0 Views

บทที่36

_____ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบางๆ ทว่าไม่อธิบายสิ่งใดต่อ… คำพูดของฉีหนานก็ไม่ผิดหรอก เดิมทีเขาคิดว่า ใช้แรงเพียงห้าส่วนก็เพียงพอที่จะจบเรื่องแล้ว หนำซ้ำก่อนหน้านี้ตัวเขาก็โดดเด่นพอที่จะมีใครคอยจับตามองเขาอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นเขาจึงไม่คิดจะดึงความสนใจมาสู่ตัวมากกว่านี้อีก…

 

_____ช่วงนี้แค่เขาเก็บสะสมคะแนนเพื่อรักษาอันดับของตนไม่ให้ตกลงก็พอแล้ว… ถึงอย่างไรเหตุผลที่เขาต่อสู้ก็ไม่ใช่เข้าร่วมกับกองทหารที่สิบหกอยู่แล้ว!

 

_____สิบเก้าวินาทีต่อมา มนุษย์แมลงกำลังเริ่มการโจมตีครั้งสุดท้าย หากมองจากที่ไกลๆแล้ว บนเส้นขอบฟ้าราวกับปรากฏคลื่นทะเลที่ดำสนิทกำลังสาดซัดเข้ามาอย่างฉับพลัน… มนุษย์แมลงจำนวนมหาศาลดุจคลื่นมหาสมุทรจริงๆก็ไม่ปาน การโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่าเข้าปะทะกับแนวป้องกันของท่าเรืออวกาศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ปรากฏแสงเลเซอร์หลากสีขึ้นเต็มท้องฟ้าจากการปะทะกันด้วยอาวุธอันทรงพลังของทั้งสองฝ่าย

 

_____ณ บริเวณรอบนอกของท่าเรือนั้น หุ่นยนต์สีเทาอมฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังปะทะกับมนุษย์แมลงสีดำสนิทอย่างดุเดือด จนเกิดเสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่ามนุษย์แมลงและเสียงระเบิดของหุ่นยนต์ดังสนั่นไปทั่วสนามรบอย่างต่อเนื่อง…

 

_____เวลาสั้นๆเพียงหนึ่งนาที หุ่นยนต์ที่ยังเหลือรอดอยู่ที่บริเวณรอบนอกล้วนบาดเจ็บยับเยินจนต้องถอนตัวออกมาจากแนวหน้าของการต่อสู้ เพื่อให้หุ่นยนต์แถวต่อมาออกไปต่อสู้แทน…

 

_____ทว่าทางเผ่าสแตนเองก็ต้องแลกด้วยชีวิตของมนุษย์แมลงหลายพันตนซึ่งส่วนมากจะตายจากการต่อสู้ที่บริเวณแนวหน้าของสนามรบ…

 

_____พันตรีผู้นั้นนึกไม่ถึงว่า การโจมตีของเผ่าสแตนจะบ้าระห่ำถึงเพียงนี้ เมื่อมองเห็นกองทัพมนุษย์แมลงมหาศาลแล้ว ลอบหวาดกลัวอยู่ในใจ…

 

_____พวกมันมีจำนวนมากเกินไป… ลำพังพวกทหารพลเรือนในมือของเขาเกรงว่าจะปกป้องท่าเรืออวกาศนี้ไม่ไหวเป็นแน่…

 

_____นี่ไม่ใช่สนามรบของจริง เขามีเพียงทหารพลเรือนที่คอยคุ้มกันสถานที่นี้เพื่อการทดสอบเท่านั้น เขากล้าฟันธงเลยว่า ถ้าไม่ใช่เพราะหากท่าเรือรบอวกาศแห่งนี้ถูกยึดไปแล้ว ทุกคนที่คุ้มกันอยู่ที่นี่จะถูกตัดสิทธิ์ทั้งหมดล่ะก็ ไม่แน่ว่า อาจมีคนวิ่งหนีไปตั้งแต่เห็นกองทัพมนุษย์แมลงตรงหน้าแล้ว…

 

_____“บ้าฉิบ!” พันตรีฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะเต็มแรงอย่างหัวเสีย “ทำไมถึงมีมนุษย์แมลงมากขนาดนี้ได้ เผ่าสแตนน่าจะไม่สนใจที่นี่แล้วมิใช่หรือ?”

