0 Views

บทที่ 41

_____อีกด้าน แผนการรบของลั่วซิวเจ๋อในตอนนี้คือ ส่งกองทัพครึ่งหนึ่งของตนออกไป ก่อนจะแบ่งออกเป็นหลายสิบหน่วยและก่อกวนกองกำลังโดยรอบของพลตรีเฉิงอย่างต่อเนื่อง ราวกับต้องการถ่วงเวลาโจมตีของพลตรีเฉิง

 

_____เมื่อยังไม่สามารถกำจัดศัตรูตรงหน้าเหล่านี้ได้หมด พลตรีเฉิงย่อมไม่กล้าเคลื่อนทัพสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะเขาไม่แน่ใจว่า หลังจากเขาเคลื่อนทัพโจมตีออกไปแล้ว หน่วยเล็กๆที่กระจายอยู่รอบตัวพวกนี้จะลอบโจมตีเขาจากแนวหลังหรือไม่… การปล่อยให้ศัตรูบินรอบเรือรบอวกาศของตนได้ตามใจชอบเป็นข้อห้ามของสงครามอย่างเด็ดขาด!

 

_____เวลานี้ย่อมสามารถมองออกถึงวัตถุประสงค์ที่ลั่วซิวเจ๋อแบ่งกองกำลังในตอนแรกได้แล้ว… เป้าหมายของเขาเรียบง่ายมาก นั่นคือบีบบังคับให้พลตรีเฉิงต้องแบ่งทัพเช่นกัน… จากที่ดูการแข่งขันก่อนหน้านี้ พลตรีเฉิงเชี่ยวชาญการออกคำสั่งอย่างละเอียดรอบคอบ เขาสามารถคุ้มกันเรือรบท่ามกลางสมรภูมิรบอันแสนชุลมุนได้อย่างทันท่วงที ทำให้เรือรบทุกลำแทบจะไม่ได้รับความเสียหายหนักหน่วงเลย…

 

_____ทว่าการแบ่งกองทัพจะทำให้ความเสียเปรียบด้านปริมาณของพลตรีเฉิงปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนทันที ลั่วซิวเจ๋อส่งทหารออกไปก่อกวนหลายสิบหน่วย ฉะนั้นหากพลตรีเฉิงอยากกำจัดพวกเขาให้หมด ยังไงก็ต้องแบ่งกองกำลังของตนออกไปอย่างน้อยแปดสิบเปอร์เซ็นต์

 

_____แต่การแบ่งกองกำลังนี้จะไม่มีทางปกป้องสหายร่วมรบได้เลย… อีกทั้งทันทีที่เรือรบได้รับความเสียหาย พลตรีเฉิงจะนำเรือรบลำอื่นมาต้านการโจมตีของศัตรูแทนเหมือนการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ทว่าถ้ากำลังรบของทั้งสองฝ่ายเหลือเพียงเรือรบลำเดียวเท่านั้นเล่าจะทำเช่นไร? เจ้าจะเอาเรือลำไหนมาขวางกระสุนของเรือรบฝั่งข้ากัน?

 

_____การขาดเรือรบที่เพียงพอเป็นจุดอ่อนถึงตายของพลตรีเฉิง แต่จุดอ่อนถึงตายนี้กลับหายไปในสงครามครั้งนี้ด้วยคำสั่งอันสุขุมรอบคอบของพลตรีเฉิง…

 

_____น่าเสียดายนักที่การอำพรางจุดอ่อนถึงตายนี้ไม่อาจปกปิดได้ตลอด หนำซ้ำแผนการของลั่วซิวเจ๋อที่ส่งหน่วยโจมตีขนาดเล็กออกไปทำให้ความได้เปรียบของพลตรีเฉิงหมดลง… เมื่อเป็นเช่นนี้ หากพลตรีเฉิงต้องการกวาดล้างลั่วซิวเจ๋ออย่างสมบูรณ์นั้นย่อมต้องใช้เวลามาก ทว่าเป้าหมายในการถ่วงเวลาของลั่วซิวเจ๋อได้บรรลุผลแล้ว

 

