0 Views

บทที่ 4

______ในอดีต เขาเคยเรียนรู้พื้นฐานของสิ่งของพวกนั้นที่ตอนนี้ไม่มีประโยชน์แล้ว… เขาต้องเรียนรู้ระบบที่พัฒนาแล้วใหม่อีกรอบ…

 

______ทว่า… เขามองฉีหนานด้วยแววตาเศร้าหมองเล็กน้อย พลังจิตที่เปล่งออกมาของฉีหนานนั้นอ่อนแอมาก แต่ส่วนที่ถูกปิดบังอยู่นั้นกลับมากมายมหาศาล… เขาไม่สามารถสะกดจิตอีกฝ่ายได้อย่างสมบูรณ์ หรือก็คือ… แก้ไขอะไรตอนนี้ก็ไม่ดีทั้งนั้น ในอนาคตฉีหนานคงนึกถึงความทรงจำในตอนนี้ออก…

 

______คงพูดได้แค่ว่า มันไม่ได้ดีเยี่ยมอะไร ถ้าหากในอนาคตเขาใช้ชีวิตแฝงตัวในฐานะมนุษย์ได้อย่างยากลำบากแล้ว ยังโดนฉีหนานเปิดเผยตัวอีก ต่อให้มีพลังจิตมหาศาลของเขาก็คงต้านการล้อมโจมตีของหุ่นยนต์หลายตัวไม่ไหว!

 

______“รับมือยากอะไรเช่นนี้…” ลั่วซิวเจ๋อปวดหัวมาก… เขาต้องจับตาดูฉีหนานอย่างใกล้ชิด ถึงจะมั่นใจได้ว่า อีกฝ่ายจะลืมเลือนเรื่องนี้ไป หรือหากนึกขึ้นได้ก็จะไม่ขายเขา…

 

______รัฐบาลโลกควบคุมผู้คนไว้มากมาย ถ้าหากเขาปรากฏตัวขึ้นในบ้านของฉีหนานอย่างลึกลับไร้ที่มา… ไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่า ไม่เกิน 3 ชั่วโมงก็คงโดนเจ้าหน้าที่มาตามเขาไปสอบปากคำแน่นอน…

 

______ไม่มีหลักฐานแสดงตัวตน ไม่มีแผ่นชิพยืนยันดีเอ็นเอ และมนุษย์ที่มี 2 ลักษณะนี้ก็คือ สมาชิกของกลุ่มโจรสลัดอวกาศ…

 

______ทหารของรัฐบาลโลกแต่ไหนแต่ไรก็ไม่ได้เป็นมิตรกับกลุ่มโจรสลัดอวกาศเท่าไหร่นัก ดูจากการต่อสู้เมื่อครู่ก็รู้แล้ว… ลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะให้การรอดชีวิตจากภัยพิบัติเมื่อหลายพันปีก่อน กลับต้องมาโดนยิงตายในฐานะโจรสลัดอวกาศหรอก…

 

______ดังนั้น… เขาต้องคิดหาเหตุผลและวิธีที่จะไปอยู่ข้างกายฉีหนานได้อย่างเหมาะสม…

 

______เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่เขาเพิ่งจะรับรู้ และท่าทีตื่นตะลึงของฉีหนานเมื่อเห็นฐานะเงือกของเขา ดวงตาของลั่วซิวเจ๋อก็ค่อยๆทอแสงแวววาว… เขารู้แล้วว่า ควรจะทำเช่นไรดี…

 

______******

 

______ฉีหนานได้เลื่อนขั้นแล้ว!

 

______คนในหน่วย 23มาบอกว่า เป็นเพียงเรื่องฟุ้งซ่าน!!!

 

______ฉีหนานคนนี้จะกล่าวเช่นไรดี… ความแข็งแกร่งธรรมดา ระดับพลังจิตก็ธรรมดาอีก… ตามปกติมีนิสัยคล่องแคล่วร่าเริง… ด้านการควบคุมหุ่นยนต์นั้นก็ไม่อาจบอกได้ว่า ดีมาก…

 