 

_____ไม่มีใครสามารถตอบคำถามนี้ได้ ที่นี่เป็นเพียงฉากที่ถูกตั้งค่าไว้สำหรับการทดสอบครั้งนี้เท่านั้น ใครจะรู้ว่า ระบบเครือข่ายอวกาศจะเพิ่มระดับความยากมากขึ้นโดยการส่งมนุษย์แมลงออกมามากเป็นพิเศษเช่นนี้

 

_____หุ่นยนต์ทหารชุดที่สองที่ออกไปปะทะกับฝูงมนุษย์แมลงเริ่มบาดเจ็บล้มตายกันอย่างรวดเร็ว แม้จะส่งหุ่นยนต์ชุดถัดมาออกไปต้านไว้ ทว่าเมื่อเจอกับการโจมตีแสนบ้าระห่ำของอีกฝ่ายแล้ว ผู้บัญชาการกลับไม่ลงมือทำอะไรเลย ทำให้คนส่วนใหญ่อดผิดหวังไม่ได้…

 

_____การโจมตีของศัตรูหนักหนาเกินกว่าที่แนวป้องกันจะต้านรับไหว หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าจะไม่ได้การเสียแล้ว…

 

_____“ถอยไปยังแนวป้องกันที่สอง! หน่วยที่3 , 6 , 12 , 19 ,25 คุ้มกันด้วย!”

 

_____ในที่สุดเสียงที่ทุกคนเฝ้ารอมาตลอดก็ดังขึ้น ทว่าเมื่อหัวหน้าหน่วยที่ 3ได้ยินคำสั่งนี้กลับมีท่าทีต่อต้านอย่างชัดเจน

 

_____“ผู้บังคับบัญชา ทำไมคุณถึงให้ผมไปคุ้มกันหรือ?” หัวหน้าหน่วยที่ 3ยังดูอายุน้อย อีกทั้งยังเจ้าอารมณ์จนกล้าเอ่ยถามกับผู้บัญชาการทางวิทยุสื่อสารโดยตรง

 

_____ทันทีที่พันตรีผู้นั้นได้ยินการย้อนถามของหัวหน้าหน่วยผู้นี้ สีหน้าพลันเย็นเยียบลงทันที “คุณเข้าใจสิ่งที่เรียกว่าคำสั่งหรือไม่? ผมไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น… ปฏิบัติ!” พูดจบก็ปิดวิทยุสื่อสารลงทันที

 

_____หัวหน้าหน่วยที่3โกรธจัดจนแทบกระอักเลือด… ใครก็รู้ว่า เมื่อเจอกับกองทัพมนุษย์แมลงมหาศาลราวกับคลื่นทะเลเช่นนี้ การส่งคนออกไปคุ้มกันก็หมายถึงส่งออกไปตายชัดๆ… เขามั่นใจในพลังของตัวเองมาก อีกทั้งคะแนนที่เขาเก็บสะสมจากการทดสอบช่วงแรกก็ไม่น้อยเลย ถ้าต้องมาตายที่นี่ ทุกอย่างก็จะสูญเปล่าไปจนหมดไม่ใช่หรือ?

 

_____ผู้บังคับบัญชาคนนี้จะต้องอิจฉาเราแน่นอน ฉะนั้นจึงตั้งใจจะส่งเราไปตาย!

 

_____สีหน้าของหัวหน้าหน่วยที่ 3 ฉายแววอันตราย… เขาเปิดวิทยุสื่อสารของหน่วยและพูดกับพวกเขาว่า “พวกเราไปกัน รีบไปยังแนวป้องกันที่สองเร็ว!”

 

_____ในสมาชิกหน่วยทั้งสิบคนของเขามีสามคนที่เป็นผู้คุ้มกันของเขาเอง อีกหกคนแค่บังเอิญมาร่วมกลุ่มในภารกิจด้วยเท่านั้น… พลังของคนเหล่านี้นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ตอนที่ต้านการโจมตีของพวกมนุษย์แมลงเมื่อครู่ก็ดูโดดเด่นมาก เขารู้สึกได้ว่า หากพวกเขาร่วมมือกันจะต้องทำให้คะแนนเพิ่มขึ้นเยอะแน่นอน… เขาย่อมไม่โง่พอที่จะคุ้มกันพวกไร้ประโยชน์อยู่ที่นี่หรอก…