_____พลตรีเฉิงเองก็สมเป็นเทพสงครามที่อายุน้อยที่สุดของรัฐบาล เป็นผู้เก่งกาจและเจนจัดในสนามรบ… เขาใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีในการกำจัดหน่วยที่ลั่วซิวเจ๋อส่งออกไปทั้งหมด ทว่าก็ต้องแลกด้วยกองกำลังถึงหนึ่งในสี่ของตนไป หากเป็นสมรภูมิรบปกติล่ะก็ นับว่าพลตรีเฉิงช่างเก่งกาจนัก ทว่าเมื่อเทียบกับคำพูดของพลตรีเฉิงก่อนหน้านี้ที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับกองทัพของเขาได้ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว…

 

_____ผู้ชมโดยรอบย่อมไม่ใช่คนโง่ เมื่อเห็นแผนการของลั่วซิวเจ๋อสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่ละคนพลันเกิดความคิดหลากหลายผุดขึ้นมาในหัว… ระดับของทุกคนไม่ต่างกันนัก ในเมื่อคนผู้นี้ใช้ยุทธวิธีเช่นนี้ได้ ถ้าตัวเราทำบ้างจะสามารถทำลายกองทัพของพลตรีเฉิงได้ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์จริงหรือ?

 

_____“หึหึ… ใช้ได้เลยทีเดียว” ดวงตาทั้งสองข้างของพลตรีเฉิงพลันส่องประกายวูบวาบราวกับดวงดาวนับพัน… หากมองในแง่ของผู้ชมด้านข้าง ลั่วซิวเจ๋อนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว… ทว่าสำหรับพลตรีเฉิง อีกฝ่ายคล้ายกับกำลังซ่อนเร้นพลังที่แท้จริงอยู่

 

_____หน่วยที่ดูเหมือนกระจายตัวอยู่ในท้องฟ้าอย่างสะเปะสะปะ ทว่าความจริงแล้วกลับล้อมห้องบัญชาการของพลตรีเฉิงไว้อย่างไร้ร่องรอย ทว่าก่อนที่พวกเขาจะโอบล้อมได้สำเร็จก็โดนทหารของพลตรีเฉิงกวาดล้างไปจนหมด ฉะนั้นแผนการที่แท้จริงของอีกฝ่ายจึงยังไม่สำแดงฤทธิ์…

 

_____สำหรับคนธรรมดานั้น ลั่วซิวเจ๋อเหมือนส่งกำลังรบเหล่านี้ออกมาให้พลตรีเฉิงกำจัดทิ้งโดยง่าย ทว่าพลตรีเฉิงกลับไม่มีทางโดนท่าทีเช่นนี้หลอกให้ไขว้เขวแน่นอน ตอนที่หน่วยของเขาไล่ฆ่าหน่วยเล็กๆพวกนั้นไม่ใช่แค่เพื่อกวาดล้างอีกฝ่ายเท่านั้น สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ รักษาความปลอดภัยของห้องบัญชาการนี้…

 

_____ไม่มีใครรู้ตัวว่า หน่วยที่ลั่วซิวเจ๋อส่งออกไปเหล่านั้นจะยิงระเบิดใส่เรือรบอวกาศจากระยะไกล นั่นเพราะมีการเพิ่มพลังทำลายล้างของระเบิดพวกนั้นมาก่อนแล้ว อีกทั้งการโจมตีเรือรบอวกาศเหล่านี้ยังเป็นการประกาศความแข็งแกร่งของลั่วซิวเจ๋อต่อพลตรีเฉิงด้วย

 

_____พลตรีเฉิงสนใจในตัวชายหนุ่มที่ชื่อลั่วซิวเจ๋อผู้นี้มากยิ่งขึ้น อีกฝ่ายแสดงพลังอันน่าตกตะลึงในการทดสอบครั้งแรกให้เป็นที่ประจักษ์แล้ว แต่ยังไม่ยอดเยี่ยมพอที่จะทำให้พลตรีเฉิงรู้สึกประหลาดใจได้… จากที่เขาประเมินแล้ว ความแข็งแกร่งของลั่วซิวเจ๋อน่าจะประมาณระดับ A ทั้งสองอย่าง ทว่าหากในด้านเทคนิคและยุทธศาสตร์ อีกฝ่ายกลับยังทำให้ทุกคนตื่นตะลึงได้ ขนาดต่อหน้าเขายังกล้าใช้แผนตื้นๆและลูกเล่นพรรค์นี้ทักทายตนอีก ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้หยิ่งยโสสุดขีดขนาดไม่เห็นตนอยู่ในสายตา… อีกฝ่ายจะต้องมั่นใจในตัวเองมากจนคิดว่า สามารถต่อสู้กับเขาในสมรภูมินี้ได้อย่างแน่นอน นั่นก็พอจะเข้าใจได้อยู่…