______ฉีหนานที่เป็นเช่นนี้กลับหลบหนีการล้อมโจมตีของหุ่นยนต์ถึง 4 ตัวของกลุ่มโจรสลัดอวกาศหัวกะโหลกสีเลือดได้อย่างเหลือเชื่อ… ไม่เพียงหลบหนีมาได้ เขายังสามารถจัดการกับหุ่นยนต์ทั้ง 4ตัวได้

 

______*********

 

______เพื่อนพ้องทั้งกองที่ 7 พอได้ยินข่าวนี้ก็ล้วนตกตะลึง ยิ่งเป็นคนที่รู้จักฉีหนานก็อดคิดคำพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาไม่ได้ว่า ‘นายกำลังล้อฉันเล่นใช่มั๊ย?’

 

______น่าเสียดาย… ไม่ว่าในใจของผู้คนจะร้องคำรามกับเรื่องนี้แค่ไหน แต่มันก็เป็นความจริง… ฉีหนานโดนหุ่นยนต์ของกลุ่มโจรสลัดอวกาศหัวกะโหลกสีเลือดล้อมโจมตี แต่ผลสุดท้ายกลับเป็นหุ่นยนต์ทั้ง 4 ตัวของอีกฝ่ายร่วงตกลงไปจากฟ้า ในขณะที่หุ่นยนต์ของฉีหนานนั้นเกือบพังไป…

 

______ไม่มีใครรู้รายละเอียดเรื่องนี้ ฉีหนานเองใช้พลังจิตเกินขนาดจนไม่มีทีท่าว่าจะนึกเรื่องนั้นออก… เหล่าแพทย์สันนิษฐานว่า เป็นเพราะพลังจิตของฉีหนานระเบิดออกมา ดังนั้นความสามารถในการบังคับหุ่นยนต์จึงพัฒนาขึ้นถึงขีดสุดจนสามารถล้มหุ่นยนต์ของศัตรูได้…

 

______แน่นอนว่า ฉีหนานก็ต้องจ่ายสิ่งแลกเปลี่ยนไปด้วย นั่นคือ ภายใน 1 เดือนนี้เขาจะไม่สามารถใช้พลังจิตได้เลย  ดังนั้นจึงไม่สามารถทำงานลาดตระเวนตามปกติได้…

 

______เนื่องจากรัฐบาลโลกได้ออกหมายจับกลุ่มโจรสลัดอวกาศหัวกะโหลกสีเลือดไว้บนป้ายประกาศในรายชื่อกลุ่มโจรสลัดอันดับที่ 27… ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นไม่อาจคำนวณออกมาได้ ทว่าสำหรับโลกที่เป็นดาวอันห่างไกลแล้ว พวกเขาเป็นกลุ่มโจรสลัดอวกาศที่แข็งแกร่งมาก…

 

______เหล่าทหารก็ไม่ทราบว่า พวกเขาโผล่มาสนใจดาวที่หาความเจริญรุ่งเรืองไม่ได้เช่นนี้เพื่ออะไร… แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ความพินาศที่เกิดขึ้นกับสมาชิกกลุ่มโจรสลัดอวกาศหัวกะโหลกสีเลือดทั้ง 4 คน ยิ่งหนึ่งในนั้นมีสตรีหัวล้านที่เป็นระดับหัวหน้าหน่วยแล้วจึงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจและยินดีที่คาดไม่ถึงสำหรับฉีหนาน…

 

______ความดีความชอบ! ความดีความชอบอย่างล้นเหลือเลย!

 

______จะบอกว่าเขาเป็นแมวตาบอดพบหนูตายย่อมได้… กล่าวว่า เขาเป็นเจ้าบ้าโชคดีก็ไม่เป็นไร… ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอะไรก็ไม่อาจเปลี่ยนอารมณ์ตื่นเต้นยินดีของฉีหนานได้!

 

______ความดีความชอบที่เขาได้รับในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เขาเลื่อนขั้นขึ้นเป็นร้อยตรีเท่านั้น ยังมากพอที่จะทำให้เขาไปยังสถานดูแลเงือกของโลก เพื่อเลือกนางเงือก 1 ตนมาเป็นคู่ของตัวเอง!