 

_____“ถอนตัวหรือ? พวกเราต้องไปคุ้มกันมิใช่หรือ?” ชายวัยกลางคนเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ

 

_____เด็กหนุ่มหันมาจ้องเขม็งใส่เขา “เจ้าเป็นบ้าหรือ? จะให้คุ้มกันไอ้พวกนั้น…  เฮอะ เห็นได้ชัดว่า ผู้บัญชาการคนนั้นเห็นพวกเราได้คะแนนดีเลยตั้งใจจะฉวยโอกาสนี้ส่งพวกเราไปตาย! ไม่มีทางหลงกลหรอก”

 

_____เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ชายวัยกลางคนพลันมีสีหน้าบิดเบี้ยวอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่ว่าใครหากโดนคนอายุน้อยกว่าชี้นิ้วด่าใส่หน้าย่อมรู้สึกไม่พอใจทั้งนั้น ยิ่งในสถานการณ์ที่เจ้าหนุ่มนี้กำลังจะขัดคำสั่งอย่างชัดเจนด้วยแล้ว

 

_____ชายวัยกลางคนไม่ต้องการจะสร้างความแตกแยกจึงพยายามสะกดความโกรธที่ปะทุอยู่ในใจอย่างเต็มที่ ก่อนจะอธิบายว่า “แม้การคุ้มกันจะอันตรายมาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าใช้อาวุธภายในฐานด้วยล่ะก็ ขอเพียงพวกเราต้านเอาไว้สักครู่หนึ่งก็สามารถคุ้มกันสหายร่วมรบไปถึงแนวป้องกันที่สองได้… แกขัดคำสั่งแบบนี้ แผนย่อมไม่สำเร็จ”

 

_____ทว่าเด็กหนุ่มกลับไม่สนใจเขาและตะคอกใส่อย่างรุนแรงด้วยใบหน้าเดือดดาลสุดขีด “กูเป็นหัวหน้าหน่วย! บอกให้ถอนตัวก็ถอนตัวซะ! มึงอยากตายก็อย่าลากพวกกูตายไปด้วยสิว่ะ!”

 

_____ชายวัยกลางคนพลันเลือดขึ้นหน้าทันที หากพวกเขาสิบคนร่วมมือกันก็ยังมีโอกาสที่จะได้กลับไป แต่ถ้าเหลือเพียงเขาคนเดียวสิถึงจะเรียกว่า ส่งไปตาย…

 

_____“แก!”

 

_____“กูทำไม!” เด็กหนุ่มตวาดอย่างเอาแต่ใจ “ไม่ต้องสนไอ้โง่นี่หรอก มันอยากตายก็ปล่อยมันไป พวกแกน่าจะจำได้นะว่า ถ้าตายในการทดสอบครึ่งหลังนี้ถึงจะยังไม่ถูกคัดออกทันที แต่ก็ไม่มีทางได้คะแนนเพิ่มอีก… พวกแกรู้ไม่ใช่เหรอว่า โอกาสที่จะได้เข้ากองทหารที่สิบหกกับโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งนั้นหายากขนาดไหน ใครอยากไปก็รีบบอกมา เหล่าจื่อจะช่วยแกเอง!”

 

_____ชายวัยกลางคนมองเด็กหนุ่มพูดโน้มน้าวคนอื่น ก่อนจะพาคนของตัวเองทั้งสามคนเดินกร่างออกไปยังแนวป้องกันที่สอง… ทั้งห้าคนที่เหลือมองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนจะมีสามคนที่เลือกเดินตามคนพวกนั้นไป…

 

_____เป็นอย่างที่เด็กหนุ่มคนนั้นพูด… โอกาสดีเช่นนี้ช่างหายากยิ่งนัก ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเสียโอกาสนี้ไป…

 

_____“พี่ซู ทำยังไงดี?” บุรุษร่างผอมผิวคล้ำคนหนึ่งเอ่ยถามเสียงต่ำ พวกเขาทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทกัน

 

_____ชายวัยกลางคนถอนหายใจยาว “โชคร้ายจริงๆ ตอนแรกเห็นคนกลุ่มนี้แข็งแกร่งไม่เลว ไม่นึกเลยว่า หัวหน้ากลุ่มจะเป็นแค่ไอ้โง่ตัวหนึ่ง!”