 

_____พลตรีเฉิงรู้สึกได้ว่า ชายที่ชื่อลั่วซิวเจ๋อผู้นี้ไม่เหมือนกับคนประเภทแรก หรือก็คือ เขามั่นใจมากว่า จะสามารถต่อสู้กับเขาในด้านยุทธวิธีได้อย่างสูสี

 

_____พลตรีเฉิงไม่เคยคิดว่า ตัวเองแข็งแกร่งกว่าทุกคน… อย่าว่าแต่พวกตาแก่ยศใหญ่พวกนั้นเลย ต่อให้เป็นรุ่นเดียวกันในกองทัพก็ยังมีคนอีกมากที่เก่งกาจด้านยุทธวิธีพอๆกับตน

 

_____ทว่าสำหรับลั่วซิวเจ๋อผู้ไม่เคยเข้าเรียนเป็นหลักสูตรกลับสามารถทำได้ถึงเพียงนี้ก็มากเกินพอที่จะทำให้ผู้คนตกตะลึงด้วยความอัศจรรย์ใจแล้ว

 

_____พลตรีเฉิงไม่สนว่า ลั่วซิวเจ๋อจะมีประวัติที่ขาวสะอาดหรือไม่… นั่นเป็นงานของกรมข่าวกรอง เขาจัดงานครั้งนี้ขึ้นเพื่อสร้างความสามัคคีทางทหารและหวังว่า จะสามารถพบต้นอ่อนชั้นยอดจริงๆ…

 

_____น่าเสียดายที่ลั่วซิวเจ๋อผู้นี้ดูท่าจะไม่อยากเข้าร่วมในกองทหารที่16นัก มิเช่นนั้นด้วยพลังของอีกฝ่าย การจะทำลายกองทัพของตนถึงหนึ่งในสามส่วนย่อมไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่อย่างใด…

 

_____เดิมทีพลตรีเฉิงก็ไม่ชอบบีบบังคับคนอื่นนัก แม้ลั่วซิวเจ๋อจะเป็นต้นอ่อนชั้นยอดจริงๆ ทว่าหากอีกฝ่ายไม่เต็มใจ เขาก็ไม่อาจบังคับอีกฝ่ายได้

 

_____โชคดีที่ลั่วซิวเจ๋อดูจะไม่ได้มีอคติกับทหารหรือกองทัพ มิเช่นนั้นเขาคงไม่มีทางอยากได้จดหมายแนะนำสู่โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งแน่นอน… บางทีอาจจะมีเหตุผลอื่นที่ทำให้เขาไม่สามารถร่วมทัพได้กระมัง…

 

_____ช่างน่าเศร้านักที่การต่อสู้ระหว่างพลตรีเฉิงกับลั่วซิวเจ๋อสิ้นสุดลงด้วยเวลาสี่สิบนาทีและความพ่ายแพ้ของลั่วซิวเจ๋อ…

 

_____สำหรับทุกคนแล้ว มันควรจะเป็นเช่นนั้น… แม้ว่าก่อนหน้านี้ลั่วซิวเจ๋อจะทำได้ไม่เลวเลย ทว่าหลังจากที่พลตรีเฉิงกวาดล้างหน่วยย่อยที่เขาส่งออกไปจนหมดแล้ว วาระสุดท้ายของเขาก็มาถึง เมื่ออยู่ต่อหน้ากองทัพของพลตรีเฉิง เขาเลือกที่จะยอมรับความพ่ายแพ้อย่างชาญฉลาด เพื่อรักษาหน้าของตนเองก่อนเป็นอันดับแรก… อืม ยังไงก็ดีกว่าเจ้าพวกดันทุรังสู้ไม่ถอยแล้วโดนพลตรีเฉิงเล่นงานจนหน้าแตกยับเยินแน่นอน

 

