

 

_____“จะว่าไป ฟักทองน้อย(1) วันนี้แกเป็นยังไงบ้าง? ทำไมถึงแข็งแกร่งมากขนาดนี้ได้เล่า?” พวกเขายกโขยงกันออกจากลานฝึกซ้อมเข้าไปยังห้องโถงแล้วพูดคุยสัพเพเหระครู่ใหญ่ ก่อนที่ชายร่างสูงใหญ่ผู้นั้นจะเอ่ยถามอย่างอดรนทนไม่ได้…

 

_____พลังของฉีหนานก่อนหน้านี้ในหน่วยของพวกเขาถือว่า อยู่ในระดับอ่อนด้อยนัก… ใครก็นึกไม่ถึงว่า ไม่เจอกันแค่เดือนเดียว อีกฝ่ายกลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนมาถึงระดับนี้ได้

 

_____ฉีหนานลอบเบ้ปากในใจ ถ้าเขาเล่าความจริงออกไปคงทำให้พวกเขาช็อคตายแน่นอน… น่าเสียดายที่เรื่องของลั่วซิวเจ๋อต้องเก็บเป็นความลับไว้ให้ดี เขาไม่อาจและไม่กล้าพูดความจริงออกไป…

 

_____เขาแกล้งส่ายหน้าไปมาอย่างไว้ท่า “อันที่จริง… ก่อนหน้านี้สองวัน พี่มีโอกาสเจอผู้อาวุโสผู้เก่งกาจท่านหนึ่งช่วยชี้แนะสั่งสอน ทำให้พี่ทลายขีดจำกัดของสมรรถภาพร่างกายได้ในพริบตา!”

 

_____เหล่าสหายร่วมรบตอบรับเขาด้วยการชูนิ้วกลางใส่หน้าเป็นทิวแถว…

 

_____เจ้าเด็กบ้า… คิดว่าพวกเราไม่เคยอ่านนิยายในเครือข่ายอวกาศหรือไร… ในฐานะคนโสดที่โดนขังอยู่ในค่ายทหารอย่างน่าสงสารตลอดทั้งวันแล้ว ทหารเหล่านี้ย่อมอ่านนิยายเป็นปกติ… ฉะนั้นพวกเขาย่อมคุ้นเคยกับพล็อตเรื่องเช่นนี้เป็นอย่างดี…

 

_____ฉีหนานหัวเราะเจื่อนๆ ก่อนจะเปลี่ยนคำพูดใหม่ว่า เมื่อสองวันก่อน ตนเดินทางเข้าไปในป่าแห่งหมอกและบังเอิญกินหญ้าประหลาดชนิดหนึ่งเข้าไป จนเกือบตายเลยทีเดียว พอรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่า ตัวเองทลายขีดจำกัดได้แล้ว…

 

_____เพื่อนพ้องในหน่วยของเขากลับเชื่อในคำอธิบายครั้งนี้ของฉีหนานอย่างสนิทใจ… สาเหตุไม่แน่ชัดย่อมเป็นไปได้ เพราะป่าแห่งหมอกนั้นกว้างใหญ่มากจริงๆ หนำซ้ำเส้นทางภายในป่ายังสลับซับซ้อนมากและยังมีสิ่งมีชีวิตอีกมากที่กลายพันธุ์จากภัยพิบัติในครั้งนั้นจนกลายเป็นสัตว์ประหลาดแสนน่ากลัวมากมาย…

 

_____ความสามารถของสัตว์ประหลาดเหล่านี้ช่างแปลกประหลาดและหลากหลายเหลือเกิน… หากบอกว่า มีสัตว์ประหลาดที่มีความสามารถปลดขีดจำกัดของมนุษย์ล่ะก็… ย่อมไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้…

 

_____ข่าวการทลายขีดจำกัดของฉีหนานกระจายออกไปในกองทัพอย่างรวดเร็ว… นายทหารระดับล่างของหน่วยที่ 23 ผู้หนึ่งเจอเรื่องโชคดีเช่นนี้ ทำให้ทหารคนอื่นในหน่วยอิจฉาริษยาเป็นอย่างมาก หนำซ้ำบางคนยังเกลียดขี้หน้าเขามากจนวางแผนที่จะแทงข้างหลังเขา

 

_____ทว่าฉีหนานไม่สนใจเรื่องพวกนี้แม้แต่น้อย… เขาบอกลากับเพื่อนร่วมหน่วยของเขา ก่อนจะตรงไปยังห้องทำงานของหัวหน้าหน่วย

 