 

_____ชายร่างอ้วนเตี้ยอีกคนหัวเราะเย้ยหยัน “ใช่เลย เจ้าโง่นั้นยังมีหน้ามาทำกร่างอีก… ผมไม่เคยเห็นทหารที่กล้าขัดคำสั่งจะมีจุดจบที่ดีเลยสักคน”

 

_____ชายร่างผอมผิวคล้ำกลั้วหัวเราะ “สุดท้ายก็เป็นแค่เด็กกระมัง… หากวัยรุ่นไม่ไฟแรง ไหนเลยจะเรียกว่า วัยรุ่นได้เล่า?”

 

_____ชายร่างอ้วนเตี้ยอดหัวเราะร่าไม่ได้ “ที่พี่เกาพูดก็ถูก!”

 

_____พี่เกาหรือชายร่างผอมยักไหล่ขึ้นน้อยๆ “ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เจ้าหนุ่มนี่อยากตายแล้วพาพวกเราซวยด้วยเล่า หากตอนแรกพวกเราหาทางคุ้มกันให้ดีก็ยังมีโอกาสรอด มาตอนนี้กลับลดลงไปเจ็ดคนแล้วจะคุ้มกันยังไงเล่า?”

 

_____พี่ซูนิ่งคิดครู่หนึ่ง “ไม่มีทางเลือกแล้ว คงต้องไปหาหน่วยที่หกก่อน พวกเขาน่าจะอยู่ใกล้กับพวกเราที่สุด… เราต้องสู้ร่วมกับพวกเขา มิฉะนั้นพวกเราทั้งสามคนคงไม่มีวิธีอื่นแล้ว”

 

_____“หน่วยที่หกหรือ? จะหายังไงเล่า ในเมื่อสนามรบวุ่นวายขนาดนี้” พี่เกาเอ่ยอย่างจนปัญญา

 

_____พี่ซูนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย “เจ้าหนุ่มนั่นช่างใจดำเสียจริง อย่าโทษว่าเราโหดร้ายล่ะกัน” พูดจบประโยค เขาก็เปิดวิทยุสื่อสารเพื่อติดต่อไปยังผู้บังคับบัญชาเจ้าของยศพันตรีผู้นั้นและรายงานสิ่งที่หัวหน้าหน่วยที่สามตัดสินใจทำลงไปโดยพลการ…

 

_____พันตรีโกรธจัดจนแทบกระอักเลือดตาย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าชายวัยกลางคนผู้นี้ เขาได้แต่รักษาสีหน้าเรียบเฉยเยือกเย็นเอาไว้และบอกตำแหน่งของหน่วยที่หก เพื่อให้พวกเขาไปรวมกลุ่มกันทันที

 

_____“พี่ซู พี่ยอดไปเลย” ชายร่างอ้วนเตี้ยยกนิ้วโป้งให้กับชายวัยกลางคนผู้นั้น…

 

_____เดิมทีการลอบรายงานเรื่องของอีกฝ่ายลับหลังเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ ทว่าก็เป็นอย่างที่ชายวัยกลางคนพูด… แกใจดำก็อย่าตำหนิว่าเราโหดร้ายล่ะกัน… ตอนที่โต้เถียงกับหัวหน้าหน่วยที่สามนั้น พี่ซูก็ไม่มีท่าทีกดดันเลยแม้แต่น้อย…

 

_____ชายทั้งสามรีบบังคับหุ่นยนต์มุ่งหน้าออกตามหาหน่วยที่หกที่รับหน้าที่คุ้มกันเช่นเดียวกับพวกตน ในขณะเดียวกันบริเวณใจกลางของฐานทัพนั้น พันตรีผู้นั้นก็ใช้อาวุธที่อยู่ในฐานที่มั่นกำจัดพวกทหารที่ขัดคำสั่งในสนามรบเสีย…

 

_____หุ่นยนต์ทุกตัวล้วนมีไอดีเฉพาะเครื่อง อีกทั้งยังเก็บรักษาไว้ในระบบควอนตัมคอมพิวเตอร์ภายในฐานทัพอีกด้วย เมื่อใช้วิธีล็อคเป้าหมายจากไอดีของเครื่องเช่นนี้ ไม่ว่าสมาชิกในหน่วยที่สามพวกนั้นจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ก็โดนผู้บังคับบัญชากำจัดทิ้งได้อย่างง่ายดาย

 

_____การกำจัดพวกเดียวกันนี้ทำให้ผู้คนตื่นตระหนกสุดขีด แต่คำประกาศชี้แจงของผู้บัญชาการกลับทำให้ผู้คนสงบลงได้…

 

_____ทหารที่หนีทัพล้วนถูกผู้คนส่วนใหญ่รังเกียจและดูถูกมาก ยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่ใช่สนามรบที่แท้จริงอีก ต่อให้ตายก็ไม่ถึงแก่ชีวิตแล้วจะหนีทำไมเล่า?