 

______นางเงือก! เขาได้ดูแลนางเงือกตัวน้อยแสนน่ารัก! อีกไม่นานเขาจะมีนางเงือกเป็นของตัวเองแล้ว! ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยนึกเลยว่า ตัวเองจะได้ความดีความชอบจนสามารถเลือกคู่ของตัวเองได้เร็วขนาดนี้!

 

______****

 

______เนื่องเพราะเมื่อหลายพันปีก่อน ตอนที่มนุษย์ย้ายมาอยู่ดาวดวงนี้ ไม่มีใครรู้ว่า แร่ธาตุที่ทรงพลังของดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีอันตรายถึงชีวิตต่อสตรีอย่างคาดไม่ถึง… ช่วงนั้นหญิงสาวจำนวนมากเริ่มล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ในตอนแรกมนุษย์เพียงคิดว่า เพราะสตรีนั้นร่างกายอ่อนแอจึงรับผลกระทบจากการเดินทางไม่ไหว จึงมีอายุขัยสั้นลง… ต่อมามีคนค้นพบถึงผลกระทบพิเศษของแร่ชนิดนี้เข้า กว่าจะตระหนักได้ มนุษย์ก็ตกอยู่ภาวะเสี่ยงต่อการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์เสียแล้ว…

 

______สตรีที่เดินทางมาจากโลกนั้นเหลือไม่ถึงหนึ่งส่วนจากร้อยส่วน… ทว่าร่างกายของผู้หญิงที่เหลือรอดอยู่ก็อ่อนแอมากจนแทบจะไม่สามารถทำหน้าที่ตั้งครรภ์ให้กำเนิดบุตรได้อีก…

 

______เหล่านักวิทยาศาสตร์เริ่มศึกษาค้นคว้าหาสิ่งที่จะมาทำหน้าที่แทนผู้หญิงอย่างบ้าคลั่ง ท้ายที่สุดก็พบเทคโนโลยีพิเศษชนิดหนึ่งที่สามารถใช้ในการปลูกถ่ายทารก…

 

______น่าเสียดายที่เทคโนโลยีประเภทนี้ยังไม่สมบูรณ์… แม้จะผ่านการค้นคว้ามาหลายร้อยปี ก็ยังคงไม่สามารถจัดการลบข้อบกพร่องนั้นได้   อีกทั้งคุณสมบัติของทารกที่คลอดด้วยกรรมวิธีนี้ไม่สามารถเทียบกับทารกที่คลอดโดยวิธีธรรมชาติ… เกรงว่า ความสามารถพื้นฐานของมนุษย์จะลดต่ำลงเรื่อยๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาแผนการอื่นมาแทน…

 

______สุดท้ายแล้ว ตอนที่ค้นพบโบราณสถานของโลก นับเป็นโชคดีของมนุษยชาติที่พบภาพตัวอย่างยีนหรือรหัสพันธุกรรมของเผ่าพันธุ์เงือกทว่าไม่สมบูรณ์ที่ถูกจารึกลงบนแผ่นอำพันแผ่นเล็กและถูกซ่อนไว้… หลังจากการฟื้นฟูซ้ำแล้วซ้ำเล่า มนุษย์ก็ประสบความสำเร็จในการสร้างชาวเงือกตนหนึ่งออกมา…

 

______เดิมทีมันเป็นเพียงการพิชิตทางชีววิทยาสาขาหนึ่งเท่านั้น แต่นึกไม่ถึงว่า ระหว่างการวิจัยอันยาวนานนั้น นักวิจัยคนหนึ่งกับชาวเงือกตนนั้นจะมีความรักต่อกันอย่างคาดไม่ถึง หนำซ้ำทั้งสองคนยังมีเพศสัมพันธ์ด้วยกัน จนนางเงือกให้กำเนิดไข่ฟองหนึ่งออกมาอย่างปลอดภัย…

 

______หลังจากใช้เวลาฟักไข่นานถึงครึ่งเดือน ไข่นางเงือกก็ฟักออกมาเป็นทารกมนุษย์คนหนึ่งได้สำเร็จ หนำซ้ำเมื่อผ่านการทดสอบก็พบว่า สภาพร่างกายของทารกคนนี้ดีกว่าทารกที่เกิดจากเทคโนโลยีพิเศษพวกนั้นมาก จนแทบจะใกล้เคียงกับทารกที่คลอดจากมนุษย์ชายหญิงตามธรรมชาติ…