_____การต่อสู้ครั้งต่อมาค่อนข้างน่าเบื่อ… ฝีมือของแต่ละคนไม่ต่างกันนัก ทั้งที่ยังเหลืออีก 3 คนอยู่ ทว่าสองคนในนั้นเลือกที่จะใช้เทคนิคเดียวกับลั่วซิวเจ๋อคือ แบ่งกองทัพเพื่อถ่วงเวลา… น่าเสียดายนักที่วิธีการของพวกเขาไม่อาจเทียบกับลั่วซิวเจ๋อได้เลย… พลตรีเฉิงใช้กำลังทหารเพียงหนึ่งในสิบก็สามารถกำจัดหน่วยย่อยที่ส่งออกไปก่อกวนพวกนั้นจนหมดภายในเวลาห้านาทีเท่านั้น

 

_____สีหน้าของชายทั้งสองคนตอนที่ออกมาจากห้องต่อสู้นั้นซีดขาวมาก ดูเหมือนจะไม่เข้าใจว่า ทั้งที่ใช้กลยุทธ์เหมือนกัน เหตุใดลั่วซิวเจ๋อถึงสามารถต้านไว้ได้ถึงสี่สิบนาที แต่ตัวเองกลับต้านได้ไม่ถึงห้านาทีเล่า?

 

_____สุดท้ายพวกเขาก็ทำให้พลตรีเฉิงรับมือกับยุทธวิธีนี้ได้อย่างเชี่ยวชาญมากขึ้น ฉะนั้นทั้งสองจึงอดรู้สึกเศร้าเสียใจและสำนึกผิดไม่ได้… น่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่า ยังไงก็สู้คนที่ใช้กลยุทธ์นี้ด้วยตัวเองไม่ได้…

 

_____ในฐานะที่ฉีหนานอยู่ในอันดับที่สิบย่อมต่อสู้เป็นคนสุดท้าย อีกทั้งสองคนก่อนหน้านี้ยังโดนเล่นงานอย่างน่าอนาถ ผู้ชมทุกคนย่อมไม่คาดหวังกับชายอันดับสิบผู้นี้มากนัก…

 

_____ทว่าทันทีที่เริ่มการต่อสู้ ฉีหนานกลับทำให้ทุกคนผิดคาดอย่างมาก เพราะเขาไม่เข้าไปประจำอยู่ในห้องบัญชาการ แต่ให้ผู้รักษาการแทนผู้บัญชาการเป็นคนออกคำสั่ง ส่วนตัวเขารับบทเป็นหัวหน้าหน่วยรบหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง

 

_____ตามกฎของการแข่งขันครั้งนี้ กองกำลังที่ใช้ผู้รักษาการแทนจะปรากฏภาพจำลองของผู้บัญชาการคนหนึ่งโดยอัตโนมัติ ทว่าจะหวังพึ่งให้เขารับมือกับพลตรีเฉิงนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะผู้บัญชาการคนนี้แค่สามารถบัญชาการรบตามหลักการในตำราอย่างเถรตรงเท่านั้น…

 

_____แผนการของผู้บัญชาการผู้นี้คือ เปิดฉากการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างเรือรบของทั้งสองฝ่าย พร้อมกับปล่อยกองทัพหุ่นยนต์ทั้งหมดออกมาต่อสู้…

 

_____เรือรบปะทะเรือรบ… หุ่นยนต์สู้กับหุ่นยนต์เป็นกลยุทธ์พื้นฐานในสงคราม เมื่อผู้บัญชาการผู้นี้ส่งกองทัพหุ่นยนต์ออกมา ฉะนั้นพลตรีเฉิงจึงได้แต่ส่งกองทัพหุ่นยนต์ออกมาต่อสู้เช่นกัน

 

_____บุคลิกภาพของผู้บัญชาการเสมือนจริงในเครือข่ายอวกาศล้วนกำหนดจากค่าเฉลี่ยของทหารในกองทัพ หนำซ้ำหากกำลังรบของทั้งสองฝ่ายอยู่ในระดับเดียวกัน การต่อสู้ระหว่างหุ่นยนต์ย่อมไม่ส่งผลกระทบกับการต่อสู้ระหว่างเรือรบแน่นอน

 

_____ทว่าหากฝ่ายหนึ่งมีคนที่สามารถบังคับหุ่นยนต์ได้อย่างเก่งกาจล่ะก็ ย่อมนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงมากอย่างแน่นอน

 