 

_____พวกคนที่สะสมคะแนนไว้มากและโชคดีไม่ต้องรับหน้าที่คุ้มกันกลับเข้าใจดีว่า ทำไมคนเหล่านั้นถึงขัดคำสั่งคุ้มกัน… แต่พวกเขาก็ไม่เห็นใจพวกคนที่ถูกฆ่าแม้แต่น้อย แถมยังสมน้ำหน้าในความโง่เขลาของคนเหล่านั้นด้วยซ้ำ…

 

_____ถ้าทุกคนสนใจแค่รักษาคะแนนของตนเอาไว้แล้วผลสุดท้ายกลายเป็นว่า ฐานทัพถูกตีแตกย่อยยับ ทุกคนก็ต้องโดนคัดออกอยู่ดี…

 

_____การทดสอบในส่วนที่สองนี้ ความตายคือการที่ไม่สามารถสะสมคะแนนต่อไปได้ ทว่าหากท่าเรืออวกาศโดนทำลายล่ะก็ ทุกคนในที่นี้จะโดนคัดออกทันที

 

_____การเห็นแก่ตัวในเวลาเช่นนี้สมควรแล้วที่สมาชิกในหน่วยที่สามจะถูกฆ่าทิ้ง!

 

_____จะว่าไปสมาชิกในหน่วยที่สามก็ดวงซวยนัก อันที่จริงผู้บังคับบัญชาคนนั้นก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อพวกเขาเลย… ในฐานะผู้บัญชาการคนหนึ่ง เขาแค่ต้องการออกคำสั่งให้เหมาะสมเท่านั้น คะแนนของเขาเองก็มีไม่น้อย เขาไม่จำเป็นต้องวางกับดักอะไรเลย…

 

_____สาเหตุที่เลือกหน่วยที่สามนั้นเป็นเพราะพวกเขาอยู่ในแนวหน้าของสนามรบและสมาชิกในหน่วยก็เก่งกาจโดดเด่นมาก… หากต้องการให้คนอื่นถอนตัวกลับมายังแนวป้องกันที่สองได้อย่างปลอดภัยย่อมต้องเลือกหน่วยที่แข็งแกร่ง… อีกเรื่องหนึ่ง ชายวัยกลางคนผู้นั้นคาดการณ์ถูกต้องแล้ว หากใช้อาวุธที่อยู่ในฐานทัพ พวกเขาก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสถอนตัวกลับมาอย่างปลอดภัย… น่าเสียดายที่หัวหน้าหน่วยที่สามโง่เขลาพอที่จะขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งๆหน้าจนโดนสังหารไปในที่สุด…

 

_____ชายที่ถูกเรียกว่า ‘พี่ซู’ กับสหายทั้งสองคนของตนรีบเร่งเดินทางไปยังตำแหน่งของหน่วยที่หกภายในเวลาไม่นาน… หัวหน้าหน่วยที่หกเป็นชายผู้งดงามเหลือเกิน อีกทั้งจากที่พูดคุยผ่านวิทยุสื่อสารเมื่อครู่ก็บ่งบอกได้ว่า อีกฝ่ายได้รับการสั่งสอนและเลี้ยงดูมาอย่างดีและมีนิสัยอบอุ่นอ่อนโยนยิ่งนัก…

 

_____“หืม แม้พวกเราจะได้รับหน้าที่คุ้มกัน แต่ก็หาใช่งานที่ต้องสละชีวิตเสียหน่อย… ขอเพียงทุกคนพยายามร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเต็มที่ การจะถอนตัวกลับไปด้วยกันก็หาใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้” หัวหน้าหน่วยที่หกคลี่ยิ้มบางๆอย่างสุภาพอ่อนโยน

———————-