 

______เหล่านักวิจัยที่ค้นพบวิธีนี้ล้วนได้รับรางวัลก้อนโตพลางดีอกดีใจแทบบ้าคลั่งและเริ่มพัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ของชาวเงือกทันที… เมื่อยืนยันได้แล้วว่า ชาวเงือกสามารถให้กำเนิดทารกมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย การผสมพันธุ์ของชาวเงือกจึงถูกยกขึ้นมาเป็นหัวข้อประชุมในรัฐสภา…

 

______ต่อมาก็เกิดการประชุมสนทนาโต้เถียงกันอีกหลายครั้ง ในที่สุดรัฐบาลก็สร้างระบบของสถานดูแลเงือกขึ้น…

 

______พันปีต่อมา ระบบของสถานดูแลเงือกก็ยังคงใช้สืบต่อไปได้อย่างราบรื่น อีกทั้งนอกจากชาวเงือกจะทำหน้าที่ในการกำเนิดทายาทแทนผู้หญิงแล้วยังได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีในฐานะคู่ชีวิตที่มนุษย์เป็นผู้เลือก…

 

______เพราะลักษณะพิเศษของชาวเงือก จึงมีการกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะมีชาวเงือกเป็นคู่ชีวิตของตนนั้นต้องได้รับการปูนบำเหน็จหรือสร้างคุณงามความดีอย่างมากเท่านั้น…

 

______กรณีแรกคือ กรณีที่ทหารได้รับรางวัลเป็นชาวเงือก และกรณีหลังคือ วิธีสำหรับผู้ที่ทำงานรับใช้สังคม…

 

______เพียงแต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนล้วนต้องทำความดีอย่างมากจริงๆเท่านั้น… หากไม่เป็นเพราะโชคดีมหาศาลครั้งนี้ของฉีหนานที่สามารถล้มคนถึง 4 คน แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นสตรีหัวล้านคนนั้นอีก เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะได้รับโอกาสเช่นนี้!

 

______ในใจแฝงไปด้วยความภาคภูมิเล็กๆ… ฉีหนานเผชิญหน้ากับแววตาที่ฉายชัดถึงความอิจฉาริษยาและความโกรธเกลียดของผู้คนในกองที่ 7 … โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เขาเดินขึ้นไปขอลางานกับผู้บังคับบัญชาอย่างชอบธรรมด้วยความมั่นใจ…

 

______“คุณอยากลางานงั้นเหรอ?” หัวหน้าที่ฉีหนานขึ้นตรงด้วยหรือก็คือ หัวหน้าของหน่วยที่ 23นั้น เป็นชายมีอายุ 50 ปีปลายๆคนหนึ่ง… ที่กำลังไอค่อกแค่ก อันที่จริงเรียกชายชรานับว่าไม่เหมาะสมเท่าไหร่ แท้จริงแล้วอายุขัยของมนุษย์ในปัจจุบันนั้นเกือบ 200 ปีแล้ว… อายุ 50 นั้นเพิ่งพ้นวัยรุ่นและเข้าสู่วัยฉกรรจ์เท่านั้น…

 

______แต่เมื่อเทียบกับฉีหนานที่เป็นเด็กอายุ 23 แล้ว หัวหน้าที่อายุ 50 ปลายๆย่อมกลายเป็นตาแก่อย่างแน่นอน…

 

______ใบหน้าที่เหมือนยิ้มไม่ออกของตาแก่จ้องมองฉีหนาน บนข้อมือมีควอนตัมคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กอยู่… จอภาพกึ่งโปร่งแสงแสดงภาพใบขออนุญาตลางานของฉีหนาน…

 

______แม้ว่า ฉีหนานจะให้เหตุผลเรื่องการใช้พลังจิตเกินขนาด จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน แต่ในฐานะทหารแล้ว เขาไม่สามารถออกไปจากกองทัพโดยพลการได้ ฉะนั้นหากต้องการไปยังสถานดูแลเงือกเพื่อไปหาชาวเงือก จำเป็นต้องได้รับการรับรองจากผู้บังคับบัญชาเสียก่อน…