_____“แกจะไปโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งหรือ?” หัวหน้าหลิวมองจดหมายนัดสัมภาษณ์ของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งด้วยสีหน้าตะลึงงันสุดขีด

 

_____ข่าวลือแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วมาก เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งทราบถึงข่าวการทลายขีดจำกัดอันน่าพิศวงของฉีหนานพอดี… เขาตื่นเต้นยินดีมากที่ในหน่วยของตนมียอดฝีมือเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ทว่ายังไม่ทันจะได้จัดฉลองอย่างอบอุ่นอีกฝ่ายก็จะจากไปเสียแล้ว…

 

_____“ถูกต้อง”  ฉีหนานถอดหมวกออกพลางเกาศีรษะแกรกๆ… ตั้งแต่เขาเข้าเกณฑ์ทหารมา หัวหน้าหลิวผู้นี้ก็คอยดูแลเขาเป็นอย่างดีมาตลอด ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาของอีกฝ่ายมาก… ถ้าเขาแข็งแกร่งขึ้นเพราะเขาเจอโชคดีจริงๆล่ะก็ เขาย่อมไม่มีทางจากไปอย่างเด็ดขาด… แต่น่าเสียดาย… ที่เรื่องนี้ลั่วซิวเจ๋อเดิมพันไว้สูงมาก เขาไม่อาจมองข้ามสิ่งที่ลั่วซิวเจ๋อทุ่มเทลงไปและดื้อดึงที่จะอยู่ที่นี่อย่างเห็นแก่ตัวได้

 

_____“โอ้ เป็นข่าวดีนี่!” หัวหน้าหลิวพลันมีสีหน้าตื่นเต้นยินดีพลางโบกฝ่ามือฟาดไปบนแผ่นหลังของฉีหนานเต็มแรง “เจ้าเปี๊ยก หน่วยของพวกเรามีคนที่สามารถเข้าโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งได้นับว่า เป็นเกียรติมาก แล้วแกจะทำหน้าบึ้งทำไม… คิดว่า ฉันไม่รู้จักแกหรือไร!”

 

_____หัวหน้าหลิวจ้องมองฉีหนานตาเขม็ง…

 

_____ฉีหนานพูดพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ผม… ไม่ใช่เพราะผมเก่งขึ้นแล้วอยากออกไปนะ… ผมขอโทษจริงๆ”

 

_____“ขอโทษอะไรเล่า!” หัวหน้าหลิวตบป้าบลงไปอีกครั้ง “เจ้าเปี๊ยก แกไม่เคยอ่านคู่มือการเลื่อนตำแหน่งของพวกเราหรือ?”

 

_____ฉีหนานมองหัวหน้าหลิวด้วยสีหน้าเหลอหลา “อะไรนะ? พวกเรามีคู่มือการเลื่อนตำแหน่งด้วย?”

 

_____หัวหน้าหลิว “….”

 

_____เขาพลันจ้องมองฉีหนานด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม “แน่นอนว่าไม่มี… คู่มือการเลื่อนตำแหน่งนั้นอันที่จริงคือ กฎในการเลื่อนตำแหน่งที่ไม่ได้ระบุเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ทหารที่มีใจทะเยอทะยานต่างก็รู้กันหมดทั้งนั้น…”

 

_____ฉีหนานผู้ ‘ไม่มี’ ใจทะเยอทะยาน “…”

 

_____“ฉันเข้าใจดีว่า เมื่อก่อนแกเป็นพวกมีชีวิตอยู่ไปวันๆอยู่แล้ว!” หัวหน้าหลิวฟาดใส่ฉีหนานอีกครั้งเต็มแรง…

 

_____ฉีหนานถึงกับกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บ ก่อนจะกระโจนออกห่างทันที “เฮ้ย! อย่าคิดว่า ผมไม่รู้ว่า คุณกำลังฉวยโอกาสแก้แค้นอยู่นะ!”