_____พูดให้เข้าใจง่ายคือ  เรือรบมีขนาดใหญ่มากเกินไป หากให้เรือรบสู้กับหุ่นยนต์ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสิ้นเปลืองพลังงานเลย…  แค่เพราะความคล่องแคล่วและว่องไวของหุ่นยนต์ที่สามารถม้วนตัวหลบการโจมตีและกระสุนปืนได้อย่างง่ายดายก็สร้างปัญหามากพอแล้ว…

 

_____กระสุนที่เรือรบยิงออกมานั้นมีขนาดใหญ่มากและเปลี่ยนทิศทางการโจมตีได้ลำบาก หากเผชิญหน้ากับเรือรบที่มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน คงให้ผลลัพธ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจแน่นอน… ทว่าหากสู้กับหุ่นยนต์ล่ะก็ ย่อมเหมือนกับใช้ปืนใหญ่ยิงยุงตัวหนึ่งก็ไม่ปาน…

 

_____บางครั้งทหารผู้เก่งกาจเพียงคนเดียวก็สามารถเปลี่ยนกระแสของการต่อสู้ในสมรภูมิได้… ฉีหนานแม้จะยังไม่อาจหาญถึงระดับนั้น แต่จากการฝึกสอนของลั่วซิวเจ๋อที่ผ่านมา ทำให้ตัวเขาในตอนนี้แข็งแกร่งมากพอที่จะสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ชมได้

 

_____ยอดฝีมือสมรรถภาพร่างกายระดับ B ควบคุมหุ่นยนต์ที่มีประสิทธิภาพย่อมสามารถแสดงพลังอันน่าตื่นตะลึงออกมาได้… แม้การต่อสู้ก่อนหน้านี้ เพราะพลังจิตอันห่วยแตกของฉีหนานทำให้เขาควบคุมหุ่นยนต์ได้แย่มาก แต่เมื่อผ่านการต่อสู้กับฝูงมนุษย์แมลงอย่างหนักหน่วง ทำให้ตัวเขาในตอนนี้เชี่ยวชาญการควบคุมหุ่นยนต์พวกนี้เป็นอย่างดี…

 

_____ฉีหนานพาหน่วยของตนลอบโจมตีกองทัพหุ่นยนต์ของพลตรีเฉิงด้วยฝีมือที่เหนือชั้นมากในสมรภูมิรบนี้จนหุ่นยนต์ของอีกฝ่ายแทบทำอะไรไม่ถูก…

 

_____แม้ท้ายที่สุดผลการต่อสู้จะยังคงจบลงด้วยชัยชนะของพลตรีเฉิง แต่พลตรีเฉิงก็ต้องแลกด้วยกองกำลังหุ่นยนต์ที่บาดเจ็บเสียหายไปเกินครึ่งเพื่อชัยชนะในครั้งนี้…

 

_____ผลการต่อสู้ในครั้งนี้นับว่าผิดคาดสำหรับทุกคนเป็นอย่างมาก… หากมองโดยรวมล่ะก็ กองกำลังหุ่นยนต์ของพลตรีเฉิงโดนโจมตีเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่ระดับของความเสียหายนั้นไม่มากนัก แค่ประมาณเจ็ดเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทว่าฉีหนานเลือกที่จะต่อสู้ในฐานะหัวหน้าหน่วยรบหุ่นยนต์ ฉะนั้นจึงควรคำนวณจากสถิติจำนวนหุ่นยนต์ที่ถูกเขาเล่นงานไป…

 

_____อีกแง่มุมหนึ่งนั้น การต่อสู้ครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมด 21 นาทีเท่านั้น แม้จะไม่ถึงเกณฑ์ 30 นาทีที่กำหนดไว้ แต่ฉีหนานผู้นี้ก็อาจสามารถย้ายเข้าไปอยู่ในกองทหารที่ 16 ได้ จึงกลายเป็นข่าวที่ทุกคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

 

_____หลังจากที่พลตรีเฉิงกับเจ้าหน้าที่ของสนามรบจำลองแห่งนี้ได้ปรึกษาหารือกันอยู่นาน จึงตัดสินใจมอบจดหมายแนะนำตัวสู่โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งให้กับฉีหนานฉบับหนึ่ง เพื่ออนุโลมเป็นกรณีพิเศษ

——————–