 

______“ฮะฮะ… หัวหน้า คุณก็รู้ว่า อายุผมไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ…” ฉีหนานพูดพลางหัวเราะอย่างมีความสุข…

 

______หัวหน้าหลิวคลี่ยิ้ม ขณะจ้องมองฉีหนานอย่างประสงค์ร้าย…  ฝ่ามือใหญ่ราวกับพัดตบลงที่หลังของฉีหนานเต็มแรงทีหนึ่ง ทำเอาฉีหนานหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด…

 

______“เหอๆ… อายุไม่ใช่น้อยๆงั้นเหรอ?” หัวหน้าหลิวจ้องมองเขาอย่างดุร้าย… “คุณจะบอกหัวหน้าอย่างผมแก่มากเลยใช่มั้ย?”

 

______“มิกล้ามิกล้า… ด้วยอำนาจของท่าน พวกเราไหนเลยจะกล้าพูดตามตรงได้!” ฉีหนานถอยตัวไปด้านหลังก้าวหนึ่งหลบการโจมตีครั้งที่ 2 ของหัวหน้า ขณะเอ่ยพลางหัวเราะหยอกล้ออย่างสนุกสนาน…

 

______“ไอ้เปี๊ยกน่ารำคาญ!” หัวหน้าหลิวพลาดตบฉีหนานเป็นครั้งที่2 ก็ไม่ได้ตามไป เพียงกลับมาทำท่าดุดันอีกครั้ง… “เจ้าเปี๊ยกน่ารำคาญ! ครั้งนี้แกโชคดี! แต่ฉันจะบอกแกเอาไว้ แกเป็นคนแรกในหน่วย 23 ที่ได้รับนางเงือกเป็นคู่ชีวิต ถ้าพานางเงือกสวยๆกลับมาไม่ได้แม้แต่ตนเดียว แกรอโดนทุกคนหัวเราะเยาะเย้ยไปจนตายได้เลย!”

 

______“ฮ่าฮ่า… หัวหน้าไว้ใจได้เลย! ผมเป็นใครเล่า! ผมเป็นสมาชิกอันดับหนึ่งของกองที่ 7 และด้วยความหล่อเหลาของผม จะต้องไม่มีปัญหาแน่นอน! ผมรับรองได้เลยว่า จะทำให้นางเงือกทุกตนที่สถานดูแลเงือกหลงรักให้หมด จากนั้นก็จะพานางเงือกที่งดงามที่สุดกลับบ้าน!” สีหน้าของฉีหนานขณะพูดเรื่องไร้สาระนั้นช่างดูจริงจังเสียเหลือเกิน…

 

______หัวหน้าหลิวอดหัวเราะเสียงดังลั่นไม่ได้ “ได้! รีบไปเถอะ! ทำให้นางเงือกทั้งหมดหลงรักงั้นหรือ? เจ้าเปี๊ยก จะบอกอะไรให้… ถึงชาวเงือกที่สถานดูแลเงือกแห่งโลกจะมีความเข้มข้นของเลือดไม่สูงนัก แต่ยังไงนั่นก็คือชาวเงือก… ไม่รู้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงมากขนาดไหนมาหาพวกเขาเหมือนกัน… วิสัยทัศน์ของพวกเขาย่อมกว้างไกลกว่า… อย่าตามจับไม่ทัน จนได้แต่พาเงือกที่พอเข้ากับแกกลับมา… ถ้าถึงตอนนั้น เจ้าเปี๊ยกอย่างแกอย่าร้องไห้กลับมาให้ปลอบเล่า!”

 

______“หัวหน้าวางใจได้! รับรองว่าจะต้องสำเร็จแน่! ต้องพานางเงือกที่งดงามที่สุดกลับบ้านได้อย่างแน่นอน!” ฉีหนานเมื่อได้รับใบรับรองแล้วก็รีบวิ่งกลับไปที่ห้องพักของตัวเองและพยายามหาเสื้อผ้าที่ทำให้ดูหล่อเหลาที่สุด…

 

—————