 

_____หัวหน้าหลิวหัวเราะหึ “ได้ ไม่เถียงกับแกก็ได้… แกเป็นคนมีมโนธรรม ฉะนั้นไม่ต้องตื่นเต้นหรอก ในเมื่อแกจะออกจากหน่วยที่ 23ของพวกเราไปเข้าโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งก็บ่งบอกถึงความสำเร็จในฐานะหัวหน้าหน่วยของฉันด้วยว่า ที่นี่มีทหารผู้แข็งแกร่งระดับ C มากกว่าในกองทัพตั้งคนหนึ่ง”

 

_____ฉีหนานถอนหายใจด้วยความโล่งอก “งั้นก็ดี… คุณน่าจะรู้ว่า ผมกลัวถึงตอนที่ผมจากไปแล้ว…”

 

_____“รู้แล้วๆ” หัวหน้าหลิวโบกมือไล่อย่างใจร้อน “อย่าทำให้รู้สึกคลื่นไส้แบบนี้สิ เหล่าจื่อขนลุกไปหมดแล้ว… ในเมื่อแกจะไปเมืองหลวงแล้วยังไม่รีบไสหัวกลับไปจัดกระเป๋าเดินทางอีก? อย่าทำให้เหล่าจื่อลำบากสิ!” พูดจบก็ยกเท้าถีบฉีหนานลอยออกไปนอกห้องทำงานของตน ก่อนจะปิดประตูห้องดังปังอย่างรวดเร็ว

 

_____เมื่อฉีหนานยืนขึ้นที่หน้าประตูห้อง ก็ตะโกนเสียงดังลั่นใส่หัวหน้าหลิวที่อยู่ข้างในห้องด้วยความหงุดหงิดว่า “เหล่าจื่อยังไม่ตายนะ คุณจะยืนร้องไห้อำลาอยู่หน้าประตูหรือไร!”

 

_____ฉีหนานแค่นหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะหมุนร่างเดินจากไป ทว่าเขาไม่อาจรู้ได้ว่า คล้อยหลังเขาจากไปไม่นาน หัวหน้าหลิวพลันเปิดประตูห้องทำงานและจ้องมองแผ่นหลังของเขาพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องและเปิดวิทยุสื่อสารเครื่องหนึ่ง…

 

_____“เขาจะเข้าไปในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง”

 

_____“คุณพูดว่าอะไรนะ!”

 

_____“ผมบอกว่า เขาได้รับจดหมายนัดสัมภาษณ์ของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง”

 

_____“นี่… นี่มันเป็นไปได้ยังไง ทั้งๆที่เขา…”

 

_____หัวหน้าหลิวพลันฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะเต็มแรง “เหล่าจื่อจะไปรู้ได้อย่างไร… ได้ยินว่า เขากินหญ้าบางอย่างภายในป่าแห่งหมอกเข้าไป ทำให้ปลดขีดจำกัดของร่างกายได้ แต่จดหมายนัดสัมภาษณ์ที่เขาเพิ่งจะให้ผมดูเมื่อครู่ ไม่น่าจะเป็นของปลอม”

 

_____“กินหญ้าประหลาดทำให้ปลดขีดจำกัดได้งั้นหรือ…” ชายผู้อยู่ปลายสายพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา

 

_____หัวหน้าหลิวไม่คิดจะทนฟังชายผู้นั้นพูดให้มากความอีก “เอาเถอะ ถึงอย่างไรเรื่องที่คุณวานให้ผมดูแลเขานั้น ผมได้ทำอย่างสุดความสามารถแล้ว ในเมื่อเขาจะไปเมืองหลวงก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะช่วยดูแลเขาได้อีกต่อไป… คุณอยากไปพบและดูแลเขาด้วยตัวเองหรือไม่”

 

_____ชายผู้นั้นอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมาด้วยความเศร้าใจ “พบ… พบยังไง พบแล้วจะพูดอะไร? คุณก็รู้ดีว่า เรื่องนี้ไม่สามารถเปิดเผยออกไปได้”

 

_____“ผมไม่สนว่า จะเปิดเผยได้หรือไม่!” หัวหน้าหลิวตบลงบนโต๊ะเต็มแรงจนเกิดเสียงดังปัง! “ฉีหนานเป็นเด็กดี ถ้าคุณไม่มีความสามารถพอที่จะปกป้องเขาก็อยู่ให้ห่างจากเขา และผมก็ดูออกว่า ตัวฉีหนานเองก็ไม่คิดจะเกี่ยวข้องกับพวกคุณอีก”

 

_____บุรุษคู่สนทนาถอนหายใจออกมาเสียงยาว “ได้ ผมเข้าใจแล้ว… ผมจะรักษาระยะห่างจากเขาให้มาก”

 

_____หัวหน้าหลิวหัวเราะเสียงเยียบเย็น ก่อนจะปิดวิทยุสื่อสารลง

——————–

(1) ฟักทองน้อยมาจากสมการ เสี่ยวหนาน (ฉีหนาน) + หนานกวา (ฟักทอง) = เสี่ยวหนานกวา (ฟักทองน้อย) จ้า